ป่าต้องห้าม
ปาล์มและหลิงอันยังคงมุ่งเดินหน้าต่อไป พวกเขากำลังเดินอยุ่ท่ามกลางป่าดิบทึบที่ไม่คุ้นเคยและไม่รู้จักมาก่อนปาล์มมีความรู้สึกอึดอัด อ่อนเพลียและเริ่มหิว เห็นได้จากอาการที่เขาเดินตัวงอพลางใช้มือกุมท้องอยู่ตลอดเวลาเนื่องด้วยเสื้อผ้าที่เปียกชื้นที่สวมใส่อยู่ยังทำให้เกิดความไม่สบายตัว ซึ่งตรงกันข้ามกับหลิงอันที่เดินตัวปลิวนำหน้า
เดินมาได้ไม่นานหลิงอันก็มีความรู้สึกบางอย่าง พลันนางก็ฉุกคิดในใจว่าไฉนป่าแห่งนี้จึงค่อนข้างที่จะเงียบผิดปกตินักไร้ซึ่งเสียงสัตว์น้อยใหญ่เพราะหากเป็บริเวณฝั่งริมแม่น้ำที่จากมานางยังจำได้ว่าเห็นพวกสัตว์ต่างออกมาหากินอยู่แต่พอย่างก้าวเข้ามายังที่นี่รู้สึกราวกับอยู่กันคนละโลก นางตรึกพลางสังเกตุสภาพแวดล้อมโดยรอบเห็นต้นไม้ใหญ่แปลือกหนาขึ้นอยู่เรียงราย ที่พื้นดินมีพืชพันธุ์ต่างๆสลับกันบ้างเป็หญ้าใบเรียวยาว บ้างเป็ต้นดอกไม้รูปร่างประหลาด บ้างเป็เนินหินขรุขระ
ฮิ ฮิ ฮิ....ฮิ ฮิ ฮิ....
เสียงเบาลากยาวลอยมาตามลม ท่ามกลางความเงียบดังสะท้อนทั่วป่า
หลิงอันพยามเงี่ยหูฟัง
“มีคนอยู่แถวนี้ด้วยเหรครับ เสียงเหมือนผู้หญิงเลย” ปาล์มโพล่งขึ้นมา
หลิงอันหันเหลียวกลับมองปาล์มพลางใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากเบาๆ เป็สัญญาณให้เงียบเอาไว้ก่อนปาล์มเข้าใจความหมายเป็อย่างดี เขาพยักหน้ารับ
เสียงนั้นยังคงดังอย่างต่อเนื่อง บางคราเนิบช้า บางคราหวีดแหลมราวกับว่ามันกำลังจะปั่นประสาทของผู้ที่กำลังเดินทางจนทำเอาขนแขนของปาล์มเริ่มลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
เขากำลังกลัว
ฮิ ฮิ ฮิ..........
หลิงอันกวาดสายตามองไปรอบๆป่าแต่ก็ยังคงไม่พบสิ่งปกติหรือต้นตอที่มาของเสียงมีเพียลมเย็นๆที่พัดโชยมา นางเดินช้าลงครึ่งจังหวะพลอยทำให้ปาล์มต้องลดฝีเท้าลงตาม
“ข้าไม่คุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มาก่อนเสียงที่เราได้ยินอาจจะเป็เสียงของสัตว์ ของต้นไม้ เสียงของคน หรือแม้แต่สิ่งที่ไม่ใช่คนก็เป็ได้ขอให้เ้าช่วยเพิ่มความระมัดระวังด้วย”
“คะ ครับ”
คำกล่าวของนางทำให้ปาล์มต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นไปอีก ยอมรับว่าที่เป็ประสบการณ์ในการเดินป่าจริงๆครั้งแรกของเขาหากไม่นับรวมกับการไปเข้าค่ายพักแรมวิชาลูกเสือั้แ่สมัยประถมรวมถึงการไปเดินเล่นในสวนหรือแม้แต่ไปกางเต้นท์นอนกับพ่อในอุทยานแห่งชาติต่างๆซึ่งปกติแล้วมักจะไปเดินป่าเพื่อการพักผ่อนซึ่งเขาก็ชอบมาก ทว่าครั้งนี้กลับแตกต่างออกไปเพราะเป็การผจญภัยในป่าเพื่อการเอาชีวิตรอดเขารู้สึว่าสมองน้อยๆของเขาเริ่มฝ่อลงเพราะความกลัว ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทิ้มแขนขาเริ่มหมดเรี่ยวแรงแม้แต่จะก้าวเดิน แต่เขาก็ยังพยายามประคองตัวไม่ให้ล้มและพยายามที่จะหายใจให้ยาวขึ้นเพื่อรับเอาออกซิเจนเข้าไปในสมองให้ได้มากที่สุดเพื่อทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
เนื่องเพราะเขาเป็คนที่ไม่ค่อยจะมีเพื่อนสักเท่าใดปาล์มจึงคุยกับตัวเองเป็ประจำซึ่งบางคราข้อดีของมันก็คือการที่ทำให้เขารู้จักตัวเองได้อย่าแท้จริงมากขึ้น
มีความรู้สึกประหลาดบางอย่างกำลังเกิดขึ้นทีละนิดในสมองของเขานอกจากความกลัวเขาเริ่มค้นหาความรู้สึกนั้นทีละน้อย ทีละน้อย มันเป็ความรู้สึกที่แทรกอยู่ในส่วนลึกหากไม่สังเกตหรือตระหนักลึกซึ้งก็อาจจะค้นไม่เจอ.....ทำให้เขาเริ่มจะเข้าใจมันบ้าง
มันคือความรู้สึกตื่นเต้นจนใจสั่นและสะใจที่ได้ทำอะไรเสี่ยงๆแบบนี้นั่นเอง...
