"อื้ม ตอนนี้ก็พอจะเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้นแล้วล่ะ ว่าโลกในตอนนี้ได้พัฒนาไปในหลายอย่างจากเมื่อก่อนเยอะเลย" หลังจากที่เรอัลได้ฟังสิ่งต่าง ๆ ที่ริเอน่าเล่าออกมาให้เขาฟังไม่ว่าจะสิ่งที่เกิดขึ้น สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไป สภาพสังคมในปัจจุบัน และเื่อื่น ๆ อีกหลากหลายอย่าง มันจึงทำให้เขาได้เข้าใจในอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น
"ขอบคุณเ้ามากเลยนะริเอน่า ที่ช่วยเล่าสิ่งต่าง ๆ ให้ข้าฟัง" เรอัลพูดขอบคุณหญิงสาวที่กำลังนั่งอยู่ข้าง ๆ เขา
"ไม่จำเป็ต้องขอบคุณฉันหรอกนะคะนายท่าน แค่ฉันได้ทำตัวเป็ประโยชน์แก่ท่านฉันก็ดีใจมากแล้วค่ะ" ริเอน่ากล่าวปฏิเสธคำขอบคุณของเรอัล
"ไม่ได้ ๆ คนที่ทำงานได้ดีจำเป็ต้องได้รับคำขอบคุณหรือไม่ก็เป็รางวัลตอบแทนอะไรสักอย่าง ในเมื่อเ้าปฏิเสธคำขอบคุณของข้า ถ้าอย่างนั้นข้าจะให้รางวัลเป็การตอบแทนเ้าล่ะกัน เอ๊า บอกมาว่าเ้า้าอะไร" เรอัลที่ได้ยินริเอน่าปฏิเสธ เขาจึงตัดสินใจที่จะให้รางวัลบางอย่างกับเธอแทน และจะไม่มีทางให้เธอนั้นพูดปฏิเสธอีกครั้ง
"ไม่เป็ไรค่ะนายท่าน ฉันไม่ได้มีความ้ารางวัลอะไรตอบแทนจากท่านเลยแม้แต่น้อ.." ริเอน่าจะพูดปฏิเสธขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่จะหยุดชะงักไปก่อนด้วยคำพูดคำพูดนึงจากเรอันที่พูดขัดขึ้นมา
"ถ้าเ้ายังจะปฏิเสธน้ำใจของข้าไปมากกว่านี้อีกละก็ ข้าคงจะแค่ทำตัวเป็ไม่สนใจเ้าอีกแล้วนับแต่จากนี้เป็ต้นไปแล้วล่ะ" เรอันได้พูดขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบไร้อารมณ์ พร้อมกับจ้องมองไปยังทางหญิงสาวด้วยสายตาเฉยชาราวกับว่าตอนนี้เธอนั้นไม่ได้มีตัวตนอยู่ในสายตาของเขาอีกเลยแม้แต่น้อย จนทำให้หญิงถึงกับหน้าซีดเผือกขึ้นมาในทันที
"ม..ไม่นะคะนายท่าน คือว่าฉัน...คือว่าฉัน เพียงแค่..แค่." ริเอน่าที่ได้เห็นท่าทางของเรอัลก็ถึงกับรู้สึกตื่นตะหนกจนทำอะไรไม่ถูก พร้อมกับมองไปยังทางเรอัลด้วยดวงตาสั่นไหมคล้ายกับกำลังจะร้องให้ออกมาอีกครั้ง จนทำให้หน้าตาที่เคยดูเ็าของเรอัลกลับมาดูอ่อนโยนอีกครั้ง ราวกับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็หลังมืออย่างไรอย่างนั้น ก่อนที่เขาจะหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆๆ ข้าแค่ล้อเ้าเล่นน่า อย่าจริงจังสิริเอน่า ข้าไม่มีทางทำตัวเฉยชากับคนที่ดีกับข้าอย่างเ้าได้ลงคอหรอกนะ" เรอัลพูดออกมาพร้อมกับหัวเราะออกมา จนทำให้ริเอน่าถึงกับนิ่งค้างไป เนื่องจากยังปรับอารมณ์ตามไม่ทันกับสิ่งที่เกิดขึ้น
"น..นายท่าน.." ริเอน่าเรียกชายหนุ่มออกมา ก่อนที่น้ำตาของเธอจะไหลลงมาอีกครั้ง จนทำให้ทางเรอันที่กำลังหัวเราะอยู่นั้นถึงกับต้องหยุดชะงักค้างไป
"ริเอน่าเ้าโกรธเหรอ?" เรอัลเอ่ยถามกับหญิงสาวตรงหน้า พร้อมกับมองไปยังเธอที่กำลังทำหน้าตาไม่พอใจอยู่ทั้ง ๆ ที่กำลังร้องไห้
"ฉันไม่ได้โกรธค่ะ ฉันแค่รู้สึกไม่พอใจกับการที่ถูกเล่นกับความรู้สึกก็เท่านั้นเองค่ะ" ริเอน่าตอบออกมาด้วยน้ำเสียงสะอื้น ก่อนที่จะเธอจะเบือนหน้าหนี
"ริเอน่าข้าขอโทษ ยกโทษให้ข้าได้ไหม" เรอัลที่เห็นท่าทางของหญิงสาวก็ได้พูดขอโทษเธอออกมา
"ไม่ต้องขอโทษฉันหรอกค่ะ ฉันไม่ได้โกรธนายท่านสักหน่อย" ริเอน่าพูดปฏิเสธออกมา แต่ท่าทางกับคำพูดของเธอช่างสวนทางกันเสียเหลือเกิน จนสามารถบอกได้เลยว่าเธอนั้นโกรธเรอัลเอามาก ๆ
"ริเอน่าข้าขอโทษเ้าจริง ๆ นะ ข้าไม่ควรเล่นกับความรู้สึกของเ้าแบบนั้นเลย ข้าผิดเองล่ะ ยกโทษให้ข้าเถอะนะ" เรอัลพูดออกมา ก่อนที่จะรวบตัวของหญิงสาวเข้ามาสวมกอด จนทำให้หญิงสาวรู้สึกใ พร้อมกับพยายามขัดขืนเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ต่อต้านอะไรมาก ก่อนที่เธอจะปล่อยให้ชายหนุ่มสวมกอดเธอไว้ โดยที่เธอนั้นซบอยู่ที่อกของเขา
"ข้าขอโทษ แล้วจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว ยกโทษให้ข้าเถอะนะริเอน่า" เรอัลกล่าวขอโทษริเอน่าอีกครั้ง พร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเล็กน้อย เพราะถึงเขาจะเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่าง ราชันย์จอมปราชญ์ ก็ตาม มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขานั้นจะไม่ได้มีความรู้สึกที่เหมือนกับคนธรรมดาสามัญทั่วไปสักหน่อย เขาแค่สามารถควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์แบบก็เท่านั้น เขาไม่ได้เป็คนที่ไม่เห็นถึงคุณค่าของความรู้สึกของคน มันจึงทำให้เขานั้นรู้ว่าการที่เขานั้นไปเล่นกับความรู้สึกของคนนั้นมันไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะกับคนที่ทำดีและให้ความสำคัญกับเขาอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างริเอน่าแบบนี้ เขาไม่ควรที่จะไปเล่นกับความรู้สึกของเธอแบบนั้น เขาจึงได้พูดขอโทษเธอออกมาแบบนี้ โดยไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีของการที่เขาเป็ถึง ราชันย์จอมปราชญ์ เลยแม้แต่น้อย
"จะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วจริง ๆ นะคะ" ริเอน่าที่อยู่ในอ้อมกอดของเรอัลได้เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย พร้อมกับถามออกมา
"ใช่ข้าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว" เรอันตอบเพื่อที่จะยืนยัน ว่าเขาจะไม่ทำกับเธอแบบนั้นอีก
"นายท่านรู้ไหมคะ ว่าตอนที่ฉันได้ยินว่าท่านจะไม่สนใจฉันอีกมันทำให้ฉันรู้สึกเ็ปใจขนาดไหน ทั้งตอนที่ได้เห็นสายตามที่ดูเ็าคู่นั้นมันยิ่งทำให้ยิ่งเ็ปเข้าไปอีกนะคะ จนฉันรู้สึกราวกับว่ามันเป็วันสุดท้ายของโลกเลยนะคะนายท่านรู้ไหม ฉันไม่อยากที่จะต้องรู้สึกแบบนั้นอีกเป็ครั้งที่สอง ดังนั้นได้โปรดอย่าทำแบบนั้นกับฉันอีกได้ไหมคะนายท่าน" ริเอน่าพูดออกมาด้วยน้ำตา พร้อมกับมองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาอ้อนวอน
"อื้ม ขอสัญญาณด้วยนามของราชันย์จอมปราชญ์เลยว่า จะไม่ทำแบบนั้นกับเ้าอีกเป็ครั้งที่สอง" เรอัลตอบรับคำขอของหญิงสาวขึ้นมาอย่างหนักแน่นโดยใช้ชื่อของ ราชันย์จอมปราชญ์ ที่เขาภาคภูมิใจเป็สิ่งคำประกัน
"ค่ะ ฉันจะไม่โกรธนายท่านก็ได้ค่ะ แต่นายท่านห้ามทำตัวเ็ากับฉันแบบเมื่อกี่นี้อีกนะคะ ถ้าเกิดฉันถูกนายท่านเกลียดเข้าล่ะก็ ฉันคงอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าฉันคงไม่สามารถทนได้แน่ ๆ ถ้าเกิดถูกนายท่านทำตัวไม่สนใจฉันเข้าแบบนั้นอีก" ริเอน่าพูดออกมาด้วยท่าทางที่ดูหวาดกลัวเล็กน้อย เธอกลัวที่จะถูกเขาผู้นี้เกลียด แล้วทำตัวเ็าไม่สนใจเธอเหมือนกับเมื่อสักครู่นี้
"อื้ม ข้าสัญญา ว่าข้าจะไม่ทำมันอีก" เรอัลพยักหน้าตอบรับ
"ค่ะ ขอบคุณนะคะนายท่าน" ริเอน่าที่ได้ยินคำสัญญาของชายหนุ่ม เธอก็ได้ยิ้มออกมา ก่อนที่จะซบอกของเขาอีกครั้ง พร้อมกับรับไออุ่นจากเขา ทางเรอัลเองก็ไม่ได้ว่าอะไร พร้อมทั้งกระชับอ้อมกอดขึ้นอีกเล็กน้อย เพื่อรับััแสนอ่อนนุ่มด้วยเช่นกัน
"เอาล่ะ กลับมาพูดถึงเื่รางวัลกันเธอ เพราะยังไงข้าก็อยากจะตอบแทนอะไรเ้าสักอย่าง แล้วก็ครั้งนี้ก็ห้ามปฏิเสธนะไม่งั้นข้าจะรู้สึกไม่สบายใจมากเลยล่ะ ดังนั้นก็บอกมาว่าเ้า้าอะไร" หลังจากที่กอดกันอยู่สักพัก เรอัลก็ได้พูดถึงเื่รางวัลขึ้นมาอีกครั้ง
"ฉันไม่้าอะไรจริง ๆ ค่ะ แค่ฉันได้เจอกับนายท่านมันก็ถือเป็รางวัลอันยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของฉันแล้วล่ะค่ะ" ริเอน่าพูดขึ้นพร้อมกับมองไปทางชายหนุ่ม
"ไม่อยากได้อะไรจริง ๆ เหรอ จะเป็อะไรก็ได้ แค่เ้า้า ถ้าข้าทำให้ได้ข้าก็จะทำให้" เรอัลพูดออกมา พร้อมกับมองตาเธอ โดยที่ใช้มือลูบหัวของหญิงสาวอย่างอ่อนโยน
"ถ้าอย่างนั้นฉันขออยู่ติดตามนายท่านไปตลอดชีวิตได้ไหมคะ?" ริเอน่าที่กำลังรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับการถูกลูบหัวโดยชายหนุ่ม ก็ได้พูดขอออกมาอย่างไม่ทันรู้ตัว
"เ้าจะขอแค่นี้จริง ๆ เหรอ?" เรอัลได้ถามออกมาอย่างแปลกใจเล็กน้อย เพราะวันนี้เขานั้นได้ถูกขอ 'คำขอ' แบบนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง และในตอนนี้หญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดเขาก็กำลังจะขอสิ่งที่คล้ายกัน มันจึงทำให้เขารู้สึกเดจาวูขึ้นมาแบบแปลก ๆ
"ค่ะ แค่ฉันได้อยู่กับนายท่านฉันก็มีความสุขที่สุดแล้วล่ะค่ะ ฉันไม่้าอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้วในชีวิตนี้" ริเอน่าพูดออกมาด้วยท่าทางดูมีความสุข
"หืม~ ประโยคแบบนั้นมันเป็การสารภาพรักทางอ้อมนะเ้ารู้ตัวไหมริเอน่า" เรอัลที่ได้ยินสิ่งที่ริเอน่าพูดออกมา เขาก็อดที่จะหยอกล้อเธอไม่ได้
จนทำให้หญิงสาวที่ได้ยินก็ถึงกับหน้าแดงก่ำ เพราะเธอพึ่งจะรู้ตัวว่าเธอพึ่งพูดสิ่งที่ฟังดูน่าอายออกไปจนมันทำให้เธอรู้สึกเขินอายเป็อย่างมาก จนอยากจะขุดหลุมขึ้นมาสักหลุม แล้วะโลงไป ก่อนที่จะกลบหลุมนั้น เพื่อที่เธอจะไม่ต้องมารู้สึกอายอยู่แบบนี้ แต่เธอก็ทำแบบนั้นไม่ได้จึงทำได้แค่ซุกหน้าเอาไว้ที่แผ่นอกของชายหนุ่มเท่านั้น เลยทำให้ชายหนุ่มที่เห็นท่าทางของหญิงสาวถึงกับต้องยิ้มบางออกมา
"ล..แล้วนายท่านจะรับคำขอของฉันไหมคะ?" ริเอน่าได้กลั้นใจถามออกมาด้วยความเขินอาย
"ก็คงตอบว่าได้ล่ะนะ เพราะข้าก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องปฏิเสธด้วย แถมยังได้สาวสวยมาติดตามตั้งคนนึงแหนะ เป็ใครก็คงรับหมดล่ะ" เรอัลตอบออกมาอย่าทีเล่นทีจริง พร้อมกับกับมองไปทางหญิงสาว
"ขอบคุณค่ะนายท่าน และจากนี้ก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ" ริเอน่าที่ได้ยินคำตอบของชายหนุ่ม เธอก็ได้พูดขอบคุณด้วยรอยยิ้มของความปิติยินดี
"อื้ม ข้าเองก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยเหมือนกันนะ ริเอน่า" เรอัลเองก็พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับลูบหัวของหญิงสาวอย่างอ่อนโยนอีกครั้ง จนทำให้หญิงสาวหลับตาพริ้ม ด้วยความรู้สึกเคลิบเคลิ้มอีกครั้ง
...
"ซูด~~ อ้า~~ ไม่ได้สูดอากาศสดชื่นแบบนี้มาเป็พันปีแล้วสินะตัวเรา" เสียงสูดหายใจเข้าลึกของคน ๆ หนึ่งได้ดังขึ้น และคน ๆ นั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากเรอัล นั่นเอง ในตอนนี้เขานั้นได้ออกมาจากโบราณสถานแล้ว มันจึงทำให้เขารู้สึกอยากจะสูดหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าให้เติมปอด หลังจากที่ไม่ได้ออกไปไหนมานานนับพันปี
"แล้วพวกเราจะมุ่งหน้าไปที่ไหนกันอย่างนั้นเหรอริเอน่า" หลังจากที่เรอัลได้สูดอากาศบริสุทธิ์จนเขารู้สึกพึงพอใจแล้ว เขาจึงหันกลับมาถามกับหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่ข้างหลังของเขา
"พวกเราจะมุ่งหน้าไป ยังเมืองที่สภาพแวดล้อมและการเป็อยู่ที่ดีที่สุดในทวีปทางใต้ค่ะ ท่านเรอัล" ริเอน่าได้ตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับเปลี่ยนวิธีเรียกชายหนุ่มจาก นายท่านราเอล เปลี่ยนเป็ ท่านเรอัล เนื่องจากชายหนุ่มได้บอกเธอเอาไว้ว่าเขาจะไม่ใช้ชื่อเดิมแล้ว และได้เปลี่ยนเป็ชื่อใหม่ พร้อมบอกเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องทำแบบนั้น และเธอก็เข้าใจจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยอะไร จึงเปลี่ยนวิธีเรียกตามที่ชายหนุ่ม้า
"มันเป็เมืองแบบไหนเหรอ?" เรอัลถามออกมาด้วยความสงสัย
"มันเป็เมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปทางใต้ค่ะ แถมยังเป็เมืองที่มีความเป็อยู่และเศรษฐกิจที่ดีเป็อันดับต้น ๆ ของทวีปเลยนะคะ และก็ยังเป็เมืองที่เป็จุดศูนย์รวมของเกือบทุกเผ่าพันธ์ุทำให้ที่นั่นมีความหลากหลายทางด้านต่าง ๆ มากมาย แต่ก็ไม่เคยเกิดความขัดแย้งขึ้นเลย เนื่องจากเมืองแห่งนี้เป็เมืองที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยหนึ่งในมหาวีรบุรุษฯ ท่านเอ็ดเวิร์ด ค่ะ" ริเอน่าตอบ
