ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

เล่มที่ 6 บทที่ 179 ยอมไม่รู้เสียดีกว่า

        หลินซือหย่วนค่อยๆ พลิกหน้าไดอารี่ไปที่หน้าหนึ่ง แล้วเริ่มอ่านเนื้อหาในไดอารี่นั้นทีละคำ

        เนื้อหาที่หลินซือหย่วนอ่านคือความจริงที่ว่าบ้านสกุลเฉินติดสินบนพยาบาลเพื่อสับเปลี่ยนลูกในอดีต

        ขณะที่ฟัง หูฉางหมินและจ้าวหงเหมยก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นเรื่อยๆ

        หลังจากที่หลินซือหย่วนอ่านจบ ภายในห้องโถงก็เงียบกริบทันที

        คนที่ทำลายความเงียบคือถิงถิง

        "พี่คะ ที่พี่ซือหย่วนอ่านมาทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องจริงเหรอคะ?" ถิงถิงถามด้วยสีหน้าสับสน

        หูหลันเยวี่ยตอบอย่างหนักแน่น "เป็นเรื่องจริงทั้งหมดเลย พยาบาลที่สับเปลี่ยนตัวพี่กับเฉินเชี่ยนเชี่ยนในตอนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว ไดอารี่เล่มนี้คือสิ่งที่ทิ้งไว้เป็นมรดก พ่อแม่อุปถัมภ์ของพี่ให้เงินพยาบาลคนนั้นก้อนหนึ่ง และพยาบาลคนนั้นก็ได้ใช้เงินก้อนนั้นสร้างบ้านอิฐมุงหลังคากระเบื้องหลังใหม่ให้ลูกชาย ถ้าทุกคนไม่เชื่อ ก็ลองไปดูที่หมู่บ้านหวังเจียจวงก็ได้ค่ะ"

        หลินซือหย่วนส่งไดอารี่ในมือให้หูฉางหมิน "ลุงครับ ผมรู้ว่าลุงอ่านออกเขียนได้ ลายมือพวกนี้ลุงน่าจะอ่านออกทั้งหมดนะครับ เพื่อที่จะเอาไดอารี่สำคัญเล่มนี้มาจากลูกชายของพยาบาลหวังชุ่ยฮวา หลันเยวี่ยต้องยอมจ่ายธนบัตรสิบหยวนไปหนึ่งใบ และบุหรี่อีกหนึ่งซอง ที่จริงเธอรู้เรื่องทั้งหมดตั้งแต่แรกแล้ว แต่กลัวว่าพวกคุณจะไม่เชื่อ และไม่อยากให้พวกคุณรู้สึกผิดที่ทำให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนต้องมีชีวิตที่ลำบาก หลันเยวี่ยถึงได้พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พวกคุณรู้ความจริงเรื่องการสลับตัวเด็กในครั้งนั้น"

        หูฉางหมินยื่นมือที่สั่นระริกไปรับสมุดไดอารี่จากหลินซือหย่วน

        ถิงถิงรีบเข้ามาดูด้วยใกล้ๆ

        ตอนนี้ถิงถิงไม่ใช่คนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เธออ่านหนังสือออกหลายร้อยตัว สามารถอ่านหนังสือพิมพ์เองได้แล้ว

        "พ่อแม่อุปถัมภ์ของพี่สาวหนูใจร้ายมาก ถ้าตอนนั้นพวกเขาโดนจับไปประจานจริงๆ พี่สาวหนูจะต้องได้รับผลกระทบไปด้วยแน่ ลูกสาวของพวกเขาอยู่ในบ้านคนจนอย่างพวกเรายังไงก็ไม่มีปัญหาอะไร" ถิงถิงกล่าวด้วยความโกรธแค้น

        ตั้งแต่ถิงถิงจำความได้ เธอก็รู้แล้วว่าคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นฝ่ายขวา หรือคนที่ถูกพวกปลอกแขนแดงจับจ้อง จะถูกปฏิบัติอย่างไรบ้าง คนที่ไม่ใช่ชาวนายากจนจึงถูกกลั่นแกล้งอย่างน่าเวทนา

        คนที่ถูกกลั่นแกล้งเหล่านั้นถึงแม้จะเป็นคนชั้นผู้ใหญ่ แต่ลูกหลานของพวกเขาก็จะถูกกีดกัน ถูกดูถูกเหยียดหยามต่างๆ นานา เพราะมีพ่อแม่ที่สร้างเรื่องให้เป็นที่ครหา

        จ้าวหงเหมยกล่าวทั้งน้ำตา "พวกเราเอาแต่คิดว่าเชี่ยนเชี่ยนต้องทนลำบากอยู่ในบ้านหลังนี้ แต่พวกเขากลับเลี้ยงดูเยวี่ยเยวี่ยมาอย่างดี พวกเราไม่ได้ให้เชี่ยนเชี่ยนมีชีวิตที่ดี สมควรถูกตำหนิ ที่แท้คนที่น่าสงสารที่สุดคือเยวี่ยเยวี่ยของพวกเรา และพวกเราที่ถูกหลอกมาตลอดนี่เอง!"