ตัวตนนี้ของเขาถูกกดทับและละเลยจากโลกที่เขาเคยอยู่มานานแต่ความรู้สึกเช่นนี้ก็ยังคงอยู่กับเขาอย่างเงียบๆตลอดมา
เขากลัวมาก แต่ก็แสยะยิ้มออกมาคนเดียว
“เอ๊ะ”
ปาล์มสังเกตุเห็นอะไรบางอย่ารอบตัว ทว่าหลิงอันก็เห็นมันอยู่กันแล้วเช่นกัน
จุดแสงสีแดงเพลิงคล้ายดวงตาของสัตว์นับสิบปรากฎอยู่รอบๆเงามืดของต้นไม้สีของมันสว่างวาบคล้ายสัตว์ที่กำลังซุ่มเงียบรอเหยื่อที่ผ่านมาให้ติดกับ
“สะ เสือ เหรอครับ”
“เกรงว่าจะไม่ใช่” หลิงอันเริ่มทำหน้าเครียด มีหยดเม็ดเหงื่อค่อยๆผุดขึ้นบนแก้มใสๆและหน้าผากของนาง
“เพราะข้าััไม่ได้ถึงจิตสังหารของมันมันคงต้องเป็พลังงานอะไรบางอย่าง” นางกล่าวต่อขณะอยู่ในท่าเตรียมตัวพร้อม
ทันใดนั้นเอง แววตาสีแดงที่ซุ่มอยู่ทั้งหมดก็ค่อยๆเคลื่อนไหวเป็เส้นโค้งวงกลมล้อมรอบตัวพวกเขาจนกระทั้งไปรวมตัวกันที่จุดเดียวของด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเบื้องหน้า
ทุกสิ่งตกอยุ่ในความนิ่งสงัดจนอาจได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของกันและกันปาล์มและหลิงอันต่างก็ไม่กล้าที่จะขยับตัวแม้แต่ก้าวเดียวราวกับถูกตรึงไว้ด้วยพลังลึกลับบางอย่าง
ด้านหลังของต้นไม้นั่นมีอะไรบางอย่างอยู่ มันเป็บางสิ่งที่นางเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนนางคิดว่าเคยผ่านการสังหารผู้คนมามากมาย เห็นเืและคนตายมานับครั้งไม่ถ้วนคงจะไม่มีสิ่งใดที่ทำให้นางหวาดกลัวได้อีกแล้ว ทว่าสิ่งนี้กลับแตกต่างออกไป
มันกำลังจะออกมาแล้ว....
