ตอนที่ 4 (5)
“สวัสดีครับคุณลุงคุณน้า ผมถังเฮ่อ ขอโทษด้วยครับที่จู่ๆ ก็ตามเจี้ยนโยวมารบกวนโดยไม่บอกไม่กล่าวก่อน” ถังเฮ่อทักทายผู้ใหญ่อย่างสุภาพก่อนจะยื่นกระเช้าแอปเปิลในมือให้แม่ตู้
“ไม่ๆ ไม่รบกวนๆ พวกเรายินดีต้อนรับเพื่อนของเสี่ยวโยวมากๆ” ลุงเคอรับกระเช้าจากมือของแม่ตู้อย่างกระตือรือร้นและพาแขกเข้าไปในห้องนั่งเล่น
แม่ตู้ที่เดินตามอยู่ด้านหลังกระซิบถาม “เป็...” เธอลังเลที่จะถาม
“ไม่ใช่” ตู้เจี้ยนโยวกับลุงเคอตอบเป็เสียงเดียวกัน
ตู้เจี้ยนโยวจนปัญญาจริงๆ
ถังเฮ่องุนงงอีกครั้ง ไม่รู้ว่าสามคนนี้กำลังเล่นปริศนาทายคำอะไรอยู่
“อ้อๆ พวกเธอ พวกเธอนั่งก่อน เดี๋ยวแม่ไปปอกผลไม้กับชงชา ที่บ้านไม่มีของดีๆ ไว้ต้อนรับ ขอโทษด้วยนะ...” แม่ตู้คิดหาอะไรทำอย่างทำตัวไม่ถูก จึงเดินวนไปวนมาระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องครัว
“ไม่เป็ไรครับคุณน้า พวกเรามาเยี่ยม คุณน้าทำแบบนี้กลับเป็พวกเราซะเองที่เกรงใจ” ถังเฮ่อรีบลุกขึ้น ้าให้แม่ตู้นั่งลง
“นั่นสิ แม่ไม่ต้องทำหรอก พวกเรากลับมาเยี่ยมแป๊บเดียว มาดูสุขภาพแม่สักหน่อย ลุงเคอบอกว่าแม่ตรวจสุขภาพครั้งนี้เจอความดันสูงเข้าเหรอ หมอสั่งจ่ายยาแล้วใช่ไหม กินยาตามเวลารึเปล่า” ลุงเคอหิ้วซี่โครงตุ๋นยาจีนเข้าไปในครัว ถือโอกาสผลักแม่ตู้กลับมาที่ห้องนั่งเล่นและให้ตู้เจี้ยนโยวจูงแม่กลับไปนั่งบนโซฟาให้เรียบร้อย
“นั่งๆๆ นั่งกันให้หมดนี่แหละ” แม่ตู้เห็นว่าถังเฮ่อยังยืนอยู่จึงเรียกให้นั่งลงและทำตัวตามสบาย
“จริงๆ แล้วความดันแม่ก็ยังดีอยู่ หมอแค่บอกว่าสูงนิดหน่อย สาเหตุหลักเพราะมีอายุแล้วเลยต้องระวังไว้บ้าง ลุงเคอของลูกบอกว่าแม่เป็หนักเหรอ ดูสิเนี่ยทำลูกใหมด...” แม่ตู้ถลึงตาอย่างไม่สบอารมณ์ใส่ลุงเคอที่กำลังยกชุดชาออกมาเตรียมชง “คุณทำลูกชายฉันใแบบนี้ทำไม”
“แม่ครับ ลุงเคอไม่ได้ทำผมใ แม่อย่าว่าลุงเลย ลุงก็เป็ห่วงแม่เหมือนกัน” ตู้เจี้ยนโยวรีบช่วยพูดแทนลุงเคอ
ลุงเคอยิ้มแต้ “ใช่ ฉันไม่ได้พูดอะไรนะ เป็เสี่ยวโยวต่างหากที่กตัญญู พอได้ยินว่าเธอไม่สบายก็เป็กังวลแล้ว” ลุงเคอพูดพลางลวกกา ลวกถ้วยชา และล้างชาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่จะชงชาสี่ถ้วยเสร็จด้วยความรวดเร็ว
“มาดื่มชากัน คุณถัง ดื่มชาก่อน”
