ความลับที่ยังไม่อยากเผย
“อ้าว! คุณธรรทรกับคุณกรณ์ไม่เข้ามาทานอะไรก่อนกลับเหรอยัยขิม”
กรรชัยถามลูกขณะเห็นลูกสาวเดินเข้าบ้านมาคนเดียว เพราะเขารู้ว่าทั้งสองหนุ่มไปพร้อมกับลูกสาว
“อ๋อ! ไม่ค่ะพ่อ คุณกรณ์เขากลับแท็กซี่ไปแล้วค่ะ จะให้คนรถไปส่งก็ไม่ยอม เพราะเกรงใจ”
“พ่อก็เห็นเขาท่าทางขี้เกรงใจคนมากนะ แต่พ่อว่าคุณธรรทรน่ะโชคดีนะที่ได้ลูกน้องอย่างเขา เห็นบอกว่าเป็คนมีความสามารถคนหนึ่ง ที่ใครๆ ก็อยากได้ไปเป็มือขวาเลยนะ”
“ค่ะ! แล้วคุณแม่ไปไหนคะพ่อ” เธอถามเพราะเห็นกรรชัยนั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียว
“แม่อยู่ที่เรือนคุณย่ากับป้าอรั้แ่บ่ายแล้ว ฝากบอกว่าถ้าลูกมาให้คนไปตามมากินข้าวเย็น”
“อ๋อ..เหรอคะ งั้นขิมไปอาบน้ำก่อนนะคะ แล้วค่อยให้คนไปตามคุณแม่กับคุณย่ามาทานข้าวค่ะ”
“เอาสิลูก”
กรรชัยมองตามลูกสาวที่วิ่งขึ้นบันไดไปห้องตัวเอง ด้วยอาการเอ็นดูปนภูมิใจ
“ว่าไงครับคุณกรณ์ ดูท่าทางอารมณ์ดีเป็พิเศษจังเลยนะครับ แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้กลับมาเป็ตัวของตัวเองครับ”
อลงกรณ์พูดกระทบเ้านายขณะที่เห็นเ้านายหนุ่มนั่งอมยิ้มอยู่ข้างสระน้ำในคฤหาสน์ของเขา ซึ่งมีอาณาบริเวณที่ใหญ่โตมโหฬารสมกับฐานันดรของเขาไม่มีผิด
แต่อลงกรณ์เองก็ไม่ได้มีความน้อยเนื้อต่ำใจในฐานะตัวเองแต่อย่างใด เพราะธรรทรนั้นให้เขากับแม่ไม่น้อยเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็บ้านพร้อมที่ดินที่ถัดจากคฤหาสน์ของเขา
และไหนจะตำแหน่งหน้าที่การงานพร้อมทั้งหุ้นของบริษัทอีกมากมาย แค่นี้เขากับแม่ก็กินทั้งชาติไม่หมดแล้ว และธรรทรก็ให้เขาอยู่ในฐานะเพื่อนไม่ใช่เ้านายกับลูกน้องแต่อย่างใด
“นายก็จะได้คืนเมื่อฉันให้ไงกรณ์” เขายกแก้วเบียร์จิบอย่างอารมณ์ดี
“แล้วทำไมคุณธรรไม่บอกความจริงไปล่ะครับว่าคุณเป็ใคร เดี๋ยวคุณขิมรู้ทีหลังเข้าโกรธตายไม่รู้ด้วยนะครับ”
“นายก็รู้ว่าฉันก็ไม่ได้โกหกเธอนะ แต่เธอเข้าใจผิดไปเอง เพียงแต่ฉันไม่ได้บอกให้เธอเข้าใจใหม่แต่แรกก็เท่านั้นเองนะ นายก็รู้หนิวันที่รถชนกันน่ะ”
“ก็..แหม ดูคุณธรรโทรมขนาดนั้นเป็ใครก็ต้องคิดล่ะครับ”
“เอาไว้ให้ฉันแน่ใจอะไรบางอย่างก่อนก็แล้วกันแล้วฉันจะบอกเขาเอง แล้วนายว่าไงวะ”
“อะไรล่ะครับ เื่สนามกอล์ฟ เื่คุณขิมหรือว่าเื่คุณหญิงท่านครับ”
“นายเลิกพูดเื่คุณแม่ไปเลยนะ เพราะยังไงฉันก็ไม่ยอมแต่งงานกับคุณชุติมาแน่ เพราะฉันไม่ได้รักเขาในแบบกับคนที่จะมาเป็เมียฉันแน่ ฉันหมายถึงคุณขิม”
“ครับผมเข้าใจครับเ้านาย” เขาเย้าเ้านายเล่น
“ผมว่าคุณขิมเธอก็น่ารักนะครับ มากๆ เลย ไม่ถือตัว ทำงานเก่ง”
