ชีชีทำได้เพียงะเิโทสะเงียบๆอยู่ในใจ เพราะจะว่าไปแล้วเธอก็รู้สึกเป็สุขกับมันไม่น้อย ศีรษะเล็กๆเอียงซบหมอนแล้วผล็อยหลับไปในที่สุด
ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าใดเธอถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงสนทนาที่ดังมาจากลานบ้าน
เมื่อแง้มผ้าม่านออกดูผ่านรอยแยกเพียงเล็กน้อยก็พบว่าลู่เหย่สร้างห้องอาบน้ำให้เธอเสร็จเรียบร้อยแล้วและตอนนี้เขากำลังเติมน้ำลงในถังน้ำมันขนาดใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังใช้ลำไม้ไผ่ผ่าซีกทำเป็ท่อทางเดินน้ำที่ลาดเอียงอยู่เหนือถังน้ำมันและข้างๆ กันนั้นยังมีแผ่นกั้นที่สามารถขยับเขยื้อนได้ติดตั้งอยู่ด้วย
หลังจากใช้รอกดึงถังน้ำขึ้นไปแล้วมันจะไปหยุดพักอยู่บนแผ่นกั้นนั้นพอดี
แค่เหยียบแป้นที่เชื่อมต่อกับแผ่นกั้นน้ำในถังก็จะเทลงบนลำไม้ไผ่ แล้วไหลไปตามทางลงสู่ถังน้ำมันด้านล่าง
วิธีนี้ประหยัดแรงกว่าที่เคยคิดไว้ตอนแรกมากนักเดิมทีเธอตั้งใจจะใช้บันไดปีนขึ้นไปบนหลังคาเพื่อเติมน้ำด้วยตัวเองเสียอีก
เ้าคนนิสัยเสียคนนี้หัวดีช่างคิดจริงๆรู้จักประยุกต์ดัดแปลงเสียด้วย
ชีชีสวมเสื้อผ้าและล้างหน้าบ้วนปากด้วยความเบิกบานใจเมื่อจัดการตัวเองจนสะอาดสะอ้านอย่างรวดเร็วแล้วเธอจึงชงน้ำผสมน้ำตาลทรายหลายแก้วยกออกไปด้านนอก
“ทุกคนลำบากกันแล้ว มาดื่มน้ำกันก่อนเถอะค่ะ”
เมื่อได้เห็นพี่สะใภ้ตัวน้อยที่แลดูอ่อนหวานหมดจดราวกับภาพวาดมงคลที่ติดตามฝาผนังเหล่าพลทหารต่างก็พากันตาค้างจ้องมองจนลืมน้ำที่ชีชียื่นให้ไปเสียสนิท
“แค่ก แค่ก!” ลู่เหย่แสร้งกระแอมไอเสียงดังพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า“ดื่มน้ำก่อน”
“อ๊ะ ขอบคุณครับพี่สะใภ้”
“แม่เ้า! น้ำละลายน้ำตาลเสียด้วย หวานชื่นใจจริงๆพี่สะใภ้น้อยช่างใจดีเหลือเกิน”
ชีชีไม่ได้ติดใจสงสัยว่าเหตุใดพวกเขาต้องเติมคำว่า‘น้อย’ ไว้ข้างหลังคำว่าสะใภ้ด้วย
“ทำงานกันมาครึ่งค่อนวันแล้ว อยู่ทานมื้อเที่ยงด้วยกันก่อนเถอะค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับพี่สะใภ้น้อย พวกผมไปทานที่โรงอาหารได้”
“ใช่ครับพี่สะใภ้น้อย อย่าลำบากวุ่นวายเลยเดี๋ยวพอเสร็จงานพวกผมก็ไปแล้วครับ”
แต่ชีชีกลับรู้สึกว่าในเมื่อคนอื่นมาช่วยงานใหญ่ขนาดนี้หากไม่ขอบคุณบ้างเธอก็คงไม่สบายใจ
เธอจึงหันไปทางลู่เหย่“ลูกน้องของคุณ คุณบอกพวกเขาเถอะค่ะ ที่บ้านไม่มีของดีอะไรมากมายงั้นฉันจะทำบะหมี่ให้ทานแล้วกันนะคะ”
“ตกลง อยู่ทานบะหมี่ด้วยกันให้หมดนี่แหละ ลองชิมฝีมือพี่สะใภ้ของพวกนายดู”
“ขอบคุณครับพี่สะใภ้น้อย!”
