เปลวเพลิงในดวงตาเขาลุกโชน ราวกับมีเจ็ดสีทอประกายในเงาแววตา อดีตของความอ่อนแอ ความต่ำต้อย การถูกเหยียบย่ำและทอดทิ้ง… จะไม่มีวันกำหนดอนาคตของเขาได้อีก
เขาตัดสินใจเปิดเล่มคัมภีร์ออก เมื่อเขาเปิดคัมภีร์นั้น กระแสพลังอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่าง พลังกดดันมหาศาลบดขยี้สิ่งแปลกปลอมที่เคยปิดกั้นจิติญญาของหลี่หยาง เขาสามารถรู้สึกได้ถึง “เส้นทาง” ที่เชื่อมโยงกับสัตว์อสูร
และหลายวันถัดมาเป็วันที่จะมีพิธีปลุกจิติญญาของตระกูล เขาก็ตัดสินใจที่จะเข้าร่วมพิธีปลุกจิติญญาของตระกูลอีกครั้ง ในอีกเจ็ดวันข้างหน้า
ในโลกนี้ การปลุกจิติญญานับเป็พิธีศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถกำหนดชะตาชีวิตของคนคนหนึ่งได้
“ทุกผู้ฝึกตนที่มีอายุครบสิบห้าปี จะได้รับโอกาสปลุกจิติญญา”
นี่คือกฎของทุกสำนัก ทุกตระกูล
แม้หลี่หยางจะเคยล้มเหลวในอดีต แต่หลังจากคืนฟื้นิญญา เขาเริ่มต้นฝึกฝนลมปราณในคัมภีร์ “หงส์เจ็ดสีกรีดฟ้า” อย่างเงียบงัน ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการเหยียดหยาม
การปลุกจิติญญาต้องเตรียมสามสิ่งสำคัญ:
1. ร่างกายต้องสะอาดบริสุทธิ์
2. สมาธิต้องมั่นคง
3. พลังิญญาต้องถึงเกณฑ์ — ต้องฝึกฝนให้ลมปราณรวมศูนย์จนถึง “จุดเปิดจิต”
หลี่หยางใช้เวลาเจ็ดวันเจ็ดคืน ฝึกวิชาในเรือนเล็กๆ ไม่หยุดพัก ท่ามกลางแสงจันทร์และเสียงสายลม จิตของเขาค่อย ๆ สงบนิ่ง เส้นลมปราณทั่วร่างของหลี่หยางสั่นไหวเบา ๆ พร้อมกับคลื่นพลังบางเบาแผ่ซ่านออกมาไม่นาน
หลี่หยางลืมตาขึ้นช้า ๆ แววตาของเขาคมลึกกว่าเดิม สีหน้าเต็มไปด้วยสมาธิและความมั่นใจ เขาสำเร็จขั้นแรกของคัมภีร์หงส์เจ็ดสีกรีดนภา ตอนนี้ร่างกายและจิติญญาของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พร้อมที่จะเผชิญกับการปลุกจิติญญา จุดเริ่มต้น… ข้าจะไปให้ถึงบทสุดท้ายของ
ลานกว้างของตระกูลหลี่แน่นขนัดไปด้วยผู้คนในเช้าวันนั้น ทุกสายตาจับจ้องไปยังแท่นศิลาปลุกจิตที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลาง
ผู้เยาว์วัยสิบห้าปีแต่ละคนเดินขึ้นไปทีละคน วางมือบนแท่นหิน ตามขั้นตอนโบราณที่สืบทอดกันมา
เสียงผู้ประกาศดังขึ้น:
“หลี่เวินเฉียง! เริ่มพิธี!”
ชายหนุ่มร่างผอมวางมือลงบนแท่นหิน แสงสีเหลืองอ่อนสว่างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะดับลง
“จิติญญาระดับสีเหลือง – สัตว์อสูร: งูหลบเงา (ระดับสามัญขั้น 2) ”
ผู้คนรอบข้างพยักหน้ากันเบา ๆ แม้จะไม่เลว แต่ก็ไม่โดดเด่น
“หลี่ซูเหยา! เริ่มพิธี!”
