Battling Records of the Chosen One บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์

    ตอนที่ 47 มอบป้ายคำสั่ง

    BRCO - บันทึกศึกผู้กล้าท้าสวรรค์ โดย MingGuang
    ตอนที่ 47 มอบป้ายคำสั่ง
    เซียวเทียนเริ่น ท่านช่างมาผิดเวลาเสียจริง!นั่นคือความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวของหลินสวิน ครั้นเห็นชาวบ้านทุกคนเดินตามท้ายมาด้วยแล้ว หลินสวินก็พลันเกิดอาการตกประหม่าอยู่ในใจอย่างควบคุมไม่ได้ พวกเขาช่วยกันแบกถุงใหญ่ๆ หลายใบมาด้วย ภายในถุงเหล่านั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นที่พวกเขาเพิ่งขุดกันขึ้นมาสิ่งที่ทำให้หลินสวินใจแป้วที่สุดคงเป็นเด็กน้อยสองคนที่เดินรั้งท้ายมาด้วย ต่างคนต่างถือแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นไว้ในมือคนละชิ้น คิดจะซ่อนก็คงไม่ทันเสียแล้วความคิดมากมายพรั่งพรูเข้ามาในจิตใจของเขา หลินสวินตรงเข้าไปทักทายสีหน้ายิ้มแย้ม “ท่านลุงเซียว วางของลงก่อนเถิดขอรับ”เซียวเทียนเริ่นพยักหน้าตอบงงๆ ก่อนจัดแจงให้ชาวบ้านวางถุงลงให้เสร็จในเวลาไม่นาน ทำทีเป็นมองไม่เห็นแขกแปลกหน้าทั้งสองในลานหน้าบ้านโดยสิ้นเชิงทุกคนล้วนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ แม้จะยังงงงวยอยู่ แต่ก็ไม่ปริปากถามอะไร แม้แต่เด็กน้อยสองคนก็ถูกพ่อแม่อุ้มกลับออกไป เพื่อไม่ให้เผลอพูดอะไรที่ไม่ถูกกาลเทศะออกมาเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หลินสวินก็ส่งสายตาเป็นนัยให้เซียวเทียนเริ่น อีกฝ่ายกระจ่างแจ้ง พาชาวบ้านกลับออกไปทันทีที่เขาส่งสัญญาณ“แร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋นรึ” มู่หวั่นซูที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างนี้ถามขึ้น “ว่ากันว่าแหล่งแร่เล็กๆ นั่นถูกขุดขึ้นมาจนหมดตั้งนานแล้วมิใช่รึ”“แม่นางคงจะไม่ทราบ ข้าบังเอิญเจอเข้ากับอุโมงค์ร้างใต้เหมืองเมื่อหลายวันก่อน และยังเจอว่าลึกลงไปในอุโมงค์นั้น ยังมีแหล่งแร่ที่ยังไม่ถูกขุดพบหลงเหลืออยู่” ครั้นเห็นว่าปกปิดความจริงต่อไปไม่ได้แล้ว หลินสวินจึงอธิบายกับนางตรงๆ“ทั้งหมดนี่มูลค่าสูงทีเดียวนะ” มู่หวั่นซูจ้องหลินสวิน ดวงตาเต็มไปด้วยนัยแอบแฝงคุณชายใหญ่เองก็ผงะไป “ทั้งผืนนาข้าวศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสัตว์ปีศาจ ทั้งแร่ทองแดงเพลิงเฟยอวิ๋น... หมู่บ้านนี้ก็นับว่ารู้จักวิถีทำกินกันดีนะ”หลินสวินยักไหล่แล้วยิ้มขื่น “คุณชายอาจยังไม่ทราบ หมู่บ้านเฟยอวิ๋นตั้งอยู่ลึกกลางหมู่เขาสามพันคีรี แม้แต่เผ่าอาทิตย์มรกตซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดก็ห่างออกไปกว่าสองพันลี้ แม้เราจะมีข้าวศักดิ์สิทธิ์ เนื้อสัตว์ป่า หรือแร่ทองแดง ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะนำไปแลกเป็นเงินทอง”คุณชายใหญ่ยิ้ม