“ขอบคุณครับคุณลุง” เมื่อถังเฮ่อรับชามาก็เริ่มดมก่อน แล้วค่อยจิบคำเล็กๆ “เป็ชาที่หอมมาก” ท่าดื่มชาซานหลงฮู่ติ่ง[1]ของเขาทำให้ลุงเคอเบิกบานใจราวกับเจอคนรู้ใจ
“คุณถังก็ชิมชาเป็เหมือนกันเหรอ นี่คือชาจูลู่ที่ได้จากเทือกเขาอาลีซันสือจ้าวที่เพื่อนส่งมาให้ เป็ชาที่ชนะเลิศของปีนี้ ลองดูลักษณะของใบชาที่ซีกหนึ่งเป็สีเขียวหยกสิ ลักษณะพิเศษของมันอยู่ที่การเก็บยอดอ่อนใบชาด้วยมือทั้งหมด ได้ยินมาว่าวิธีการอบใบชาให้แห้งเป็เอกลักษณ์มาก” ลุงเคอหยิบกระป๋องชาอย่างตื่นเต้น เทใบชาออกมากำมือเล็กๆ ให้ถังเฮ่อดู
“ถ้าดูน้ำชาอีกทีจะเห็นว่าเป็สีเขียวน้ำผึ้ง พอเข้าปากจะมีกลิ่นหอมที่เป็เอกลักษณ์ของชาูเาสูง มีความหวานเมื่อกลืนลงคอแหละ” ลุงเคออดใจไม่ไหวจริงๆ ดึงถังเฮ่อไปพูดรัวข้อมูลใส่
“ไม่กล้าพูดว่าชิมชาเป็หรอกครับ คุณพ่อผมก็ดื่มชา ผมเคยดื่มตามอยู่่หนึ่ง นี่เป็ชาที่ดีมาก รสชาติหอมหวานตอนลงคอไม่หายไปเลยจริงๆ ครับ” ถังเฮ่อคุยเื่ชากับลุงเคอขึ้นมาจริงๆ แล้ว ลุงเคอถึงกับลากไปดูคอลเล็กชันกาน้ำชาของตัวเอง
แม่ตู้มองแผ่นหลังของถังเฮ่อที่ยืนอยู่บริเวณตู้ชา สีหน้าสับสนเล็กน้อย เธอแอบดึงมือของตู้เจี้ยนโยวมาพลางกระซิบถาม “เสี่ยวโยว...”
“หืม” ตู้เจี้ยนโยวมองใบหน้าด้านข้างที่แจ่มใสของถังเฮ่อด้วยอาการใจลอย เมื่อเห็นการสนทนาที่สนิทสนมของอีกฝ่ายกับลุงเคอโดยที่ไม่มีสีหน้าแบบขอไปทีแม้แต่น้อย ตู้เจี้ยนโยวก็เผลอยิ้มน้อยๆ โดยไม่รู้ตัว
แม่ตู้มองตามตู้เจี้ยนโยวไปยังสองคนนั้นที่กำลังคุยกันอย่างกระตือรือร้นโดยไม่ได้สนใจทางนี้เลย เธอกัดริมฝีปาก ตัดสินใจพูดว่า “เสี่ยวโยว แม่ไม่ขออย่างอื่น แค่อยากให้ลูกแข็งแรงและมีความสุข ส่วนเื่อื่น แม่กับลุงเคอรับได้หมด แม่ดีใจมากที่ลูกยอมพาเพื่อนมาบ้าน” แม่ตู้มองตู้เจี้ยนโยวด้วยความตั้งใจ แววตาเผยความเอ็นดู อาลัยอาวรณ์ จนใจ และความรักโดยไร้ซึ่งเงื่อนไขใด
“...” ตู้เจี้ยนโยวหันกลับมามองแม่ด้วยความประหลาดใจ เขาขยับปากแต่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยออกมาได้ เขามองแม่ ลุงเคอ และถังเฮ่ออย่างทำตัวไม่ถูก จากนั้นหันกลับไปมองที่แม่อีกครั้ง
พวกเขาไม่เคยพูดคุยเื่นี้กันมาก่อน ไม่เคยเลย
ทว่ากลับรู้แน่แก่ใจต่อกัน
พ่อแม่ที่เอาใจใส่ลูกย่อมมองเบาะแสเล็กๆ น้อยๆ ออก
