ในสายตาของเขา ทวีปตงหัวก็คือประตูทิศตะวันออกเฉียงใต้ของแผ่นดินใหญ่เสินโจว หากอยากจะพิชิตแผ่นดินใหญ่ จะต้องยึดทวีปตงหัวให้ได้เสียก่อน
ในความเป็จริงแล้ว การรุกรานทวีปตงหัวที่อยู่ข้างเคียงเพื่อทรัพยากรอันอุดมของจักรวรรดิมารหานหยวนนั้นเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัยไม่จบสิ้น แต่หลังจากจักรพรรดิมารอ้าวพ่ายถิงมีแผน “ยึดครองใต้หล้า” อันทะเยอทะยานหาญกล้า เมื่อสิบปีก่อน เขาได้ส่งอิงถัวนั่ว แม่ทัพเผ่ามารที่แข็งแกร่งที่สุด และเสริมด้วยฟ่าซีน่า มารสาวที่เ้าเล่ห์ที่สุด เปิดฉากโจมตีทวีปตงหัวอย่างดุเดือดขั้นสุด
อ้าวพ่ายถิง ในภาษามารหมายความว่า “โชติ่ชัชวาล” อิงถัวนั่ว มีความหมายว่า “เสียงสายฟ้ากัมปนาท” และความหมายของฟ่าซีน่าในภาษามารก็คือ “สำแดงมนต์คาถาพางงงวย”
คนสมดั่งชื่อตัว หลังจากอ้าวพ่ายถิงกำหนดเป้าหมายอย่างยิ่งใหญ่ถือดี อิงถัวนั่วก็ใช้เสียงกึกก้องของสายฟ้ากัมปนาท ดำเนินตามยุทธวิธีแปลกประหลาดที่ฟ่าซีน่าวางอย่างบรรจง เริ่มต้นรุกรานทวีปตงหัว
เช่นนี้แล้ว ทวีปตงหัวที่เคยสงบสุขอยู่บ้าง ก็เริ่มตกลงสู่ความยากเข็ญ
ในฐานะขุมอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดของทวีปตงหัว แคว้นตงหัวจึงไม่ปฏิเสธภาระหน้าที่ในการเป็ผู้นำกลุ่มพันธมิตรต่อต้านของทวีปตงหัว
ทว่าการเป็ผู้นำนั้นไม่ง่ายเลย
เมื่อเผชิญหน้ากับการรุกรานของกองทัพมารผู้โเี้ แคว้นตงหัวต้องแบกรับความสูญเสียใหญ่หลวงที่สุด
ด้วยถูกความลำบากห้อมล้อมรอบด้าน ราชวงศ์ตงหัวจึงได้ก่อตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมา นามว่า “องครักษ์เทพยุทธ์” ขึ้นตรงต่อจักรพรรดิตงฟางิ
ว่ากันอย่างง่าย ๆ องครักษ์เทพยุทธ์ก็คือหน่วยงานรักษาความสงบของบ้านเมืองนั่นเอง
เพราะสู้รบกับจักรวรรดิมารหานหยวนปีแล้วปีเล่า แคว้นตงหัวจึงกลายเป็เมืองที่ผู้คนอยู่อย่างแร้นแค้น ขวัญกำลังใจปวงชนระส่ำระสาย
เพื่อรักษาเสถียรภาพ จักรพรรดิตงหัวจึงแต่งตั้งองครักษ์เทพยุทธ์ขึ้นเป็การพิเศษ มอบหมายให้ “เทพยุทธ์แห่งแสง” ผู้เป็หัวหน้า กุมกระบี่เทพตงหัวสมบัติแคว้น จัดการความไม่สงบสุขของบ้านเมือง ปลอบประโลมขวัญจิตใจของผู้คนให้สงบลงด้วยวิถีแห่งคุณธรรม
มิต้องพูดถึงเลยว่า ชาวบ้านสามัญชนต่างยอมรับนโยบายนี้ เมื่อเทียบกับความเชื่อถือในหน่วยงานทางการแล้ว พวกเขาเชื่อมั่นในเทพยุทธ์ผู้ปราดเปรื่องและทรงธรรมมากกว่า
แม้ในโลกหล้าอันวุ่นวายจะทุกข์ยากลำบากยิ่งกว่านี้ ขอเพียงมีเทพยุทธ์แห่งแสงอยู่ คอยกำราบคนพาล อภิบาลคนดี ก็นับว่าได้มอบความหวังให้แก่ชาวประชาที่ทุกข์ตรม
สมกับฉายานาม ในใจของชาวแคว้นตงหัวจำนวนมากแล้ว เทพยุทธ์แห่งแสงเสมอเหมือนแสงสว่างท่ามกลางกลียุคอันมืดมิดอย่างแท้จริง
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ผู้ที่จะกลายเป็เทพยุทธ์แห่งแสงได้นั้นจะต้องเป็ผู้ที่ปราดเปรื่องเลิศล้ำอย่างแน่นอน
เทพยุทธ์แห่งแสงทุกรุ่นของแคว้นตงหัว ล้วนเสาะหามาจากทั่วทั้งทวีปด้วยกำลังทั้งหมดของแคว้น ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก จะต้องเป็คนที่ล้ำเลิศทั้งพลังยุทธ์ เชิงกวี คุณธรรม และรูปลักษณ์หน้าตา
กล่าวโดยสรุปก็คือ เทพยุทธ์แห่งแสงก็คืออัจฉริยะผู้สมบูรณ์พร้อมและไร้เทียมทานทั้งบุ๋นและบู๊!
