ร่างที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มขยับตัวดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆ เปิดขึ้นทีละน้อยๆ ภาพตรงหน้ายังคงพร่ามัวมองไม่ชัด หญิงสาวจึงหลับตาลงอีกครั้งก่อนจะลืมขึ้นใหม่คราวนี้ชัดกว่าเดิมจนเป็ปกติ
อรปรียามองภาพตรงหน้าก่อนจะขบคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองเธอจำได้คร่าวๆ ว่าไปทำงานในไร่กำลังเอาต้นพันธุ์ส้มลงแปลงเพาะปลูกและรู้สึกวิงเวียนศีรษะเธอจำได้ว่าลุงสมคิดบอกว่าให้ไปพัก จากนั้นเธอก็จำอะไรไม่ได้อีกเลยหรือว่าเธอจะเป็ลมไปกันนะถึงได้จำอะไรต่อจากนั้นไม่ได้แบบนี้
หญิงสาวขยับตัวเพราะรู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมดก่อนจะลุกขึ้นนั่งมองไปข้างๆ ก็เห็นมีเตียงพยาบาลอีกเตียงหนึ่งแต่ไม่มีคนนอนเธอไล่มองไปเรื่อยๆ ก็เห็นตู้กระจกใบใหญ่ที่มีขวดยาตั้งอยู่ภายในและโต๊ะทำงานที่ไร้คนนั่ง
ที่นี่ต้องเป็ห้องพยาบาลแน่ๆ เลยคงเป็ลุงสมคิดกับพวกคนงานช่วยกันพาเธอมาส่งเป็แน่ ถ้าได้เจออีกครั้งคงต้องขอบคุณเสียหน่อยอรปรียาเดาเอาเองพลางกวาดสายตาไล่มองไปเรื่อยๆ จนมาถึงอีกข้างหนึ่งของเตียง พลันดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างปากอ้าค้างและร่างกายกระเถิบถอยหลังโดยอัตโนมัติด้วยความใ จนเธอเกือบจะหงายหลังหล่นจากเตียงไปเสียแล้วถ้าแผ่นดินจะไม่ลุกขึ้นมาคว้าเอวไว้ได้ทันเสียก่อน
เหตุการณ์จึงกลายเป็ว่าเธอตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจหญิงสาวตกตะลึงจ้องมองคนตรงหน้าที่อยู่ใกล้ชิดเกินไปตาไม่กะพริบหัวใจเต้นแรงร่างกายสั่นจนควบคุมไม่ได้ เพราะมันมีทั้งความหวาดกลัวระคนเขินอายปะปนกันจนแยกไม่ออกว่าเธอมีความรู้สึกอย่างไหนมากกว่ากันใบหน้าของเขาอยู่ใกล้ชิดเธอเหลือเกินจนเธอััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขาและรับรู้ได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายแกร่ง
อรปรียาพยายามตั้งสติ หลุบเปลือกตาลงไม่กล้าประสานสายตากับเขาอีกเพราะรู้สึกหวิวๆ หวั่นไหวยังไงชอบกล แต่เ้ากรรมเหมือนหนีเสือปะจระเข้ เธอหลีกหนีสายตาคมกล้ามาได้แต่สายตากลับหยุดนิ่งที่ริมฝีปากหนาได้รูปแทนในใจเริ่มฟุ้งซ่านขึ้นมาเมื่อจินตนาการพาเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับว่าถ้าเขาจูบเธอขึ้นมา... ใบหน้าของหญิงสาวร้อนวูบขึ้นมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่มันเริ่มกลับไปแดงอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะตากแดด แต่เป็ความอายกับสิ่งที่ตนเองคิดต่างหากช่างน่าละอายเหลือเกิน