หญิงสาวอีกคนเดินขึ้นไป ไฟสีเขียวสว่างพุ่งขึ้นจากแท่นหิน
“จิติญญาระดับสีฟ้า – สัตว์อสูร: หมาป่าเพลิง (ระดับสามัญขั้น 4) ”
เสียงฮือฮาดังขึ้น เธอได้รับคำชมจากผู้าุโหลายคน จิติญญาสีฟ้า สูงสุดเท่าที่เคยมีมาในตระกูลเทียบเท่าหลีเฉินเฟิงในอดีต
จากนั้นก็มีผู้ที่ได้เพียงแสงสีขาวมัว หรือแม้แต่บางคนไม่มีแสงใดเลย—จิติญญาไม่ตื่นขึ้น พวกเขาจะกลายเป็ ‘ผู้ไร้ิญญา’ ที่ไม่มีโอกาสเดินบนเส้นทางนักสัญญา
“ต่อไป… หลี่หยาง”
เสียงเงียบงันชั่วขณะก่อนจะมีเสียงหัวเราะแ่เบาดังขึ้นจากกลุ่มญาติพี่น้อง
“เ้าขยะผู้นั้นยังจะมาหวังสิ่งใดอีก?”
“เมื่อสามปีก่อนไม่มีแม้แต่แสง คราวนี้คงแค่มาเสียหน้าอีกครั้ง”
ทว่า หลี่หยางกลับก้าวขึ้นเวทีด้วยท่าทางสงบนิ่ง แตกต่างจากสายตาดูแคลนที่ปะทะมาทั่วสารทิศ
เขาวางฝ่ามือลงบนแท่นหิน—ไม่มีการสั่น ไม่มีคำอธิษฐาน—มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ
ทันใดนั้น…
ตูม!
แท่นศิลาสั่นะเื เสียงแตกเปรี้ยงดังสนั่นทั่วลาน!
แสงสีะเิออกมาราวกับเทพเ้าฟาดสายรุ้งลงจากฟ้า—สีเหลือง เขียว ฟ้า แดง ดำ ทอง และสุดท้าย…
สีรุ้งบริสุทธิ์!
“จิติญญาระดับสีรุ้ง…! เป็ไปไม่ได้!”
“ในตระกูลหลี่ไม่เคยมีใครเกินระดับฟ้า!”
“ข้า… ข้าตาฝาดหรือไม่!?”
ผู้าุโหลายคนลุกพรวดจากที่นั่ง ดวงตาสั่นไหวด้วยความไม่เชื่อ ขณะที่ผู้นำตระกูลเองยังลุกขึ้นยืนอย่างตกตะลึง
แสงสีรุ้งรวบรวมพลังเป็วงเวทย์แห่งสัญญา ทันทีที่ััได้ถึงการเปลี่ยนแปลงภายใน จิตของหลี่หยางพลันสว่างวาบ—ไม่ใช่เพียงความรู้สึกแห่งพลัง หากแต่เป็แสงจริง ๆ ที่พุ่งวาบออกจากกลางอกของเขา
แสงเจ็ดสี… รวมเป็หนึ่งเดียว… ประหนึ่งสายรุ้งที่ฉีกผ่านท้องฟ้า!
หลี่หยางเบิกตากว้าง เมื่อเห็นภาพสะท้อนของจิติญญาตนเองปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
มันคือ จิติญญาสีรุ้ง—สิ่งที่ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในตำราใดของตระกูล หรือในความรู้ที่เขาเคยได้ยินมา
แสงแต่ละสีก่อเกิดเป็ริ้วราวเปลวเพลิงที่แตกต่างกัน ทว่าไม่ได้เบาบางหรือพร่ามัวแบบิญญาของผู้ฝึกธรรมดา หากแต่ทอประกายแ่า ทรงพลัง และสวยงามอย่างน่าหวาดกลัว“เป็ไป
ไม่ได้… หรือว่านี่… จิต
นี่คือจิติญญาที่ถูกปลุกโดยขั้นแรกของคัมภีร์ “หงส์เจ็ดสีกรีดนภา” อย่างแท้จริง…
จิตสีรุ้งนี้บ่งบอกถึงศักยภาพในการควบคุมธาตุทั้งเจ็ด, การทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรนอกขอบเขตเดิม และยังแฝงด้วย พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงโชคชะตา หากสร้างแดนิญญาในทะเลจิติญญา จะสามารถสร้างแดนิญญา ได้หลายแดน ที่แตกต่างกันได้
หลี่หยางกำหมัดแน่น สายตาเปล่งประกายด้วยเป้าหมายใหม่ข้าไม่ใช่คน
หลี่หยางหลับตาลงอีกครั้ง ปล่อยให้ิญญาพาเขาเข้าสู่มิติแห่งจิต
ณ ใจกลางมิติแห่งจิติญญา — ม่านหมอกแห่งแสงสีเทาเคลื่อนไหวช้า ๆ ร่างของหลี่หยางล่องลอยอยู่กลางเวหา รอบตัวคือผืนอากาศที่ไม่มีขอบเขต
ตูม!
