ณ สวนสมุนไพรตระกูลชิน
“แค่ก แค่ก” ชินหลงไอออกมาเป็ระยะๆความเจ็บที่โดนเตะท้องยังไม่จางหาย หวังมู่ นั้นมีระดับปราณฝึกหัดขั้น 5ห่างจากชินหลง 4 ขั้นแม้จะเป็การเตะธรรมดาแต่ความแข่งแรงของร่างกายชินหลงนั้นต่างจากหวังมู่นัก
“5 กรัม แค่นี้คงพอนะ แฮก แฮก” ชินหลงพูดไปพร้อมกับหอบหายใจไปด้วย พอเด็กหนุ่มลุกขึ้นหลังจากเก็บสมุนไพรถึงกับตัวเซไปมาเลยทีเดียวเมื่อลุกขึ้นได้ก็พยายามเดินออกจากสวนกลับไปที่ตึกที่เจี้ยนเหวยอยู่ เดินไปได้แค่5-6 ก้าวมันก็ล้มลงกับพื้นมือกุมท้องหอบหายใจไม่เป็จังหวะ
“อ่า ข้าช้าแล้วท่านปู่ต้องห่วงแน่เลย”ชินหลงที่ล้มลงพูดพร้อมกับพยายามลุกขึ้นอีกครั้งแต่ก็ไม่ไหว
“อาหลง อาหลง เ้าเป็อะไรทำไมไปนอนกับพื้นแบบนั้น”เสียงไพเราะของหญิงสาวลอยมากระทบหูของมัน มันจำได้ทันทีว่าเป็เสียงของชินหยางซีนั้นเอง
หยางซีเห็นชินหลง นอนกับพื้นก็รีบวิ่งมาดูอาการของมันหญิงสาวอายุ 15 ปี ผมยาวสีดำปะบ่า ในตาสีดำ ใบหน้าดังหลุดออกมาจาก์คิ้วโค้งดังคันศร ั์ตากลมโตสดใส ปากสีชมพู ผิวขาวเรียบเนียนไร้ริ้วร้อยหน้าอกหน้าใจแม้ไม่ใหญ่มากแต่ไม่ถึงกับเล็กเอวคอด รูปร่างที่ชายใดได้เห็นย่อมมองน้ำลายไหลแน่นอน

หยางซีวิ่งมาถึงตรงที่ชินหลงนอนอยู่ “เ้าเป็อะไรใคร รังแกเ้า ถึงได้มีสภาพแบบนี้” เสียงหญิงสาวถามด้วยความเป็ห่วง
“ข้าไม่เป็อะไร ข้าแค่ตกต้นไม้เท่านั้นพี่ไม่ต้องห่วงข้า” ชินหลงพูดพร้อมกับดันตัวเองขึ้นนั่ง
หยางซีมองทั่วตัวของชินหลงอย่างเป็ห่วง “ตกต้นไม้บ้านเ้านะสิ ท่านปู่เจี้ยน ให้ข้ามาตามหาเ้าเพราะเห็นเ้าออกไปเอาวัตถุดิบนานนักเ้าคงไม่ได้ไปเก็บหญ้าครามบนต้นไม้หรอกใช่ไหม” หยางซีพูดพร้อมทำหน้าบึ้ง“ช่างเถอะตอนนี้อาการเ้าเป็อย่างไรบ้าง” หยางซีถาม
“ข้าไม่เป็ไร ข้าสบายดีแล้ว” ชินหลงตอบพร้อมยิ้มแย้ม
“อ่าดูหน้าเ้าสิ เหมือนไปโดนใครอัดมามากกว่าบอกข้ามาว่าใครทำร้ายเ้า” หยางซีถามพร้อมกับพยุงตัวชินหลงให้ลุกขึ้น
“ข้าตกต้นไม้จริงๆนะเชื่อข้าเถอะ”ชินหลงพูดพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาหยางซี
“เชอะ เ้านี้ตลอดเลยนะ โดนคนอื่นรังแกก็ยังไปปกป้องมัน”หยางซีพูดประชดพร้อมกับพยุงชินหลงให้เดินกลับไปที่ตึก
