(...เมื่อสั่งงานเสร็จ ไป๋ลี่ก็เพ่งจิตแวบเข้าสู่ห้วงมิติ...)
เขาก้าวเดินไปที่ลำธารน้ำใสสะอาดหมายใจจะแช่น้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลและความเหนื่อยล้าระหว่างที่ปล่อยตัวให้สายน้ำเย็นฉ่ำโอบกอดร่างกายไป๋ลี่ก็เริ่มวิเคราะห์ทบทวนความผิดพลาดของตนเอง
ข้าระวังตัวถึงขนาดนี้...แล้วข้าพลาดตรงไหน...
เขาพยายามเดินตามรอยพล็อตเรื่องเดิมมาตลอดเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองจะกุมความได้เปรียบ แต่ลืมไปว่านี่คือโลกแห่งความเป็นจริง อย่างที่ว่าทุกการกระทำที่ผิดเพี้ยนไปแม้เพียงเล็กน้อย อาจสร้าง 'บัตเตอร์ฟลายเอฟเฟกต์' ให้กับเนื้อเรื่องเสมอ
ต้องยอมรับ ที่เขารอดชีวิตมาได้ในวันนี้เป็นเพราะโชคช่วยอยู่ไม่น้อย
หากตบะที่แท้จริง ของตาเฒ่านี่ไม่ได้แค่ฝึกปราณขั้น9 แต่เป็นผู้ฝึกตน 'ขั้นสร้างรากฐาน' ล่ะ จุดจบมันจะเป็นไง…
ตาเฒ่านี่ก็โคตรฉลาด แต่แค่เดาผิดไปนิดหน่อยเท่านั้นเองถ้าเขาเลือกลงมือเร็วกว่านี้สักปีล่ะ แล้วบทสรุปจะเป็นยังไง...
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเป็นเขาเองที่ประมาทเกินไป เป็นเขาเองที่รอบคอบไม่พอ!
เมื่อตระหนักถึงความอ่อนหัดของตนเองไป๋ลี่ก็เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมากลางอากาศ เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ระบบ...ข้าต้องการเรียนรู้วิชาที่สามารถ 'ล่วงรู้อนาคต' ได้”
หน้าจอสีฟ้ากระพริบสองสามครั้งก่อนจะปรากฏข้อความตอบกลับ
[: ไม่พบทักษะ 'ล่วงรู้อนาคต' ในฐานข้อมูล]
[เหตุผล: ทักษะแทรกแซงกฎเกณฑ์แห่งเวลาถือเป็นการโกงระบบเกินไป]
ไป๋ลี่ขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันจะได้บ่นข้อความบรรทัดต่อไปก็เด้งแทรกขึ้นมา
[ระบบขอเสนอทางเลือกทดแทน: ทักษะ 'ตรรกะหมากบรรพกาล' (การวางแผนคาดการณ์ และคำนวณความเป็นไปได้ระดับสูงสุด)]
ไป๋ลี่เบิกตากว้างด้วยความสนใจพลันบนหน้าจอระบบก็จำลองภาพแผนที่ภูมิประเทศของยุทธภพแห่งนี้ขึ้นมาแบบสามมิติจุดสีแดงจุดหนึ่งสว่างวาบขึ้นในพื้นที่ที่ห่างออกไปหลายพันลี้...หรืออาจจะไกลกว่านั้น
[ในอีก 2 ปีข้างหน้า ณ หอประมูลหอคอยดาราจะมีการนำ 'กระดานหมากแห่งเทพ' จากยุคบรรพกาลออกมาประมูล]
รายละเอียดอธิบายต่อว่ากระดานหมากชิ้นนี้หาใช่ของวิเศษที่ใช้โจมตีหรือป้องกันแต่มันแอบซ่อนเคล็ดการเดินหมากเอาไว้หากผู้ใดสามารถทำความเข้าใจและไขปริศนาของมันได้สำเร็จคนผู้นั้นจะสามารถมองเห็นสรรพสิ่งบนโลกหล้าเป็นเพียงหมากกระดานหนึ่ง
มันหาใช่เวทมนตร์ล่วงรู้อนาคต...แต่มันคือศาสตร์ 'การคำนวณ' หากผู้เล่นเข้าใจถึงแก่นแท้เมื่อเผชิญหน้ากับต่อสู้ ก็เหมือนเช่นคาดเดาความเป็นไปได้ว่าศัตรูจะเดินหมากตัวไหนการคำนวณอนาคต ราวกับมองเห็นความเป็นไปได้ล่วงหน้า เมื่อเดาทางได้ ผลแพ้ชนะบนกระดานก็ย่อมอยู่ในมือ
ยิ่งหากบรรลุถึงขั้นสูงสุดการคำนวณนั้นจะไม่จำกัดอยู่แค่กระดานหมากแต่จะสามารถนำตัวแปรทั้งหมดมาคำนวณหาความน่าจะเป็น คาดเดาอนาคตเรื่องราว คนและหรือแม้สรรพสิ่ง... ไปจนถึงอีกหนึ่งปี สิบปี หรือร้อยปีข้างหน้า...