ร่างอันน่าเกรงขามค่อยๆเดินย่องออกมาอย่างเชื่องช้าประจัญหน้ากับหลิงอันมันคือสุนัขจิ้งจอกขนาดใหญ่ ขนของมันมีสีขาวราวปุยเมฆ มีขนาดลำตัวโตกว่าสุนัขจิ้งจอกปกติราวสามเท่ามันแสยะยิ้มออกมาเผยให้เห็นคมเขี้ยวอันแหลมคม ดวงตาของมันมีลักษณะเรียวเล็กสีแดงสดสาบานได้ว่านางไม่เคยพบเจอสัตว์ประเภทนี้มาก่อนในชีวิตที่สำคัญนางเริ่มััได้ถึงจิตสังหารอันรุนแรงที่พวยพุ่งออกมาจากตัวของมัน
ปาล์มถึงกับมีอาการตาค้างทรุดตัวล้มลงส่วนหลิงอันยังคงยืนหน้าซีดพยายามตั้งสติ
“เด็กน้อย ไปหลบอยู่ใต้ต้นไม้นั่นซะ” นางะโออกคำสั่งพลางเบือนหน้าไปอีกทางเพราะรู้ดีว่าขืนให้ปาล์มอยู่ตรงนี้ก็จะเป็ตัวเกะกะซะเปล่าเปล่าๆเพราะถึงอย่างไรนางก็คงจะเลี่ยงการต่อสู้ครั้งนี้ไม่พ้นอย่างแน่นอน
สิ้นเสียงของนางปาล์มก็รีบตะกุยดินวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของต้นไม้อย่างหน้าตื่น
สุนัขจิ้งจอกส่งเสียงคำรามออกมาดังก้องไปทั่วทั้งป่าราวกับจะข่มขวัญพวกเขาและประกาศศักดาว่ามันคือเ้าของของสถานที่แห่งนี้ แน่นอนว่าน้ำเสียงของมันช่างดูไม่เป็มิตรเอาเสียเลย
หลิงอันตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ด้วยมือเปล่าขณะเดียวกันนางก็กวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อวิเคราะห์สภาพแวดล้อมหาจุดได้เปรียบนอกจากพื้นที่ที่ลาดชันมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นสลับไปมาก็ยังมีเศษกิ่งไม้หักวางเกลื่อนอยู่ นางหวังว่าคงจะได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้บ้าง
พริบตานั้นเองเ้าสุนัขจิ้งจอกก็พุ่งกระโจนเข้ามาหานางอย่างรวดเร็วหลิงอันเบี่ยงตัวหลบกรงเล็บของมันได้อย่างหวุดหวิด มันเอี้ยวตัววกกลับมาอีกครั้งด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นแล้วอ้าปากกว้างพยายามที่จะกัด
หลิงอันะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศแล้วม้วนตัวลงที่ด้านข้างของมัน นางเหวี่ยงหมัดชกเต็มแรงเข้าไปยังบริเวณลำตัวของมันอย่างจังหมัดของนางที่เกิดจากการรวบรวมพลังลมปราณเอาไว้จึงมีความหนักหน่วงเป็พิเศษ
“โอ๊ะ” ดอกนี้ทำเอาปาล์มถึงกับตะลึง
ร่างของสุนัขจิ้งกระเด็นกลิ้งไปไกลตามแรงหมัด ท่าจะเจ็บน่าดูแต่มันก็ไม่ปริปากร้องออกมาแม้แต่แอะเดียวทว่ากลับตรงกันข้ามมันค่อยๆลุกขึ้นมาราวกับไม่มี่อะไรเกิดขึ้นแล้วกัดฟันคำรามต่อ
“ช่างอึดเสียจริง เ้าตัวน่ารำคาญนี่” นางพึมพำ พลางเร่งฝีเท้าพุ่งเข้าไปหามันด้วยความเร็วหวังจะเผด็จศึกให้เร็วที่สุดตอนนี้ร่างกายของนางเริ่มมีอาการอ่อนล้าและนางก็ไม่้าความยืดเยื้อใดๆทั้งสิ้นซึ่งเป็จังหวะเดียวกันกับที่สัตว์ร้ายกระโจนเข้ามาเช่นกัน
“ตาต่อตาฟันต่อฟัน แบบนี้คงต้องเสี่ยงกันหน่อยแล้ว”
เหตุการณ์ช่างบีบหัวใจจนทำเอาปาล์มถึงกับจ้องตาไม่กระพริบ
สัตว์ร้ายตวัดขาหน้าที่มีเล็บมันคมกริบตรงเข้าที่ใบหน้าของหลิงอันแต่นางสามารถเบี่ยงหน้าหลบได้ขนาดเส้นยาแดงผ่าแปดทำให้กรงเล็บของมันพลาดเป้าข่วนเข้าที่บริเวณหัวไหล่ของนางแทนจนเกิดเป็แผลลากยาวสามเส้นเฉือนเข้าไปในเนื้อลึกเกือบถึงกระดูกทำให้เืสดๆพุ่งออกมาตามรอยแผลเป็ทาง
นางกัดฟันแน่นพยายามอดทนต่อความรู้สึกเ็ปที่แล่นผ่านปลายประสาทเข้ามา