เทพยุทธ์แห่งแสงมีวาระดำรงตำแหน่งตลอดชีพเช่นเดียวกับจักรพรรดิ แต่เหตุผลกลับไม่เหมือนกันนัก
จักรพรรดิตงหัวคือเทวสิทธิราชย์ จึงคงอยู่ตลอดพระชนมายุ ส่วนวาระชั่วชีวิตของเทพยุทธ์แห่งแสงนั้น กลับเป็เพราะว่าในกลียุคเช่นนี้ หากจะลงทัณฑ์กวาดล้างคนชั่ว ก็จำต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางูเาดาบทะเลเพลิง และการห้ำหั่นแสนดุเดือด ความเสี่ยงในหน้าที่มากล้น อัตราการตายสูงลิบลิ่ว ดังนั้นไม่จำเป็ต้องจำกัดวาระ ไม่อย่างนั้นจะเป็การทำร้ายความรู้สึกกันเสียเปล่า
และเพราะว่าคัดเลือกด้วยเงื่อนไขเข้มงวด ทั้งยังมีการประชันขันแข่ง สายตามากมายจับจ้อง ฉะนั้นยามใดที่เทพยุทธ์แห่งแสงถูกคัดเลือก เขาผู้นั้นก็จะกลายเป็สัญลักษณ์ของทั้งแคว้นตงหัว ได้รับความยกย่องเลื่อมใสจากทั้งแว่นแคว้น
ไม่ต้องพูดถึงเื่งานพิธีธรรมดา แม้แต่ยามที่จักรพรรดิตงหัวทำพิธีเซ่นไหว้ที่หอบรรพชน ก็ยังเชื้อเชิญเทพยุทธ์แห่งแสงให้สวดภาวนาแด่ตงหัวตี้จวินและิญญาบรรพบุรุษของราชสกุล และในพิธีของเทศกาลตงหวงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแคว้นตงหัว ก็รับบทบาทเป็รองเพียงองค์จักรพรรดิเท่านั้น การปฏิบัติเช่นนี้นับว่าทรงเกียรติสักเท่าใดเล่า!
หลังจากผ่านไปไม่กี่รุ่น เทพยุทธ์แห่งแสงในตอนนี้จึงกลายเป็สัญลักษณ์ของแคว้นไปจริง ๆ แล้ว เรียกได้ว่า “ตงหัวคือเทพยุทธ์ เทพยุทธ์ก็คือตงหัว”
ทว่า แม้อยู่ในภาวะที่ได้รับการถนอมเชิดชูเช่นนี้ ไม่นานมานี้ เทพยุทธ์แห่งแสงของแคว้นตงหัวกลับหายสาบสูญไป!
เทพยุทธ์คนปัจจุบันที่หายสาบสูญนี้ มีนามว่า เฟิงจิงอวี่
เฟิงจิงอวี่ปราดเปรื่องเลิศล้ำ มักสวมชุดขาว ไม่ว่ารูปลักษณ์กิริยาท่าทาง หรือความเชี่ยวชาญกลยุทธ์การศึก ล้วนได้รับการยอมรับโดยทั่วกันว่าโดดเด่นที่สุดในหมู่เทพยุทธ์แห่งแสงทุกรุ่นที่ผ่านมา
ไม่เพียงเท่านี้ เฟิงจิงอวี่ผู้นี้ยังเป็เทพยุทธ์เปี่ยมเสน่ห์ ตัวเขาได้สั่งสมความนิยมชมชอบเหลือคณา และได้รับความโปรดปรานจากตงฟางิจักรพรรดิตงหัวอีกด้วย
ไม่รู้ว่าเกิดเื่ใดขึ้น คาดไม่ถึงว่าเทพยุทธ์แห่งแสงที่ผู้คนมากมายห้อมล้อมเช่นนี้ กลับออกจากทวีปตงหัวไปโดยไม่บอกไม่กล่าว ล่องเรือลำน้อย ลึกเข้าไปในมหาสมุทรอันเวิ้งว้าง
ยามนั้นคนขององครักษ์เทพยุทธ์ยังคิดว่าเทพยุทธ์แห่งแสงเพียงแค่เกิดอยากท่องเที่ยวพักผ่อนขึ้นมาบ้าง คิดไม่ถึงว่าเฝ้ารออยู่หลายวัน เทพยุทธ์แห่งแสงก็ยังไม่กลับมา
ทว่าแม้จะเป็เช่นนี้ หัวหน้าใหญ่ขององครักษ์เทพยุทธ์ ซึ่งเป็ชื่อที่รู้จักกันดีของอวี้โฉวกุย ผู้บัญชาการใหญ่ขององครักษ์เทพยุทธ์ ก็ยังไม่ได้ร้อนใจ
แต่เมื่อยามที่เขาพบว่าถึงแม้จะใช้เวทจำเพาะระดับสูงสุด ก็ยังไม่อาจติดต่อกับเทพยุทธ์แห่งแสงได้ เขาก็เริ่มร้อนอกร้อนใจขึ้นมาจริง ๆ