เข้าใจว่าหลินสวินกังวลว่าพวกเขาจะยื่นมือเข้ามาช่วงชิงผลประโยชน์ของหมู่บ้าน กระนั้นเขาก็ไม่ได้เอ่ยความคิดนั้นออกมา เพียงเอ่ยว่า “เป็นปัญหาใหญ่หลวงทีเดียว”“ใช่แล้วขอรับ” หลินสวินถอนหายใจเฮือกใหญ่คุณชายใหญ่ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนควักป้ายคำสั่งชิ้นหนึ่งออกมาส่งให้หลินสวิน “ที่เผ่าอาทิตย์มรกตมีร้านค้าร้านหนึ่งชื่ออัครการค้า หากเจ้าต้องการนำสินค้าไปแลกเปลี่ยน ก็จงนำป้ายคำสั่งนี้ไปแสดงต่อพวกเขา”“คุณชายใหม่ ไม่ได้เด็ดขาด!” มู่หวั่นซูกล่าวขึ้นด้วยความตะลึง “ป้ายคำสั่งนี้เป็นของคู่กายท่าน สูงค่าเกินกว่าจะมอบให้ใครง่ายๆ เช่นนี้”เดิมทีหลินสวินตั้งใจจะปฏิเสธ ทว่าครั้นเห็นเหตุการณ์เช่นนั้นก็ใจกระตุกอย่างอดไม่ได้ มือฉวยป้ายนั้นมาถือไว้แน่น“อยู่กับข้าไปก็ไร้ประโยชน์ สู้ข้าให้คนอื่นไปเสียยังดีกว่า ที่สำคัญ คนอย่างข้าสือซวน ถ้าได้ให้สิ่งใดแก่ผู้อื่นไปแล้ว ย่อมไม่อาจรับคืนเป็นอันขาด” คุณชายใหญ่เอ่ยด้วยท่าทีสบายอารมณ์ แผ่รังสีความทะนงตนออกมาผ่านวาจาเรียบๆ เหล่านั้นมู่หวั่นซูงงเป็นไก่ตาแตก “แต่ว่า...”คุณชายใหญ่โบกมือขัดแล้วสรุป “อย่างข้าว่า ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” ก่อนจะหันไปพูดกับหลินสวิน “น้องชาย เจ้ากบข้าได้เจอกันที่นี่นับเป็นวาสนา หากวันใดเจ้าได้ไปเยือนนครต้องห้าม อย่าได้ลังเลที่จะไปเยี่ยมข้าที่อัครการค้าบ้างล่ะ ลาก่อน”กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินจากไปมู่หวั่นซูเห็นดังนั้นก็เหลือบมองป้ายคำสั่งในมือของหลินสวิน ก่อนจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พยายามจะบอกให้คืนป้ายนั่นมาแต่โดยดีกระนั้นหลินสวินก็ทำเป็นเมินเฉยต่อสายตาของนางราวกับว่ามองไม่เห็น เขาหันไปทางคุณชายใหญ่ผู้นั้นแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “บุญคุณของคุณชายในวันนี้ สักวันข้าจะต้องตอบแทนคุณท่านแน่นอน”ได้ยินดังนั้นมู่หวั่นซูก็ตระหนักแล้วว่าเจ้าเด็ก ‘หน้าไม่อาย’ คนนี้ตั้งใจจะเก็บป้ายคำสั่งไว้ นางกัดฟันกรอดแล้วเอ่ยเสียงเบา “เจ้าหนู ไว้ข้าจะมาจัดการเจ้าทีหลัง”ทันทีที่นางกล่าวจบ หลินสวินก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นตระหนกอย่างฉับพลัน แล้วกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่จงใจให้ดังขึ้น “อ้าว แม่นาง เหตุใดท่านต้องมาจัดการข้าด้วยเล่า ท่านโกรธที่ข้าต้อนรับท่านไม่ดีกระนั้นหรือ”ครั้นเขาพูดคำนั้นออกมา มู่หวั่นซูจึงรู้ว่านางเสียทีให้เขาแล้วเสียงคุณชายใหญ่ดังมาแต่ไกลตามคาด “ฮ่าๆๆ น้องชาย อย่าถือสานางเลย หวั่นซูแค่พูดเล่นน่ะ หวั่นซู รีบไปกันเถอะ”มู่หวั่นซูหงุดหงิดใจสุดขีด เพราะไม่คิดว่าเจ้าเด็กเมื่อวานซืนคนนี้จะไร้ยางอายได้ถึงขนาดนั้น แม้ข้างในจะเดือดพล่าน