“อันนั้นฉันเห็นแล้ว”
“อ้าว! แล้วเ้านายจะให้ผมวิเคราะห์อะไรครับ”
“ก็! นายว่าเขาชอบฉันมั้ย” เขาถามด้วยแววตาหวานซึ้ง
“โอย! เ้านายครับผมจะไปรู้ได้ยังไงครับ ก็คุณเล่นขลุกอยู่กับเธอแทบตลอดเวลาแล้วผมจะเอาเวลาไหนมาวิเคราะห์ครับ แล้วคุณธรรเองก็เป็นักวิเคราะห์ระดับแนวหน้า แล้วทำไมเื่ความรู้สึกผู้หญิงแค่นี้ทำไม่ได้ครับ”
“ก็ฉันดูไม่ออกนี่ แล้วอีกอย่างก็เพิ่งจะรู้จักกัน ผู้หญิงที่ไหน เขาจะมาสนใจกับแค่มือขวาของนายธรรทรวะ ทำไมเขาไม่สนใจนายธรรทรไปเลยล่ะ”
“อ้าว! เป็แค่มือขวาคุณธรรแล้วไม่ดีตรงไหนครับ” อลงกรณ์แหย่เ้านาย
“อุ้ย..โทษทีนะฉันไม่ได้ว่านายอย่างนั้น นายเข้าใจฉันใช่มั้ยกรณ์”
“ครับเ้านาย ถ้าผมไม่รู้ใจคุณธรรแล้วใครหน้าไหนจะมาเข้าใจ และรู้ใจครับ… แต่กรณีคุณขิมนี่ผมดูไม่ออกจริงๆ ครับ ก็อย่างที่บอกครับเวลาที่รู้จักเธอสั้นเกินไป และเธอเองก็เป็คนที่สุภาพเอามากๆ
บางทีที่เธอดูแลคุณธรรอย่างดีก็อาจจะเป็เพราะว่า เ้านายเป็ลูกน้องของท่านเศรษฐีใหญ่อย่างเ้านาย ที่เข้ามาเป็หุ้นส่วนของพ่อเธอ และเธอก็เป็เ้าบ้านต้องต้อนรับแขกอยู่แล้ว หรือเธออาจจะสนใจเ้านายอยู่บ้างก็ได้ โอย! คิดไม่ออก”
“งั้นเอาอย่างนี้นะ นายจะต้องใช้ความเป็คุณธรรทร กับการร่วมทุนของเรากับคุณลุงกรรชัย โยงฉันให้ได้อยู่ใกล้เธอให้มากที่สุด และบ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถ้านายทำได้ฉันจะเป็เ้าภาพจัดงานแต่งให้นายกับคุณแก้วเลยเอามั้ย”
“โอ้โห! เ้านายผมทุ่มขนาดนี้เชียว แต่งานแต่งผมน่ะจะต้องจัดที่เกาะส่วนตัว และแขกหมื่นกว่าคนจะต้องนั่งเครื่องไปในงานเท่านั้นนะครับ” เขาแกล้งแหย่เ้านายอีก
“เอ่อ! เดี๋ยวแกจะได้ตายก่อนแต่งแน่ ถ้าขืนกวนไม่เลิก” เขาด่าลูกน้องด้วยอาการเคืองนิดๆ
“คุยอะไรกันจ้ะสองหนุ่ม” เสียงคุณหญิงรสรินทร์กับ สายชลแม่ของอลงกรณ์เดินมาสมทบที่สระว่ายน้ำ
“อ๋อ! ไม่มีอะไรครับคุณแม่ เชิญคุณแม่กับคุณน้าสายชลนั่งครับ”
ธรรทรบอกเลี่ยงๆ พร้อมลุกไปจัดที่ให้นั่ง เพราะเขารู้ดีว่าเื่นี้แม่เขาจะรู้ไม่ได้เลย เพราะไม่อย่างนั้นอาการโรคหัวใจจะกำเริบแน่ ถ้ารู้ว่าเขากำลังจะขัดใจไม่ยอมแต่งงานอย่างที่แม่หมายมั่นเอาไว้
“แล้วไปกาญจน์มาเป็ยังไงคะคุณธรร เ้ากรณ์วิเคราะห์โครงการให้ตรงเป้าหมายมั้ยคะ” สายชลถามหลังจากนั่งลงที่เก้าอี้ที่เขาจัดให้
“เยี่ยมมากครับน้าสายชล เ้ากรณ์นี้ชั้นหนึ่งครับ เป็ไปตามที่คาดเอาไว้เลยครับ งานนี้ต้องยกให้เ้ากรณ์มันครับ”