หลิงอันฉวยโอกาศที่มันพลาดนั้นเองจิ้มนิ้วทั้งห้าเป็เส้นตรงทะลวงเข้าบริเวณหน้าท้องของมันมือของนางคมกริบ พุ่งจมเข้าไปผ่านชั้นิัของสุนัขจิ้งจอกราวข้อมือ นางรีบจึงดึงกลับออกมาอย่างรวดเร็วจนเกิดเป็แผลขนาดใหญ่ของสัตว์ร้ายเืของมันทะลักออกมาเช่นกัน นับเป็การตอบโต้ที่แลกกันคนละครั้งแต่ดูเหมือนฝ่ายศัตรูจะมีอาการสาหัสมากกว่า
คู่ต่อสู้ทั่งสองผงะถอยหลังออกจากกันเพื่อกลับมาตั้งหลักหลิงอันยังคงจ้องมองสุนัขปีศาจตัวนั้นอย่างตาไม่กระพริบทว่าสัตว์ร้ายมีอาการนิ่งโงนเงนไปมา มันค่อยๆเซและล้มตัวลงในที่สุดก่อนที่เืในตัวของมันค่อยๆไหลออกมาจากาแที่เปิดกว้าง
หลิงอันเองก็รู้สึกเหนื่อยและหอบขณะที่นางค่อยๆใช้มืออีกข้างกดปากแผลเอาไว้แล้วทรุดลงนั่งใต้ต้นไม้นางเองก็รู้ดีว่าการทำเช่นนี้แทบจะไม่ช่วยอะไรเพราะแผลของนางยาวลึกและกว้างจนเกินไปอีกทั้งเืของนางก็ยังไหลออกมาไม่หยุด ซึ่งตอนนี้บริเวณหัวไหล่ของนางเริ่มมีอาการชาเกิดขึ้นอันเป็ผลมาจากการเสียเืมากนั่นเอง
“พี่สาว เป็อะไรมากรึเปล่าครับ” ปาล์มรีบวิ่งออกมาจากที่ซ่อนอย่างลนลานด้วยความเป็ห่วง
นางพยายาฝืนหัวเราะออกมาอย่างไร้ความหมาย
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่ข้ากำลังต่อสู้อยู่กับตัวบ้าอะไรกันเนี่ย ขอข้านั่งพักสักหน่อยเถอะ”
“คะ ครับ”
ในตอนนี้ปาล์มเริ่มที่จะเชื่อคำที่นางบอกไว้ในตอนแรกเกี่ยวกับโลกใบใหม่เสียแล้วเพราะเหตุการณ์แรกที่เขาเจอนับั้แ่ก้าวเท้าเข้ามาที่นี่นับว่าประหลาด ซึ่งเขาไม่มี่ทางที่จะเจอสัตว์ร้ายตัวนี้ตามป่าในโลกที่เขาอยู่อย่างแน่นอน
“พี่สาวเสียเืมาก ก่อนอื่นต้องห้ามเืก่อน”ปาล์มทำเสียงตะกุกตะกัก หลิงอันยังคงทำหน้านิ่ง
ปาล์มเห็นนางไม่พูดอะไรออกมาเขาจึงฉีกเสื้อของตัวเองบางส่วนให้เป็ชิ้นยาวพอประมาณ
“พ่อเคยสอนสมัยเด็กๆฮะ” เขาพุดลอยๆ
หลิงอันได้แต่พยักหน้าเป็เชิงตอบตกลง
ปาล์มใช้ผ้ามัดทบกดลงบนบริเวณหัวไหล่ของนางที่มีแผลเพื่อไม่ให้เืไหลออกมามากกว่านี้ เพียงครู่เดียวเขาก็พันผ้าไว้รอบๆจนเสร็จตัวเขาเองไม่รู้หรอกว่าวิธีการนี้จะช่วยนางได้หรือไม่แต่ก็เป็สิ่งเดียวที่เขาพอจะทำได้ในตอนนี้
หลิงอันพยายาปรับลมหายใจของนางให้เป็ปกติ ตอนนี้นางเสียเืและพลังไปมากจนนางต้องขอเวลาพักและใคร่ครวญว่าจะต้องดำเนินการเช่นไรต่อไปเนื่องด้วยนางก็ไม่รู้เลยว่าป่าแห่งนี้มีอาณาเขตกว้างใหญ่ขนาดใหนและจุดที่เป็ทางออกของมันคือบริเวณใดอีกทั้งเสบียงติดตัวของพวกเขาก็ไม่มีแม้แต่น้อยเกรงว่าจะต้องอดตายกันอีกไม่นานนับว่าเป็ความโชคร้ายโดยสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
เอ๊ะ !!
ปาล์มสะดุ้งเฮือกร้องออกมา สิ่งที่กำลังเห็นทำให้เขามีอาการตัวสั่นอีกครั้งจนทำให้หลิงอันต้องกวาดสายตามองตาม
ภาพที่เห็นเบื้องหน้าของคนทั้งคู่ก็คือ ร่างอันใหญ่โตของเ้าสุนัขจิ้งจอกที่นอนนิ่งอยู่กำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นทีละน้อยเืของมันหลุดไหลไปแล้วและาแของมันก็ค่อยๆสมานตัวอย่างช้าๆดวงตาของมันเริ่มปรากฎสีแดงสด
มันกำลังจะคืนชีพอีกครั้ง !
“บัดซบเอ้ย ์ช่างกลั่นแกล้งข้าโดยแท้” หลิงอันกัดฟันแน่น
“แม่ม ...นี่มันเผ่าอันเดดหรือไงฟะ” ปาล์มทำหหน้าเหวออีกคน