ตอนที่ 5 คำสัญญาระหว่างไท่ซานและฟางผิง
เช้าวันรุ่งขึ้นหลี่ชิงได้ตื่นขึ้นมาด้วยการการที่ปวดเมื่อยเขานึกถึงเมื่อคืนอาการป่วยของเขากำเริบและเขาขอร้องให้ฟางผิงช่วยฝั่งเข็มให้เขา เขาเปิดเสื้อดูเห็นรอยฟกช้ำจากฝีมือการฝั่งเข็มของฟางผิงทำให้เขาได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจ พอดีกับฟางผิงกลับมาจากไปหาผลไม้และไก่ป่ามาย่างกินกันก่อนกลับลงไปจากในป่า
“ฟื้นแล้วเหรอเป็ไงบ้าง หายเจ็บหรือยัง”ฟางผิงถาม
“ดูผลงานเ้าสิข้าว่าดีแล้วละที่เ้าไปเป็ทหารหากต้องมาเป็หมอไม่รู้จะมีคนไข้ต้องตายด้วยฝีมือเ้าอีกสักกี่คน”หลี่ชิงเปิดเสื้อให้ฟางผิงดูผลงานตัวเองพร้อมบ่นนางไป
“แต่ข้าช่วยชีวิตเ้าไว้ได้นะหลี่ชิงเ้าต้องขอบคุณข้าถึงจะถูกไม่ใช่มาต่อว่าข้าแบบนี้ อย่าพูดมากเลยจัดการไก่ตัวนี้ด้วยข้าเป็คนไปหามา เ้าก็ต้องเป็คนทำ”ฟางผิงเอาไก่ไปวางไว้หน้าเขา ส่วนนางก็เดินมานั่งกินผลไม้คนเดียวอย่างสบายใจทั้งที่จริง ๆ แล้วนางไม่จำเป็ต้องหาไก่ก็ได้ แค่ผลไม้นางก็ลองท้องได้แล้วแต่หลี่ชิงนั้นกินผลไม้ที่เย็นไม่ได้ เขาต้องทานอะไรร้อน ๆ นางจึงไปจับไก่ป่ามา ส่วนหลี่ชิงเขาก็รู้ดีว่าไก่ตัวนี้ฟางผิงหามาให้เขาเมื่อจัดการย่างไก่เสร็จหลี่ชิงก็แบ่งไก่ให้ฟางผิงครึ่งหนึ่ง เมื่อจัดการอาหารเช้ากันเสร็จทั้งสองคนออกไปหาสมุนไพรเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยแล้วจึงกลับออกไปจากป่ากัน
ด้านหยางอวี่ถงและหยางตงฉวนได้นำเสด็จองค์รัชาทายาทและเหล่าแม่ทัพที่เป็เชลยศึกในากลับไปส่งที่ชายแดนตามพระรับสั่งของฮ่องเต้
“ท่านแม่ทัพหยางก่อนถึงชายแดนข้าของแวะจวนท่านก่อนได้หรือไม่”ลู่ไท่ซางบอกกับแม่ทัพหยางหยางอวี่ถงได้พยักหน้าเพราะเขารู้ดีว่าองค์รัชทายาทคงอยากจะเจอกับหยางฟางผิงก่อนกลับ ระหว่างเดินทางกลับไปชายแดนหยางตงฉวนสังเกตสีหน้าพ่อของเขา ดูมีเื่ให้หนักใจจึงรีบขี่ม้าไปเทียบเคียงเพื่อสอบถาม
“ท่านพ่อท่านมีอะไรไม่สบายหรือเปล่า ข้าเห็นสีหน้าท่านไม่ค่อยดี”
“ตงฉวนฟางผิงเป็น้องสาวเ้ามากี่ปี่แล้ว”แม่ทัพหยางถามลูกชาย แต่สายตามองไปข้างหน้า
“ท่านพ่อถามอะไรแบบนั้นตอนนี้นางอายุ 20 ก็เป็น้องข้า 20 ปีแล้วนะสิ”ตงฉวนตอบพ่อไป
“20ปีแล้วสินะ ที่นางอยู่กับเรามา เ้าภูมิใจในตัวน้องสาวของเ้าหรือไม่ตงฉวน”
“ภูมิใจสิท่านพ่อนางเป็น้องสาวที่ข้าภูมิใจมากเลย ทั้งสวยทั้งเก่ง สมกับเป็ลูกสาวขุนศึกตระกูลหยาง”
“ใช่นางเป็คนเก่งกล้าหาญ สมกับเป็ขุนศึกตระกูลหยาง”