ชีชีรีบเข้าครัวไปนวดแป้งทันทีการนวดแป้งทำบะหมี่นั้นไม่เหมือนกับซาลาเปา จะต้องนวดให้เนื้อแข็งกว่าปกติเล็กน้อยเส้นบะหมี่ที่ทำออกมาถึงจะเหนียวนุ่มสู้ฟัน
ใน่ที่พักแป้งทิ้งไว้ชีชีหยิบเบคอนออกมาหั่นเป็ชิ้นๆ ใส่ใบขึ้นฉ่ายซอย หอมหัวใหญ่และพริกขี้หนูลงไปผัดในกระทะจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งเพียงเท่านี้เครื่องราดหน้าบะหมี่ก็เสร็จสมบูรณ์
เส้นบะหมี่สีขาวนวลตาราดด้วยเครื่องที่ทั้งหอมและเผ็ดร้อน รูปลักษณ์เพียงเท่านี้ก็พิชิตใจทุกคนได้แล้วไม่ต้องพูดถึงกลิ่นหอมที่แผ่กระจายไปทั่วทั้งลานบ้าน
“พี่สะใภ้น้อย นี่เป็บะหมี่ที่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยทานมาเลยครับ”
“รองผู้บังคับกองพันลู่ช่างมีวาสนาจริงๆ ที่ได้แต่งงานกับภรรยาดีๆอย่างพี่สะใภ้น้อย”
“พี่สะใภ้น้อยครับ ได้ยินว่าคุณล่าสัตว์เก่งด้วยหรือ?”
ชีชีชะงักไปครู่หนึ่งดูท่าว่าในเขตบ้านพักทหารแห่งนี้จะไม่มีความลับอยู่จริง
เมื่อวานเพิ่งจะดักกระต่ายได้ไม่กี่ตัววันนี้เื่กลับแพร่ไปถึงกองทัพเสียแล้ว
“ก็แค่ดวงดีน่ะค่ะ วางกับดักไว้เผอิญมันก็ติดเอง”
“รองผู้บังคับกองพันลู่เองก็ล่าสัตว์เก่งสุดยอดเลยนะครับคนเดียวล้มหมูป่าได้ทั้งตัวต่อไปบ้านพี่รองไม่ต้องกลัวว่าจะอดอยากเื่เนื้อหนังแน่ๆ”
“ฮ่าๆ งั้นพวกนายก็แวะมาทานด้วยกันบ่อยๆ สิ”
ชีชีส่งสายตาหวานหยดย้อยชวนลุ่มหลงไปให้ลู่เหย่ราวกับกำลังเอ่ยชมเขาว่า ‘สมแล้วที่เป็ผู้ชายของฉัน’
ลู่เหย่รีบก้มหน้าก้มตาโซ้ยบะหมี่อย่างเอาเป็เอาตายแต่มุมปากกลับลอบยกขึ้นเป็รอยยิ้มที่ยากจะสะกดกลั้นเอาไว้ได้
เพียงครู่เดียวคนกลุ่มนั้นก็จัดการบะหมี่หม้อใหญ่จนเกลี้ยงเกลาแต่ละคนยังคงเลียริมฝีปากอย่างเสียดาย
นี่คือบะหมี่ที่ทำจากแป้งสาลีขาวบริสุทธิ์ไม่มีการผสมแป้งธัญพืชหยาบลงไปแม้แต่นิดเดียวพวกเขาจำไม่ได้แล้วว่าไม่ได้กินแป้งขาวล้วนแบบนี้มานานแค่ไหน
่บ่ายที่กองทัพยังมีภารกิจลู่เหย่ช่วยชีชีจัดการเก็บกวาดห้องครัวจนสะอาดก่อนจะเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับพรรคพวก
ทว่าพอเดินไปถึงประตูเขตบ้านพักทหารกลับถูกหลินเสี่ยวหรูดักหน้าเอาไว้
เมื่อเห็นหลินเสี่ยวหรูเหล่าพลทหารเ่าั้ต่างก็ส่งสายตาให้กันแล้วพากันวิ่งหนีไปอย่างรู้หน้าที่
