ขณะนี้ ณ มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ เมืองจิงตู
ศาสตราจารย์เฝิงในวัยกว่าห้าสิบปีผู้เพิ่งผ่านพ้นวันอันแสนเหนื่อยล้าและเพิ่งเลิกงานกลับมาถึงห้องทำงาน เขาทำเหมือนเช่นทุกครั้งคือดูรายการยามดึกสักพักก่อนจะกลับบ้าน
มือของเขาคอยเปลี่ยนช่องสถานีโทรทัศน์ไปเรื่อย ๆ และบังเอิญเปลี่ยนไปเจอรายการของสถานีโทรทัศน์เมืองซู ซึ่งกำลังฉายรายการ ‘ถอดรหัสปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์’
"ถอดรหัสปริศนาแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์?" ดวงตาของเขาเป็ประกาย ถูกดึงดูดด้วยรายการให้ความรู้ของเจียงเจ๋อ
ทันใดนั้นเขาจึงเลือกดูย้อนหลังและเร่งความเร็วการเล่นจนถึงปัจจุบัน ไม่นานเขาก็ดูจนจบ สีหน้าแห่งความอยากรู้อยากเห็นบนใบหน้ายิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"น่าสนใจแฮะ ใช้ฝาแฝด แม่ลูก และกลศาสตร์ควอนตัมมาอธิบายโทรจิต นี่เป็แิใหม่เลยนะ"
"หืม? การพัวพันเชิงควอนตัมสามารถข้ามผ่านกาลเวลาได้งั้นหรือ? แต่แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ เป็แค่ปัญหาเล็กน้อยใช้หลักวิทยาศาสตร์อธิบายได้ง่ายมาก!"
"มวลของสรรพสิ่งในโลกภายในเวลาและพื้นที่เดียวกันนั้นจะไม่เปลี่ยนแปลง หากจู่ ๆ มีใครบางคน หรือแม้แต่ก้อนหินก้อนหนึ่งจากอนาคตปรากฏขึ้น ณ วินาทีนี้ มันจะทำให้โลกเกิดการพังทลาย เพราะอนุภาคพื้นฐานภายในจักรวาล ณ วินาทีนี้ กำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างเป็ระบบ"
"เมื่อใดที่มีอนุภาคพื้นฐานจากบุคคลที่สามหลุดเข้ามา เช่น อนุภาคทั้งหมดที่ประกอบเป็ก้อนหินจากอนาคตตกลงมาสู่โลกในวินาทีนี้ มันย่อมส่งผลให้สมดุลมวลรวมของโลกต้องพังทลายลง!"
"หากมวลของโลกใบนี้อยู่ในสภาวะขาดแคลน และจำเป็ต้องมีวัตถุใหม่มาเติมเต็ม เมื่อนั้นหากมีก้อนหินจากอนาคตตกลงมาในโลกนี้ ก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น"
"แต่หากมวลของโลกอยู่ในสภาวะเต็มเปี่ยม แล้วมีก้อนหินจากอนาคตตกลงมาในโลกนี้ เมื่อนั้นจะเกิดภัยพิบัติที่ยากจะจินตนาการ ทั้งสึนามิ พายุฝนฟ้าคะนอง และภัยธรรมชาติอื่น ๆ อีกมากมาย สำหรับผู้เชี่ยวชาญแล้ว บางสิ่งบางอย่างมันช่างดูไม่เป็มืออาชีพเอาเสียเลย
"ส่วนเื่ที่ว่าแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ เป็จริงหรือไม่... อืม ในเส้นเวลาเดียวไม่น่าจะเป็ไปได้นะ"
แม้แต่ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ท่านนี้ก็คิดเหมือนกับคนส่วนใหญ่ในโลกที่ว่า แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ สามารถก่อให้เกิดโลกคู่ขนานได้เท่านั้น
ในเส้นเวลาเดียว สถานการณ์เช่นนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้มีอยู่ นอกจากว่าเจียงเจ๋อจะสามารถเอาชนะศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์วัยห้าสิบกว่าปีคนนี้ในสาขาที่เขาเชี่ยวชาญได้
เขาดูต่อไปด้วยทัศนคติที่ทั้งสงสัยและอยากรู้อยากเห็น
ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์คนอื่น ๆ เช่นเดียวกับศาสตราจารย์เฝิง เริ่มสังเกตเห็นรายการของสถานีโทรทัศน์เมืองซูเช่นกัน พวกเขาก็เตรียมพร้อมที่จะใช้ความรู้ทางวิชาชีพของตนเองมาฉีก ‘ลูกไม้’ ของเจียงเจ๋อได้ทุกเมื่อ
...
