“ท่านลุงเจิ้งก็ชอบล่าช่วนด้วยหรือเ้าคะ? เช่นนั้นก็ต้องช่วยอุดหนุนพวกเราให้มากหน่อยแล้วนะ”เย่ชิงชิงยิ้ม
“จริงสิ แต่ข้าทำไม่เป็ เ้าไม่ลองสอนลุงหน่อยหรือ?” เจิ้งลู่พูดล้อเล่น
“ข้าก็ทำไม่เป็เหมือนกันเ้าค่ะรอท่านแม่มาแล้วค่อยไปถามนางดีกว่าเ้าค่ะ!” เย่ชิงชิงทำสีหน้าไร้เดียงสานางไม่เชื่อว่าคนผู้นี้เพียงแค่้ากินล่าช่วนอย่างเดียวเขาแค่เห็นว่ากิจการของพวกนางไปได้ดีจึงอยากเข้ามาแบ่งผลประโยชน์ต่างหาก
ไม่นานก็มีคนมาซื้อล่าช่วนเย่ชิงชิงไม่มีเวลาจะไปสนใจเขาแล้ว นางเริ่มลงมือทำงานของตนอย่างเร่งรีบ
หลังจากผ่าน่เวลาที่ลูกค้าแ่าไปแล้วเย่ชิงชิงก็หยุดพักหายใจ เจิ้งลู่ที่อยู่แผงข้างๆ ก็ชวนนางพูดคุยอีกครั้งพยายามล่อลวงให้นางบอกวิธีทำล่าช่วน
ขณะที่นางกำลังก้มหน้าตอบอย่างเบื่อหน่ายจู่ๆ ก็มีรองเท้าสีขาวสะอาดคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าแผงลอย
เย่ชิงชิงเงยหน้าขึ้นมองเห็นเสื้อคลุมสีขาว ผ้าคาดเอวสีขาวหิมะ และปกคอเสื้อปักลวดลายสีเงิน
คุณชายผู้ดีในชุดผ้าไหมสีขาวนวลราวแสงจันทร์เขายืนอยู่หน้าแผงลอยของนาง มุมปากมีรอยยิ้มเสื้อคลุมผ้าแพรพลิ้วไหวดูสง่างามยิ่งนักเพียงแค่มาเยือนที่แห่งนี้ก็ดูสว่างไสวทันตา
“ได้ยินหัวหน้าผู้ดูแลกล่าวว่ามีของกินแปลกใหม่ปรากฏขึ้นในตลาดไม่นึกว่าจะเป็เ้า” เขากล่าว
เย่ชิงชิงมองใบหน้าที่สมบูรณ์แบบราวกับหยกนั้นอย่างประหลาดใจและอุทานออกมา “หนึ่งตำลึงเงิน!”
นี่มิใช่คนโง่...เอ้ยท่านผู้ใจบุญที่ซื้อดอกไม้เหี่ยวของนางด้วยเงินหนึ่งตำลึงหรอกหรือ!
“ดูท่าเ้าจะจำข้าได้” เขาเพียงยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยราวกับว่ามันเป็เื่ที่น่าปลื้มปีติยินดี
เย่ชิงชิงถึงกับพูดไม่ออกมีสองกรณีที่คนเราจะถูกจดจำได้ง่าย เขาเป็ที่จดจำเพราะมีรูปลักษณ์อันโดดเด่นส่วนนางนั้น...คงจำได้เพราะความอัปลักษณ์
ช่างเป็ความจริงที่น่าเศร้าเสียจริง
“รับล่าช่วนไหมเ้าคะ มีเพียงที่นี่ที่เดียวไม่ว่าท่านจะเดินผ่านไปที่ใดก็ไม่พบอีกแล้ว พลาดแล้วจะเสียใจนะเ้าคะ!” เย่ชิงชิงชูไม้เสียบขึ้นมา และกล่าวโฆษณาทันที
อีกฝ่ายรับเอาไปโดยดีเขาถือไม้เสียบพลางเอียงตัวกัดชิ้นส่วนเล็กๆ แล้วค่อยๆ เคี้ยวอย่างละเอียด
แม้แต่การกินล่าช่วนก็ยังน่ามองได้เย่ชิงชิงจดจ่อกับทุกท่วงท่าของเขา นางจะไม่ยอมรับหรอกว่าภายในใจรู้สึกอิจฉาริษยาโลกใบนี้ตัดสินกันจากหน้าตาภายนอกเช่นนั้น!
“เ้าเอาแต่จ้องข้าอยู่นะ” จู่ๆเขาก็เอ่ยขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
เย่ชิงชิงยกมือขึ้นลูบใบหน้าหยาบกร้านของตนเองและกล่าวว่า“ข้ากำลังชื่นชมท่านในใจอยู่เ้าค่ะท่านสนใจรับล่าช่วนเพิ่มหรือไม่เ้าคะ?”
“จริงหรือ” เขายิ้มจนตาหยี พลางพินิจไม้เสียบในมือตนจากนั้นก็เลิกคิ้วเล็กน้อย “สนใจร่วมทำการค้าใหญ่ด้วยกันหรือไม่?”
สิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกไปคือหัวหน้าผู้ดูแลของพวกเขาได้ทำล่าช่วนที่เหมือนกันทุกประการขึ้นมาแล้วผู้ที่มีลิ้นััเป็เลิศเพียงชิมดูก็จะรู้ถึงเคล็ดลับทว่าสิ่งที่ทำให้สับสนก็คือความแตกต่างของรสชาติ
บอกนางเื่ทำการค้าใหญ่หรือ?เย่ชิงชิงทำสีหน้าจริงจังคนผู้นี้เป็คนแรกที่พูดคุยกับนางอย่างเท่าเทียมอย่างที่รู้กันตอนนี้นางเพิ่งจะเจ็ดขวบ หลายคนพูดคุยกับนางก็มองว่านางเป็แค่เด็กแม้แท้จริงแล้วนางจะยังเป็เด็กอยู่จริงๆ
หากอีกฝ่ายไม่ได้จงใจล้อเล่นกับนางเช่นนั้น... เขาช่างเป็บุคคลที่น่ากลัวนัก!
“ข้านามว่าเย่ชิงชิง ไม่ทราบว่าท่านเป็คุณชายสกุลใดหรือเ้าคะ?”
“เผยรุ่นจือ”
เย่ชิงชิงไม่เข้าใจความหมายของสามคำนี้แต่เจิ้งลู่ที่แอบมองอยู่ด้านข้างตะลึงจนตัวแข็งทื่อด้วยฐานะบุตรชายเ้าของห้างร้านไท่หรานเผยรุ่นจือนับเป็สัญลักษณ์ของห้างร้านโดยแท้!
แต่จะเป็ไปได้อย่างไร?ที่ห้างร้านไท่หรานอันยิ่งใหญ่จะเสนอไมตรีให้กับแผงลอยเล็กๆ เช่นนี้?แม้ล่าช่วนจะเป็ของแปลกใหม่แต่ด้วยข้อได้เปรียบเพียงเล็กน้อยเช่นนี้... เจิ้งลู่ส่ายหน้าดูท่าข่าวลือในตลาดอาจไม่น่าเชื่อถือนักคุณชายเ้าของห้างผู้นี้ก็ไม่ได้เฉลียวฉลาดอย่างที่คิด
“เช่นนั้นคุณชายเผย ท่าน้าล่าช่วนจำนวนเท่าใดเ้าคะ?” เย่ชิงชิงค่อนข้างคาดหวังกับสิ่งที่เรียกว่าการค้าใหญ่นี้
เผยรุ่นจือเลิกคิ้วขึ้นเขาตอบคำถามแบบไม่ค่อยตรงประเด็น “คำพูดเ่าั้เวลาขายดอกไม้เ้าคิดขึ้นเองหรือ?”
ยามขายดอกไม้เขาก็สังเกตเห็นนางแล้วหรือ?แม้ว่าการพูดถ้อยคำเ่าั้ด้วยวัยเพียงเท่านี้จะดูเฉลียวฉลาดไปหน่อยแต่เย่ชิงชิงก็พยักหน้ายอมรับ “ข้าคิดขึ้นเองเ้าค่ะ”
“ของเหล่านี้ด้วยหรือ?” เผยรุ่นจือลดสายตาลงเขามองไปที่หม้อดินสองใบ
เย่ชิงชิงยกแขนขึ้นกอดอก“เื่นี้เกี่ยวข้องกับการค้าของพวกเรามากน้อยเพียงใดหรือเ้าคะ?”
เผยรุ่นจือหัวเราะเบาๆเขานั่งลงและเขยิบเข้ามาใกล้นาง “ไม่เกี่ยวอะไรเลยข้าเป็คนโชคดีเสมอเมื่อผู้ใหญ่ของบ้านเ้ามาแล้วก็ให้ไปหาข้าที่ห้างร้านไท่หรานเถิด”
ผู้คนภายนอกต่างสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงมองเห็นโอกาสทางการค้าอยู่เสมอแต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าเขาเพียงแค่มีสายตาที่เฉียบคมและมีความสามารถในการแยกแยะเท่านั้นและเขาเชื่อมั่นในการมองคนของตนเองเสมอ
หลังจากเผยรุ่นจือเดินไปแล้วเย่ชิงชิงก็ยังไม่แน่ใจว่านี่คือโอกาสทางการค้าใหญ่ที่เข้ามาหาตนจริงๆ หรือไม่
เจิ้งลู่นั่งไม่ติดแล้วเขาลุกขึ้นด้วยความกระวนกระวาย “พวกเ้ากำลังจะรวย!หากได้ขึ้นเรือลำใหญ่แล้ว จะต้องกังวลเื่การค้าขายอะไรอีก!”
“ท่านลุงเจิ้ง หมายความว่าอย่างไรเ้าคะ?” เมื่อเห็นว่ามีคนที่เข้าใจเย่ชิงชิงจึงรีบสอบถามด้วยความกระตือรือร้น
จากนั้นเจิ้งลู่ก็เล่าเื่ราวของห้างร้านไท่หรานให้นางฟังสถานที่นั้นเป็ห้างที่มีอิทธิพลอย่างมากในเมืองสืออันมีร้านค้าในสังกัดไม่รู้ตั้งกี่แห่ง!
เขาพร่ำไปเรื่อยๆพร้อมกับแสดงความอิจฉา “เหตุใดเื่ดีๆเช่นนี้จึงไม่เกิดขึ้นกับข้าบ้างนะ! ผักของข้าก็ดีไม่แพ้กันเลย...”
เย่ชิงชิงฟังเจิ้งลู่เล่าเื่ราวที่เขาได้ยินเกี่ยวกับห้างร้านไท่หรานแม้ว่าจะมีการกล่าวเกินจริงไปบ้าง ทว่าสิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ก็คือห้างร้านนี้เชื่อถือได้
หากสามารถร่วมการค้ากับพวกเขาได้ละก็...