“ฉันต้องขอบใจมาก นะกรณ์ที่ดูแลลูกชายฉัน และกิจการให้ไปด้วยดี ถ้ามีอะไรให้ฉันช่วยเหลือฉันยินดีนะสายชล เธอคือเพื่อนที่ดีของฉันนะจำเอาไว้” คุณหญิงรสรินทร์บอกพลางหันมาหาเพื่อนรัก ซึ่งตอนนี้กลายเป็ผู้ช่วยส่วนตัวไปโดยปริยาย
“ขอบคุณค่ะหญิง แค่ที่ให้เราสองแม่ลูกก็มากพอแล้วล่ะค่ะ เราไม่้าอะไรไปมากกว่านี้แล้วค่ะ จริงมั้ยลูก”
สายชลพูดพลางหันไปหาลูก ด้วยอาการของคนที่เจียมตัว ถึงแม้เธอกับรสรินทร์จะเป็เพื่อนกันมาั้แ่สมัยเรียนก็ตาม แต่เมื่อสามีเธอเสียไป ธุรกิจทุกอย่างก็หายไปพร้อมกับสามี ก็เหมือนมาตั้งต้นใหม่กับรสรินทร์ที่นี่ เธอก็หวังจะให้ลูกชายคนเดียวเป็ผู้สืบทอดจากพ่อต่อไป
“คุณน้าพูดอะไรอย่างนั้นครับ ทั้งกรณ์กับคุณน้าก็ล้วนแล้วแต่เป็คนสำคัญเปรียบเหมือนคนในครอบครัวของเราครับ วันหนึ่งข้างหน้าผมอยากให้เ้ากรณ์ได้มีอะไรเป็ของตัวเอง ให้เขาได้ทำอย่างที่เขาอยากจะทำบ้าง จริงมั้ยกรณ์” ธรรทรกล่าวพร้อมตบไหล่เพื่อนรู้ใจ
“ก็แล้วแต่คุณธรรครับ ผมยินดีช่วยทุกเื่ครับ”
อลงกรณ์บอกด้วยท่าทางเจียมตัว เพราะต่อหน้าคุณหญิงแล้ว เขาคิดเสมอว่าเธอจะไม่ชอบให้ใครมาตีเสมอเธอและลูกชายเด็ดขาด เพราะเธอเป็คนเ้ายศเ้าอย่าง ไม่มีใครเอาอยู่นอกจากแม่ของเขา แต่ก็ไม่ใช่คุณหญิงจะแย่ไปทุกเื่ อย่างน้อยเธอก็ดูแลเขากับแม่มานับสิบๆ ปี ซึ่งข้อนี้เขาระลึกเสมอมา
“น้าว่าไปทานข้าวกันเถอะนะ ตั้งโต๊ะแล้วค่ะ” สายชลตัดบท
“ก็ดีเหมือนกันฉันก็รู้สึกหิวขึ้นมาแล้วล่ะ”
คุณหญิงลงความเห็นพร้อมลุกเดินนำหน้ากลุ่ม สองหนุ่มเดินตามไปด้วยดี
“วันนี้ผมขอฝากเ้ากรณ์ให้นั่งทำงานที่นี่สัก สองชั่วโมงนะครับ คุณขิมพอดีจะคุยกับลูกค้าที่ร้านอาหารข้างล่างครับ เ้ากรณ์มันไม่อยากจะคุยมันบอกว่ามีงานค้าง ก็เลยแบกคอมฯ มาทำที่นี่ เสร็จแล้วก็จะเลยไปทำธุระที่บริษัทลูกค้าที่ใกล้ๆ โรงแรมคุณขิมครับ”
อลงกรณ์อธิบายยืดยาวขณะที่ทั้งสองเดินตามเลขาเทียมหทัยเข้ามาในห้องทำงานของเธอ เขาต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะท่องเหตุผลร้อยแปดที่จะต้องให้เ้านายเข้ามานั่งทำงานในนี้ได้ หลังจากที่ถูกธรรทรสั่งให้พูดมาตอนที่อยู่ในรถ
“เชิญตามสบายค่ะ แต่ความจริงโรงแรมเรามีห้องสำหรับให้ลูกค้านั่งทำงานชั่วคราวไว้นะคะ มีอุปกรณ์ครบค่ะ”
เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องขอให้มาทำในห้องของเธอ เพราะเธอรู้สึกอึดอัดบ้าง เพราะั้แ่ที่กลับจากกาญจนบุรีคราวที่แล้ว รู้สึกว่าธรรทรจะเอาผู้ช่วยของเขาให้เข้ามาอาศัยห้องทำงานของเธอค่อนข้างบ่อย
แต่เขาก็ไม่ได้รบกวนอะไรเธอมากมาย เพราะอลงกรณ์นั้นสุภาพและรู้มารยาทในการมาอาศัยห้องคนอื่นทำงาน เขาก็จะทำงานไปโดยไม่ได้พูดกับเธอมากถ้าไม่จำเป็