        หูฉางหมินถอนหายใจยาว "โชคดีที่พวกเขาทั้งสองคนไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นเยวี่ยเยวี่ยของพวกเราก็คงต้อง...เฮ้อ!"

        การรับรู้ความจริงสำหรับคนซื่ออย่างหูฉางหมินและจ้าวหงเหมยเป็นเรื่องที่โหดร้ายจริงๆ

        ถ้าให้พวกเขาไม่รู้อะไรเลยไปตลอดชีวิต นั่นแหละคือความไม่ยุติธรรมที่สุดสำหรับพวกเขา

        หูหลันเยวี่ยลุกขึ้น เดินตรงไปหาหูฉางหมินกับภรรยา ก่อนพูดด้วยสีหน้าหนักแน่น "พ่อคะ แม่คะ พ่อแม่ไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเชี่ยนเชี่ยนเลย คนที่ควรถูกตำหนิคือบ้านสกุลเฉินต่างหาก หนูไม่ได้ต้องการให้พ่อแม่ตัดความสัมพันธ์กับเชี่ยนเชี่ยน เพราะไม่ว่ายังไง เธอก็เป็นลูกสาวที่พ่อแม่เลี้ยงดูมาสิบแปดปี หนูแค่อยากให้พ่อแม่ไม่ต้องรู้สึกผิดต่อเชี่ยนเชี่ยนอีก พ่อกับแม่ได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดให้เฉินเชี่ยนเชี่ยนเท่าที่จะสามารถทำให้ได้แล้วค่ะ ซึ่งมากเพียงพอแล้ว และไม่ได้ติดค้างพ่อแม่อุปถัมภ์ของหนูด้วย"

        หลังจากพูดจบ หูหลันเยวี่ยก็หันหลังเตรียมจะเดินออกไปข้างนอก เธอรู้ว่าตอนนี้พ่อแม่ของเธอต้องการเวลาส่วนตัว

        หลินซือหย่วนรีบเดินตามออกไปด้วย

        ถิงถิงลังเลเล็กน้อย แล้วก็เดินตามออกไปด้วยเช่นกัน

        หูฉางหมินกลับมาอ่านไดอารี่ที่บันทึกความจริงในอดีตอย่างตั้งใจอีกครั้ง

        "หงเหมย ถ้าตอนที่เราเริ่มสงสัยว่าเชี่ยนเชี่ยนอาจไม่ใช่ลูกของพวกเรา พวกเราลองไปสืบดูสักหน่อย บางทีเยวี่ยเยวี่ยอาจจะได้กลับมาตั้งนานแล้วก็ได้" หูฉางหมินรู้ดีว่าพูดตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว

        จ้าวหงเหมยถอนหายใจ "ถึงพวกเราจะไปสืบจริงๆ ก็คงไม่เจออะไรหรอก พวกเราไม่ได้เก่งเหมือนเยวี่ยเยวี่ยกับซือหย่วน พวกเราติดค้างเยวี่ยเยวี่ย ต่อไปพวกเราจะต้องรักเยวี่ยเยวี่ยให้มากๆ ชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปให้ลูก"

        หูฉางหมินส่งเสียงอืมเบาๆ ในลำคอ แล้วเริ่มถอนหายใจยาวๆ

        ……………..

        หูหลันเยวี่ยไปเดินเล่นข้างนอกกับหลินซือหย่วน

        ขณะที่เดิน หลินซือหย่วนก็จับมือเรียวเล็กของสาวน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ " การที่พ่อแม่ของเธอยอมไม่รู้ความจริงยังดีเสียกว่า แต่การที่ปล่อยให้พวกเขาไม่รู้อะไรเลยก็ไม่ยุติธรรมสำหรับพวกเขาเหมือนกัน"

        หูหลันเยวี่ยตอบอย่างอ่อนโยน "ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถึงได้พยายามตามหาความจริงในอดีต"

        "เธอรู้ว่าการสับเปลี่ยนตัวเธอกับเฉินเชี่ยนเชี่ยนในตอนนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่เป็นการกระทำของมนุษย์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" หลินซือหย่วนถามด้วยความสงสัย

        หูหลันเยวี่ยลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบ "ก่อนที่พ่อแม่อุปถัมภ์จะส่งฉันกลับมา ฉันแอบได้ยินพวกเขาคุยกันตอนกลางดึกน่ะ"

        หูหลันเยวี่ยไม่สามารถบอกหลินซือหย่วนได้ว่าเธอได้ยินเรื่องทั้งหมดจากปากของเฉินเชี่ยนเชี่ยนหลังจากที่วิญญาณหลุดออกจากร่างในชาติที่แล้ว

        เธอรู้ดีว่าการที่เธอได้กลับมาเกิดใหม่เป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป เธอจึงไม่สามารถบอกใครได้

        หลินซือหย่วนไม่ได้สงสัยคำอธิบายของหูหลันเยวี่ยเลย "ในเมื่อเธอรู้ความจริงและรับรู้ตัวตนของพวกเขาตั้งแต่ก่อนที่จะกลับมาพบพ่อแม่ แล้วเธอยังทำตัวแย่ๆ ตอนเพิ่งกลับมาทำไม?"