แผ่นดินมองสาวสวยที่อยู่ตรงหน้าเพียงคืบด้วยความใและเป็ห่วงในตอนแรกเมื่อเธอถอยหลังไปจนเกือบตกเตียง ปฏิกิริยาของเขาในตอนนั้นเป็ไปโดยอัตโนมัติเขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำไปว่าเข้าไปช่วยเธอไว้ได้ตอนไหนรู้สึกตัวอีกทีก็มีเธอไว้ในวงแขนเสียแล้ว หลังจากหายใเขาก็อดไม่ได้ที่จะมองพิจารณาสาวสวยที่อยู่ใกล้เพียงแค่คืบอย่างละเอียดอีกครั้ง
จะให้เขาบอกอีกสักกี่ครั้งก็คงยืนยันคำเดิมว่าผู้หญิงตรงหน้านี้สวยมากสวยราวกับนางฟ้ายิ่งพิศมองใกล้ชิดแบบนี้ยิ่งสวยจับใจเครื่องหน้าทุกชิ้นเหมือนกับถูกปั้นแต่งขึ้นมาอย่างสุดฝีมือเพื่อผู้หญิงคนนี้โดยเฉพาะผู้ชายที่เห็นเธอไม่ชอบไม่รักก็คงบ้าไปแล้ว ใช่! ขนาดรักยังบ้าได้เลยไม่อย่างนั้นน้องชายของเขาคงไม่...ตายพอคิดมาถึงตรงนี้แววตาคมก็กร้าวขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเธอถอยหลังไปจนเกือบตกเตียงบบนั้น
ตากแดดกู่ไม่กลับหายใจอุ่วระคนเขินอายปะปนกันจนแยกไม่ออก“ปละ...ปล่อยเถอะค่ะ”อรปรียาบอกเสียงแ่ด้วยความเขินอายแต่คนที่โอบกอดอยู่เข้าใจผิดคิดว่าเธอรังเกียจ ความโกรธที่ถูกจุดขึ้นอีกครั้งทำให้เขาปล่อยร่างเธออย่างรวดเร็วแถมเอ่ยด้วยน้ำเสียงดูิ่ว่า
“นึกว่าฉันอยากจับคนอย่างเธอนักหรือไงกัน”
คนฟังอึ้งก่อนจะน้ำตาคลอด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจกับการแสดงออกของเขาที่เห็นได้ชัดว่ารังเกียจเธอมากแค่ไหน เธอตอบกลับไปเสียงแข็ง
“ฉันรู้ค่ะรู้ดีว่าคุณขยะแขยงฉันแค่ไหน แม้แต่หน้าฉันถ้าไม่จำเป็คุณยังไม่อยากมองด้วยซ้ำไปใช่ไหมคะ”
“รู้ก็ดีแล้ว ถ้าเธอเป็ฉันเธอก็คงคิดไม่ต่างจากฉันเท่าไรนักหรอกใครกันที่อยากจะมองหน้าอยากจะแตะต้องตัวฆาตกรที่ฆ่าน้องชายตัวเอง” เขาบอกเสียงเข้มแววตาดุดัน “ถ้าไม่ติดว่าเธอยังไม่ได้รับกรรมที่ทำไว้อย่างสาสมเชื่อได้เลยว่าสองตาฉันก็ไม่แลเธอ!”
สุดที่จะกลั้นไหว หญิงสาวร้องไห้ออกมาเมื่อได้ฟังคำพูดแสนร้ายกาจของเขาทำไมเขาถึงโหดร้ายแบบนี้ เขาไม่ปรานีเธอเลยสักนิด อะไรที่สามารถทำให้เธอเจ็บได้เขาคงยินดีทำทันทีเลยใช่ไหมไท...ทำไมพี่ชายไทถึงใจร้ายกับอรแบบนี้ จะมีสักวันไหมที่เขาจะหายโกรธแค้นอรและมองอรอย่างเป็มิตรบ้างจะมีวันนั้นไหมไท...