“ไม่ดีกว่าครับ เผื่อเขามีอะไรจะได้ปรึกษาคุณขิมได้ คงไม่รบกวนคุณขิมนะครับ” อลงกรณ์บอกแทนเ้านาย
“ไม่เป็ไรค่ะ ยินดีค่ะ แต่ขิมแค่เกรงว่าคุณกรณ์จะไม่ค่อยสะดวกเท่านั้นเองค่ะ”
“ไม่เป็ไรครับผมชอบทำที่นี่เพราะเงียบดี”
เพราะทุกครั้งที่เขาขอมานั่งทำงานที่นี่ เขาก็ทำงานของเขาจริงๆ ไม่ได้เสียงานแม้แต่น้อย เพราะงานที่ให้อลงกรณ์ไปทำแทนนั้นล้วนแล้วแต่เป็งานที่เขาจัดการไว้เกือบทั้งหมดแล้ว
และอีกอย่างหนึ่งการได้มานั่งทำที่นี่ทำให้เขาได้เห็นพฤติกรรมของหญิงสาวที่เขานับวันก็จะรับเข้าไปอยู่ในห้องหัวใจทุกๆ ห้องของเขาแล้ว ผิดแต่เขายังไม่แน่ใจในความรู้สึกของเธอเท่านั้นเอง
“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ ทำตัวดีๆ นะกรณ์เดี๋ยวคุณขิมไม่ให้อยู่ด้วยนะ” เขาบอกพลางฉายแววตามีความหมาย
“เชิญค่ะ” มือบางผายเชื้อเชิญ
“คุณจะรับอะไรมั้ยคะจะได้ให้คุณกานดาจัดมาให้ค่ะ” เธอถามตามมารยาท
“ไม่เป็ไรครับผมเรียบร้อยมาแล้ว เชิญคุณขิมทำงานตามสบายครับ ต้องขอโทษครับที่รบกวนอีกแล้ว”
เขาพูดแบบสุภาพ เพราะไม่อยากจะออกอาการให้เธอรู้ว่าที่เขาทำนี้ทั้งหมดคือ้าจะจีบเธอเท่านั้น
“งั้นก็เชิญคุณกรณ์ตามสบายค่ะ”
เธอตอบแบบเสียไม่ได้ เพราะไม่ค่อยแน่ใจในจุดประสงค์ที่แท้จริงของผู้มาเยือน หรือว่าเขาอยากจะมาสืบหาความลับอะไรจากเธอ คิดได้แค่นั้นเธอก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้ และก็จะต้องระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิมเธอบอกตัวเอง
“คุณกรณ์หิวหรือยังคะ นี่ก็จะบ่ายแล้วนะ คุณธรรติดต่อเข้ามาหรือยังคะ” เธอถามเพราะั้แ่เ้านายของเขาเอามาฝากไว้ ก็ไม่เห็นติดต่อเข้ามาเลย เห็นแต่เขานั่งทำงานโดยไม่ได้พูดจาอะไรกันเลยสักคำ ซึ่งเธอเองไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย
และที่สำคัญเมื่อมีเขามานั่งร่วมห้องทำงานด้วยมันทำให้เธอไม่มีสมาธิในการทำงานเอาเสียเลย เพราะเพื่อนร่วมห้องของเธอมีหน้าตาที่หล่อเหลา จมูกโด่งรับกับใบหน้าคมสันและงามได้รูปของเขา ผิวพรรณของเขาก็บ่งบอกว่าอยู่ในที่ที่มีอากาศดีๆ มานับแรมปี
ด้วยท่าทางทะมัดทะแมงในการทำงานของเขา และการทำงานบนคอมพิวเตอร์แบบพกพาของเขานั้น มันช่างเป็ท่วงท่าที่ทำลายสมาธิของเธอตลอดเวลาเลยทีเดียว เธอชักไม่แน่ใจแล้วว่า นี่เขามาขอใช้ห้องทำงานของเธอเพราะต้องรอเ้านาย
หรืออยากจะมาอยู่ใกล้ๆ เธอ หรือว่าเขาอยากจะมาขโมยความลับอะไรในห้องของเธอกันแน่ และเพราะเหตุผลหลังนี่เองที่มันทำให้เธอไม่อยากจะทิ้งเขาไว้ในห้องคนเดียว