ั้แ่ระบบเทพยุทธ์แห่งแสงดำรงต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้ เทพยุทธ์แห่งแสงคนก่อน ๆ มีแต่ตกตายในสนามรบอย่างกล้าหาญและทารุณ ยังไม่เคยมีการหายตัวไปโดยไร้ข่าวคราวมาก่อน
ดังนั้น แม้กฎเกณฑ์ทุกข้อขององครักษ์เทพยุทธ์จะสมบูรณ์พร้อม ก็ไม่มีกฎเกณฑ์ข้อใดที่บอกอวี้โฉวกุยว่า หากเทพยุทธ์แห่งแสงหายตัวไปควรจะทำอย่างไร
อวี้โฉวกุย ผู้บัญชาการใหญ่ขององครักษ์เทพยุทธ์คนนี้ อายุยังไม่มาก ดูลักษณะแล้วเพิ่งจะยี่สิบห้ายี่สิบหกปี
แม้สีหน้าของเขาจะซีดขาวอยู่บ้าง อีกทั้งเครื่องหน้ายังคงนับว่าหล่อเหลาคมคาย ทว่ากลับให้ความรู้สึกหดหู่อึมครึมอยู่เสมอ
อย่างเช่นรูปร่างสูงโปร่งของอวี้โฉวกุย หากอยู่ในร่างผู้อื่น นั่นคือสะโอดสะอง แต่เมื่อกอปรกับดวงหน้าหดหู่ซึมเซาของเขาแล้ว กลับทำให้คนรู้สึกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเขา เผยแต่ความอ่อนแอปวกเปียก
อย่างไรก็ตาม อวี้โฉวกุยก็นับเป็องครักษ์เทพยุทธ์ที่อยู่มานาน
ตระกูลของเขาเป็ผู้บัญชาการองครักษ์เทพยุทธ์ที่รับตำแหน่งจากรุ่นสู่รุ่น เช่นเดียวกับขุนนางในราชสำนักตงหัวหลายคน
เริ่มแรกพวกเขาเห็นว่าภาระหน้าที่นี้เป็เพียงชามข้าวเหล็ก ทว่าหลังจากผ่านไปสองสามรุ่น ตระกูลอวี้ของพวกเขาก็แยกขาดจากองครักษ์เทพยุทธ์ไม่ได้เสียแล้ว
ท้ายที่สุด คำสอนบรรพบุรุษของตระกูลเขาจึงกลายเป็ “องครักษ์เทพยุทธ์สุข ตระกูลอวี้ก็สุข องครักษ์เทพยุทธ์สิ้น ตระกูลอวี้ก็สิ้น”
ธรรมเนียมของตระกูลเช่นนี้ ส่งผลต่ออวี้โฉวกุยผู้อ่อนแอเศร้าซึม เขามักจะรู้สึกว่าชีวิตตนเองมีความหมายเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือดำเนินงานองครักษ์เทพยุทธ์ให้ดี
ดังนั้น เมื่อถึงวันที่เขาพบว่าเทพยุทธ์แห่งแสงเฟิงจิงอวี่หายตัวไป ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบถล่มลงมา
ขณะจิตใจเหม่อลอย เขาถึงขนาดเกิดภาพหลอน มองเห็นตระกูลอวี้ สกุลขุนนางใหญ่ที่หยั่งรากฝังลึกอยู่ในทวีปตงหัว พังพินาศล่มสลายจบสิ้นไป เพราะตัวเขา...
เหงื่อเย็นผุดซึมั้แ่ศีรษะลงมาทั้งตัว เขาเค้นสมองหาวิธีรับมือ
เขากระจายกำลังส่งคนออกไปตามหาแล้ว แต่ล้วนคว้าน้ำเหลว จะยื้อไว้เช่นนี้ตลอดไปก็ไม่ได้ เพราะว่าเทพยุทธ์แห่งแสงต้องออกเผยโฉมบ่อยครั้งในฐานะสัญลักษณ์รวมใจของทวีปตงหัว แม้จะมิได้ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้คน ก็จำต้องเผยตัวให้ผู้คนได้เฝ้ามองอย่างเคารพนับถือ
ดังนั้น การ “ยื้อ” เอาไว้ไม่ใช่วิธีการที่ดีแน่นอน
อารามฉุกละหุก ทำให้เขาคิดวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าออกมาอย่างหนึ่ง
เพียงแต่วิธีนี้ คิดออกมาได้ยังไม่ทันดีใจ ตัวอวี้โฉวกุยเองก็ตระหนกจนเหงื่อเย็นโซมกายไปก่อนแล้ว!
-------------------
เชิงอรรถ
*ชามข้าวเหล็ก เป็สำนวนจีนหมายถึงหน้าที่การงานที่มั่นคง