“ร้องไห้ทำไมไม่ต้องมาบีบน้ำตาหรอกนะฉันไม่หลงเชื่อผู้หญิงเ้ามารยาอย่างเธอหรอก!” แผ่นดินตวาดใส่อย่างโมโหเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกของตนเองเขากำลังใจอ่อนกับผู้หญิงตรงหน้านี้เพียงแค่เห็นน้ำตาของเธอไม่ได้เขาจะต้องใจแข็งเข้าไว้มันสมควรแล้วที่เธอจะต้องเ็ปทรมานเหมือนอย่างที่เขาเป็
หญิงสาวร้องไห้หนักกว่าเก่าคำพูดแต่ละคำของเขาล้วนสร้างความเจ็บช้ำใจให้ได้อย่างมากมายเหลือเกินมากจนเธอแปลกใจ มันมากยิ่งกว่าความรู้สึกผิดต่อไผทเพื่อนรักเสียอีก
“อย่ามาใช้เล่ห์เหลี่ยมมารยากับฉันอรปรียาฉันไม่ใช่ผู้ชายหน้าโง่คนอื่นๆ ที่จะให้เธอหลอกได้ง่ายๆฉันไม่ใช่ไผทผู้ชายอ่อนโยนที่หลงรักเธอหัวปักหัวปำยอมแลกได้แม้กระทั่งชีวิต อย่ามาบีบน้ำตากับฉันมันไม่ได้ผลฉันไม่สงสารเธอแม้แต่น้อย!”
“ฉะ..ฉัน..ไม่เคย..” เธอบอกเสียงตะกุกตะกักเพราะแรงสะอื้นแต่ยังไม่ทันจบก็โดนอีกฝ่ายสวนกลับเสียก่อน
“ไม่เคยอะไร เธอจะบอกว่าไม่เคยใช้มารยากับใครอย่างนั้นเหรอโกหก!” ชายหนุ่มตวาดใส่ด้วยความโกรธแค้น “ถ้าเธอไม่ใช้แล้วน้องชายของฉันจะผิดหวังจนถึงขนาดฆ่าตัวตายได้ยังไงกันเธอนี่มัน...เลวที่สุดทำผิดแล้วไม่ยอมรับผิด ถ้าเธอไม่ใช้มารยาต่างๆ นานาออดอ้อนออเซาะทำเป็รักให้ความหวังกับเขา ไทคงไม่ผิดหวังเสียใจอย่างรุนแรงถึงขนาดคิดสั้นฆ่าตัวตายได้หรอก”
น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมาเมื่อเอ่ยถึงน้องชายสุดรักที่จากโลกนี้ไปหัวใจของคนเป็พี่เ็ปสุดแสนที่ไม่สามารถดูแลปกป้องคอยให้คำปรึกษาเวลาน้องมีปัญหาได้เขาไม่ได้ทำหน้าที่พี่ชายอย่างเต็มที่ดังที่เคยสาบานไว้หน้าหลุมศพของพ่อกับแม่ว่าเขาจะดูแลปกป้องน้องชายคนนี้ให้ดีที่สุดตลอดไป
“รู้ไหมอรปรียาว่าฉันเ็ปมากแค่ไหนที่ไม่สามารถดูแลปกป้องน้องชายเพียงคนเดียวได้ ครอบครัวที่เหลือเพียงคนเดียวของฉันต้องตายไปเพราะผู้หญิงเลวทรามเ้ามารยาอย่างเธอ!” เขาชี้หน้าเธอมองด้วยความชิงชังก่อนจะเอามือลงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบเย็นอีกครั้ง “ถ้าฆ่าคนแล้วไม่ผิดกฎหมายฉันคงฆ่าเธอไปนานแล้ว”
อรปรียาทำอะไรไม่ได้นอกจากร้องไห้เพียงอย่างเดียว เธออยากบอกให้เขารู้เหลือเกินว่าเธอเองก็เ็ปและเสียใจในเื่นี้ไม่แพ้กันเลยเผลอๆ อาจจะมากกว่าด้วยซ้ำเพราะเธอได้ชื่อว่าเป็คนที่ทำให้เพื่อนรักต้องตาย
“ฉันขอโทษ ฉัน...ไม่ได้ตั้งใจ”
“แค่นี้เองเหรอมันง่ายไปหน่อยไหม แค่เธอพูดว่าขอโทษ เสียใจแล้วก็จบงั้นสิ”เขาถามเสียงเยาะ เธอส่ายหน้าสบตาเขาอย่างจริงใจ
“ไม่ ฉันจะชดใช้ให้คุณคุณจะให้ฉันทำอะไรก็ได้เพื่อเป็การชดใช้ความผิดที่ฉันได้ก่อไว้คุณสั่งมาได้เลยขอเพียงแค่คุณยกโทษและเลิกโกรธแค้นฉัน ฉันยินดีทำให้ทุกอย่าง คุณไม่รู้หรอกว่าฉันก็ทรมานใจเหมือนกันที่ตัวเองเป็สาเหตุทำให้เพื่อนรักต้องตายฉันไม่ได้มีความสุขกับมันนักหรอกนะ บางทีฉันก็อยากตายตามไทไปเพื่อชดใช้ให้เขาเหมือนกัน”
แผ่นดินอึ้งไปนิดเมื่อได้ฟังคำของเธอก่อนเตือนตัวเองว่าเธอกำลังเล่นละครให้เราสงสาร
“ไม่ต้องมาเล่นละครเสแสร้งแกล้งทำเป็คนดีฉันไม่มีวันสงสารฆาตกรอย่างเธอหรอกจำไว้”
“ฉันไม่ได้เล่นละคร!” สุดที่จะทนหญิงสาวจึงตวาดใส่เขาบ้างด้วยความโกรธทำไมเขาถึงไม่มองเธอในแง่ดีบ้างนะ เธอดูเป็คนชั่วคนเลวขนาดนั้นเชียวหรือไงกัน “คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจคุณ ฉันไม่ได้้าความเมตตาหรือความสงสารเห็นใจใดๆจากคุณทั้งนั้น คุณจะสั่งให้ฉันทำอะไรก็บอกมาเลยฉันจะทำให้ทุกอย่างจะชดใช้หนี้กรรมให้จนกว่าคุณจะพอใจ!”
“เธอไม่ต้องมาท้าฉันฉันให้เธอทำแน่ไม่ต้องกลัว” แผ่นดินเดินเข้ามาใกล้แววตาของเขาแข็งกร้าวอย่างน่ากลัว“เธอจะได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับไทอย่างสาสมแน่นอน” จากนั้นชายหนุ่มก็หันหลังเดินกระแทกเท้าออกจากห้องพยาบาลไปอย่างรวดเร็วทันทีที่ลับร่างสูงใหญ่อรปรียาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่คิดจะเก็บไว้อีกน้ำตาที่คิดว่าเหือดแห้งไม่มีจะไหลออกมาอีกแล้วกลับไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
หญิงสาวซบหน้ากับหมอนสะอื้นไห้ราวจะขาดใจหัวใจดวงน้อยเ็ปรวดร้าวราวกับมีมือมาบีบมัน มือของผู้ชายเืเย็นแสนร้ายกาจผู้เป็เ้าหนี้บาปของเธอเอง
ไม่ว่าจะพลิกซ้ายขวาหรือจะนอนท่าไหนหญิงสาวก็ไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เลย เมื่อทำยังไงก็ไม่หลับเธอจึงลุกขึ้นนั่งสลัดผ้าห่มออกจากกายลุกจากเตียงเดินไปรับลมเย็นๆ ที่หน้าต่างบานใหญ่ อรปรียาเงยหน้าดูท้องฟ้าเห็นดวงดาวนับสิบๆดวงแต่งแต้มส่องแสงเป็ประกายระยิบระยับอยู่บนนั้นอย่างสวยงาม พาให้จิตใจที่อับเฉาของเธอได้ชุ่มชื่นขึ้นมาบ้าง
“เฮ้อ…” เสียงถอนหายใจจากร่างบางดังขึ้นเธอเหลียวหันไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง “ห้าทุ่มกว่าแล้วหรือเนี่ย” หญิงสาวพึมพำกับตนเองความจริงวันนี้เธอควรที่จะนอนหลับเป็ตายอยู่บนเตียงนอนมากกว่าที่จะมายืนรับลมชมจันทร์อยู่แบบนี้เพราะวันนี้เธอใช้พลังงานมากเหลือเกินไม่ว่าจะเป็การทำงานในไร่หรือแม้แต่ร้องไห้อย่างหนักจนตาบวมแบบนี้แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้
เมื่อเย็นเธอต้องทานข้าวเพียงลำพังเพราะว่าเ้าของบ้านยังไม่กลับจากไร่เธอรอเขาทานข้าวจนถึงหนึ่งทุ่มก่อนที่ป้าเอื้องจะเข้ามาบอกว่าให้เธอทานไปก่อนได้เพราะว่าเขาโทรมาบอกแล้วว่าจะกลับดึกเธอคิดว่าเขาคงไม่อยากทานข้าวร่วมกับเธอสักเท่าไรนักหรอก
ความจริงเธอก็น่าจะดีใจที่จะได้ไม่ต้องมานั่งทานข้าวอย่างหวาดระแวงว่าเขาจะมาทำร้ายหรือเปล่าหรือต้องมานั่งทนทานข้าวทั้งน้ำตาเพราะคำเสียดสีประชดประชันจากเขาเธอควรจะนั่งทานข้าวอย่างมีความสุขและทานได้เยอะเพราะอาหารฝีมือป้าเอื้องอร่อยไม่เป็สองรองใครแต่พอทานจริงๆ กลับกลืนข้าวแต่ละคำอย่างฝืดคอเต็มทน ลิ้นก็เหมือนกับตายด้านเพราะไม่รับรู้รสชาติอาหารเลยแม้แต่น้อย
เธอนั่งเขี่ยข้าวในจานไปมาจนป้าเอื้องต้องบอกให้เธอเลิกทานแล้วหานมอุ่นๆมาให้ดื่มแทน จากนั้นเธอก็เข้าห้องเพื่อนอนหลับพักผ่อนแต่สุดท้ายก็นอนไม่หลับอย่างที่ตั้งใจไว้จนกระทั่งสี่ทุ่มเธอก็ได้ยินเสียงรถแว่วๆ ผ่านไปพักหนึ่งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินผ่านหน้าห้องไปจึงรู้ว่าเขากลับมาแล้ว
อรปรียาบิดตัวไปมาบีบแขนบีบไหล่ที่ปวดเมื่อยจากการทำงานในไร่ตอนนี้เธอค่อยยังชั่วขึ้นแล้วไม่ปวดมากนักเพราะเมื่อตอนเย็นน้ำอ้อยเอายามาให้ทา คิดถึงเื่เมื่อตอนเย็นยังอดแปลกใจไม่หายเมื่อน้ำอ้อยยื่นถุงพลาสติกใสใบใหญ่ให้เธอถุงหนึ่งแล้วบอกว่า
‘นี่ค่ะของแต่งตัวสำหรับชาวไร่ชาวสวนอย่างเรามีเสื้อยีนแขนยาวตัวใหญ่สองตัวถุงมือ และก็ผ้าขาวม้าอีกหนึ่งผืนจะขาดก็แต่หมวกเท่านั้นค่ะเพราะที่ร้านหมดพอดี’น้ำอ้อยส่งของในถุงให้ เธอรับมาแล้วหยิบของในถุงนั้นออกดู
‘ขอบใจจ้ะน้ำอ้อยเท่าไรเหรอเออ...แต่ว่า’ เธอไม่รู้จะพูดยังไงดีเพราะไม่มีเงินจ่ายให้
‘อะไรคะ’
‘คือฉันยังไม่มีเงินค่าของให้น้ำอ้อยเลย’หญิงสาวบอกเสียงอ่อยๆ แล้วน้ำอ้อยก็หัวเราะออกมาราวกับคำพูดเธอมันตลกมากมาย
‘คุณไม่ต้องจ่ายเงินให้หนูหรอกค่ะเพราะของพวกนี้นายสั่งให้หนูไปซื้อให้คุณ’
คำตอบของน้ำอ้อยสร้างความประหลาดใจให้เธอเป็อย่างมากเขาน่ะหรือซื้อของพวกนี้ให้เธอทั้งที่เมื่อตอนบ่ายยังทำท่าจะฆ่าเธอให้ตายคามืออยู่เลย
‘จริงเหรอ’
‘จริงสิคะ ทำไมคะคุณไม่เชื่อเหรอ’
‘เปล่าจ้ะ’ เธอปฏิเสธก่อนจะมองข้าวของในถุงด้วยจิตใจที่แจ่มใสกว่าเดิม
คิดแล้วก็อดยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่โหดร้ายกับเธอเกินไปนักหญิงสาวมองท้องฟ้านอกหน้าต่างพลางคิดว่าไหนๆ ก็นอนไม่หลับแล้วออกไปยืนรับลมเย็นๆมองดาวที่ชานระเบียงก่อนดีกว่า เธอเดินออกจากห้องไป แต่แล้วความตั้งใจเดิมก็ต้องสะดุดลงเมื่อออกมาแล้วเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่ริมระเบียงเข้าเสียก่อน
หญิงสาวหยุดเดิน มองแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้าที่ยืนหันหลังให้อย่างชั่งใจว่าควรจะเดินเข้าไปหาหรือว่าหันหลังกลับเข้าห้องของตนเองดีใจหนึ่งเธอก็อยากเข้าไปขอบคุณเขาที่สั่งให้น้ำอ้อยไปซื้อของใช้จำเป็สำหรับทำงานในไร่มาให้แต่อีกใจหนึ่งก็หวาดกลัวว่าเขาจะทำร้ายหรือพูดจาดูถูกเหยียดหยามให้ช้ำใจอีก
แต่แล้วความรู้สึกอย่างหลังก็มีอำนาจเหนือกว่าเธอจึงตัดสินใจหันหลังจะเดินกลับห้องของตนเอง เธอคิดว่าวันนี้เจ็บช้ำมามากพอแล้วจนมันเกินที่จะรับไหวได้อีกพรุ่งนี้แล้วกันเธอจะขอบคุณเขาเื่ที่ซื้อของให้
อรปรียาบอกกับตนเองว่าอย่างนั้นสองขาก้าวเดินออกไปแต่ก็ไปได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าวต้องหยุดชะงักเพราะเสียงเรียกที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังนั่นเอง
“ถ้าอยากจะรับลมเย็นๆก็ออกมาสิ จะหนีเข้าห้องไปทำไมกัน”
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่เรียกกำลังใจให้ตนเองก่อนจะหันหลังกลับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย ที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ก่อนแล้ว
แผ่นดินมองร่างเพรียวบางในชุดนอนกระโปรงแขนสั้นสีชมพูหวานยาวแค่หัวเข่านิ่งแววตาเปล่งประกายระยิบระยับเมื่อกวาดตามองหญิงสาวตรงหน้าทั่วทั้งร่างเขาคิดว่าเธอเหมาะกับสีชมพูหวานๆ แบบนี้ที่สุด ไม่นึกเลยว่าคืนนี้จะได้เจอเธอหลังจากที่เมื่อตอนเย็นเขาเองที่เป็ฝ่ายหลบหน้าเธอไป
หลังจากที่ปะทะคารมกันเมื่อตอนบ่ายเขาก็รู้สึกไม่อยากเผชิญหน้ากับเธอในวันนี้อีกก็ไม่เข้าใจตนเองนักว่าทำไมเพียงแต่ในความรู้สึก ณตอนนั้นคิดแค่ว่าไม่อยากทะเลาะกับเธอและไม่อยากเห็นน้ำตาของเธออีกเท่านั้น คืนนี้หลังจากที่อาบน้ำเสร็จเขาก็ออกมารับลมเย็นๆก่อนนอนก็ไม่นึกว่าจะเจอเธอเนื่องจากว่ามันดึกมากแล้ว เขาคิดว่าเธอคงนอนไปแล้วด้วยซ้ำเพราะทำงานหนักมาเกือบทั้งวัน
ชายหนุ่มยังคงจ้องมองหญิงสาวไม่วางตาๆ้ำเสร็จเขาก็ออกมารับลมเล่นไม่มีหมวกหรือถุงมือเลยนะนาย้านั่นเองบาบางลงไปบ้างเมื่อเห็นเธอยืนเฉยไม่เดินมาก็รู้สึกหงุดหงิดเสียงที่พูดออกไปจึงสั้นห้วน
“มาสิ”
และเธอก็รับรู้ได้จึงก้มหน้างุดรีบเดินเข้าไปหาเขาทันทีเพราะไม่อยากเสี่ยงกับความโกรธของเขาอีกหญิงสาวเดินไปหยุดริมราวระเบียงระยะห่างจากเขาประมาณสิบก้าวได้ เธอจับราวไม้เอาไว้เหมือนจะใช้มันเป็ที่ยึดเหนี่ยว้างุดรีบเดินเข้าไปหาเขาทันที็รู้สึกหงุดหงิด
“ไปยืนอะไรเสียไกล ทำไมกลัวฉันกัดรึไง” เขาถามเสียงขุ่นหน้าบึ้งด้วยความไม่พอใจที่เห็นเธอยืนห่างเสียไกลเกือบสุดระเบียง
ก็ใช่น่ะสิ
หญิงสาวตอบเขาในใจแต่ไม่กล้าพูดออกไปเพราะไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรถ้าทำให้เขาโกรธขึ้นมาคนเราก็ต้องหัดฉลาดประเมินสถานการณ์บ้าง คำตอบที่เธอตอบออกไปจึงตรงข้ามกับที่คิดในใจโดยสิ้นเชิง
“เปล่าค่ะ”
“ถ้าเปล่าก็ขยับมาสิ” เขาออกคำสั่ง
อรปรียาทำตามอย่างว่าง่ายเธอเดินเข้าไปใกล้ทิ้งระยะห่างไว้พอประมาณเรียกว่าพอเอื้อมมือสุดแขนถึงก็แล้วกันหญิงสาวเหลือบหางตาขึ้นมองเขาแวบหนึ่งก็เห็นว่าเขามีสีหน้าที่ดีขึ้นเธอเงียบไม่ชวนเขาคุยอะไรเพราะไม่กล้าได้แต่แหงนหน้ามองดาวบนท้องฟ้าไปเรื่อยๆ แล้วก็ต้องสะดุ้งใเมื่อเขาเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน
“ดาวคืนนี้สวยนะเต็มท้องฟ้าไปหมดแถมวันนี้ก็ลมเย็นสบายอีกต่างหาก” เธอไม่แน่ใจว่าเขาพูดเปรยกับตัวเองหรือพูดกับเธอกันแน่จึงไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี“เธอคิดเหมือนกันไหม”
ประโยคนี้แหละไม่ต้องสงสัย เธอจึงตอบเขาไปสั้นๆว่า
“ค่ะ”
“ถ้าอยู่ที่กรุงเทพฯคงไม่ได้เห็นดาวมากขนาดนี้ ฉันน่ะไม่ค่อยชอบกรุงเทพฯ สักเท่าไรนักเพราะรถติดมากมลพิษก็เยอะบ้านเรือนแออัดกันเกินไปอันตรายจากสิ่งต่างๆ ก็มากอีกต่างหาก ไม่เหมือนที่นี่สงบสุขไม่ต้องทนกับเสียงรถบนท้องถนนอากาศก็บริสุทธิ์เพราะมีป่าเขาธรรมชาติล้อมรอบผู้คนก็ใจดีใสซื่อไม่จ้องแต่จะทำร้ายกันฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมบางคนถึงดิ้นรนอยากไปทำงานที่นั่นกันนัก”