นี่ดูสิจนบ่ายคล้อยแล้วเ้านายยังไม่มารับเขากลับเลย และเขาก็ไม่มีทีท่าว่าจะหิวอะไรเอาซะเลย ผิดกับเธอ เพราะทุกๆ เช้าจะรับกาแฟแก้ว กับขนมปังชิ้น ก่อนออกบ้านแค่นั้นเอง
“ยังเลยครับ ไม่เห็นโทรมาหาผมเลย นี่ผมก็โทรหาแล้วนะครับ แต่ไม่รับสายผมเลย สงสัยยังไม่เสร็จธุระครับ ว่าแต่คุณขิมหิวหรือยังครับ ผมก็เริ่มหิวบ้างแล้ว ให้ผมเลี้ยงข้าวเที่ยงเป็การตอบแทนที่ให้ใช้ห้องนะครับ”
เขาพูดออกไปทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาไม่ได้เปิดโทรศัพท์มือถือไว้ด้วยซ้ำเพราะไม่อยากให้ใครมารบกวนเวลาที่เขาได้อยู่ใกล้ๆ กับเธอสองต่อสอง ถึงแม้ว่าเขาจะต้องทรมานกับการที่ได้อยู่ใกล้ๆ กับของรัก แต่ไม่มีโอกาสที่จะได้แตะต้องก็ตาม
“ไม่เป็ไรค่ะ พอดีขิมมีธุระจะออกไปข้างนอกพอดีกะว่าจะไม่เข้ามาในออฟฟิศแล้วค่ะ”
เธอบอกไปในที่สุด เพราะมีธุระสำคัญที่จะต้องทำด้วยตัวเองซึ่งไม่อยากให้ใครรู้เลย
“ไม่ได้ครับ งั้นให้ผมตามไปเลี้ยงข้าวคุณขิมในที่ที่คุณจะไปทำธุระก็แล้วกันนะครับ” เขาอ้อนวอนเธอ
“อ้าว! แล้วคุณกรณ์จะไม่รอคุณธรรเหรอคะ”
“ไม่เป็ไรครับเดี๋ยวผมฝากข้อความไปไว้ในมือถือก็ได้ครับ ก็เ้านายผมมารับผมช้าเอง”
เขาแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ เพราะไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาอ้างอีกแล้ว เพราะปกติเื่โกหกก็ไม่ใช่วิสัยของเขาเหมือนกัน
“เอางั้นหรือคะ แต่ที่ที่ขิมจะไปนี่ไม่ได้น่าไปเหมือนที่ไร่นะคะ คุณจะไหวเหรอคะ”
“ถ้าคุณขิมไหวผมก็ต้องไหวสิครับ ผมลูกผู้ชายอกสามศอกนะครับคุณลืมแล้วเหรอ”
“ใช่สิคะ ขิมลืมไป งั้นก็ได้ค่ะ เก็บของแล้วก็ตามมาได้เลยค่ะ แล้วห้ามบ่นทีหลังนะคะ” เธอเก็บของพร้อมออกไปผจญภัย
“สวัสดีค่ะป้าติ๋ว วันนี้ขายของดีนะคะ ลูกค้าเต็มร้านเลยค่ะ”
เธอกล่าวทักทายหญิงวัยกลางคน ที่ง่วนอยู่กับการตักข้าวแกงให้ลูกค้าในร้านเล็กๆ ในแหล่งชุมชนแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ซึ่งการที่จะมาที่นี่ได้นั้นจะต้องนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำเ้าพระยามาเท่านั้น เพราะถ้าเอารถมาก็จะต้องเสียเวลาไปอ้อมอีกไกลโข
“คุณขิมเชิญนั่งก่อนค่ะ พอดีแม้วยังไม่กลับจากโรงเรียนค่ะ ป้าเลยเหลือคนเดียววันนี้ลูกค้าเยอะเป็พิเศษค่ะ”
ป้าติ๋วกล่าวพร้อมทั้งจัดหาที่นั่งให้ทั้งสอง โดยทิ้งให้ลูกค้ารอซื้อของอยู่หน้าร้านไปพลางๆ ก่อน โดยมีเธอและเขาเดินตามมาแต่โดยดี
“ขอป้าไปตักอาหารให้ลูกค้าก่อนนะคะ ให้คุณขิมคิดก่อนว่าจะทานอะไรดี วันนี้มีของโปรดคุณขิมหลายอย่างเลยค่ะ”
“ตามสบายค่ะ”
เทียมหทัยตอบก่อนติ๋วจะรีบกลับไปต้อนรับลูกค้า
“ที่นี่เหรอครับที่คุณขิมจะมาทำธุระ”
