มื้อกลางวัน วันนี้เขาคงได้กินอาหารที่แสนธรรมดา ลู่เหลียนลงมือทำอาหารง่าย ๆ อย่างเช่นเห็ดสามรสง่าย ๆเขาก็ช่างกินจุเสียเห็ดบ้านข้าเกือบหมด การทำเห็ดสามรสก็ทำแสนง่ายแต่ทำได้เพียงพอกิน ทำมากอาจจะเสียได้ง่าย
แค่นำเห็ดนางฟ้ามาฉีกเป็ฝอยๆแล้วนำไปตากแดดจนเห็ดคายน้ำออกจนหมด นำเห็ดลงทอดด้วยไฟกลางจนเหลืองกรอบ ตั้งกระทะใส่น้ำเปล่าเล็กน้อย น้ำตาลและซีอิ้วที่ข้าทำไว้ เคี้ยวจนน้ำตาลละลายเหนียวข้น ชิมรสให้ได้เค็มหวาน เติมเม็ดผักชีและพริกไทยเม็ดลงไป นำเห็ดมาคลุกให้ทั่ว
แค่นี้เท่านั้นกินกับข้าวต้มที่แสนจะธรรมดาที่แอบใส่ใบเตยตอนต้มข้าวต้มเพื่อเพิ่มกลิ่น เพราะข้าวที่นำมาต้มเป็ข้าวเก่าของที่บ้าน จึงเริ่มมีกลิ่นเล็กน้อย แต่คนป่วยที่กินเข้าไปจนแน่นท้องจะรู่หรือไม่ว่าข้าวที่กินเป็ข้าวเก่าเก็บของบ้านข้า ข้ารู้ว่าเขาให้เงินมาซื้อก็จริงแต่ยังกินได้อยู่แค่ดัดแปลงเสียหน่อย
“ท่านพอกินได้หรือไม่” ลู่เหลียนกลัวเหมือนกันว่าเื่ข้าวเขาจะเื่มาก เพราะรูปลักษณ์ของเขานั้น ดูเป็คุณชายที่สำอางค์ผิวขาวตาชั้นเดียวจมูกโด่ง คือเอาเป็ว่างานดีมาก
“อร่อย เ้าแน่ใจหรือว่าไม่ใช้เนื้อ” อู๋เจี๋ยไม่อยากเชื่อรสชาติใกล้เคียงกัน อร่อยมากข้าก็ไดด้ยินนางบ่นเื่เนื้ออยู่นะ แต่ไม่นึกว่าสามารถดัดแปลงเห็ดเป็รสชาติเนื้อได้
“บ้านข้าไม่มีเนื้อให้ท่านกินหรอก" ลู่เหลียนไม่รู้จะอธิบายคนที่กินเนื้อทุกวันเช่นเขาอย่างไร นางชอบกินเนื้อแต่ไม่สามารถล่าพวกมันได้ คิดวันนี้ทำหมูหวานที่มีแต่เนื้อล้วน โอย…หิวแล้วเนื้อของข้า ลู่เหลียนพูดเสร็จก็รีบรุกจากไป
ลู่เหลียนลงมือทำหมูหวานยามเย็นเมื่อแม่ของเธอกลับมากับเนื้อหมูสองชั่ง ลำบากท่านแม่แล้ว
นำหมูสามชั้นมาแล่เอาหนังหมูออก (เคล็ดลับ : เพื่อให้หมูหวานไม่แข็งและเหนียวจนเคี้ยวยากเกินไป) หั่นเนื้อหมูเป็ชิ้น ๆ หนาๆหน่อย ทอดเนื้อหมูสามชั้นที่หั่นไว้ด้วยไฟแรงจนสุกเหลือง ใช้เวลาประมาณ สองเค่อ หรือสิบห้านาทีจากนั้นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
ใส่น้ำมันลงในกระทะ นำขึ้นตั้งไฟอ่อน ๆ ใส่เนื้อหมูที่ทอดไว้ลงไป ตามด้วยเครื่องปรุงที่มี คนผสมไปเรื่อย ๆ จนน้ำตาล ขณะเคี่ยวให้พรมน้ำเปล่าลงไปในกระทะเล็กน้อย เพื่อให้เนื้อหมูนิ่มและไม่แข็งกระด้าง คนผสมจนน้ำตาลละลายและซึมเข้าเนื้อหมู ปิดไฟแล้วคนผสมอีกครั้งให้ส่วนผสมน้ำตาลเคลือบชิ้นหมู และพักทิ้งไว้สักครู่ให้ส่วนผสมเซตตัวดี ตักหมูหวานใส่จานพร้อมกิน กับข้าวสวยร้อน ๆที่ท่านแม่ซื้อมาใหม่
ท่านแม่ก็กลัวเ้าของเงินไม่ได้กินของดี ๆเห็นข้าเอาข้าวที่เริ่มมีกลิ่นเก่าเก็บให้เขากิน ท่านแม่ไม่เข้าใจข้าเลย แต่ไม่เป็ไร ยังไงข้าก็จะทำอยู่ดี ท่านเก็บจนแมลงจะกินข้าวหมดแล้วท่านก็ยังไม่ยอมเอาออกมากิน ยอมอดเพื่อลูก ข้ามาดร่าม่าเพื่อ…..ไปกินเนื้อกันดีกว่า
ในที่สุดความอยากกินเนื้อของลู่เหลียนก็สำฤทธิ์ผล ช่างเป็การกินที่มีความสุขจริง นอกจากหมูหวานก็มีผัดเห็กใส่เนื้อหมู แค่เพียงสองอย่างเท่านั้น แต่หมูข้ายังต้องแบ่งให้ชายผู้นั้นอีก เงินของเขายอม ๆ ลู่เหลียนยกข้าวเข้าไปให้เขากิน แล้วจึงออกมากินส่วนของตัวเอง แปลกเขาก็ไม่งอแงให้ป้อนอีก คงหายเจ็บแล้ว