ลานบ้านที่ชีชีพักอยู่ห่างจากประตูทางเข้าพอสมควรแม้เธอจะมองเห็นคนทั้งสองยืนอยู่ตรงนั้น แต่กลับไม่ได้ยินว่าพวกเขาคุยอะไรกัน
ลู่เหย่ยืนหันหลังให้เธอจึงมองไม่เห็นสีหน้าของเขา
แต่ใบหน้าที่ดูเอียงอายทว่าแฝงไปด้วยความหม่นหมองอาวรณ์ของหลินเสี่ยวหรูนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ชีชีจินตนาการถึงละครฉากใหญ่เื่ความรักที่มิอาจสมหวังได้แล้ว
ในใจพลันรู้สึกขุ่นมัวขึ้นมาวูบหนึ่งแต่ครู่เดียวก็สลัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป
“ชีชี คุณแค่ลุ่มหลงในร่างกายของเขาไม่ใช่เหรอ? หัวใจของผู้ชายมันไร้ค่าเสียยิ่งกว่ายอดหญ้าจะเอาไอ้สิ่งนั้นไปทำไมกัน? ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ”
เมื่อคิดตกชีชีก็รู้สึกผ่อนคลายหลังจากรดน้ำผักเสร็จ เธอก็แบกจอบเดินไปยังหลังบ้าน
ที่นี่มีพื้นที่รกร้างขนาดใหญ่เมื่อวานชีชีก็เล็งที่ดินผืนนี้ไว้แล้วและยังจงใจไปถามพี่สะใภ้หลี่ว่าสามารถบุกเบิกที่ดินได้หรือไม่
อย่างไรเสียที่ดินทุกตารางนิ้วก็เป็ของรัฐเธอไม่อยากลงแรงไปเปล่าๆ
พี่สะใภ้หลี่ตอบตามตรงว่า“เมื่อก่อนทางกองทัพเคยคิดจะจัดระเบียบให้บรรดาแม่บ้านมาบุกเบิกที่ดินรกร้างเหมือนกันแต่ดินมันต้องอาศัยการบำรุง การถางป่าบุกเบิกมันเปลืองแรงมากแถมปีสองปีแรกก็แทบจะปลูกอะไรไม่ขึ้น เลยไม่มีใครยอมทำ ทางเบื้องบนเลยประกาศว่าใครที่บุกเบิกที่ดินขึ้นมาได้ นอกจากจะปลูกอะไรก็ได้ตามใจชอบแล้วถ้าปลูกได้ดีเขายังมีรางวัลให้ด้วยนะ”
พอชีชีได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาทันทีเธอมีน้ำพุิญญาอยู่ในมือ ย่อมต้องเก็บเกี่ยวได้อย่างมหาศาลแน่นอน
ทว่าเธอจะไม่ทำถึงขนาดนั้นเพียงแต่จะทำให้พืชผลที่ตัวเองปลูกงอกงามกว่าบ้านอื่นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้วยวิธีนี้คนอื่นก็จะมองว่าเธอขยันหมั่นเพียร และไม่สงสัยไปถึงเื่อื่น
ขณะที่ชีชีกำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินอย่างขะมักเขม้นหลินเสี่ยวหรูก็เดินเข้ามาใกล้
“สมกับเป็พวกขาเปื้อนโคลนจากชนบทจริงๆ รู้จักแต่จะทำงานหยาบๆ แบบนี้มิน่าล่ะลู่เหย่ถึงมองไม่เห็นคุณอยู่ในสายตา”
น้ำเสียงกระแนะกระแหนนี้หากทนได้ก็ไม่ใช่คนแล้ว ชีชีจึงตอกกลับไปทันควัน “แล้วคุณมันสูงส่งมาจากไหนกันล่ะ?”