เพราะสงสัยจริงๆ ว่าเทียมหทัยมาทำอะไรที่ห้องไม้สองชั้นเก่าๆ ้าคงจะเป็ที่พัก ส่วนด้านล่างนั้นทำเป็ร้านข้าวแกงเล็กๆ มีโต๊ะรับลูกค้าประมาณหกโต๊ะ แต่ถึงสถานที่จะเก่าแต่ของใช้ทุกอย่างดูสะอาดและจัดวางไว้อย่างเป็ระเบียบ
ส่วนป้าที่ขายข้าวแกงก็แต่งตัวได้ตามมาตรฐานร้านอาหารใหญ่ๆ อาหารก็ถูกจัดเรียงไปไว้ในตู้กระจกขนาดย่อมพร้อมทั้งมีฝาปิดมิดชิด ทำให้อาหารดูสะอาดและน่ากินมากยิ่งขึ้นไป
บวกกับความมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีของเ้าของร้าน บ่งบอกมาว่าเป็คนที่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี และราคาอาหารนั้นเขาแทบไม่อยากจะเชื่อ เพราะเหลือบไปเห็นป้ายราคาติดไว้ว่าทุกอย่างสิบบาทเท่านั้นเอง
“ค่ะที่นี่ล่ะค่ะ! คุณกรณ์สงสัยอะไรหรือเปล่าคะ แล้วคุณเคยมาสถานที่แบบนี้มั้ยคะ”
“ผมไม่สงสัยอะไรครับ และสถานที่แบบนี้ผมก็เคยมาบ้างครับ เมื่อครั้งที่เคยมาบริจาคเงินให้กับชุมชนครับ.. เอ่อ! ผมหมายถึงคุณธรรทรน่ะเคยมาบริจาคเงินแล้วผมก็ตามมาด้วยครับ แต่ไม่ใช่ที่นี่นะครับ จะเป็แถวคลองเตยครับ” เขาอธิบายให้เธอเข้าใจก่อนที่จะสงสัยเขาไปมากกว่านี้
“แล้วคุณขิมมาทำอะไรแถวนี้ครับ”
“ก็มาเยี่ยมป้าติ๋วที่ขายข้าวแกงนี้ล่ะค่ะ”
“ลูกค้าซาแล้วคุณขิมจะรับอะไรดีคะ วันนี้มีผัดวุ้นเส้น น้ำพริกมะขามไข่เจียว ต้มข่าไก่ ของโปรดคุณขิมทั้งนั้นเลย รับเลยมั้ยคะ แล้วคุณผู้ชายจะรับอะไรดีคะ”
ไม่ทันที่บทสนทนาของทั้งสองจะดำเนินต่อไปป้าติ๋วก็เข้ามาถามทั้งสองคน
“งั้นป้าติ๋วจัดที่พูดเมื่อกี้มาชุดหนึ่งแล้วก็ข้าวเปล่าสองจานค่ะ อ้อ! นี่คุณอลงกรณ์เป็เพื่อนขิมค่ะ คุณกรณ์ค่ะ นี่ป้าติ๋วค่ะ”
“สวัสดีครับคุณป้าเรียกผมว่ากรณ์เฉยๆ ก็ได้ครับ”
“สวัสดีค่ะ คุณกรณ์งั้นตามสบายนะคะ เพื่อนคุณขิมก็เหมือนเพื่อนป้าด้วย เดี๋ยวป้าตักอาหารให้ก่อน เดี๋ยวอีกหน่อยลูกสาวป้าคงจะกลับจากโรงเรียนค่ะ” เธอบอกพร้อมรีบผละไปจัดอาหารให้
“แม่หวัดดีค่ะ”
“อ้าว! แม้วกลับมาแล้วหรือลูก ไปไหว้คุณขิมแล้วก็รีบมายกอาหารไปให้คุณขิมกับเพื่อนนะลูก” ติ๋วร้องทักลูกสาวเมื่อเห็นเดินมาหน้าร้านพอดี
“ค่ะแม่” แม้วรับคำและรีบเดินตรงไปหาเทียมหทัยทันที
“คุณขิมสวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ” แม้วไหว้เทียมหทัยและกรณ์
“แม้วนี่คุณกรณ์เป็เพื่อนของฉันนะ แล้วเป็ไงวันนี้ผลสอบออกมาเป็ยังไงบ้าง”
เทียมหทัยทักเด็กวัยสิบสี่ปีที่อยู่ในชุดนักเรียนประมัธยมต้น หน้าตาน่าเอ็นดู ด้วยท่าทางที่นอบน้อมผิดจากเมื่อครั้งแรกๆ ที่เธอได้เจอสองแม่ลูกนี้ไปถนัดตา
“วันนี้แม้วสอบได้ที่หนึ่งค่ะคุณขิม”
