ค่ำคืนแห่งหนึ่งบริเวณชานเมือง ไอรินครูสาวโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่ง กำลังเดินทางกลับหอพักที่เช่าอาศัยระหว่างทางวันนี้ เธอรู้สึกว่ารถและผู้คนพลุกพล่านผิดปกติ เหมือนมีเื่อะไรแต่ด้วยความเหนื่อยจากโรงเรียน เธอได้เดินเข้าในซอยหอพัก
“เห้อ..ไม่น่าทำงานเพลินเลยเราพอมืดทางเข้าหอก็น่ากลัวเหมือนกันนะเนี้ย” เธอเดินไปบ่นไป ทางเข้าหอเธอเป็ซอยที่สองข้างทางเป็ที่รกทึบถึงแม้ว่าระยะทางแค่ 50 เมตร แต่พอตกกลางคืน ด้วยความมืดมันก็น่ากลัวอยู่ดี
“ช่วย..ด้วย...” มีเสียงลอยมาจากข้างทาง
“เห้ย เสีย..เสียงใครอ่าอย่ามาหลอกมาหลอนเลยนะคะ หนูมาอาศัยอยู่เพื่อไปทำงานสอนเด็กนักเรียน”ไอรินใยืนสั่นไหว้อยู่กลางถนน
“ช่วย..ฉัน..ด้วย..ฉันไม่..ใช่ผี”
ไอรินตั้งสติเธอได้เดินเข้าไปตามเสียงภาพที่เห็นคือมีผู้ชายใส่สูทสีดำนอนกุมแผลโดนแทงที่ข้างท้อง ด้วยความใเธอวิ่งเข้าไปดู
“คุณเป็อะไรมากไม่ค่ะเดียวฉันไปตามคนมาช่วย รอตรงนี้ก่อนนะคะ”ไอรินกำลังจะลุกขึ้นไปตามคนมาช่วยแต่โดนจับมือห้ามไว้
“อย่า...มี คน ตามฆ่าฉันอยู่ ถ้าเธอ ไปตามคนอื่นมา พวกมันรู้ แน่” ชายหนุ่มกล่าว
“แล้วจะให้ฉันช่วยยังไงละเอาอย่างนี้นายเดินไหวไม่ เดียวไปพักทำแผลที่ห้องฉันก่อน” ครูไอรินเอ่ยขึ้น
“เธอไม่กลัวฉันเหรอถึงจะพาฉันเข้าห้องเธอ”ชายหนุ่มถามเพราะไม่คิดว่าหญิงสาวคิดจะช่วยเขาด้วยวิธีการพาไปที่ห้องของหล่อน
“สภาพนายเป็แบบนี้ฉันไม่กลัวหรอกนะอย่ามาปากดี เดี๋ยวแม่ก็ทิ้งให้นอนอยู่นี้เลย”หญิงสาวเริ่มมีอาการห่วงความปลอดภัยของตนเอง แต่ด้วยความเป็ห่วงเพื่อนมนุษย์เธอได้ช่วยประคองเขาเข้าไปในหอพัก โชคดีที่วันนี้เป็วันศุกร์ผู้เช่าบางคนก็กลับบ้านใน่วันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน
หอพัก AAAชั้น 2
“นายอดทนอีกนิดนะใกล้ถึงห้องแล้ว นายอย่าเพิ่งตายนะ” หญิงสาวพยายามพูดคุยกับคนเจ็บเพื่อให้เค้าอดทน
“เธอช่วยหยุดแช่งฉัน....สักนาทีได้ไม่”ชายหนุ่มกัดฟันพูดและเริ่มโมโหที่เธอพร่ำเพ้อแต่คำว่า อย่าตาย อย่าตาย
“ก็ฉันกลัวนายตายจริงๆ นิ....ถึงแล้ว นายนั่งรอแปปนึงนะ เดี๋ยวฉันไขกุญแจก่อน”หญิงสาวลนลานควานหากุญแจในกระเป๋ามาไขประตูด้วยความมือสั่นชายหนุ่มเห็นแบบนั้นเลยจับมือเธอให้นิ่งละช่วยไขประตู จังหวะจับมือไขประตู ไอรินใหันหน้ามาสบตากับชายหนุ่มวินาทีนั้นเอง เธอเพิ่งเห็นว่าชายหนุ่มที่เธอช่วยเหลือมานั้นหล่ออย่างเทพบุตรในขณะที่ชายหนุ่มเองก็ตะลึงในความสวย ตาโต ปากนิดจมูกหน่อยของหญิงสาวที่ช่วยเขามาเหมือนกัน
“ประตูเปิดได้แล้วเธอจะจ้องฉันอีกนานไม่ ฉันเจ็บแผล” ชายหนุ่มที่ดึงสติมาได้ก่อนเอยเพราะเขาปวดแผลมาก บวกกับเขาเสียเืเยอะเลยรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดสติ
“เดี๋ยวนาย...”ไม่ทันพูดจบพ่อเทพบุตรก็ล้มลงในห้องของเธอ
“อดทนเดินไปอีกหน่อยก็ไม่ได้”หญิงสาวลากชายหนุ่มเข้ามานอนพิงกับโซฟาที่กลางห้องอย่างทุลักทุเล เธอวางของแล้ววิ่งไปหาอุปกรณ์ทำแผลที่มีอยู่ที่ห้องออกมา หญิงสาวเริ่มถอดสูทเขาออกและปลดกระดุมเสื้อเขาด้วยความรวดเร็ว
“โห้...แผลขนาดนี้เลยเหรอเนี้ย”ไอริน ผู้มีประสบการณจากการอบรมการปฐมพยาบาลจากสมัยเรียนนักศึกษาวิชาทหารและอบรมครูพยาบาลประจำโรงเรียน เธอได้ทำแผลให้เขาอย่างเบามือ
หลังทำแผลเสร็จเธอได้นั่งมองร่างอันไร้สติของชายหนุ่มที่เธอช่วยเหลือมาเธอกำลังคิดว่า ถ้าเธอไม่ช่วยเขาจะเป็ยังไงแล้วเขาเป็ใครทำไมต้องมีคนพยายามจะฆ่าเขา ถ้าเขาหายแล้วเขาจะทำอัตรายเธอรึเปล่า แต่่เถอะยังไงก็ช่วยไว้แล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด
“คืนนี้นายต้องเป็ไข้แน่เลยนายต้องกินยาแก้ไข้และยาแก้อักเสบ” หญิงสาวไปเตรียมยา มาให้ชายหนุ่มแต่เธอปลุกเขาเท่าไร ก็ไม่ได้สติ
“คงมีทางเดียวแล้วซินะ”หญิงสาวเอายาละลายน้ำอมเข้าไปในปากแล้วป้อนยาให้เขาด้วยปากของเธอพร้อมบีบจมูกเขาไว้ ร่างไร้สติกลืนยาลงคอ พร้อมสำลักยาเล็กน้อยและหลับไป
ด้านสนามแข่งรถ
“ยังไม่เจออีกเหรอบ้าเอย ทำไงดีเนี้ย” รามเอ่ยอย่างร้อนใจ ในใจคิดว่าเ้านายตนเองจะไปอยู่ที่ไหนได้
“ติดต่อคุณยูริได้รึยัง”รามหันไปถามลูกน้อง
“ยังเลยครับคุณรามผมให้ลูกน้องไปเช็คที่บ้านเธอแล้วคับ”
“พวกนายส่งคนออกตามหาให้ทั่วแม้ต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องตามหาคุณมาติณณ์ให้เจอ”
“ครับ...”ลูกน้องนับสิบวิ่งขึ้นรถ ขับออกไปตามหาเ้านาย
“หวังว่าคุณจะปลอดภัยดีอยู่นะคุณมาติณณ์”ราม ลูกน้องคนสนิทมาติณณ์ ได้แต่ภาวนาให้เ้านายตนเองปลอดภัย
มาติณณ์ หนุ่มลูกครึ่งไทยรัสเซีย นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มีฉากหลังอันแสนน่ากลัวเขาเป็มาเฟียในคราบนักธุรกิจ ผู้มีความเด็ดขาดในการบริหารงานและเป็คนไม่เคยรักใครอีกเลยั้แ่เขาเสียแม่และหญิงสาวชาวไทยที่ชื่อ ทอฝันรักแรกในวัยเด็กของเขาจากเหตุการณ์การลอบทำร้ายครอบครัวจากความขัดแย้งทางธุรกิจของครอบครัวทำให้มาติณณ์ต้องเข้ามาเรียนรู้และช่วยงานพ่อบริหารธุรกิจของครอบครัวั้แ่อายุ17 ปี ในตำแหน่งรองประธาน จนอายุ 33 ปี พ่อของมาติณณ์ก็ตรอมใจคิดถึงแม่จึงเสียชีวิตทำให้เขาขึ้นมาเป็ประธานบริษัท ปัจจุบันนี้เขาอายุ 35 ปี เขาเข้ามาดูแลธุรกิจสาขาเมืองไทยและได้หมั้นหมายกับ ยูริ ลูกสาวท่านรัฐมนตรี ซึ่งเป็เพื่อนของบิดาเขามาติณณ์คิดว่าตัวเขาจะแต่งกับใครก็ไม่สำคัญ เพราะเขาไม่เคยคิดจะรักใครอยู่แล้วทุกอย่างทำเพื่อความยิ่งใหญ่ขององค์กรเขาทั้งหมด