ไป๋ลี่เบ้ปากเล็กน้อยด้วยความผิดหวังทว่าเมื่อใช้สมองไตร่ตรองดู เขาก็พอจะเข้าใจและยอมรับได้
อย่างไรเสียด้วยตบะขั้นเก้าของเขาในตอนนี้ การจะออกไปท่องโลกกว้างที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดก็ยังนับว่ามีระดับพลังที่ต่ำต้อยเกินไปอยู่บ้าง การกบดานฝึกฝนอยู่ในสวนสมุนไพรแห่งนี้เงียบๆแล้วรอเวลาไปเยือนงานประมูลในอีก 'สองปี' ข้างหน้า...ก็ถือว่าเป็นจังหวะเวลาที่ไม่ช้าและไม่เร็วเกินไปนัก
ไป๋ลี่ยังคงทบทวนฉากการต่อสู้เมื่อครู่ที่คลุ้งอยู่ในหัวไม่อาจสลัดหลุดไปได้ส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาสามารถช่วงชิงความได้เปรียบจากตาเฒ่าซุนมาได้บ้าง นั่นก็คือ‘ความเร็ว’
แม้กระบวนท่าที่เขาใช้จะแสนธรรมดาจนอีกฝ่ายอ่านทางได้ กระบี่เวทก็เป็นเพียงของพื้นๆแต่อาศัยการรุกต้อนอีกฝ่ายด้วยความเร็วที่เหนือกว่าอยู่แค่ครึ่งก้าวก็เพียงพอจะทำให้ชายชราเสียจังหวะความเร็วนั้นแม้จะขึ้นอยู่กับระดับตบะของผู้ฝึกตน แต่มันก็หาได้ตายตัวเสมอไปทว่ายังขึ้นอยู่กับเคล็ดวิชาและความชำนาญของแต่ละบุคคลด้วย เขากับตาเฒ่าซุนอยู่‘ขั้นเก้า’ เหมือนกัน แต่อาศัยรากฐานลมปราณที่เขาควบแน่นมาอย่างมั่นคงกว่าจึงทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเร็วกว่าอยู่นิดหน่อย
“วรยุทธ์ในใต้หล้าล้วนตัดสินกันด้วยความเร็ว” ไป๋ลี่ผุดยิ้มมุมปากกับตัวเองพลันนึกถึงประโยคทองที่เคยได้ยินมาจากนิยายกำลังภายในเรื่องไหนสักเรื่องรากฐานของเขามั่นคงอยู่แล้วหากได้รับการเติมเต็มด้วยสุดยอดเคล็ดวิชาตัวเบาที่ช่วยเพิ่มความเร็วเข้าไปอีกระดับไม่แน่... อย่าว่าแต่เผชิญหน้ากับคนในขั้นเดียวกันเลย หรือแม้แต่ต้องต่อสู้ข้ามขั้นเขาก็อาจจะไม่เป็นรอง!
ลองคิดดู อย่างในวันนี้ต่อให้เขาไม่มีกระบี่อยู่ในมือ ไร้ซึ่งเคล็ดกระบวนท่าใดๆถ้าหากเขามีความเร็วที่มากพอ... แค่ใช้ ‘ไม้เสียบลูกชิ้น’ แทงเข้าที่จุดตายไม่แน่ว่าเขาก็อาจจะสังหารตาเฒ่านั่นได้แทบไม่ต้องเปลืองแรงเลยด้วยซ้ำ!
“ระบบ... ถ้าข้าอยากได้วิชาตัวเบาหรือวิชาที่ทำให้ตัวเองเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นล่ะ”เขาเอ่ยถามหน้าจอโปร่งแสงที่ลอยอยู่ตรงหน้า
หน้าจอสีฟ้ากระพริบวาบก่อนจะปรากฏรายชื่อ 'ร้อยอันดับสุดยอดวิชาตัวเบาแห่งยุค' เรียงรายลงมาเป็นหางว่าวไป๋ลี่กวาดสายตามองดูสี่อันดับแรกสุดบนหน้าจอ...