“จริงหรือจ๊ะ”
“จริงค่ะ นี่ผลการเรียนของแม้วค่ะ” เด็กสาวยกสมุดพกนักเรียนอวดเทียมหทัย
“ฉันภูมิใจตัวเธอจริงๆ จ้ะแม้ว” เธอกล่าวเพราะเห็นผลการเรียนของแม้วแล้วก็พอใจมาก
“อาหารมาแล้วค่ะ แม้วไปเอาน้ำมาให้คุณขิมกับคุณกรณ์ไป๊ลูก สงสัยจะยังไม่ได้ทานอะไรมาแน่ๆ เลยนี่ก็บ่ายมากแล้วนะ” ติ๋วบอกลูกสาวหลังจากที่ยกอาหารมาให้เพราะเห็นลูกสาวยังคุยกับเทียมหทัยอยู่
“แหม..ป้าติ๋วนี่รู้ใจจริงๆ ครับ ตอนนี้ผมกับคุณขิมของป้านี่จะทานช้างได้ทั้งตัวแล้วครับ จริงมั้ยคุณ”
เขาชิงพูดเพราะหิวมากแล้ว
“ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะป้า แม้วกินอะไรมาหรือยัง กินด้วยกันมั้ย คุณป้าด้วยค่ะ”
“แม้วทานมาแล้วค่ะ งั้นแม่นั่งคุยกับคุณขิมนะเดี๋ยวแม้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมาขายของแทนแม่เองจ้ะ”
แม้วรีบบอกพร้อมทั้งรีบวิ่งไปชั้นบน
“เ้าแม้วมันบอกว่าจะเอาที่หนึ่งมาอวดคุณขิมให้ได้ค่ะ วันนี้มันทำได้ก็คงจะดีใจมากๆ เลยค่ะ”
ติ๋วทรุดตัวลงนั่งสมทบขณะที่หนุ่มสาวต่อหน้าตั้งหน้าตั้งตาตักข้าวเข้าปาก ด้วยความหิว ทำให้เธอนั้นอดปลื้มกับฝีมือการทำอาหารตัวเองแทบไม่อยู่เลย
“ขิมก็ดีใจค่ะที่เขาตั้งใจเรียนจะได้มีงานทำดีๆ ป้าจะได้สบายกว่านี้”
“แค่นี้ป้าก็สบายมากแล้วค่ะคุณขิม นี่ถ้าไม่ได้คุณขิมคอยช่วยเหลือเราสองแม่ลูกล่ะก็ป่านนี้ไปตกระกำลำบากอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วค่ะ”
ติ๋วรื้อฟื้นความหลังด้วยใบหน้าเศร้าไม่น้อย
“คุณกรณ์รู้มั้ยคะ วันแรกที่ป้าเจอคุณขิมน่ะใแทบแย่เพราะเ้าแม้วมันไปวิ่งราวกระเป๋าเธอมา แต่เธอก็ใจดีนะคะ ไม่เอาเื่เลย และก็ให้ตำรวจพาเ้าแม้วมาหาป้าที่ห้องเช่า ป้ากลัวแทบแย่ว่าเ้าแม้วมันไปทำอะไรไม่ดีมา”
“แล้วนอกจากจะไม่เอาเื่แล้ว เธอยังรับเลี้ยงเ้าแม้วเป็ลูกบุญธรรมอีกค่ะ แล้วยังให้เงินป้าไปเรียนทำอาหาร และก็ให้ทุนมาทำร้านที่นี่ค่ะ แล้วไหนจะค่าเซ้งห้องเช่า ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้าอีก แล้วยังจะต้องอุปกรณ์ในร้านเครื่องตกแต่งอีกหมดไปไม่รู้เท่าไหร่เลยค่ะ”
ติ๋วอธิบายยืดยาว แววตานั้นมองเทียมหทัยด้วยความรักและนับถือไม่น้อย
“เหรอครับ คุณขิมของคุณป้านี่เป็คนใจดีจริงๆ นะครับ” เขาพูดพลางสอดสายตาไปหาอีกฝ่าย
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เป็คุณกรณ์ก็ต้องทำเหมือนที่ขิมทำเหมือนกันค่ะ ก็ป้าติ๋วไม่มีใคร สามีไปมีเมียน้อย เงินติดตัวสักบาทก็ไม่มี แล้วจะให้ขิมเอาเื่ได้ยังไงจริงมั้ยคะป้า แล้วอีกอย่างป้าก็มีฝีมือทำอาหารที่ดีอยู่แล้วค่ะ แค่ฝึกเพิ่มเติมเท่านั้นเอง”