ภายในสตูดิโอของสถานีโทรทัศน์
เจียงเจ๋อกำลังพูดคุยอย่างคล่องแคล่วต่อหน้ากล้อง "ควอนตัมสามารถเดินทางข้ามเวลาได้จริง ๆ หรือไม่ ต้องผ่านช่องทางไหนถึงจะเดินทางข้ามเวลาได้?”
“จริง ๆ แล้วคำถามนี้ประเด็นหลักคือควอนตัมสามารถเปลี่ยนแปลงเวลาได้หรือไม่"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อทำสีหน้าจริงจังและก้มลงเขียนตัวอักษรตัวใหญ่บนโต๊ะว่า ‘ทางเลือกในปัจจุบันสามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้หรือไม่?’
จากนั้นเขาจึงยกไวท์บอร์ดขึ้น หันหน้าเข้าหากล้อง
"อย่างที่ทุกคนเห็น จริง ๆ แล้วสิ่งที่เราเจาะลึกมาตลอดคือ ‘ปัจจุบันสามารถส่งผลกระทบและเปลี่ยนแปลงอดีตได้หรือไม่!’ หากนำมาปรับใช้กับแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ก็คือหลานในวินาทีนี้ จะสามารถเปลี่ยนแปลงความเป็ความตายของปู่ในอดีตผ่านการทดลองบางอย่างได้หรือไม่!"
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมา ข้อความในแชทของสถานีโทรทัศน์และห้องไลฟ์สดก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
[คอมเมนต์ : นี่ เป็ไปได้ยังไง?]
[คอมเมนต์ : เปลี่ยนแปลงอดีตในตอนนี้เนี่ยนะ ล้อเล่นหรือเปล่า?]
[คอมเมนต์ : เขาหมายความว่าถ้าตอนนี้ผมฆ่าคน แล้วผมพูดว่า 'ขอโทษ' จะสามารถทำให้คนที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพได้งั้นเหรอ? นี่มันไร้สาระเกินไปแล้ว!]
ก่อนหน้านี้หลายคนคิดว่าเจียงเจ๋อมีฝีมือจริง ๆ จนกระทั่งเขาเสนอว่า ‘ปัจจุบันสามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้หรือไม่?’ ทำให้ผู้ชมจำนวนมากเริ่มสงสัยในความสามารถของเจียงเจ๋อทันที
...
ภายในห้องประชุมผู้บริหาร
เหล่าจ้าว เหล่าหวัง และคนอื่น ๆ มองคำพูดที่เจียงเจ๋อโยนออกมาด้วยสีหน้ามึนงง
เหล่าจ้าวถามอย่างตกตะลึงว่า "เปลี่ยนแปลงอดีตในตอนนี้? ทำไมฉันฟังดูแล้วมันเหมือนเื่เหนือธรรมชาติยังไงไม่รู้?"
หวังกั๋วเซิ่ง ผู้รับผิดชอบด้านการออกอากาศก็มีสีหน้ามึนงงเช่นกัน "ซี้ด… อย่าทำพังนะเว้ย กว่าจะดึงยอดผู้ชมขึ้นมาได้ขนาดนี้!"
แต่เซียวสืออี พิธีกรรายการบันเทิงกลับมองไปที่หวังหลิน พิธีกรรายการวิทยุแนวไซไฟที่กำลังยิ้มอยู่ "นายยิ้มทำไม?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของหวังหลินยิ่งกว้างขึ้น "ฉันรู้แล้วว่าขั้นตอนต่อไปเจียงเจ๋อจะทำอะไร"
"คืออะไร?" ทุกคนหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
หากจะบอกว่ามีใครในที่นี้ที่เข้าใจคำพูดของเจียงเจ๋อ ย่อมต้องเป็หวังหลินที่เรียนจบสายวิทยาศาสตร์ มิเช่นนั้นเขาคงไม่ก้าวเข้าสู่เส้นทางพิธีกรจัดรายการวิทยุแนวไซไฟ
หวังหลินยิ้มอย่างมีเลศนัย "จริง ๆ แล้วศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ทุกคนน่าจะรู้ว่าเขาจะทำอะไร หากมองในมุมของรายการโทรทัศน์ การทดลองต่อไปของเขาจะพลิกโลกทัศน์ของผู้คนที่ไม่มีความรู้เื่กลศาสตร์ควอนตัมอย่างแน่นอน!"
สิ้นคำพูดนั้น ผู้บริหารทุกคนในที่แห่งนั้นต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจและเริ่มคาดหวังมากขึ้น ยิ่งหวังหลินไม่ยอมอธิบายพวกเขาก็ยิ่งอยากรู้!
...