“นางจะรู้ไหมว่าสายตาของที่จ้องชิ้นเนื้อนั้นน่ากลัวแค่ไหน” อู๋เจี๋ยไม่อยากเชื่อว่ากลางป่าหลังเขาเช่นนี้มีสองแม่ลูกอยู่ ส่วนนางนั้นแปลกดูไม่กลัวที่จะเข้าใกล้บุรุษ แต่ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าใครเป็คนเปลี่ยนท่อนล่างให้เขา ่นั้นจำไม่ค่อยได้ ความเจ็บมันทำให้ข้าไม่สามารถจำได้
“ท่านอิ่มแล้วหรือยัง พอหรือไม่ ้าอะไรเพิ่มหรือเปล่า หรือ…” ลู่เหลียนมองชายหนุ่มที่ยกมือห้ามนางพูดต่อ
“ที่ละคำถามได้หรือไม่” เขาตามนางไม่ทันจริง อารมณืเปลี่ยนเร็วเหลือเกินหรือนางสติไม่ดี
“วันนี้ข้ามีพลังเยอะเพราะได้กินเนื้ออร่อยๆท่านชอบหรือไม่ ”ลู่เหลียนหันไปมองถาดอาหารที่ตอนนี้ไม่เหลือสักเม็ด ว่างเปล่าทุกอย่าง บอกอร่อยมันจะตายหรืออย่างไร
“เ้าชอบก็ดีแล้ว” นางมีความสุขที่ได้กินเนื้ออย่างนั้นหรือ
“ข้าชอบเนื้อแต่ข้านั้นล่าเนื้อไม่เป็” ซื้อเป็อย่างเดียวหรือไม่ก็ปิ้งย่างชาบู ที่ข้าสามารถหากินได้ที่ที่จากมา คิดถึงคนบนฟ้าที่ข้าไม่ได้ไปหาแต่มาอยู่ที่นี่แทน
“รอข้าหายเสียก่อนเ้าจะได้กินทุกวัน” ท่านแม่ทัพตั้งใจว่าจะต้องให้คนของเขาหาเนื้อกวางสักตัวให้นาง
“ท่านจะอยู่ที่นี่อย่างนั้นหรือ!!!” ใที่ได้ยินเขาพูดแบบนั้น
“ข้ากำลังจะขอเ้าอยู่ที่นี่แค่ไม่กี่วันเท่านั้น ให้หายดีก่อนได้หรือไม่เพียงไม่นานเท่านั้น”
“ท่านจะรับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีใครมารบกวนท่านอีก” กลัวว่าจะมีธนูโผลามาอีกหรือไม่
“แน่นอนหากคนของข้ารู้ว่าข้าอยู่ที่นี่คงตามคนมาคอยดูแลที่นี่เ้าไม่ต้องห่วง”
“แล้วข้าจะได้เจอคนของท่านเมื่อไหร่พวกท่านเป็นินจาหรืออย่างไรหาตัวยาก”
“เพียงไม่นานได้หรือไม่”
“ขอปรึกษาท่านแม่ก่อน” ลู่เหลียนเห็นหน้าบุรุษที่อ้อนขออยู่ด้วยรู้สึก….เกือบลุกไปจับหอมแก้มเสียแล้ว ความเก็บกดเพราะเื่เยอะจากชาติที่แล้ว กลายป็นสาวขึ้นคานมาแล้วชาติหนึ่งความสาวก็ไม่เคยได้ใช้งาน ดูสิตอนนี้ข้าแตงโมจินตราสองเชียวนะ ชาตินี้หากเจอบุรุษงานดีแบบนี้ห้ามปล่อยเด็ดขาด ตาย ๆๆคิดอะไรอีกแล้วนี่เรา
“ข้าเป็คนป่วยถึงอย่างไรข้าก็ไปไหนไม่ได้อยู่ดี” อู๋เจี๋ยทำหน้าตาน่าสงสาร แบบมารยาบุรุษใส่นางแล้วก็คิดว่าตัวเองทำแบบนี้ได้อย่างไรหากลูกน้องเขามาเห็นต้องแย่แน่
( แต่ท่านแม่ทัพหารู้ไม่ว่ามือท่านไม่ทันเสียแล้ว แม่ทัพหน้าหยกมาอ้อนสาวน้อยที่ยังไม่โตแบบนี้รู้ถึงไหนอายถึงนั้น ข้าจะไปบอกคนในค่ายก็ไม่ได้เดี๋ยวข้าจะโนลงโทษเสียเอง…เสียดายเื่แบบนี้น่าบอกต่อเหลือเกิน)
“ท่านดื่มยาก่อนนอนด้วย ส่วนนั้นชาผิงกั่วที่ข้าทำเอง” ลู่เหลียนจึงออกไปจากห้องเพื่อปรึกษากับท่านแม่เื่ชายผู้นี้ ดูท่าทางคงไม่ใช่โจรอาจเป็บุตรชายคนใหญ่คนโต โดนปล้นมา…คิดแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อย
เหมือนจะลืมสิ่งใดสักอย่างนึกไม่ออก….จริงสิเขาชื่ออะไร???