“บางครั้ง การได้ยืนใต้ร่มเดียวกันสำคัญกว่าการมีร่มของตัวเอง”
วันรุ่งขึ้นหลังคืนฝน
เช้าในโซลอากาศชื้น กลิ่นดินจากฝนเมื่อคืนยังติดอยู่ตามถนน รอบ ๆ KJ Tower มีหมอกบางลอยเหนือทางเท้า ราวกับเมืองยังพักไม่ตื่นเต็มที่
ฮันมินอาเดินออกจากสถานี ขณะลมเย็นพัดผ่านเส้นผมที่ยังไม่แห้งดี เสื้อคลุมบาง ๆ ที่ใส่มายังไม่อาจต้านความเหนียวชื้นของอากาศได้ เธอไม่ได้หลับสบายเมื่อคืน — หลายอย่างวนอยู่ในหัว ทั้งคำพูดของเซอา เสียงซุบซิบในออฟฟิศ และคำพูดของแทจุนใต้ร่ม
“ผมจะถือร่มไว้ให้… ถ้าคุณยังอยากยืนอยู่ข้างกัน”
เธอไม่รู้ว่าทำไมถึงจำทุกคำได้ชัดขนาดนั้น เพียงรู้ว่าแค่หลับตา ภาพเมื่อคืนก็ย้อนกลับมา ทั้งหยดน้ำบนแก้ม ความอุ่นจากมือเขาที่แตะแ่ และสายตาที่ไม่หลบ
เมื่อถึงตึก เธอทักทายพนักงานต้อนรับตามมารยาท แต่หัวใจกลับเต้นแรงผิดปกติ เธอคงหวังจะเจอเขาที่ไหนสักแห่ง — แต่ลิฟต์ทั้งสองช่องว่างเปล่า เงียบตามปกติ
ในห้องทำงาน จีอุนส่งแฟ้มใหม่มาให้
“เอกสารซ่อมบำรุงดาดฟ้า ตรวจรายการนี้ให้หน่อยนะ”
มินอาพยักหน้า ตั้งใจทำงานเต็มที่เพื่อไม่ให้ตัวเองคิดฟุ้ง แต่ก็ไม่สำเร็จนัก เพราะตอนเธอพลิกหน้าสุดท้ายของแฟ้ม มีโพสต์อิตสีครีมติดอยู่แผ่นหนึ่ง เขียนตัวอักษรบรรจงว่า
“ขอบคุณสำหรับเมื่อวาน — T.J.”
เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ พยายามไม่ยิ้มออกมาจนพนักงานใกล้ ๆ เห็น แต่หัวใจกลับเบากว่าเช้าวันไหนในรอบสัปดาห์
ฝนเริ่มลงเม็ดอีกครั้งบนกระจกของชั้น 18 เงาของก้อนเมฆสีเทาปกคลุมทั่วเมือง
มินอายืนหน้าห้องของ “ชเวยุนอา” หญิงที่ขึ้นชื่อเื่ความเฉียบคมและเ็า แม้แต่คนในทีมก็ยังเกรงใจ
เธอกำแฟ้มแน่น สูดลมหายใจ แล้วเคาะประตูเบา ๆ
“เข้ามา”
ห้องของยุนอากว้าง โปร่ง และตกแต่งแบบมินิมอล เธอนั่งหลังตรงอยู่หลังโต๊ะ กระจกด้านหลังสะท้อนภาพแม่น้ำฮันทอดยาว
“คุณฮันมินอาใช่ไหม” ยุนอาเอ่ยโดยไม่เงยหน้า
“ค่ะ หัวหน้าเรียกฉันเหรอคะ”
“นั่งสิ”
มินอานั่งลง เธอรู้สึกได้ถึงความกดดันบางอย่างในอากาศ — ไม่ใช่เพราะยุนอาพูดแรง แต่เพราะน้ำเสียงพอเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่
“ฉันดูแบบที่คุณทำร่วมกับทีมแล้ว” ยุนอาวางแฟ้มลง “งานดี ถือว่ามีแวว”
“ขอบคุณค่ะ”
“แต่จำไว้…” เธอเงยหน้าขึ้น มองตรงด้วยสายตาที่เหมือนอ่านทะลุใจได้
“อย่ามองคนที่อยู่สูงเกินไป เพราะคุณอาจลืมมองทางของตัวเอง”
คำพูดนั้นเหมือนมีดบางที่สอดเข้ามาอย่างแเี
มินอาชะงัก “คะ… หมายถึงอะไรเหรอคะ”
ยุนอาหมุนปากกาในมือพลางพูดเสียงเรียบ “ท่านประธาน… เขาเคยเป็คนที่ฉันรู้จักดี เราเคยทำงานด้วยกัน สร้างความฝันเดียวกัน”
มินอาเงียบ ตั้งใจฟัง
“แต่สุดท้าย เขาเลือกตึก เลือกงาน มากกว่าคน”
“…ขอโทษค่ะ ฉัน—”
“ไม่ต้องขอโทษ ฉันแค่อยากให้คุณรู้ว่า แสงที่ส่องมาจากที่สูง บางทีก็ร้อนและเผาได้”
ประโยคนี้… ทำให้ใจเธอสั่นวูบ
มินอาลุกขึ้นโค้ง “ฉันเข้าใจค่ะ ขอบคุณสำหรับคำเตือน”
“หวังว่างั้น” น้ำเสียงยุนอาเปลี่ยนเป็ว่างเปล่าทันที “ไปเถอะ”
มินอาเดินออกจากห้องด้วยหัวใจหนักราวถือก้อนหิน ความสงสัย ความสับสน และความเจ็บปนเข้าด้วยกัน