"เห~ เมืองที่เอ็ดเวิร์ดสร้างขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ ชักจะน่าสนใจแล้วสิว่าเมืองที่เ้านั่นสร้างขึ้นมานั้นมันจะเป็แบบไหนกันแน่" เรอัลได้พูดออกมาด้วยท่าทางสนใจขึ้นเล็กน้อย หลังจากที่ได้ยินชื่อของคนที่สร้างเมืองแห่งนั้นขึ้นมาอย่างเอ็ดเวิร์ด
เนื่องจากชายคนนั้นคือหนึ่งในสหายที่มีอยู่น้อยนิดของเขาเอง ซึ่งหมอนี่ค่อนข้างดูทึ่ม ๆ ไม่ค่อยคิดอะไรซับซ้อน และยังเป็พวกบ้ากล้ามอย่างสุด ๆ เพราะเขาคนนั้นถนัดการต่อสูระยะประชิด จนสามารถพูดได้เลยว่าเขาคือหนึ่งในสุดยอดปรมาจารหมัดได้เลยทีเดียว โดยเฉพาะความถึกทนที่เกินกว่าสามัญสำนึกนั้น สามารถพูดได้เลยว่าหมอนั่นมันเป็สัตว์ประหลาด
มันจึงทำให้เรอัลอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้ที่ได้ยินว่า เอ็ดเวิร์ด คนนั้นสามารถสร้างและปกครองเมืองได้แบบนี้ จนทำให้กลายเป็เมืองที่ถูกกล่าวเอาไว้ว่า เมืองที่ดีที่สุดในทวีปทางใต้เลยทีเดียว มันจึงทำให้เรอัลอยากจะรู้ซะจริง ๆ ว่าเมืองที่หมอนั่นสร้างขึ้นมันจะดีอย่างที่ริเอน่าพูดเอาไว้หรือไม่
"แล้วเราจะเดินทางด้วยอะไรงั้นเหรอ หรือจะให้ฉันเปิดประตูมิติไปเลยล่ะ" เรอัลได้ถามขึ้น พร้อมกับเปลี่ยนวิธีพูดของตนเองเล็กน้อย
"ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะท่านเรอัล ตัวฉันมีเรือเหาะส่วนตัวอยู่ ดังนั้นพวกเราจึงสามารถโดยสารมันไปยังเมืองได้ ถึงมันจะไม่รวดเร็วเท่ากับการเปิดประตูมิติของท่าน แต่มันก็สามารถทำให้ท่านสามารถชมวิวทิวทัศน์ระหว่างเดินทางไปด้วยได้นะคะ ฉันคิดว่าแบบนั้นมันดีมากกว่าค่ะ" ริเอน่าพูดเสนอบางอย่างขึ้นมา
"แบบนั้นก็ดีเหมือนกัน ฉันจะได้ดูว่าโลกได้เปลี่ยนไปขนาดไหนแล้วด้วย งั้นเอาตามที่เธอว่ามาได้เลยริเอน่า" เรอัลตอบตกลงกับข้อเสนอของหญิงสาว
"ค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ตามมาทางนี้ได้เลยค่ะ" ริเอน่าพูดขึ้นก่อนที่จะเดินนำเรอัลออกไป ก่อนที่เธอจะพาเขามายังยานพาหนะอย่างหนึ่งที่มีลักษณะคล้ายกับเรือสำเภาขนาดกลาง ที่ดูค่อนข้างจะทันสมัยอยู่พอตัว โดยมันมีรูปร่างที่ดูปราดเปรียว ตัวลำเรือเป็สีเงินสะท้อนแสงงดงาม แถมสิ่งที่พิเศษกว่าความทันสมัยและความงดงามนั้นก็คือ ในตอนนี้เรือลำนี้กำลังลอยอยู่บนอากาศ ใช่ มันกำลังลอยอยู่บนอากาศ ที่ความสูงประมาณ 9-10 เมตรจากพื้นดินขึ้นไป
"วู้~ ดูดีเหมือนกันนะเนี่ย" เรอัลได้พูดชมออกมา หลังจากที่ได้เห็นสิ่งที่ถูกเรียกว่า เรือเหาะ
หลังจากนั้นริเอน่าก็ได้พาเรอัลขึ้นไปยังบนเรือเหาะ พร้อมกับพาเขาสำรวจรอบ ๆ ทั่วทั้งเรือ ก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังบ้านใหม่ของพวกเขา เมืองท่าที่ใหญ่และรุ่งเรืองที่สุดในทวีปทางตอนใต้ เมืองโอเชียนการ์ด (Ocean Guard)
/////////////////////////////////
จบตอนจ้าาาาาาาาาา
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ คิดเห็นอย่างไรก็ comment ได้นะ :) 555