“แหะๆๆ ท่านอย่าโกรธนักเลยเดียวก็หมดสวยหรอก”ชินหลงพูดด้วยเสียงออดอ้อน
“ไม่ต้องเลยนะ ข้านะสวยอยู่แล้ว เฮอะถ้าข้ารู้ว่าเป็ใครข้าจะไปลากมันมาขอโทษเ้า” หยางซีพูดพร้อมทำหน้ามุ้ย
หยางซีนั้นพูดไม่ผิดเลยนางสวยเป็อันดับหนึ่งในโรงเรียนฝึกยุทธของเมืองทุ่งสีครามทั้งระดับปราณของนางก็อยู่ ที่ระดับ ปราณฝึกหัดขั้น 7 ถือว่าเป็อัจฉริยะของรุ่นเลยทีเดียวชายหนุ่มทั้งหลายแถบจะเข้ามาขายขนมจีบทุกวัน
“ชินหลง ชินหลงเ้าไปทำอะไรมาทำไมสภาพเป็อย่างนั้น”เจี้ยนเหวยเห็นสภาพหลานชายที่หยางซีพยุงเข้ามา ก็รีบเข้าไปดูอาการทันที
“ข้าไม่เป็อะไรหรอกท่านปู่” ชินหลงตอบเสียงเบา
หยางซีพาชินหลงมานั่งบนเตียง ให้เจี้ยนเหวยดูอาการ
“เฮอะ ปากแข็งจริงๆนะ ท่านปู่อาหลงอาการเป็หยางไรบ้าง”หยางซีถามเจี้ยนเหวยด้วยความเป็ห่วง
“เฮ้อ อวัยวะภายในบอบช้ำหนักต้องนอนรักษาซักอาทิตย์ก็ดีขึ้น เ้าไปโดนใครอัดมาอีกแล้วรึชินหลง” เจี้ยนเหวยพูดขณะเอามาวางไปบนหน้าอกและท้องเพื่อดูอาการชินหลง
“ท่านปู่ ตอนข้าไปพบอาหลง มันตอบว่าอย่างไรรู้รึไม่มันบอกข้าว่ามันตกต้นไม้ เหอะถึงข้าจะไม่ใช่หมอ แต่ดูแล้วจะให้ข้าเชื่อคงยากหน่อยนะ”ขณะชินหลงกำลังจะอ้าปากตอบก็โดนหยางซีแย่งตอบไปซะแล้ว มันจึงได้แต่ทำหน้าแห้งๆและหัวเราะออกมาเบาๆ
“เฮ้อ หยางซีเ้าออกไปก่อนเถอะให้มันพักซักหน่อยเดียวข้าต้มยาให้มันกินอ่อเดียวข้าทำยาให้เ้ากินด้วยพรุ่งนี้ วันมะรืนจะได้มีสมาธิปลอดโปร่งตอนสอบเลื่อนขั้น”เจี้ยนเหวยพูดพร้อมลุกขึ้นไปเอาส่วนผสมยามาบด
“เชอะ แทนที่จะมีแรงไปเชียร์ข้าวันข้าสอบต้องมานอนซมแบบนี้แย่จริงๆ” หยางซีบ่นแล้วเดินออกจากตึกไป
เมื่อเห็นหยางซีเดินออกไป เจี้ยนเหวยก็หันมาถามชินหลง
“เอาหละไหนบอกปู่สิใครทำเ้า หวังมู่ เสี้ยนม่าก๊กทัน อ่า เ้านี้ถูกทุกคนในตระกูลรังแกมาหมดแล้ว เฮ้อ” เจี้ยนเหวยส่ายหน้าระอา
“ข้าไม่บอกไม่ได้หรือ ท่านปู่ ข้าไม่อยากให้มีปัญหา”ชินหลงพูดทำหน้าเศร้า
“เอาเถอะไม่บอกก็ไม่บอก เฮ้อช่างน่าสงสารนักทำไม์ถึงเล่นตลกกับเ้านักนะ”เจี้ยนเหวยถอนหายใจพร้อมบดยาไป
“ไม่ต้องห่วงหรอกท่านปู่ถึงวรยุทธข้ามันจะไม่ก้าวหน้า ข้าว่าซักวันถ้าข้าตั้งใจฝึกมากพอมันจะเพิ่มขึ้นมาเองฮ่าๆๆๆๆๆ” ชินหลงตอบพร้อมกับหัวเราะยิ้มแย้ม
“ฮ่าๆๆๆๆ กำลังใจเ้าช่างดีจริงๆนั้นสิมันอาจขึ้นช้าไปบ้างแต่มันก็ต้องขึ้นบ้างแหละ” เจี้ยนเหวยหัวเราะก่อนจะตั้งใจผสมยาให้มันกิน
นอกตึก หยางซียังไม่ไปไหนแต่แอบฟังสองคนคุยกันที่ด้านนอก
“ชิ เจ็บขนาดนั้นยังหัวเราะออกมาได้อีกนะตาบ้าหลง” หยางซีพูดพร้อมกับยิ้มแล้วเดินจากไป
สองวันต่อมา
วันสอบเลื่อนระดับขึ้นปี 3ของหยางซินก็มาถึง
“ท่านปู่ วันนี้ข้าจะไปดูท่านพี่หยางซีสอบเลื่อนระดับได้หรือไม่”ชินหลงเอยปากถามขณะช่วยดูหม้อต้มยาให้เจี้ยนเหวย
“เ้าหายดีแล้วอย่างนั้นรึ” เจี้ยนเหวยถาม
“อื้อ ข้าหายแล้วแทบไม่มีอาการเจ็บเลยด้วยซ้ำ”ชินหลงตอบพร้อมเบ่งกรามให้ปู่มันดู
แต่ไหนแต่ไรถึงโดนรังแกเจ็บมามากเท่าไหร่ ชินหลงนั้นมักจะหายไวกว่าคนอื่นเสมอ แม้ร่างกายมันจะอ่อนแอก็ตาม
“ถ้าเ้ามั่นใจก็ไปเชียร์พี่เ้าเถอะแต่อย่าไปให้ใครรังแกเ้าได้อีกนะ ดูสงบๆห้ามก่อนเื่ด้วย” หวังเจี้ยนตอบ
“ได้เลยท่านปู่ ข้าจะแอบไปดูท่านพี่เงียบๆ”ชินหลงกล่าวจบก็ยกกาต้มน้ำยาลงจากเตาไฟ แล้วเดินออกจากตึกไป
ณ สนามสอบโรงเรียนฝึกยุทธ
“อ่า ท่านชินจู่เอี้ยน มาดูลูกสาวท่านสอบอย่างนั้นรึ”เสียงชายผู้เป็อาจารณ์ประจำโรงเรียนฝึกยุทธ เมื่อมันเห็นจู่เอี้ยนมานั่งที่ลานสนามสอบ
“โอ้ อาจาร กู่ฟง นั้นเอง ฮ่าๆๆๆใช่แล้ว ข้ามาดูพัฒนาการของ หยางซี ว่าเป็อย่างไรบ้าง” จู่เอี้ยนหันไปตอบกู่ฟ่งพร้อมกับยิ้มอารมณ์ดี
“ฮ่าๆๆ ท่านไม่ต้องห่วงหรอกหยางซีนั้นเป็ที่หนึ่งในรุ่นนี้ไม่มีใครจะเทียบนางได้เลย” กู่ฟงตอบ
“โอ้ ท่านก็พูดเกินไปหยางซียังต้องพัฒนาอีกเยอะ”จู่เอี้ยนพูดอย่างถ่อมตน
“ลูกท่านผู้นำตระกูลชินนั้นจะเด่นเป็ที่หนึ่งของรุ่นนั้นเป็เื่ธรรมดาอยู่แล้ว แต่ลูกชายข้าทั้งสองคนนี้สิยังฝีมือห่างไกลกับหยางซีนัก” ชินเหม่ยซู ที่นั่งข้างๆ จู่เอี้ยนตอบ
“ลูกของเ้า ก็ไม่เลวเห็นว่า หวังมู่ก็ใกล้จะทะลวงไปขั้นปราณฝึกหัดขั้น6 แล้ว ก๊กทันเองก็อยู่ที่ปราณขั้น 6 แล้ว นี้ถืกว่าลูกของเรารุ่นนี้มีพัฒนาที่เยี่ยมยิ่งนัก”จู่เอี้ยนหันไปตอบเหม่ยซู
“นี้ก็ใกล้ได้เวลาสอบแล้ว ข้าขอตัวก่อนาุโทั้งสอง”กู่ฟงพูดพร้อมคำนับแล้วเดินจากไป
“แฮกๆๆ ข้าเกือบมาไม่ทันแหนะ ฟู่รีบหาที่นั่งมุมดีๆ ดีกว่า” ชินหลงที่พึ้งวิ่งมาถึงถอนหายใจพร้อมกับเดินไปหานั่งในลานสอบ