ประโยคท้ายๆ ของเขาทำให้อรปรียาเกร็งตัวโดยอัตโนมัติพร้อมรับอารมณ์เลวร้ายจากเขาถ้าเขาจะโยงมันเข้ากับเื่ของไผทแต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นชายหนุ่มยังเฉยอยู่ จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็แค่เขาทิ้งตัวลงนั่งบนราวไม้เท่านั้นเธอจึงโล่งใจก่อนจะเข้าร่วมบทสนทนากับเขา
“ค่ะ ฉันเห็นด้วยที่นี่ต่างจากกรุงเทพฯลิบลับเลย และถ้าถามความคิดเห็นของฉันละก็ฉันชอบที่นี่มากกว่ากรุงเทพฯ ค่ะ” เธอตอบตามความรู้สึก “แต่ก็อย่างว่านะคะบางคนก็ไม่มีทางเลือกมากนัก”
“แต่ฉันคิดว่าไม่หรอก โดยเฉพาะคนต่างจังหวัดที่เข้าไปทำงานในกรุงเทพฯฉันว่าพวกเขามีทางเลือกที่จะไม่ไปได้ เพียงแต่พวกเขาคิดแค่ว่าถ้าเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯจะมีเงินมีทองใช้เท่านั้น ความจริงงานแถวบ้านตนเองก็มีให้ทำติดแต่เพียงว่ามันได้เงินน้อยเท่านั้นเองสู้ทำงานในเมืองกรุงไม่ได้ ได้เงินเยอะกว่ากันเท่าตัว แต่พวกเขาคงลืมคิดไปว่าเงินเดือนได้สูงจริงแต่ก็ต้องจ่ายค่าครองชีพสูงตามไปด้วยเหมือนกันบางคนขายไร่ขายนาเพื่อไปทำงานใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลย คนงานของฉันบางคนก็ลาออกไปเพื่อไปหางานทำในกรุงเทพฯก็มีเยอะ”
“อาจเป็เพราะพวกเขาหมดหนทางที่จะทำมาหากินที่บ้านเกิดจริงๆก็ได้นะคะ ฉันคิดว่าคนที่เข้าไปหางานทำในกรุงเทพฯ ไม่มีใครที่อยากจะจากบ้านเกิดไปลำบากในเมืองกรุงหรอกค่ะถ้าพวกเขายังมีหนทางทำมาหากินอยู่”
“มันก็จริงอย่างที่เธอว่านะแต่ฉันว่ามีอยู่อย่างหนึ่งนะที่ทำให้คนบางคนต้องต่อสู้ดิ้นรนอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยและไม่หยุดยั้ง”
เธอเลิกคิ้วขึ้นสูงมองเขา
“ความไม่พอเพียงไงล่ะ”
“ก็คงจะจริงนะคะความอยากได้อยากมีทำให้ตนเองต้องลำบาก” หญิงสาวเห็นด้วยก่อนจะยิ้มให้เขาแล้วก็ต้องอึ้งเมื่อได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาหัวใจดวงน้อยเต้นระรัวรู้สึกอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูกเธออดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมคืนนี้เขาดูเป็มิตรกับเธอนัก หรือว่าเขามีแผนการอะไรที่จะทำร้ายเธอ
อรปรียาอดคิดในทางร้ายๆ ไม่ได้ก่อนจะแย้งความคิดของตนเองคงไม่หรอก เขาไม่จำเป็ต้องแกล้งมาทำดีด้วยหรอกในเมื่อเธอก็อยู่ในกำมือเขาอยู่แล้วจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นแต่ช่างมันเถอะจะเพราะอะไรก็ช่างขอแค่เขาไม่โหดร้ายกับเธอก็พอ