        หูหลันเยวี่ยมองด้วยความละอายใจ "ฉันก็รู้ว่าตอนที่เพิ่งกลับมาฉันทำตัวแย่มาก นายก็ต้องเห็นใจด้วยนะ ฉันใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมาสิบกว่าปี มันยากมากจริงๆ ที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในชนบท ที่บ้านพ่อแม่อุปถัมภ์ของฉัน เวลาซักผ้าก็มีเครื่องซักผ้าให้ใช้ แถมยังได้กินเนื้อกินไข่ทุกวัน ฉันถึงได้..."

        "ยังดีที่เธอรู้ตัวเร็ว ไม่งั้น..." หลินซือหย่วนบีบมือของหูหลันเยวี่ยเบาๆ

        หูหลันเยวี่ยชักมือที่หลินซือหย่วนเอาไปกุมไว้ออกมาอย่างไม่แยแส "ถ้าฉันไม่ดีขึ้น นายก็คงไม่คบกับฉันสินะ"

        "ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นสักหน่อย" หลินซือหย่วนพูดจาไม่ตรงกับใจ

        หลังจากอยู่ข้างนอกกันสักพัก ทั้งสองคนก็แยกย้ายกันกลับบ้านใครบ้านมัน

        "พี่คะ บอกหนูมาตามตรงนะคะ ตอนเด็กๆ พ่อแม่อุปถัมภ์ไม่ได้รังแกพี่จริงๆ ใช่ไหมคะ?" ถิงถิงอยากรู้ว่าหูหลันเยวี่ยได้รับความทุกข์ทรมานอะไรบ้างจากพ่อแม่อุปถัมภ์

        หูหลันเยวี่ยจ้องมองดวงตาที่สดใสราวไข่มุกสีดำของถิงถิง แล้วตอบอย่างจริงจัง "ไม่ได้ถูกรังแกจริงๆ แต่เกือบไปแล้ว ถ้าพ่อแม่อุปถัมภ์ของพี่ถูก… พี่จะต้องถูกส่งไปลำบากในที่ที่ห่างไกลความเจริญแน่นอน พี่ไม่รู้ว่าทำไมพ่อแม่อุปถัมภ์ถึงรอดพ้นมาได้ อาจจะเป็นเพราะพวกเขาเอาพี่มาเลี้ยง โชคของพี่เลยไปช่วยพวกเขาไว้ก็ได้มั้ง"

        ถิงถิงกล่าวด้วยความยินดี "พวกเขาไม่ได้ถูกรังแก พี่สาวก็เลยไม่ได้เดือดร้อนไปด้วย ดีจังเลยค่ะ แต่ก็หนูหวังว่าพวกเขาจะโชคร้ายบ้าง เพราะไม่มีโชคของพี่สาวคอยปกป้องแล้ว"

        หลังจากที่สองพี่น้องคุยกันสักพัก ต่างคนก็ต่างไปทำธุระของตนเอง

        พริบตาเดียวก็เป็นเทศกาลหยวนเซียว [1] ในวันที่สิบห้าของเดือนแรกตามปฏิทินจันทรคติ

        เมื่อผ่านพ้นวันที่สิบห้าของเดือนแรกไป ปีใหม่ก็ถือว่าจบลงอย่างเป็นทางการ

        การเฉลิมฉลองเทศกาลหยวนเซียว

        หูหลันเยวี่ยทำขนมหยวนเซียวเอง เธอเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำขนมไว้ล่วงหน้าแล้ว พอถึงวันที่สิบห้าค่ำก็ค่อยเอามาทำกิน

        เชิงอรรถ

        [1] หยวนเซียว (元宵节) ค่ำคืนแรกของปีตามปฏิทินจันทรคติจีน หยวนเซียว แปลว่า “ค่ำคืนแรก” คำว่า “หยวน” มีความหมายว่า “แรก” ส่วน “เซียว” แปลว่า “กลางคืน” หยวนเซียวจึงมีความหมายว่าค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นครั้งแรกหลังจากขึ้นปีใหม่ (ตรุษจีน)

คล้ายกับเรื่องย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน