“ นี่…คุณหมอ ยังไม่เลิกงอนผมอีกหรอครับ หืม… ” ผมเดินเข้าไปสวมกอดจากทางด้านหลังของคุณหมอทันที ตอนนี้คุณหมอคงจะโกรธผมมากจริงๆ เพราะั้แ่ขึ้นรถมา คุณหมอก็ไม่พูดไม่จากับผมเลยสักคำ
“ อ๊ะ! ปล่อยผมนะคุณเหนือจะมากอดผมทำไมเนี่ย ”
“ ก็คุณหมอโกรธผมอยู่ ผมก็ง้อคุณหมอไงครับ ผมง้อคนไม่ค่อยเก่งนะหมอ ”
“ แล้วมันไม่น่าโกรธตรงไหน! ก็คุณไปทำแบบนั้นได้ยังไง คุณโตขนาดนี้แล้วนะคุณเหนือ! ” คุณหมอซัมหันกลับมาว่าผม
“ นั่นไง... ไหนตอนแรกบอกไม่โกรธ หายโกรธผมนะครับบบบ ” ผมใช้น้ำเสียงออดอ้อนคุณหมอต่อทันที
“ ปล่อยผมคุณเหนือ คุณจะมากอดผมทำไมเล่า! ”
“ คุณหมอก็หายโกรธผมสิ่ครับ ผมสัญญาว่าต่อไปผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้วครับ ”
ถ้าจะย้อนกลับไปถึงสาเหตุที่ตอนนี้ทำไมผมต้องมายืนง้อคุณหมออยู่แบบนี้ ก็เป็เพราะว่าก่อนหน้านี้ที่เราไปซื้อของสดกับของใช้ส่วนตัวมาไว้สำหรับทำอาหารกันที่ซุปเปอร์มาเก็ต ในระหว่างที่พวกเรากำลังเดินเลือกซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ จู่ๆก็มีไอ้เด็ก ม.ปลายที่ไหนไม่รู้ที่ตัวเองดูเหมือนจะมีอาการเจ็บขา เดินไม่ค่อยจะได้ต้องใช้ไม้สามขาค้ำยันเดิน แต่งตัวในชุดเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้นนักเรียนสีน้ำเงินเดินเข้ามาทักคุณหมอ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทั้งสองคนเป็คนรู้จักกันหรือยังไง ถึงได้ดูสนิทสนมกันขนาดนั้น แต่ที่มันทำให้ผมถูกคุณหมอโกรธเป็เพราะว่ามันอยู่ๆก็มาขโมยหอมแก้มคุณหมอของผมจนผมเกิดอาการปี๊ดปรอทแตกเดินเข้าไปกระชากมันจนมันล้มลงไปทันที
“ พี่หมอ…. ใช่พี่หมอจริงๆด้วย ” เสียงเรียกของใครบางคนดังขึ้น ก่อนคนที่ถูกเรียกจะหันไปมองแล้วก็เกิดอาการใขึ้นมาทันที
“อ๊ะ! นี่… น้องนัท ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ แล้วไม่เจ็บแผลหรือไงหมอบอกว่าอย่าขยับตัวเยอะไงครับ แล้วทำไมยังออกมาเดินแบบนี้อีก ” ด้วยความเป็หมอทำให้คุณหมอซัมเกิดเผลอตัวดุคนไข้ของตัวเองออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ แหะๆ ก็ผมเบื่ออยู่ที่บ้านเฉยๆนี่ครับ แต่ถือว่าโคตรโชคดีและก็โคตรจะคุ้มเลยครับที่ได้มาเจอพี่ที่นี่ แต่จะว่าไป… พี่หมอชอบแต่งตัวสไตล์แบบนี้หรอครับ น่ารักดีนะครับ คึคึ ”
“ เอ่อ… คือพี่ไปออกกำลังกายมาน่ะ เสร็จแล้วก็เลยมาซื้อของเข้าห้องสักหน่อย ” คุณหมอซัมเอ่ยขึ้นพร้อมกับท่าทีอายๆ ก็เพราะใครล่ะที่บังคับให้ตัวเองต้องมาแต่งตัวเหมือนครูสอนพละแบบนี้อ่ะ
“ อ่อ… ผมอยากลองกินกับข้าวฝีมือพี่หมอบ้างจัง จะอร่อยมั้ยนะ? ”
“ เอ่อ… พี่ก็ทำอาหารง่ายๆเอาน่ะ ว่าแต่เราเถอะ…ควรจะนอนพักอยู่บ้านให้หายดีก่อน ออกมาเดินแบบนี้เดี๋ยวแผลก็หายช้าพอดี ไปวิ่งเล่นกับเพื่อนไม่ได้นะ ”
“ ไม่เป็ไรหรอกครับ ดีซะอีก… ผมจะได้ไปเจอพี่หมอบ่อยๆไง ว่าแต่ที่ผมพูดกับพี่ว่า….ผมจะจีบพี่น่ะ ผมพูดจริงๆนะ ”
“ อะ เอ่อ…. คือพี่ ”
ฟอดดดดด! เสียงหอมแก้มขาวๆของคุณหมอดังฟอดใหญ่ ก่อนที่เ้าเด็กคนนั้นจะถูกใครอีกคนเข้ามากระชากตัวออกไปจนล้มลงไปกับพื้นพร้อมกับไม้ค้ำยันทันที
“ โอ๊ย! ”
“ มึงทำอะไรห้ะ! ไอ้เด็กเวร! ” ผมที่ทนดูอยู่นาน พอเห็นไอ้เด็กเวรนี่ฉวยโอกาสเข้าไปหอมแก้มคุณหมอต่อหน้าผม ทำให้ผมเกิดปี๊ดขึ้นมาทันที ไอ้เด็กนี่อยากลองดีซะแล้ว
“ น้องนัท! คุณเหนือ! คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย! ” คนเป็หมอร้องด้วยความใ ก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปดูนัทที่ตอนนี้ล้มลงไปนอนอยู่กับพื้น และร้องออกมาด้วยความเจ็บ
โอ๊ย! เจ็บ! เสียงร้องดังออกมาจากเด็กที่ชื่อนัท ตอนนี้เ้าตอนใช้มือจับไปที่ขาของตัวเองด้วยความเจ็บ คนเป็หมอรีบก้มดูอาการทันที
“ อะ เอ่อ… หมอ คือ…ผมไม่ได้ตั้งใจนะ ”
“ คุณเหนือ! คุณทำเกินไปแล้วนะ! รีบมาช่วยผมพยุงน้องนัทเร็วเข้า! ” เสียงดุเอ่ยแกมสั่งที่เต็มไปด้วยไม่พอใจของคุณหมอดังออกมาสั่งคนร่างสูงให้รีบลงมาช่วยพยุงนัทให้ยืนขึ้นแล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้สำหรับนั่งพักทันที
“ เจ็บมากมั้ยนัท เืเยิ้มออกมาอีกแล้ว เดี๋ยวก่อนนะ…คุณเหนือ! พาน้องนัทไปคลินิกทำแผลใกล้ๆแถวนี้หน่อย ที่นี่ไม่มีอุปกรณ์ทำแผล ผมทำแผลให้น้องไม่ได้ แล้วก็ไปส่งน้องที่บ้านด้วยนะ " คุณหมอเอ่ยสั่งออกมา
“ ห้ะ! ทำไมผมต้องพามันไปทำแผลด้วยล่ะ แล้วยังต้องไปส่งมันที่บ้านอีก ” ผมเอ่ยออกมาด้วยความไม่เข้าใจ
“ คุณเหนือ! คุณเป็กระชากตัวน้องจนล้มลงไปกับพื้น แล้วแผลมันก็มีเืไหลออกมาแบบนี้ ถ้าคุณไม่พาน้องไปผมจะโกรธคุณและคุณอย่าหวังว่าจะได้คุยกับผมอีกเลย… คุณทำแบบนี้กับน้องที่เป็คนไข้ของผมได้ยังไง! ” คุณหมอหันมามองหน้าผมด้วยสายตาเอาเื่ผมสุดๆ
“ อ๊ะ! หมอ! เออๆก็ได้วะ ไปก็ไป…ลุกขึ้น! ” สุดท้ายผมก็ต้องยอมพยุงไอ้น้องนัทเดินไปที่รถ และขับรถพาน้องมันไปที่คลินิกใกล้ๆเพื่อที่จะทำแผล ก่อนที่จะพาไปส่งที่บ้านของมันเป็ลำดับสุดท้ายตามที่คุณหมอสั่ง ซึ่งระหว่างการขับรถพาเ้าเด็กที่ชื่อนัทไปทำแผล และพาไปส่งที่บ้าน ในอกของผมเหมือนมีไฟร้อนรนไปด้วยความไม่พอใจเป็อย่างมาก ที่เห็นคุณหมอซัมของผม ต้องคอยดูแลเอาอกเอาใจเ้าเด็กคนนี้เสียเหลือเกิน และไอ้สายตาของเด็กที่ชื่อนัทอีก แมร่ง! ถ้าจับคุณหมอกินได้มันคงจับคุณหมอกลืนลงท้องไปแล้วมั้ง!
“ อ่าา… ถึงแล้ว! รีบๆลงไปได้แล้ว ” ผมเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อขับรถมาจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ที่บ้านดูเหมือนจะมีฐานะที่ดีทุดสุดในหมู่บ้านนี้ ผมหันหลังไปดูก็พบว่าตอนนี้ไอ้เด็กคนนั้นมันหลับโดยที่เอาหัวของมันไปพิงที่ไหล่ของคุณหมอ ส่วนคนเป็หมอก็ดูจะยอมให้มันนอนซบไหล่มาตลอดทางด้วย เห็นแล้วผมอยากจะเปิดประตูรถแล้วดึงกระชากไอ้เด็กนี้ออกมาแรงๆให้มันล้มลงไปนอนกับพื้นอีกสักครั้งจริงๆ หมั่นไส้โว้ยยย!
“ นัทครับ…น้องนัทถึงบ้านแล้วนะ ตื่นเร็ว ” คุณหมอซัมปลุกไอ้เด็ก ม.ปลาย หน้าหล่อที่นั่งอยู่ด้วยกันที่เบาะทางด้านหลัง ยิ่งเห็นผมก็ยิ่งไม่ชอบใจ ทำไมคุณหมอต้องดูแลมันขนาดนี้ด้วยนะ
“ อื้อ… ถึงแล้วหรอครับพี่หมอ ”
“ ครับ…ถึงแล้ว มาเดี๋ยวพี่ช่วย นี่คุณเหนือมาช่วยผมพยุงน้องนัทไปส่งข้างในหน่อย เดี่ยวผมจะถือของให้น้องเค้า ” คุณหมอซัมเอ่ยบอกผม ซึ่งคนอย่างผมนี่นะหรอจะต้องทำตาม เฮ้อ! ไม่ทำตามก็ตายดิครับ แค่นี้ก็รู้แล้วว่ากลับคอนโดไปคุณหมอคงโกรธผมน่าดู
สุดท้ายผมก็ช่วยเ้าเด็กที่ชื่อนัทเข้าไปส่งในบ้านได้สำเร็จ แต่ดีที่สุดท้ายคุณหมอซัมก็พูดปรับความเข้าใจกับเด็กที่ชื่อนัท ว่าหมอซัมของผมไม่ได้ชอบมัน และไม่อยากให้มันมายุ่งกับหมอมากกว่าการเป็คนไข้กับหมอ คุณหมอซัมพยายามพูดจากับเ้าเด็กนั่นอย่างสุภาพและดีมากๆตามแบบฉบับของคนเป็หมอล่ะนะ เ้าเด็กนั่นเองก็มีทีท่าสลดลงเล็กน้อย ก่อนที่มันจะหันมาส่งยิ้มให้หมอแล้วบอกว่า
“ ผมไม่มีทางยอมแพ้พี่หมอซัมเมอร์! ผมจะทำให้พี่หมอซัมหันมาชอบผมให้ได้เลย คอยดู! ลุงด้วย! ผมไม่ยอมยกพี่หมอซัมให้พี่ง่ายๆแน่ ”
นั่นไง! เพราะอย่างนี้ไง มันถึงทำให้ผมพุ่งตัวเข้าไปหามันอีกรอบ แต่คุณหมอซัมดันเข้ามาขวางผมไว้ได้ก่อน และลากผมออกมาจากบ้านน้องมันทันที แล้วรีบบอกให้กลับคอนโดมาอย่างเร็วนี่แหละครับ สุดท้ายก็เป็อย่างที่ทุกคนรู้นั่นแหละ ผมกลับมาก็ต้องมาโดนคุณหมอโกรธอีกรอบ เฮ้อ! ชีวิตผมนี่มันน่าสงสารจริงจริ๊ง!
ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน
“ ซัมครับบบบบบ เหนือขอโทษ เหนือผิดไปแล้ว ซัมยกโทษให้เหนือน้าาาา ” ผมใช้ลูกอ้อนระดับสูงสุดของตัวเองอ้อนไปที่คุณหมอซัมทันที ดูสิ่คุณหมอจะทนได้อีกสักแค่ไหน
“ หึ! ต่อให้คุณจะอ้อนผมหนักขนาดไหน ผมก็ยังไม่หายโกรธคุณหรอกนะ! วันนี้คุณทำเกินไปจริงๆนะคุณเหนือ ถ้าวันนี้คุณกระชากน้องนัทล้มไปโดนอะไรขึ้นมาแล้วเกิดมีแผลหัวแตก แขนหัก หรือที่มันมากกว่านี้ คุณจะกลายเป็คนผิดที่น้องนัทสามารถเอาเื่คุณได้เลยนะ นี่ก็ดีเท่าไหร่แล้วที่น้องมันไม่เอาเื่คุณน่ะ! ”
“ เหอะ! ใช่! มันดีที่มันไม่เอาเื่ผม แต่มันไม่ดีที่มันขอหอมแก้มคุณอีกข้าง ไอ้เด็กนั่นมันเ้าเล่ห์จะตายนะหมอ ผมไม่ชกหน้ามันก็ดีตั้งเท่าไหร่แล้ว ”
“ แล้วมันเพราะใครล่ะ! ผมถึงต้องยอมให้น้องมันหอมแก้มผมอีกข้าง เพื่อที่จะไม่ให้เอาเื่คุณน่ะ! ” ตอนนี้ทั้งผมและคุณหมอต่างเริ่มขึ้นเสียงกันแล้ว ผมเองพยายามข่มอารมณ์โกรธของตัวเองแล้วหันหลังให้หมอเพื่อที่จะสงบสติอารมณ์ตัวเอง หมอซัมเองก็เช่นกัน หมอหันหน้าไปคนละทางกับผมแล้วก้มหน้าเหมือนจะพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองเช่นกัน ก่อนที่พวกเราจะเอ่ยขอโทษขึ้นมาพร้อมกัน
“ ผมขอโทษ ” พวกเราเอ่ยประโยคขอโทษขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย แล้วค่อยๆหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง และเป็ผมที่เดินเข้าไปหาหมอซัม ใช้มือทั้งสองข้างของตัวเองดึงมือของหมอซัมทั้งสองข้างมาจับเอาไว้ ก่อนจะหันไปสบตากับคุณหมอซัมที่มองมาเช่นกัน
“ ผม…ขอโทษ ผมผิดเองที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ผมแค่…ไม่อยากให้ใครมายุ่งกับคุณ ไม่อยากให้ใครมาหอมแก้มคุณหรือทำอะไรแบบนี้กับคุณทั้งนั้น ผมหวงคุณ ผมไม่อยากให้คุณไปสนใจใครนอกจากผม ผมไม่อยากให้คุณ…. จุ้บ! ” อยู่ๆหมอซัมก็ใช้ปากเข้ามาจุ้บที่ปากของผมแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ผมหยุดพูดทันทีแล้วหันไปมองหน้าหมอซัมที่เ้าตัวเองก็ดูเหมือนจะเขินๆ จนแก้มขึ้นริ้วแดงๆอ่อมา น่ารักชิบ!
“ คุณจะแคร์ทำไม ที่ผมสนใจคนอื่นก็เพราะว่าผมเป็หมอและเขาเป็คนไข้ของผม แต่ที่ผม…สนใจคุณน่ะ ก็เพราะว่าคุณ… เป็คนพิเศษของผมนะ ” พอพูดจบคุณหมอซัมก็ดึงมือกลับออกไปแล้วรีบหันหลังเดินเข้าโซนครัวทันทีเพื่อที่จะเอาของที่ซื้อมาเอาเข้าไปเก็บไว้ในตู้เย็นของผม
“ มะ หมอ…. นี่คุณพูดจริงๆใช่มั้ย หมอออออ! ” ผมยิ้มออกมาหลังจากที่ยังอึ้งอยู่นาน แล้วรีบะโเรียกหมอพร้อมกับเดินตามคุณหมอซัมเข้าไปในครัวทันที อร๊ากกก! แสดงว่าตอนนี้ ไม่ใช่แค่ผมที่รู้สึกกับหมอแค่คนเดียวแล้ว แต่เป็คุณหมอเองก็มีใจให้ผมแน่ๆ ใช่มั้ยครับทุกคน
“ หมอออ ที่คุณพูดเมื่อกี้นี้… ”
“ ไม่มีอะไร ผมพูดไปงั้นแหละ ”
“ อื้อ… ไม่เอาสิ่ครับหมอ หมอพูดอีกทีซิ๊! ผมเป็คนพิเศษของหมอใช่มั้ย ”
“ คุณเหนือ! เลิกเซ้าซี้ผมได้แล้ว มาช่วยผมเก็บของก่อน ”
“ นะครับบบบ พูดอีกที น้าาาๆๆ พูดอีกครั้งนึงนะ ผมฟังไม่ค่อยชัดเลย ”
“ คุณเหนือ! คุณเป็เด็กรึไง ผมบอกว่าให้เลิกแกล้งผมแล้วมาช่วยผมได้แล้ว เอาของพวกนี้ไปเก็บครับ ผมจะไปล้างผักก่อน จะได้รีบทำกับข้าวแล้วรีบกินให้เสร็จ ผมต้องทำงานต่อนะ ”
“ เขินแล้วเปลี่ยนเื่ตลอดเลยนะหมออ่ะ แต่ผมชอบนะ หมายถึง….ชอบหมออ่ะ หึหึ! ” ผมว่าออกไปก่อนจะยิ้มส่งไปให้หมอ หมอเองก็แอบอมยิ้มเล็กๆ ผมเห็นอยู่น๊าาาา เขินล่ะสิ๊! ไอ้ต้าวบ้าาา หมอซัมโคตรน่ารักเลย
พวกเราสองคนช่วยกันทำอาหารจนเสร็จ ก่อนที่จะช่วยกันยกออกมาขึ้นโต๊ะกินข้าวของพวกเรา เมนูที่พวกเราทำวันนี้ก็คือ แกงจืดเต้าหู้ไข่สาหร่าย ยำวุ่นเส้นใส่หมูยอกับไส้กรอก ไข่เจียวหมูสับ แล้วก็สุดท้ายต้มยำรวมมิตรทะเล ที่ผมบ่นอยากกิน คุณหมอเลยทำให้ผม คุณหมอซัมโคตรน่ารักเลย ทุกคนว่ามั้ยครับ ><
“ หมอลองชิมไข่เจียวหมูสับฝีมือของผมดูครับ อร่อยน้าาา ” ผมว่าขึ้นพร้อมกับตักไข่เจียวหมูสับใส่จานให้หมอ หมอเองก็รับไข่เจียวหมูสับของผมก่อนจะตักเข้าปากกินพร้อมกับข้าวสวย แล้วพยักหน้าพอใจส่งกลับมาให้ผม
“ อื้ม! อร่อยครับ คุณเองก็ทำอาหารเก่งนะเนี่ย ” คุณหมอเอ่ยชมผมออกมา ผมนี่ยิ้มจนหน้าบานเลยครับทุกคน ก็คนมันมีความสุขอะครับ อย่าอิจฉาผมน๊าาา
“ อื้ม!… ต้มยำของหมอนี่ก็แซ่บ! เหมือนหมอเลยนะครับ โอ๊ย! ” อยู่ๆหมอก็เอื้อมมือมาตีที่แขนของผม แต่ไม่ได้แรงมากหรอกครับ ผมแอ็คติ้งเวอร์ไปอย่างนั้นเอง
“ สม! คุณนี่น่าไม่อายเลยจริงๆนะคุณเหนือ กำลังกินข้าวอยู่แท้ๆ ”
“ ขอโทษครับ…. ผมก็แค่แกล้งแซวหมอเล่นเอง มาๆ กินข้าวกันดีกว่าครับ หมอบอกว่ามีงานต้องทำต่อไม่ใช่หรอครับ อย่ามัวทำหน้ามุ่ยใส่ผมแบบนี้สิ่ อ่าๆ ลองกินยำหมูยอฝีมือผมบ้างดีกว่าครับ อร่อยน๊าาา ” ผมรีบหันมาตักกับข้าวบนโต๊ะใส่จานให้หมอทันที หลังจากนั้นพวกเราสองคนก็นั่งกินข้าวกันและคุยเื่ต่างๆกันไปจนอิ่ม ผมก็อาสาล้างจานให้เอง แล้วบอกให้หมอรีบไปอาบน้ำ หมอเองก็พยักหน้าเข้าใจแล้วเดินเข้าห้องนอนของผมไปอาบน้ำทันที
ผมใช้เวลาล้างจานไม่นานเพราะมีจานอยู่ไม่กี่ใบ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของผมจะดังขึ้นมา ผมหยิบโทรศัพท์ของผมมาดูก็พบว่าเบอร์โทรที่กำลังแสดงอยู่บนจอนั้น คือเบอร์ของพ่อผม ผมถอนหายใจออกมาก่อนที่จะกดรับสายของผู้เป็พ่อ
“ ครับบบบ คุณศุภนิตย์ มิทราบว่ามีเื่อะไรให้ผมรับใช้ครับ ถึงได้โทรหาผมได้เนี่ย ” ผมเอ่ยรับสายของพ่อด้วยความเคยชิน เมื่อก่อนผมกวนทีนพ่อผมยังไง ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็อย่างนั้นหากว่าไม่ได้อยู่กับคนอื่นที่ผมจะต้องคีพลุคตัวเองล่ะนะ
( เหอะ! แกไม่ต้องมากวนตีนชั้นเลยนะไอ่ลูกเวร วันนี้แกหายหัวไปไหนไม่มาเข้าประชุมห้ะ! )
“ โอ้ย! พ่อก็ ผมไม่สบาย แฮ่กๆ ไปทำงานไม่ไหวครับพ่อ นี่ไอ้ตุลย์มันก็รายงานพ่อไปแล้วไม่ใช่หรอ ”
( แกอย่ามาตอแหลใส่ชั้น ไอ้ลูกเวร! ชั้นรู้นิสัยแกดี อย่างแกนะหรอไม่สบายน่ะ! แกไม่มาทำงานจนเ้าตุลย์มันต้องมานั่งทำงานแทนแก นี่แกยังอยากจะบริหารบริษัทอยู่มั้ยห้ะ! )
“ เอ้า! ผมก็บอกพ่อไปั้แ่แรกแล้วนี่ ว่าผมอยากทำงานอย่างอื่น ถ้าไม่ติดว่าพ่อเอาเื่สุขภาพของพ่อมาอ้างมีหรอว่าผมจะยอมไปนั่งให้พวกตาแกพวกนั้นคอยหาเื่ผมน่ะ อีกอย่างเ้าตุลย์มันก็ทำได้นิ พ่อจะให้มันมาบริหารแทนผมก็ได้นะ ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว และก็เชื่อว่าพี่ๆน้องๆคนอื่นก็ไม่มีใครว่ามันถ้ามันจะนั่งบริหารน่ะ ” ผมพูดบอกกับคนเป็พ่อออกไป หลักๆก็แค่อยากจะพูดปัดๆไปนั่นแหละครับ ถ้าหากผมไม่ได้นั่งแท่นบริหารบริษัทนี้ของครอบครัว ผมก็มีธุรกิจอย่างอื่นที่ผมอยากจะทำและก็เริ่มลงทุนไปบ้างแล้วเหมือนกัน ผมไม่มีทางอดตายหรอกครับ และไม่ต้องเป็ห่วงหมอซัมกันนะครับหมอซัมก็ไม่มีทางอดตายเหมือนกันแน่นอน เพราะเงินผมในตอนนี้สามารถเลี้ยงคุณหมอซัมได้ไปจนตายแล้วล่ะครับ หึหึ
( ไอ้ลูกเวร! ถ้าเ้าตุลย์มันรับตำแหน่งบริหารจากแก แกคิดหรอว่าชั้นจะให้แกมานั่งบริหารน่ะ! ไอ้ลูกสาวคนโตก็ไปทำงานบริษัทผัว ไอ้ลูกชายคนโตก็ติดอินดี้ไม่ค่อยสนใจทำงาน ไอ้ลูกชายคนเล็กก็ยังเรียนไม่จบ ไอ้ลูกชายบุญธรรมก็เข้าใจยาก โอ้ย! กูจะบ้าตาย! )
“ พอๆ พ่อ เลิกคุยนอกเื่ได้แล้ว สรุปโทรหาผมนี่มีอะไรครับ ” ผมเข้าสู่โหมดจริงจังทันทีเมื่อเห็นว่าตอนนี้เลิกนอกเื่กันไปมากแล้ว
( เออ! เข้าเื่เลยแล้วกัน อีก 2 วันชั้นจะให้แกไปเชียงใหม่ พอดีชั้นติดต่อกับอดีตลูกจ้างคนเก่าได้ เธอเป็เลขาคนเก่าของชั้นและเป็คนดีมากๆ ตอนนี้เธอทำสวนองุ่นกับสตอร์เบอรี่อยู่ที่เชียงใหม่กับสามี ชั้นติดต่อเื่ธุรกิจบางส่วนคร่าวๆไว้แล้วล่ะ ส่วนรายละเอียดชั้นจะให้เ้าตุลย์ส่งไปให้เหลือแค่ให้แกกับเ้าตุลย์บินไปคุยกับเขาอีกที แต่แกต้องรับปากกับชั้นนะ ว่าแกต้องให้เกียรติผู้หญิงคนนี้ให้มากๆ ถึงเธอจะเคยเป็ลูกจ้างของชั้นมาก่อน แต่เธอก็เคยเป็คนช่วยชีวิตชั้นเอาไว้ตอนที่ชั้นวูบหมดสติไป แกเข้าใจที่ชั้นพูดใช่มั้ย! )
“ ครับ! เข้าใจครับ! คุณศุภนิตย์ ผมจะจัดการให้ครับ ให้เลขาลูกชายของพ่อมันส่งรายละเอียดมาเลยครับ ผมจะได้อ่าน ”
( เออ! เข้าใจง่ายๆก็ดี ว่าแต่แก…กับน้ำหวานลูกสาวเพื่อนชั้นเป็ไงบ้าง )
“ เหอะ! อย่างลูกสาวเพื่อนพ่อนะหรอ ก็เหมือนกับผู้หญิงที่ผ่านๆมานั่นแหละพ่อ ทั้งเธอและผมต่างก็เข้าใจเื่ธุรกิจผลประโยชน์ พ่อไม่ต้องห่วงหรอก ผู้หญิงแบบนั้นผมไม่เอามาเป็ภาระในชีวิตของผมหรอก ” ผมเอ่ยตอบผู้เป็พ่อออกไป
“ คุณเหนือ ผมอาบน้ำเสร็จแล้ว คุณเข้าไปอาบน้ำต่อได้เลยนะ ”
( นั่นเสียงใคร! แกซุกใครไว้อีกแล้วหรอ เมื่อไหร่แกจะเลิกเอาไปเรื่อยแล้วหันมาจริงจังกับชีวิตให้ชั้นกับแม่แกได้มีหลานอุ้ม ได้สบายใจสักทีห้ะเ้าเหนือ )
“ คนนี้ผมจริงจังครับพ่อ แต่จะมีหลานให้มั้ย ผมไม่แน่ใจนะ ”
( คนที่แกจะจริงจัง…เป็ผู้ชายงั้นหรอ? )
“ ทำไม… พ่อรับไม่ได้หรอครับ ”
( รับได้หรือไม่ได้ ก็ต้องให้ชั้นกับแม่ของแกเจอก่อน ชั้นไม่ใช่พวกแก่หัวโบราณหรอกนะ แต่ชั้นกับแม่แกต้องขอเจอตัวจริงก่อน )
“ งั้นหลังจากกลับเชียงใหม่ พ่อกับแม่ก็เตรียมตัวรับขวัญหลานลูกสะไภ้ได้เลยครับ รับรองว่าถูกใจพ่อกับแม่แน่ หึหึ ”
( เออ! ให้มันจริงเถอะ อย่าลืมที่ชั้นบอกล่ะเื่งาน ทำให้สำเร็จเรียบร้อยด้วย แค่นี้แหละ! แม่แกรอกินข้าวกับชั้นอยู่ )
“ แก่กันขนาดนี้แล้ว ยังจะทำตัวเป็หนุ่มสาวพากันไปดินเนอร์เหมือนเดทแรกกันอยู่ได้ เฮ้อ! ”
( ไอ้ลูกเวร! ชั้นจะเดทกับแม่แกแล้วมันหนักหัวพ่อแกหรือไง )
“ ด่าพ่อผมก็เหมือนด่าตัวเองอ่ะพ่อ หรือไม่จริง ฮ่าๆๆ ”
( โอ้ยยยย! เออ! ไอ้ลูกเวร! แค่นี้แหละ )
ฝากกดไลค์กดติดตามและคอมเม้นต์เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน้า ขอบคุณทุกคนที่สนับสนุนไรท์เรื่อยมานะครับ ครอบครัวของท่านประธานนี่น่ารักและก็อารมณ์ดีจริงๆเลยเนอะว่ามั้ย ติดตามกันต่อตอนหน้าน้าาาา