แสงสว่างเจิดจ้าเจ็ดสีแตกออกจากกลางอกของเขา กลายเป็เส้นใยพลังงานที่พุ่งสู่ท้องฟ้า และกระตุ้นให้ จิตอสูรในห้วงมิติแห่งสัญญา ต่างตื่นขึ้น
ในวินาทีนั้นเอง อสูรโบราณหลากหลายตนค่อย ๆ ปรากฏขึ้นจากเงามืดรอบตัวเขา!
• พยัคฆ์ดาราเก้าหาง – ระดับจักรพรรดิ สัตว์อสูรที่ไม่เคยยอมทำพันธะกับผู้ใด หางของมันสะบัดเบา ๆ แต่แผ่กลิ่นอายจักรพรรดิที่ะเืฟ้า
• ัเงาเหมันต์ – ระดับราชัน ร่างมันโปร่งใสปานหมอกเย็น ลำตัวบิดโค้งกลางอากาศ มองเขาด้วยั์ตาสีเงิน
• วานรเหมันต์เทวะ – สัตว์อสูรสายป้องกันที่เคยคร่าชีวิตนักสัญญาระดับสูงมาแล้วนับไม่ถ้วน
อสูรแต่ละตนล้วนมีพลังอำนาจระดับสูงสุด พวกมันต่าง “เรียกร้อง” ิญญาของหลี่หยาง
พวกมันรู้— จิติญญาสีรุ้งที่ห่อหุ้มตัวเขานั้นไม่ธรรมดา
“เด็กคนนี้… หากเป็เ้านายของข้า บางทีโลกนี้อาจเปลี่ยนแปลง…”
อสูรแต่ละตนต่างเสนอภาพอนาคตของตนให้เขาได้ัั — พลังอำนาจ ชัยชนะ ความรุ่งเรือง
แต่… หัวใจของหลี่หยางกลับสงบนิ่ง เขามองทะลุความเย้ายวนเ่าั้ด้วยสายตาเ็า
“พวกมัน… แกร่งเกินไป… ข้าในตอนนี้ไม่สามารถรองรับพลังของพวกมันได้ ข้าอาจจะตกเป็ทาสของพวกมัน”
หลี่หยาง พึมพำกับตนเอง เขาหันหลังให้เหล่าจักรพรรดิ์และราชัน ไม่ไหวเอนกับคำเชื้อเชิญอันทรงอำนาจ
เขาเลือกเดินเข้าสู่มุมหนึ่งของห้วงมิติ…
…ใต้เงาไม้สีเื เถาวัลย์ที่ซุกซ่อนเหมือนสิ่งไร้ค่านั้น กลับเรืองแสงบางเบาเมื่อเขาเข้าใกล้
มันคือ “ไมยราพหนามแดง” — สัตว์อสูรระดับสามัญ
ไร้ค่าในสายตาผู้อื่น แต่มีความแน่วแน่ที่เงียบงัน หลี่หยางเฝ้ามองมันอย่างเงียบๆ พร้อมคิดในใจ
เมื่อมือของหลี่หยางแตะลงบนเถาหนาม…
หนามพันรัดมือเขาแน่น ก่อนจะรวมพลังแห่งิญญาเข้าเป็สัญญา!
“พันธะสมบูรณ์”
สัตว์อสูรตนแรกในชีวิตของเขาเกิดขึ้นภายใต้เงามืดแห่งการดูแคลน
…
เมื่อหลี่หยางลืมตาตื่นขึ้นในโลกจริง ใบหน้าของเขานิ่งสงบ แต่ในใจมีเพลิงที่ลุกโชน
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเย้ยจากเหล่าผู้าุโและคนในตระกูลเมื่อทราบข่าว “ถึงแม้จะมีจิตสีรุ้ง แต่ได้แค่ไมยราพ? จิตอสูรระดับต่ำ เศษสวะก็ยังคงเป็เศษสวะจริงๆ!”
หลี่หยางไม่ตอบโต้ เขาเพียงแค่มองเงาสะท้อนของตนในกระจกตาว่างเปล่าของไมยราพหนามแดง แล้วกล่าวเบา ๆ “ข้าเอง… ก็เหมือนเ้า ไร้ค่าในสายตาผู้อื่น” “แต่นับจากนี้ไป… เ้าจะเป็สัตว์อสูรของข้า… และข้าจะเป็คนเปลี่ยนชะตามันด้วยตัวเอง!”
แม้ข้าจะเริ่มต้นจากไมยราพ… แต่ข้าจะปีนขึ้นไปถึงยอดฟ้า
เพื่อให้พวกเ้าทั้งหลาย… ต้องหันกลับมามองด้วยความเกรงกลัว!