[อันดับ 1: เคล็ดวิชาเหนือแสง
ต้นกำเนิด: สำนักเทวะบรรพกาล
สถานะ: หายสาบสูญไปแล้วกว่า 10,000 ปี
อันดับ 2: ท่าร่างพริบตาสูญ
ต้นกำเนิด: ไม่ทราบแน่ชัด
สถานะ: หายสาบสูญ (ระบบคำนวณพบว่าคัมภีร์วิชานี้จะปรากฏตัวอีกครั้งในงานประมูลลับของหอดารา ในอีก 560 ปีข้างหน้า)
อันดับ 3: อสนีบาตไร้รอย
ต้นกำเนิด: สำนักเมฆาอัสนี(หนึ่งในสามสำนักใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดของดินแดนในยุคปัจจุบัน)
สถานะ:นี่คือวิชาที่เร็วที่สุดที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ทว่าเป็น ‘วิชาลับสุดยอด’ที่จะถ่ายทอดให้แก่เจ้าสำนักเพียงผู้เดียวเท่านั้น อย่าว่าแต่บุคคลภายนอกเลยแม้แต่ศิษย์สายตรงก็ไม่อนุญาตให้ฝึกฝน
อันดับ 4: เคล็ดวิชาก้าวย่างไร้เงา
ต้นกำเนิด: สำนักเซียนเสวี่ยน
สถานะ:มีเก็บรักษาไว้ในหอคัมภีร์ของสำนัก
ไป๋ลี่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่ออ่านข้อความมาถึงตรงนี้!
สามวิชาแรกนั้นไม่ต้องพูดถึง...ไม่หายสาบสูญไปเป็นหมื่นปี ก็เป็นของล้ำค่าที่ต่อให้มีวาสนาก็ไม่อาจฝึกฝนได้(แถมอันดับสองยังต้องรอให้กระดูกผุไปอีกห้าร้อยกว่าปีกว่าจะโผล่มา)ทว่าท่ามกลางร้อยวิชาแรกที่ติดอันดับสุดยอดวิชาแห่งความเร็วของโลกบำเพ็ญเพียรเขานึกไม่ถึงเลยว่า จะมีวิชาของ 'สำนักเซียนเสวี่ยน' รวมอยู่ด้วย!แถมยังติดท็อปถึง อันดับ 4
ระบบอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมให้เขาฟังว่าแม้ในยุคปัจจุบัน สำนักเซียนเสวี่ยนจะเป็นเพียงสำนักระดับกลางที่ดูธรรมดาๆไม่มีอะไรโดดเด่น ทว่าแท้จริงแล้ว สำนักแห่งนี้มีรากฐานที่หยั่งลึกมายาวนานมากหากย้อนกลับไปเมื่อ 1,000 -2,000 ปีก่อนสำนักเซียนเสวี่ยนเคยเป็นถึงหนึ่งในมหาอำนาจของดินแดนนี้เลยทีเดียว!เพียงแต่กาลเวลาและการเปลี่ยนแปลง รุ่นแล้วรุ่นเล่า ทำให้สำนักค่อยๆ ถดถอยลงมาบ้างอยู่ในจุดที่เป็นอยู่ปัจจุบัน
“ข้าจะฝึกวิชานี้ต้องทำยังไงบ้าง” ไป๋ลี่รีบถามระบบทันทีแววตาเป็นประกาย
[ตอบ: คัมภีร์ ‘เคล็ดวิชาก้าวย่างไร้เงา’ปัจจุบันถูกวางไว้ในชั้นหนังสือ 'หอคัมภีร์' ประจำสำนักเซียนเสวี่ยนผู้เล่นสามารถเดินเข้าไปหยิบมาฝึกฝนได้เลย]
[เงื่อนไข:ผู้ที่จะสามารถก้าวเท้าเข้าสู่หอคัมภีร์ได้ จะต้องมีสถานะเป็น ‘ศิษย์สายใน’ หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็น‘ศิษย์สายนอก’ ของสำนักเท่านั้น ตำแหน่ง ‘ศิษย์รับใช้’ไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้บริเวณหอคัมภีร์ได้]
ไป๋ลี่อ่านเงื่อนไขจบก็กระตุกยิ้มมุมปาก แค่เปลี่ยนสถานะเป็นศิษย์ของสำนัก...จะไปยากอะไร เขาเองก็นึกอยู่เหมือนกันว่าจะไปลงทะเบียนเป็นศิษย์สายนอกอยู่พอดี