ทุกการขยับตัวั้แ่ยังเด็ก วาจาที่เปล่งออกมาและแววตาสั่นไหวขณะถูกถาม การไม่เคยคบหากับเด็กสาว อีกทั้งหนังเกี่ยวกับคนรักเพศเดียวกันที่เก็บไว้ในห้อง สิ่งเหล่านี้ทำให้คาดเดารสนิยมทางเพศของลูกชายได้
ลุงเคอไปเจอซีดีพวกนั้นตอนทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ประจำสิ้นปีเมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนแรกยังพูดกับแม่ของตู้เจี้ยนโยวอย่างคึกคักว่า “เราก็ไม่ได้ดูหนังมานานแล้ว เมื่อก่อนเธอชอบดูหนังมากนี่ เดี๋ยวทำความสะอาดบ้านเสร็จแล้วมาดูกันไหม เสี่ยวโยวของเราสายตาเฉียบแหลม หนังที่ทำให้เขาเก็บสะสมได้ต้องเป็เื่ที่ดีแน่ๆ เธอดูสิ ‘The Wedding Banquet[2]’ แล้วยังมี ‘Brokeback Mountain[3]’ ด้วย ก็คือหนังของผู้กำกับชื่อดังคนนั้นไง ชื่ออั้งอะไรสักอย่าง จำได้ไหมที่ครั้งก่อนเราดูสัมภาษณ์พิเศษรายการหนึ่ง ที่ไปสัมภาษณ์ผู้กำกับใหญ่คนนั้นไง”
หลังทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่เสร็จ ลุงเคอก็ลากแม่ตู้มาดู ‘The Wedding Banquet’ จริงๆ
หลังจากทั้งคู่ดูจบ ต่างรู้สึกว่าหนังดีจริงๆ เพียงแต่พากันถอนหายใจอยู่หน่อยๆ เื่ที่ว่าทำไมพระเอกถึงได้รักผู้ชายกันล่ะ นางเอกคนนั้นก็สวยไม่ใช่เหรอ ลุงเคอยังไม่หนำใจ เปิดดูอีกเื่ และทั้งคู่ยิ่งดูก็ยิ่งเงียบกริบ
‘Brokeback Mountain[4]’ ‘Happy Together[5]’ หลันอี้[6]’...
เชิงอรรถ
^ เป็นท่าที่ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้จับด้านข้างจอก และใช้นิ้วกลางประคองใต้จอก^ The Wedding Banquet (1993) เป็นหนังจีนซึ่งตีแผ่ความแปลกแยกระหว่างยุคสมัยและวัฒนธรรมผ่านชีวิตของเกย์หนุ่มชาวไต้หวันที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก แต่จำเป็นต้องแต่งงานกับผู้หญิงเพื่อเอาใจพ่อแม่ ผลงานของผู้กำกับอั้งลี่^ ชื่อไทยคือหุบเขาเร้นรัก (2005) เป็นภาพยนตร์โรแมนติก-ดราม่าแนวชายรักชาย กำกับโดยอั้งลี่เช่นกัน^ หุบเขาเร้นรัก เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก-ดราม่า กำกับโดย หลี่ อัน ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวไต้หวัน เกี่ยวกับคาวบอยหนุ่มสองคนที่พานพบและตกหลุมรักกัน^ โลกนี้รักใครไม่ได้นอกจากเขา (1997) หนังเกย์ของผู้กำกับชื่อดัง หว่อง กา ไว โดยมีเลสลี่ จาง และ เหลียงเฉาเหว่ย แสดงนำ^ หลันอี้ ชาตินี้ชาติไหน รักนายคนเดียว (2001) หนังฮ่องกงโดยผู้กำกับสแตนลีย์ กวัน