“ถ้าเป็ลูกสาวบ้านอื่นป่านนี้คงจะออกเรือนไปแล้ว ถึงตอนนี้ข้าเองก็เกรงว่าจะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าออกเรือนกับนางเหมือนกันนะท่านพ่อ555555”หยางตงฉวนพูดพร้อมยิ้มออกมา เมื่อนึกถึงความแสบของน้องสาว
“จริงสินะหากเป็ลูกสาวบ้านอื่นคงจะออกเรือนไปแล้ว”หยางอวี่ถงพูดกับตัวเอง
“ท่านพ่อเป็อะไรกันแน่ที่ท่านไม่สบายใจเกี่ยวกับเื่ฟางผิงเหรอขอรับหรือนางต้องแต่งกับองค์รัชทายาทนี่จริง ๆ”
“ไม่ใช่หรอกเดี๋ยวกลับถึงจวนข้าจะบอกเื่นี้ให้รู้พร้อมคนอื่น ๆ”แม่ทัพหยางบอกเพียงแค่นั้นก่อนจะบังขับม้าให้รีบเดินขึ้นไปปล่อยให้หยางตงฉวนงวยงงกับคำพูดของผู้เป็พ่อของตนเอง
เมื่อกลับถึงชายแดนองค์รัชทายาทขอตามกลับจวนแม่ทัพหยางพร้อมกับคนสนิทอีก2 คนที่เหลือก็ให้หยางตงฉวนพาไปรอที่เขตชายแดน
“ท่านแม่ทัพหยางแล้วฟางผิงละนางอยู่ไหน”
“หนิงเอ๋อบอกว่าขึ้นไปหาสมุนไพรบนเขาคงใกล้กลับมาแล้ว เชิญพระองค์ไปประทับที่ห้องรับรองก่อนเถอะ”แม่ทัพหยางบอกกับองค์รัชทายาท
เวลาผ่านไปไม่นานหลี่ชิงและฟางผิงก็กลับมาถึงโรงตากสมุนไพรของท่านปู่ฟางผิงเดินไปนั่งพักดูหลี่ชิงทำความสะอาดสมุนไพร
“เป็อะไรั้แ่เช้ามา ดูสีหน้าเหมือนมีเื่ไม่สบายใจ โกรธที่ข้าว่าเ้าเหรอ”หลี่ชิงถามฟางผิง
“เ้าพูดกับข้าเหรอ”ฟางผิงที่ใจลอยนึกถึงเหตุการณ์ที่นางไปพบมา
“ข้าพูดกับสมุนไพรพวกนี้มั้งก็อยู่กันแค่สองคน”
“ป่าวข้าแค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย”
“คุณหนูกลับมาแล้วไปเถอะท่านแม่ทัพหยางรอพบอยู่ที่ห้องรับรอง”
“ท่านพ่อกลับมาแล้วเหรองั้นเ้าช่วยหลี่ชิงที่นี่ก่อนนะเดี๋ยวข้าไปหาท่านพ่อก่อน”ฟางผิงรีบไปพบแม่ทัพหยางทิ้งให้หนิงเอ๋อยู่กับหลี่ชิงสองคน
“ท่านหลี่ชิงมีอะไรให้หนิงเอ๋อช่วยบ้าง”หนิงเอ๋อบอกอย่างดีใจ ที่ได้มีเวลาอยู่ใกล้กับหลี่ชิงสองต่อสอง
“ไม่เป็ไรหรอกหนิงเอ๋อเดี๋ยวข้าจัดการเอง เ้าไปดูแลคุณหนูของเ้าเถอะ”หลี่ชิงบอกโดยไม่ได้หันมาสนใจหนิงเอ๋อทำให้หนิงเอ๋อหน้าหงอยเดินกลับออกไปอย่างเสียอารมณ์
ส่วนฟางผิงรีบวิ่งไปพบแม่ทัพหย่างผู้เป็พ่อที่ห้องรับรองอย่างดีใจ
“ท่านพ่อกลับมาแล้วเหรอ”
“ฟางผิง/ฟางผิง”แม่ทัพหยางและรัชทายาทเอ่ยเรียกฟางผิงพร้อมกัน
“อ้าวองค์รัชทายาท ยังไม่เสด็จกับแคว้นซ่งอีกเหรอเพคะ”
“ยังข้าจะกลับไปได้ยังไง ข้ายังไม่ได้คำตอบจากเ้าเลย”
“คำตอบคำตอบอะไรเหรอเพคะ หม่อมฉันไม่เข้าใจ”
“ท่านแม่ทัพหยางข้าขอคุยกับฟางผิงสองคนได้ไม่”รัชทายาทหันไปบอกกับแม่ทัพหยางหยางอวี่ถงหันมามองฟางผิง ก่อนทำความเคารพรัชทายาทและเดินออกไปจากห้องรับรอง