แต่นางก็ยังยิ้มละไม ดวงตาสุกใสเปี่ยมไปด้วยมนตร์สะกดจับใจ พลางกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “น้องชาย พี่สาวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเผ่าอาทิตย์มรกตหาได้ไกลจากเมืองตงหลินนัก ข้ามั่นใจว่าเราคงจะได้เจอกันอีกแน่”กล่าวจบนางก็สะบัดกระโปรงเดินจากไป อาภรณ์สีนิลปลิวไสวตามสายลม“พี่สาววางใจเถิด หากมีโอกาส ข้าจะไปเยี่ยมท่านถึงตงหลินเลยทีเดียว หากถึงตอนนั้นมีคนมากลั่นแกล้งข้า เห็นทีข้าต้องรบกวนท่านช่วยคุ้มครองข้าด้วย” หลินสวินเอ่ยกลั้วหัวเราะเสียงดังลั่นมู่หวั่นซู ที่เพิ่งก้าวออกจากอาณาเขตกระท่อมของหลินสวิน อดไม่ได้ที่จะกัดฟันขาวกรอด ยามคิดถึงความกะล่อนและจองหองของหลินสวิน‘เจ้าเด็กสามหาว ในเมื่อเจ้ากล้าเรียกข้าว่าพี่สาว สักวันพี่สาวจะให้เจ้าได้ลิ้มลองฝีมือของเอง!’ มู่หวั่นซูได้แต่สาปแช่งอยู่ในใจ ก่อนเร่งฝีเท้าจากไปโดยไม่รอรี ด้วยกลัวว่าตัวเองจะยั้งใจไม่ลงไม้ลงมือกับไอ้เด็กปากพล่อยคนนี้ไม่ได้หาใช่ว่านางเป็นคนขี้งกหรืออย่างไร เพียงแต่นางรู้ดีว่าป้ายคำสั่งนั้นมีมูลค่าสูงเพียงไหน นอกจากจะเป็นของแสดงถึงฐานะแล้ว ยังมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่เกินพรรณนาอีกด้วยทว่าคุณชายใหญ่กลับมอบมันให้เด็กชาวบ้านง่ายดายเช่นนี้ จะไม่ให้นางร้อนรนได้อย่างไรกระนั้นอะไรที่เกิดขึ้นไปแล้วก็คงแก้ไขไม่ได้ นางได้แต่ยอมรับความจริง......ครั้นเห็นสองคนนั้นเดินจากไป หลินสวินก็ยืนครุ่นคิดกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเห็นประกายแสงสีรุ้งเหาะหายไปไกลโพ้นนั้นเอง เขาจึงได้ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงหมดสภาพกับเก้าอี้สิ่งที่เขาเพิ่งเผชิญไปเมื่อครู่นี้ แม้มองด้วยตาดูท่าจะราบรื่น ทว่าความเป็นจริงกลับชวนให้เหน็ดเหนื่อยเสียยิ่งกว่าออกไปรบพุ่ง ทั้งคุณชายใหญ่สือซวนผู้นั้น และสตรีเจ้าของนามหวั่นซู ล้วนแล้วแต่เปี่ยมไปด้วยพลังอันเหลือล้น หาใช่เพียงในแง่ของระดับปราณ ทว่ายังรวมไปถึงสติปัญญาและความสามารถแม้ขณะที่รับมือกับบุคคลระดับนี้ หลินสวินจะแสดงออกว่าสงบนิ่งได้ ทว่าลึกเข้าไปข้างใน เขาทั้งประหม่าและกระอักกระอ่วนนัก ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดช่องให้พวกเขาเห็นแม้แต่น้อยแม้ตอนนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่ในใจหลินสวินก็เกิดความสงสัยบางอย่างขึ้นมาเช่นกันจุดสำคัญอยู่ที่ตรงนี้ หากหลินสวินคาดเดาไม่ผิด ช่วงเวลาที่เกิดเหตุอาเพศจากสรวงสวรรค์ที่สือซวนพูดถึง น่าจะเกิดขึ้นราวสามเดือนก่อน วันเดียวกับที่เขาไขความลับของโถงมรรคาสวรรค์ได้!สองเหตุการณ์นี้มีส่วนเกี่ยวข้องกันรึเปล่านะหลินสวินเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่เขาจะไม่ยอมเผยเรื่องนี้ให้ใครทราบเป็นอันขาดสิ่งที่หลินสวินยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือ เพราะเหตุใดบุคคลระดับสือซวนจึงต้องเลี้ยงเมรัยจตุฤดูราคาแพงให้กับเด็กชาวบ้านอย่างเขา เพียงเพื่อไต่ถามข้อมูลเท่านี้ ยิ่งกว่านั้นเขายังมอบป้ายคำสั่งให้หลินสวินอีกต่างหาก!เขาจะทำเช่นนั้นไปทำไมหลินสวินไม่เคยเชื่อว่าบุญหล่นทับมันจะมีอยู่จริง และถึงต่อให้มี เขาก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับโอกาสนั้นแต่ไม่ว่าเขาจะพินิจหนักเพียงไร ก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่วันยันค่ำ สุดท้ายแล้วเขาก็ช่างมัน เพราะอย่างน้อยสือซวนก็หาได้แสดงความเป็นปรปักษ์อย่างไรไม่บนโต๊ะหินนั้นยังมีจอกใส่เมรัยแห่งเหมันตฤดูวางอยู่ หลินสวินกระดกอึกเดียวหมดแก้ว รู้สึกได้ถึงความเย็นบาดลึกเสียดแทงช่องคอของเขาประหนึ่งห่าคมกระบี่ ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นกระแสความหนาวเย็นเล็กละเอียดนับไม่ถ้วนที่ซึมกระจายไปทั่วทั้งร่างของเขาจนอดตัวสั่นไม่ได้ช่างเป็นเมรัยที่โดดเด่นอะไรเช่นนี้! แม้จะรินมาจากกาเดียวกัน ทว่ากลับมอบรสสัมผัสที่แตกต่างกันไปทั้งสี่จอก แต่ละจอกก็ล้วนเปี่ยมไปด้วยพลังวิญญาณมหาศาลจนน่าครั่นคร้าม ซึ่งสำหรับระดับปราณปัจจุบันของเขา หลินสวินสามารถขัดเกลาได้เพียงสองส่วนเท่านั้น ส่วนพลังวิญญาณส่วนใหญ่ที่เหลือนั้น หลินสวินจำต้องพยายามกดกักไว้ในร่างกายตนเองการได้รับพลังวิญญาณปริมาณมหาศาลก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป หากเขาบรรลุระดับปราณเร็วเกินไป ย่อมส่งผลให้รากฐานการฝึกปราณของเขาขาดความมั่นคงได้ไม่ยาก และกลายเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงต่อการฝึกปราณในภายภาคหน้าวิถีการฝึกปราณในอุดมคติของหลินสวิน ควรจะต้องลื่นไหลดังสายน้ำที่กระฉอกล้นออกขอบแก้วอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการฝึกรากฐานของเขาอย่างมีนัยยะสำคัญเขาไม่เคยคิดที่จะเร่งรีบก้าวหน้า ด้วยการหาทางลัดหรือย่นระยะการฝึกปราณของตัวเอง เช่นนั้นคงไม่ต่างอะไรจากการตกปลากลางอากาศ นำมาแต่ความเสียหายที่ใหญ่หลวงเกินจะชดเชยได้......ขณะเดียวกันนั้น พรมวิเศษก็กำลังเหาะอย่างว่องไวผ่านหมู่เมฆ“คุณชายใหญ่ เหตุใดท่านจึงทำเช่นนั้น” เมื่อพ้นสายตาคนนอกแล้ว มู่หวั่นซูก็ถามสิ่งที่นางสงสัยอยู่ในใจมาตลอดทาง“ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องถาม!” สือซวนไพล่มือไว้ข้างหลัง ร่างของเขาสูงสง่าดุจภูผาตระหง่าน “เจ้าจะเชื่อไหมหากข้าบอกว่าข้าทำไปตามลางสังหรณ์”มู่หวั่นซูถึงกับชะงักไป ก่อนส่ายหัวด้วยความสัตย์จริง“แต่ข้าเชื่อว่าโชคชะตาฟ้าลิขิตให้ข้าเจอกับเขา” สือซวนพูเรียบๆ “เด็กหนุ่มคนนั้นรุ่นราวคราวเดียวกับน้องสามของข้า กระนั้นข้า แต่กลับไม่มีความผยองเอาแต่ใจอย่างที่เด็กอายุเท่านั้นควรมีสักนิด ไม่เพียงเท่านี้ ความอาจหาญ สติปัญญา และไหวพริบการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเขายังโดดเด่นเกินวัย หมู่บ้านเล็กๆ อย่างเฟยอวิ๋นรั้งเขาไว้ไม่ได้นานนักหรอก”มู่หวั่นซูกล่าวด้วยรอยยิ้มเยียบเย็น “ข้าว่ามันก็แค่เด็กอวดดีเจ้าเล่ห์หน้าไม่อายเท่านั้น ไม่ได้ดีเด่อย่างท่านว่าสักนิด”สือซวนยิ้มน้อยๆ มองเลยไปยังลำธารและภูเขาที่อยู่ไกลออกไปแล้วกล่าว “เจ้าไม่เข้าใจหรอก คนบางประเภทหากได้รับโอกาสแล้ว จะสามารถระเบิดประกายสว่างไสวออกมาได้ แต่ตอนนี้ก็ยังเร็วไปที่จะด่วนสรุป เวลาจะบอกเราเองกว่าเด็กนั่นเป็นมังกรหรือแค่งู”มู่หวั่นซูคาดไม่ถึงว่าคุณชายใหญ่จะประเมินเด็กชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่งสูงถึงเพียงนี้ สีหน้าของนางพลันคร่ำเคร่งกว่าเก่า หากมองย้อนกลับไปโดยละเอียด ตั้งแต่ตอนที่พวกเขาถือวิสาสะเข้าไปที่กระท่อมของหลินสวิน จนถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามมาแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าท่าทางและคำพูดที่หลินสวินแสดงออกมานั้น ล้วนแล้วแต่ผิดวิสัยเด็กบ้านนอกธรรมดาแต่เมื่อคิดถึงท่าทางไม่น่าไว้ใจที่เขากระทำตอนนางกำลังจะจากมานั้น มู่หวั่นซูก็ไม่อาจบังคับให้ตัวเองมองว่าเด็กนั่นมีแววจะยิ่งใหญ่อะไรได้นางถอนหายใจ “ข้าแค่กังวลว่าเด็กนั่นจะไม่สำนึกถึงเจตนาดีที่ท่านมอบให้ บนโลกนี้มีคนที่ไม่รู้จักบุญคุณคนอยู่เต็มไปหมด”สือซวนกล่าว รอยยิ้มบางๆ เผยที่มุมปาก “มันก็แค่เหล้านิดหน่อยกับป้ายคำสั่งที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ป้ายหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร ไม่สำคัญด้วยหากเขาจะลืมบุญคุณของข้าไปเสียในภายภาคหน้า เจ้าคิดว่าข้ายึดมั่นถือมั่นรอให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งมาตอบแทนบุญคุณกระนั้นหรือ”“ย่อมไม่ใช่แน่นอน” มู่หวั่นซูตอบโดยไม่ลังเลล้อเล่นหรือ สือซวนเป็นถึงคนระดับไหนกันเขาคือบุตรชายคนโตของ ‘เทพเศรษฐี’ ผู้เป็นประมุขหลังม่านของอัครการค้า เขานับเป็นหนึ่งในบุคคลที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มคนรุ่นใหม่ของนครต้องห้ามก็ว่าได้ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น สือซวนยังเป็นผู้ฝึกปราณระดับมหาสมุทรวิญญาณที่ทรงพลัง ระดับที่สามารถต่อกรกับ ‘ดรุณจ้าวกระบี่’ เซี่ยอวี้ถังได้บางทีอาจจะเป็นอย่างที่เขาว่าจริงๆ เขาอาจจะแค่ทำไปตามวาสนาที่ได้พบพานกับเด็กหนุ่มผู้นั้นก็เท่านั้นสรรพสิ่งบนโลกนี้ล้วนพิลึกพิลั่นเหลือทน ความจริงปะปนกับความลวง ความจริงบางประการเรียบง่ายเหลือแสน หาได้สลับซับซ้อนอย่างที่ใครหลายคนคาดไว้เลยสักนิด

    TBC

    เข้าไปพูดคุยกับผมได้ที่ FB Group : Battling Records of the Chosen One แปลไทย by Ming Guang นะครับ