ใต้แสงเมืองที่ไม่มีเธอ Under the City Lights (จบบริบูรณ์)

    ตอนที่ 6 — ใต้ร่มเดียวกัน

    “บางครั้ง การได้ยืนใต้ร่มเดียวกันสำคัญกว่าการมีร่มของตัวเอง”

    วันรุ่งขึ้นหลังคืนฝน

    เช้าในโซลอากาศชื้น กลิ่นดินจากฝนเมื่อคืนยังติดอยู่ตามถนน รอบ ๆ KJ Tower มีหมอกบางลอยเหนือทางเท้า ราวกับเมืองยังพักไม่ตื่นเต็มที่

    ฮันมินอาเดินออกจากสถานี ขณะลมเย็นพัดผ่านเส้นผมที่ยังไม่แห้งดี เสื้อคลุมบาง ๆ ที่ใส่มายังไม่อาจต้านความเหนียวชื้นของอากาศได้ เธอไม่ได้หลับสบายเมื่อคืน — หลายอย่างวนอยู่ในหัว ทั้งคำพูดของเซอา เสียงซุบซิบในออฟฟิศ และคำพูดของแทจุนใต้ร่ม

    “ผมจะถือร่มไว้ให้… ถ้าคุณยังอยากยืนอยู่ข้างกัน”

    เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงจำทุกคำได้ชัดขนาดนั้น เพียงรู้ว่าแค่หลับตา ภาพเมื่อคืนก็ย้อนกลับมา ทั้งหยดน้ำบนแก้ม ความอุ่นจากมือเขาที่แตะแ๵่๭ และสายตาที่ไม่หลบ

    เมื่อถึงตึก เธอทักทายพนักงานต้อนรับตามมารยาท แต่หัวใจกลับเต้นแรงผิดปกติ เธอคงหวังจะเจอเขาที่ไหนสักแห่ง — แต่ลิฟต์ทั้งสองช่องว่างเปล่า เงียบตามปกติ

    ในห้องทำงาน จีอุนส่งแฟ้มใหม่มาให้

    “เอกสารซ่อมบำรุงดาดฟ้า ตรวจรายการนี้ให้หน่อยนะ”

    มินอาพยักหน้า ตั้งใจทำงานเต็มที่เพื่อไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้ง แต่ก็ไม่สำเร็จนัก เพราะตอนเธอพลิกหน้าสุดท้ายของแฟ้ม มีโพสต์อิตสีครีมติดอยู่แผ่นหนึ่ง เขียนตัวอักษรบรรจงว่า

    “ขอบคุณสำหรับเมื่อวาน — T.J.”

    เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ พยายามไม่ยิ้มออกมาจนพนักงานใกล้ ๆ เห็น แต่หัวใจกลับเบากว่าเช้าวันไหนในรอบสัปดาห์

    ฝนเริ่มลงเม็ดอีกครั้งบนกระจกของชั้น 18 เงาของก้อนเมฆสีเทาปกคลุมทั่วเมือง

    มินอายืนหน้าห้องของ “ชเวยุนอา” หญิงที่ขึ้นชื่อเ๹ื่๪๫ความเฉียบคมและเ๶็๞๰า แม้แต่คนในทีมก็ยังเกรงใจ

    เธอกำแฟ้มแน่น สูดลมหายใจ แล้วเคาะประตูเบา ๆ

    “เข้ามา”

    ห้องของยุนอากว้าง โปร่ง และตกแต่งแบบมินิมอล เธอนั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะ กระจกด้านหลังสะท้อนภาพแม่น้ำฮันทอดยาว

    “คุณฮันมินอาใช่ไหม” ยุนอาเอ่ยโดยไม่เงยหน้า

    “ค่ะ หัวหน้าเรียกฉันเหรอคะ”

    “นั่งสิ”

    มินอานั่งลง เธอรู้สึกได้ถึงความกดดันบางอย่างในอากาศ — ไม่ใช่เพราะยุนอาพูดแรง แต่เพราะน้ำเสียงพอเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่

    “ฉันดูแบบที่คุณทำร่วมกับทีมแล้ว” ยุนอาวางแฟ้มลง “งานดี ถือว่ามีแวว”

    “ขอบคุณค่ะ”

    “แต่จำไว้…” เธอเงยหน้าขึ้น มองตรงด้วยสายตาที่เหมือนอ่านทะลุใจได้

    “อย่ามองคนที่อยู่สูงเกินไป เพราะคุณอาจลืมมองทางของตัวเอง”

    คำพูดนั้นเหมือนมีดบางที่สอดเข้ามาอย่างแ๞๢เ๞ี๶๞

    มินอาชะงัก “คะ… หมายถึงอะไรเหรอคะ”

    ยุนอาหมุนปากกาในมือพลางพูดเสียงเรียบ “ท่านประธาน… เขาเคยเป็๞คนที่ฉันรู้จักดี เราเคยทำงานด้วยกัน สร้างความฝันเดียวกัน”

    มินอาเงียบ ตั้งใจฟัง

    “แต่สุดท้าย เขาเลือกตึก เลือกงาน มากกว่าคน”

    “…ขอโทษค่ะ ฉัน—”

    “ไม่ต้องขอโทษ ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่า แสงที่ส่องมาจากที่สูง บางทีก็ร้อนและเผาได้”

    ประโยคนี้… ทำให้ใจเธอสั่นวูบ

    มินอาลุกขึ้นโค้ง “ฉันเข้าใจค่ะ ขอบคุณสำหรับคำเตือน”

    “หวังว่างั้น” น้ำเสียงยุนอาเปลี่ยนเป็๲ว่างเปล่าทันที “ไปเถอะ”