เธอไม่รู้ว่ายุนอาพูดเื่งาน หรือพูดเื่บางอย่างที่ลึกกว่านั้น… และเกี่ยวกับแทจุน
ฝนเริ่มตกอีกครั้ง คราวนี้เป็ฝนเม็ดเล็ก ละอองละเอียดเหมือนหมอก เธอยืนรอรถเมล์ใต้กันสาด แต่ลมแรงจนละอองฝนพัดเข้ามาโดนแขนเสื้อ
วันนี้เธอไม่ได้เอาร่มมา — เธอไม่ได้ลืม แต่เหมือนไม่มีแรงจะหยิบมันออกจากบ้าน เธอรู้สึกเหนื่อย เหมือนสิ่งที่ได้เริ่มสร้างมา ค่อย ๆ ถูกคำพูดของยุนอาทำให้สั่นคลอน
ขณะเธอมองถนนเปียกฝน เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
“ผมบอกแล้วว่าคุณจะไม่มีร่มอีกวัน”
แทจุนยืนอยู่ใต้ร่มสีดำใบเดิม สูทเข้มเปียกเล็กน้อยตรงหัวไหล่ ราวกับเพิ่งรีบเดินออกมาตามเธอ
มินอาหันกลับ “ฉัน… ไม่ได้ลืมค่ะ แค่ไม่หยิบมา”
เขาขยับเข้ามาใกล้ กางร่มคลุมเหนือหัวเธอมากกว่าเขาเหมือนเคย “งั้นก็ใช้ด้วยกัน”
เธอเงยหน้ามองเขา “วันนี้คุณยุ่งนี่คะ”
“ถ้าคุณยืนตากฝนอยู่ ผมก็เลิกยุ่งทันที” เขาพูดเรียบ แต่แววตาจริงจังจนเธอหลบไม่ทัน
ทั้งคู่เริ่มเดินไปตามทางเท้าที่สะท้อนแสงไฟนีออนจากร้านค้าริมถนน เสียงฝนเบา ๆ ตีลงบนร่มเป็จังหวะอ่อนโยน
“หัวหน้าแผนกชเว… เรียกฉันไปคุยค่ะ” มินอาพูดเบา ๆ
แทจุนเหลือบตามองทันที “พูดว่าอะไร”
“…ว่าอย่ามองคนที่อยู่สูงเกินไป เพราะฉันอาจลืมมองทางของตัวเอง”
เขาหยุดเดิน ร่มเอียงจนเกือบหลุดจากมือ
“แล้วคุณคิดว่าเธอหมายถึงอะไร”
มินอาสูดลมหายใจ “ฉันไม่รู้ค่ะ แต่… มันทำให้ฉันกลัว”
“กลัวผมเหรอ” เขาถามเสียงเบา
เธอเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบ “กลัวว่าสิ่งที่ฉันเชื่อ… ไม่ถูก”
แทจุนก้าวเข้ามาใกล้จนเธอได้ยินเสียงลมหายใจเขาชัด
“ถ้าวันหนึ่งคุณไม่แน่ใจ เชื่อผมได้ไหมว่า…”
เขายื่นมือแตะหลังมือเธอเบา ๆ
“ทุกอย่างที่คุณได้มา เป็เพราะความสามารถของคุณ ไม่ใช่เพราะผม”
มินอากัดริมฝีปากแน่น น้ำตาคลอ “คุณไม่รู้หรอกว่าได้ยินแบบนี้… ฉันโล่งแค่ไหน”
เขายิ้มบาง “ผมรู้ และผมอยากให้คุณได้ยินด้วยตัวเอง ไม่ใช่จากใครอื่น”
ลมแรงพัดผ่าน ทำให้น้ำฝนซัดเข้าขอบร่ม เธอก้าวตามเขาไปอีกทางโดยไม่รู้ตัว เหมือนเท้าเดินตามหัวใจมากกว่าความคิด
เมื่อถึงทางแยก เธอหยุด
“แทจุน…”
เขาหันมา
“ถ้าฝนหยุดวันหนึ่ง… คุณจะยังอยู่ไหม”
แทจุนมองหน้าเธอเนิ่นนาน เหมือนกำลังเลือกคำที่จะไม่ทำร้ายใคร
“ผมจะอยู่… ถ้าคุณไม่เดินหนีผมก่อน”
มินอาก้มหน้าทั้งที่รอยยิ้มล้นขึ้นในอก
“งั้น… ฉันจะอยู่ค่ะ”
เขายิ้มเป็ครั้งแรกของวัน — รอยยิ้มที่อุ่นยิ่งกว่าแสงไฟนีออน
ราวกับบอกเธอว่าไม่ว่าฝนจะตกอีกกี่ครั้ง เขาจะยังยืนข้างเธอเสมอ
ขณะเธอกำลังจะเดินกลับ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น
ข้อความจากจีฮุนขึ้นมาบนหน้าจอ:
“หัวหน้าแผนกชเวยุนอาออกจากบริษัทก่อนเวลา
มีคนเห็นเธอไปที่ร้านคาเฟ่ริมแม่น้ำฮันกับผู้ชายคนหนึ่ง
เหมือนกำลังคุยเื่งานสำคัญ”
มินอาชะงัก หัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอมองแม่น้ำฮันที่อยู่ลิบ ๆ และสะพานมุนจาซึ่งสว่างขึ้นทีละดวงในเวลานั้น
ราวกับเมืองพยายามจะบอกเธอว่า —
คืนนี้… จะมีเงาอะไรบางอย่างเกิดขึ้นใต้สะพานนั้น