เทียมหทัยออกตัวทำเอาทั้งสองคนเงียบเพราะเห็นด้วยกับเธอ
“ตายจริง เกือบลืมเลยค่ะป้า นี่เงินค่ะขิมฝากป้าช่วยไปซื้อของเป็รางวัลให้แม้วด้วยนะคะ ที่ขิมเคยสัญญาว่าจะให้ตอนที่เขาสอบได้ที่หนึ่ง”
“คุณขิมไม่ต้องให้เ้าแม้วมันก็ได้ค่ะ แค่ช่วยเราสองแม่ลูกมาก็มากมายแล้วค่ะ ไม่รู้ว่าชาตินี้จะตอบแทนยังไงหมดหรือเปล่าก็ไม่รู้ แค่เ้าแม้วมันได้เรียนที่ดีๆ มีเงินทุนแต่ละเทอมก็มากพอแล้วค่ะ”
ติ๋วหันไปหาธรรทรเพื่อให้รับรู้เื่ราว
“ป้ารับไปเถอะครับเพราะถ้าไม่รับเดี๋ยวแม้วเขาจะเสียกำลังใจ เพราะวัยรุ่นสมัยนี้ถ้าเราได้ให้ความหวังแล้วเมื่อเขาทำสำเร็จเราก็ต้องให้เขาจะได้มีกำลังใจทำดีต่อไป” ธรรทรสมทบ
“จริงอย่างคุณกรณ์พูดค่ะป้า และอีกอย่างขิมตั้งใจเอาไว้แล้วด้วยค่ะ” เธอบอกอีกครั้ง
“ถ้าคุณกรณ์เห็นด้วยป้าก็ไม่ขัดข้องค่ะ เ้าแม้วมันคงจะดีใจน่าดูเลยค่ะ คุณขิมไม่ลืมคำพูดที่ให้ไว้กับมัน”
=======================
โปรเด้งๆ มาแล้วจ้า รีบโหลดเลยจ้า
shorturl.at/hoR18 <=ร้อยรวยใจ ลด 43% 400 เหลือ 229 อีก 6 วัน
shorturl.at/dMSU1 <=เหลี่ยมอสูร ลด 54% 149 เหลือ 69 อีก 7 วัน
shorturl.at/yDEH2 <=ราคีสีชมพู ลด 47% 149 เหลือ 79 อีก 7 วัน
shorturl.at/dfBLW <=เมียทาสสวาท ลด 41% 388 เหลือ 229 อีก 7 วัน
shorturl.at/kHTX8 <=วิมานมาร์คีย์ ลด 39% 311 เหลือ 189 อีก 7 วัน
========================
****** ขออนุญาตแจ้งอีกทีนะคะ ว่านิยายทุกเื่จะลงให้อ่านได้ราว 70% เท่านั้นค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะถ้าทำให้ค้างคา แต่กันเกราเชื่อว่านักอ่านที่น่ารักทุกท่านจะเป็กำลังใจต่อให้ด้วยการตามหาหนังสือมาไว้ในอยู่แล้วค่ะ ******
ยิ้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
และหนึ่งคอมเม้นต์ของท่าน คือหนึ่งแรกผลักดันและกำลังใจของคนเขียนนะคะ แต่ก็ยินดีต้อนรับและขอบคุณนักอ่านเงาทุกท่านด้วยค่ะ
รู้งี้แล้วอย่าลืมเม้นท์ให้เค๊าหลังอ่านด้วยนะตะเอง
เข้าไปทักทาย พูดคุย หรือติชมผลงานได้
ตามเพจด้านล่างนี้เลยนะคะ
ยินดีต้อนรับทุกๆ ท่านค่ะ และยินดีรับฟังทุกความคิดเห็นค่ะ
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗
ห้ามหยิบยก คัดลอก หรือดัดแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของหนังสือเล่มนี้ รวมทั้งถ่ายทอด ถ่ายเอกสาร สแกน ในรูปแบบใดๆ ทั้งสิ้น เว้นเสียแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ประพันธ์เป็ลายลักษณ์อักษร ยกเว้นเพื่อการประชาสัมพันธ์อันเป็ประโยชน์แก่หนังสือเล่มนี้เท่านั้น
========================