    มินอาเดินออกจากห้องด้วยหัวใจหนักราวถือก้อนหิน ความสงสัย ความสับสน และความเจ็บปนเข้าด้วยกัน

    เธอไม่รู้ว่ายุนอาพูดเ๱ื่๵๹งาน หรือพูดเ๱ื่๵๹บางอย่างที่ลึกกว่านั้น… และเกี่ยวกับแทจุน

    ฝนเริ่มตกอีกครั้ง คราวนี้เป็๞ฝนเม็ดเล็ก ละอองละเอียดเหมือนหมอก เธอยืนรอรถเมล์ใต้กันสาด แต่ลมแรงจนละอองฝนพัดเข้ามาโดนแขนเสื้อ

    วันนี้เธอไม่ได้เอาร่มมา — เธอไม่ได้ลืม แต่เหมือนไม่มีแรงจะหยิบมันออกจากบ้าน เธอรู้สึกเหนื่อย เหมือนสิ่งที่ได้เริ่มสร้างมา ค่อย ๆ ถูกคำพูดของยุนอาทำให้สั่นคลอน

    ขณะเธอมองถนนเปียกฝน เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง

    “ผมบอกแล้วว่าคุณจะไม่มีร่มอีกวัน”

    แทจุนยืนอยู่ใต้ร่มสีดำใบเดิม สูทเข้มเปียกเล็กน้อยตรงหัวไหล่ ราวกับเพิ่งรีบเดินออกมาตามเธอ

    มินอาหันกลับ “ฉัน… ไม่ได้ลืมค่ะ แค่ไม่หยิบมา”

    เขาขยับเข้ามาใกล้ กางร่มคลุมเหนือหัวเธอมากกว่าเขาเหมือนเคย “งั้นก็ใช้ด้วยกัน”

    เธอเงยหน้ามองเขา “วันนี้คุณยุ่งนี่คะ”

    “ถ้าคุณยืนตากฝนอยู่ ผมก็เลิกยุ่งทันที” เขาพูดเรียบ แต่แววตาจริงจังจนเธอหลบไม่ทัน

    ทั้งคู่เริ่มเดินไปตามทางเท้าที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากร้านค้าริมถนน เสียงฝนเบา ๆ ตีลงบนร่มเป็๲จังหวะอ่อนโยน

    “หัวหน้าแผนกชเว… เรียกฉันไปคุยค่ะ” มินอาพูดเบา ๆ

    แทจุนเหลือบตามองทันที “พูดว่าอะไร”

    “…ว่าอย่ามองคนที่อยู่สูงเกินไป เพราะฉันอาจลืมมองทางของตัวเอง”

    เขาหยุดเดิน ร่มเอียงจนเกือบหลุดจากมือ

    “แล้วคุณคิดว่าเธอหมายถึงอะไร”

    มินอาสูดลมหายใจ “ฉันไม่รู้ค่ะ แต่… มันทำให้ฉันกลัว”

    “กลัวผมเหรอ” เขาถามเสียงเบา

    เธอเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบ “กลัวว่าสิ่งที่ฉันเชื่อ… ไม่ถูก”

    แทจุนก้าวเข้ามาใกล้จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจเขาชัด

    “ถ้าวันหนึ่งคุณไม่แน่ใจ เชื่อผมได้ไหมว่า…”

    เขายื่นมือแตะหลังมือเธอเบา ๆ

    “ทุกอย่างที่คุณได้มา เป็๲เพราะความสามารถของคุณ ไม่ใช่เพราะผม”

    มินอากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอ “คุณไม่รู้หรอกว่าได้ยินแบบนี้… ฉันโล่งแค่ไหน”

    เขายิ้มบาง “ผมรู้ และผมอยากให้คุณได้ยินด้วยตัวเอง ไม่ใช่จากใครอื่น”

    ลมแรงพัดผ่าน ทำให้น้ำฝนซัดเข้าขอบร่ม เธอก้าวตามเขาไปอีกทางโดยไม่รู้ตัว เหมือนเท้าเดินตามหัวใจมากกว่าความคิด

    เมื่อถึงทางแยก เธอหยุด

    “แทจุน…”

    เขาหันมา

    “ถ้าฝนหยุดวันหนึ่ง… คุณจะยังอยู่ไหม”

    แทจุนมองหน้าเธอเนิ่นนาน เหมือนกำลังเลือกคำที่จะไม่ทำร้ายใคร

    “ผมจะอยู่… ถ้าคุณไม่เดินหนีผมก่อน”

    มินอาก้มหน้าทั้งที่รอยยิ้มล้นขึ้นในอก

    “งั้น… ฉันจะอยู่ค่ะ”

    เขายิ้มเป็๲ครั้งแรกของวัน — รอยยิ้มที่อุ่นยิ่งกว่าแสงไฟนีออน

    ราวกับบอกเธอว่าไม่ว่าฝนจะตกอีกกี่ครั้ง เขาจะยังยืนข้างเธอเสมอ

    ขณะเธอกำลังจะเดินกลับ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น

    ข้อความจากจีฮุนขึ้นมาบนหน้าจอ:

    “หัวหน้าแผนกชเวยุนอาออกจากบริษัทก่อนเวลา

    มีคนเห็นเธอไปที่ร้านคาเฟ่ริมแม่น้ำฮันกับผู้ชายคนหนึ่ง

    เหมือนกำลังคุยเ๱ื่๵๹งานสำคัญ”

    มินอาชะงัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอมองแม่น้ำฮันที่อยู่ลิบ ๆ และสะพานมุนจาซึ่งสว่างขึ้นทีละดวงในเวลานั้น

    ราวกับเมืองพยายามจะบอกเธอว่า —

    คืนนี้… จะมีเงาอะไรบางอย่างเกิดขึ้นใต้สะพานนั้น