ชีชีไม่เข้าใจจริงๆว่าผู้หญิงคนนี้เอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้ามาเสนอหน้าทำตัวจองหองอยู่ต่อหน้าเธอ
หลินเสี่ยวหรูกอดอกวางท่าทางน่าโดนหมัดเอ่ยว่า “อย่างน้อยลู่เหย่ก็รักฉันในใจเขามีแต่ฉันคนเดียว”
“หึ แต่คนที่จดทะเบียนกับเขาก็คือฉัน คนที่นอนเตียงเดียวกันทุกคืนก็คือฉันแล้วคุณจะภาคภูมิใจอะไรนักหนา?”
เื่ปะทะฝีปากทุ่มเถียงชีชีไม่เคยแพ้ใครอยู่แล้ว
ใบหน้าของหลินเสี่ยวหรูบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ
อย่างไรก็ตามหล่อนเป็พวกตีบทแตก ไม่นานนักก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าให้เป็ปกติ
“วันนี้ฉันไม่ได้มาหาเื่ทะเลาะกับคุณ”
“งั้นเหรอ? ดูไม่ออกเลยแฮะ”
ชีชีเบ้ปากเื่พูดจาจิกกัดเนี่ย ใครจะทำไม่เป็กันล่ะ
หลินเสี่ยวหรูสูดลมหายใจเข้าลึกหลายต่อหลายครั้งถึงได้กล้ำกลืนคำด่าทอลงคอไปได้
“ในเมื่อพวกคุณแต่งงานกันแล้วฉันก็ไม่อยากจะเป็มือที่สามที่ทำลายครอบครัวใคร”
“โอ้โห... งั้นฉันคงต้องขอบคุณคุณสินะ?”
“ในเมื่อจะขอบคุณฉัน ก็จงแสดงความจริงใจออกมาหน่อยสิ”
ชีชีชะงักไปอย่างเห็นได้ชัดสมองของผู้หญิงคนนี้ทำด้วยอะไรกันแน่?
ที่แท้ไม่ได้มาแสดงอำนาจบาตรใหญ่แต่มาเพื่อต่อรองงั้นหรือ? ช่างน่าสนใจจริงๆ
“มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถอะ”
“ด้วยความสัมพันธ์ของฉันกับลู่เหย่ ถ้าฉันไม่ยอมถอยออกมาเองไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องหย่ากับคุณ”
“แล้วยังไงต่อล่ะ?”
“ขอเพียงคุณตกลงทำเื่หนึ่งให้ฉัน ฉันจะยอมหลีกทางให้พวกคุณและจะไม่มาพบหน้าลู่เหย่อีกเลย”
ชีชีแค่นยิ้มในใจผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางหวังดีแน่ๆ
แต่บนใบหน้ากลับยังคงราบเรียบพลางถามออกไปว่า“เื่อะไรคะ?”
หลินเสี่ยวหรูเห็นท่าทีของชีชีเริ่มโอนอ่อนก็แสดงอาการดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ใช่เื่ยากเย็นอะไรเลยคุณต้องทำได้แน่นอน”
ชีชีหรี่ตาลงเอ่ยถามอย่างขบขันว่า “คุณคงไม่ได้จะมาขอยืม‘โชค’ จากฉันเหมือนกันหรอกนะ?”
“ใช้ดวงวาสนาทั้งหมดของคุณแลกกับการได้อยู่ครองคู่กับลู่เหย่ไปจนแก่เฒ่ามันไม่คุ้มค่าหรอกเหรอ? คุณต้องเต็มใจแลกแน่ๆ ใช่ไหมล่ะ?”หลินเสี่ยวหรูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นอกมั่นใจราวกับถือไพ่เหนือกว่า