บนเวทีบรรยาย
เจียงเจ๋อมีสีหน้าครุ่นคิด การทดลองต่อไปทำได้ค่อนข้างยากและอุปกรณ์ในที่แห่งนี้ก็ไม่เพียงพอ
เขากำลังคิดถึงเื่เล่าสั้น ๆ เื่หนึ่ง ที่จะทำให้ผู้คนเข้าใจและยอมรับข้อสรุปของการทดลองที่เขากำลังจะเล่าได้มากขึ้น
‘การทดลองทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัมของวีเลอร์!’
เขาจำได้ว่าข้อสรุปหลักของการทดลองทางเลือกหน่วงเวลานี้คือ ทางเลือกในปัจจุบันภายในโลกจุลภาคสามารถเปลี่ยนแปลงอดีตได้
ไม่นานเขาก็ยิ้มบาง ๆ และมีเื่ราวหนึ่งผุดขึ้นในใจ
"ก่อนจะเล่าถึงการทดลองต่อไป ผมมีเื่เล่าสั้น ๆ เื่หนึ่ง บางทีทุกท่านอาจจะลองฟังดูครับ" ทันทีที่พูดจบทั้งในสตูดิโอและผู้ชมต่างก็ตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ
"สมมติว่าจักรพรรดิในราชวงศ์ยุคหนึ่ง ในวันที่หนึ่งของทุกเดือนจะให้ขันทีคนหนึ่งไปส่งราชโองการให้ท่านผู้ว่าการ ณ จวนผู้ว่าการ ขันทีเดินทางจากเมืองจิงตูไปยังจินหลิงโดยมีสองเส้นทางให้เลือก"
"ตอนที่ขันทีเริ่มออกเดินทาง เขาอาจจะไปเส้นทาง A หรืออาจจะไปเส้นทาง B ซึ่งทั้งสองเส้นทางนี้มุ่งหน้าสู่ถนนสองสายหน้าประตูเมืองของจวนผู้ว่าการ"
"คำแนะนำเพิ่มเติม ตรงนี้ต้องระวังให้ดีนะ… หากเมื่อไม่มีใครสังเกตเห็นขันทีคนนี้ เราจะสันนิษฐานว่าบนถนนก็ไม่มีใคร และขันทีบนถนนจะไม่ถูกสังเกตเห็นโดยใครเลย"
"ตามทฤษฎีแล้วเมื่อคุณไม่สังเกตเห็นขันทีคนนี้ ขันทีอาจจะเดินเส้นทาง A หรือเส้นทาง B ก็ได้ หากเปรียบขันทีเป็ควอนตัม ในขณะที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ขันทีจะอยู่ใน ‘การซ้อนทับเชิงควอนตัม’ เขาอาจจะไป A หรือไป B ซึ่งอยู่ในสภาวะที่ไม่แน่นอน"
"และวิธีที่จะทำลายการซ้อนทับเชิงควอนตัมก็คือ การสังเกต การฟัง การดู การดม การัั ล้วนเป็การ ‘สังเกต’ อย่างหนึ่ง ต่อไปหวังว่าทุกคนจะใช้แินี้ติดตามเื่เล่าตัวอย่างของผมครับ"
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ ผู้ร่วมรายการในสตูดิโอต่างพยักหน้าเห็นด้วย เพราะพวกเขารู้ก่อนคนอื่นว่าเจียงเจ๋อกำลังพูดถึง ‘การทดลองทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัมของวีเลอร์’
[คอมเมนต์ : เขามีฝีมือนะ สามารถนำการทดลองคลาสสิกหลายอย่างของกลศาสตร์ควอนตัมมาผสมผสานกัน แล้วเล่าให้เข้าใจง่ายได้ ก็นับว่าเป็ความสามารถ]
[คอมเมนต์ : นี่ก็เหมือนกับ ‘แมวของชเรอดิงเงอร์’ จนกว่ากล่องจะถูกเปิดออก ถึงจะรู้ว่าแมวตัวนั้นเป็หรือตาย!]
[คอมเมนต์ : เหมือนกับการโยนเหรียญแล้วหลับตาลง เมื่อเหรียญตกพื้น เหรียญอาจจะเป็หัวหรือก้อย จนกว่าจะลืมตาขึ้น ถึงจะกำหนดได้ว่าเหรียญเป็หัว ก้อย หรือแม้แต่กรณีที่มีโอกาสน้อยมากคือเหรียญตั้งชัน]
ผู้ชมจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มจมดิ่งไปกับคำบอกเล่าของเจียงเจ๋อ
เสียงของเจียงเจ๋อยังคงดังมาจากบนเวที "เอาละ! เมื่อทราบแิเื่การซ้อนทับเชิงควอนตัม และการสังเกตหรือไม่สังเกตแล้ว เรากลับเข้าสู่หัวข้อหลักกันต่อ!"