“พระองค์มีอะไรจะคุยกับหม่อมฉันเหรอเพคะ”ฟางผิงถามหลังจากแม่ทัพหยางออกจากห้องไป
“เ้าจำที่ข้าเคยถามเ้าก่อนที่ข้าจะไปวังหลวงแคว้นเหลียงได้หรือไม่”
“เอ่อจำได้เพคะ”ฟางผิงตอบเสียงเบา เพราะนางไม่อยากจะพูดถึงมันสักเท่าไร
“แล้วเ้าจะตามข้ากลับไปแคว้นซ่งได้หรือไม่ข้าจะดูแลเ้าอย่างดีและจะแต่งตั้งให้เ้าเป็สนมเอกของข้า”
“หม่อมฉันขอบพระทัยพระองค์แต่หม่อมฉันคงจะตามเสด็จพระองค์กลับไปไม่ได้หรอกเพคะ”
“เ้ามีคนที่เ้ารักอยู่แล้วเหรอ”
“เปล่าเพคะ”
“งั้นทำไมละทำไมไม่ตามข้ากลับไป ฟางผิง เ้าอยากได้อะไรข้าหาให้เ้าได้ทุกอย่าง”
“หม่อมฉันแค่อยากใช้ชีวิตอิสระในกองทัพไม่อยากเป็นกในกรงทองของใคร เพราะสตรีหากแต่งงานไปก็ต้องยกทั้งชีวิตให้กับสามีหม่อมฉันขอใช้ชีวิตแบบนี้ดีกว่าเพคะ”
“ได้คำตอบแบบนี้ข้าเสียใจนะ”รัชทายาทลู่ไท่ซานหันหลังให้นางเขารู้สึกผิดหวังกับคำตอบ เพราะเขาชอบหยางฟางผิงมากจริง ๆ
“หม่อมฉันขอประทานอภัยด้วยเพคะแต่หม่อมฉันไม่สามารถตามเสด็จกลับไปกับพระองค์ได้จริง ๆพระองค์ช่วยเข้าใจหม่อมฉันด้วยเถอะเพคะ”ฟางผิงคุกเข่าขอโทษรัชทายาท
“ช่างเถอะข้าเองก็ไม่บังคับเ้าหรอก”รัชทายาทพูดทั้งที่หันหลังให้นาง
“จะเป็การบังอาจเกินไปหรือไม่ถ้าข้าของเป็เพื่อนกับท่านเพื่อนที่จะช่วยเหลือกันไม่ว่าในยามทุกข์หรือสุข”ฟางผิงพูดออกไป
“เพื่อนเหรอ...ได้จากนี้ไปเราสองคนจะเป็เพื่อนกัน แต่เ้าต้องไปหาข้าที่แคว้นซ่งบ้างนะ และฟางผิงหากเ้าแต่งงานหรือจะออกเรือนต้องบอกเพื่อนอย่างข้าเพื่อให้ข้าช่วยเลือกคู่ให้กับเ้า”รัชทายาทที่นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันกลับมาบอกกับฟางผิงพร้อมกับพยุงนางให้ลุกขึ้นมา
“ได้สิลู่ไท่ซานข้าเองก็ขอร้องเ้าข้อหนึ่งได้หรือไม่”
“ว่ามาสิเ้าอยากจะได้อะไรจากข้า”
“วันหน้าหากท่านขึ้นเป็ฮ่องเต้แคว้นซ่งแล้วข้าขอให้เ้าปกครองบ้านเมืองอย่างถูกต้อง ไม่หูเบาฟังคำยั่วยุขุนนาง แคว้นเหลียงซ่ง เป็แคว้นพี่แคว้นน้อง เป็เพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเราสองคน”
“ได้ข้าสัญญาว่าจะปกครองแคว้นซ่งให้สงบสุข เลิกรุกรานแคว้นอื่น”
“สัญญา/สัญญา”ทั้งสองคนจับมือกันแน่น
“ถึงเวลาข้าต้องกลับแคว้นซ่งแล้วละถึงเวลาต้องไปจัดการกวาดล้างราชสำนักแคว้นซ่งให้สะอาดขึ้น”
“ไปเถอะข้าจะไปส่งท่านที่ชายแดนด้วยตนเอง”ฟางผิงอาสาไปส่งรัชทายาทที่ชายแดน
ฟางผิงไปส่งรัชทายาทที่ชายแดนนางได้ไปสมทบกับพี่ชายของนางที่กำลังรออยู่ที่ชายแดนอยู่แล้วหลังจากที่ส่งขบวนเสด็จของรัชทายาทเดินทางไปจนลับตา ทั้งสองพี่น้องจึงควบม้ากลับไปยังจวนแม่ทัพทันที