"ขันทีจะเลือกเส้นทางไหนไปจินหลิง ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเขาในวินาทีที่ก้าวออกจากบ้าน ตลอดทางยังคงไม่มีใครรู้ว่าขันทีเดินเส้นทางไหน"
"ในที่สุดก็ถึงกำหนดการของท่านผู้ว่าการในวันที่ 15 ของเดือน หลังจากผ่านไป 15 วัน ก็ประสบความสำเร็จในการรับขันทีที่ชานเมือง ทว่าขันทีที่ปรากฏตัวกลับมีเพียงคนเดียว! เอาล่ะ ในครั้งนี้มีเพียงคนเดียว เื่ราวตอนนี้ยังไม่มีอะไรแปลก!"
...
"ในวันที่หนึ่งของเดือนที่สอง จักรพรรดิสั่งให้ขันทีไปส่งจดหมายให้ท่านผู้ว่าการอีกครั้ง ขันทีทำเหมือนครั้งก่อนคือเลือกเส้นทาง A และ B สำหรับคนนอกแล้วยังคงไม่มีใครรู้ว่าขันทีเดินเส้นทางไหน"
"ครั้งนี้ในวันที่ 15 เกิดอุบัติเหตุขึ้น เนื่องจากท่านผู้ว่าการอดนอนเพราะเต้นรำทำเพลงกับภรรยาเป็เวลาสองชั่วโมงครึ่ง ทำให้เป็หวัดจนต้องนอนซมอยู่บนเตียง เขาไม่ได้ออกไปต้อนรับขันทีที่ชานเมืองแต่ปล่อยให้ขันทีเข้ามาเอง"
"ในบ่ายวันนั้น ขันทีที่มาถึงห้องของจวนผู้ว่าการกลับมีขันทีถึงสองคน! ท่านผู้ว่าการเพียงแต่สงสัยว่า ‘ครั้งนี้ทำไมถึงมาสองคนกันนะ!' ”
“เอาละ ครั้งก่อนท่านผู้ว่าการไปต้อนรับขันทีที่ประตูชานเมืองและได้ต้อนรับขันทีหนึ่งคน ครั้งนี้ท่านผู้ว่าการป่วยจึงไม่ได้ไปต้อนรับขันที แต่กลับได้ต้อนรับขันทีสองคนภายในห้องของตัวเอง"
"ในทั้งสองกรณี วินาทีที่ท่านผู้ว่าการเห็นขันทีถือเป็การ ‘สังเกตโดยตรง’ ส่งผลให้ ‘การซ้อนทับเชิงควอนตัมของขันทีเกิดการยุบตัว’ จากสภาวะที่ไม่แน่นอนกลายเป็สภาวะที่แน่นอน"
...
"เรามาต่อกันเถอะ อัปเกรดเื่นี้ขึ้นไปอีกระดับ! ในหลายเดือนต่อมา จักรพรรดิเบื่อจนสั่งให้ขันทีไปส่งจดหมายให้ท่านผู้ว่าการเล่น ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ท่านผู้ว่าการได้ค้นพบกฎเกณฑ์อย่างหนึ่งของจักรวาล"
"ทุกครั้งที่เขาออกไปต้อนรับขันทีนอกเมืองและเห็นขันทีกับตา ขันทีที่มาจะมีเพียงหนึ่งคน! ทุกครั้งที่เขาไม่ออกไปต้อนรับขันทีนอกเมืองแต่ต้อนรับขันทีที่บ้าน ขันทีกลับมีสองคน!"
"หลังจากนั้นหลายสิบปี เขาพยายามทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนอนไม่หลับเหงื่อโชกตัว เขาไม่รู้จักสิ่งที่เรียกว่า ‘การซ้อนทับเชิงควอนตัม’ เขาเพียงแต่ค้นพบปรัชญาชีวิตอย่างหนึ่ง"
"ทำไมการกระทำของฉันในวันที่ 15 ว่าจะออกไปต้อนรับหรือไม่ ถึงสามารถส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของฮ่องเต้ในวันที่หนึ่งของเดือนได้กันนะ? ตอนที่ฮ่องเต้ส่งขันทีมาให้ฉัน แต่ละครั้งส่งมาหนึ่งคนหรือสองคนกันแน่?"
"ดังนั้นท่านผู้ว่าการจึงตายไปพร้อมกับปริศนาแห่งศตวรรษนี้ เขาตายโดยที่ไม่รู้เลยว่าทำไมถึงเป็เช่นนี้! ทั้งหมดนี้ มีสาเหตุมาจาก..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อก็ยกไวท์บอร์ดขึ้นมา บนไวท์บอร์ดมีตัวอักษรตัวใหญ่แปดตัว ‘การทดลองทางเลือกหน่วงเวลาเชิงควอนตัมของวีเลอร์!’
สิ้นคำพูดนั้น ทุกคนด้านล่างเวทีต่างเงียบกริบ ใบหน้าของทุกคนแสดงออกถึงความไม่อยากจะเชื่อ