หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 87 ท่านนายอำเภอมาแล้ว (ยามสอง)

            วันที่เจ็ดเดือนสิบ หิมะยังคงโปรยปรายลงมาเป็นวันที่สาม

            ไม่นานนักก็หยุดลง

            ทว่าหิมะขาวโพลนยังคงปกคลุมไปทั้งภูเขากระดูก ทั้งท้องทุ่งหญ้าและแม่น้ำสายเล็ก ผืนฟ้าและแผ่นดินล้วนเป็นสีขาวสุดลูกหูลูกตา

            มีเพียงแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ยังคงเป็นเช่นวันวาน ระลอกคลื่นยังคงซัดออกไปและซัดกลับมาอยู่เช่นนั้น และยังคงดูล้ำลึกไร้ก้นบึ้ง

            หลังหิมะหยุดตกคือช่วงเวลาที่เหล่าบัณฑิตชอบมากที่สุด ได้ร่ายกลอนไปพร้อมสุราอุ่นๆ ชมหิมะไปพร้อมประพันธ์บทกวี มิต้องคำนึงถึงความสง่างามอันใด

            ธรรมเนียมในแคว้นเชินนั้นเข้มข้นนัก เหล่าชนชั้นสูงและราษฎรทั่วไปก็ล้วนเป็นเช่นนี้

            ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ทันทีที่หิมะหยุดตก ท่านนายอำเภอเฉินจึงเริ่มเตรียมตัวเพื่อจะออกไปเดินเล่นชมธรรมชาติ ทั้งยังจะพาเหล่าบัณฑิตไปด้วย

            ยามเมื่อเหล่าบัณฑิตมาถึงแล้วก็พบว่าเจ้าเด็กบ้านนอกลู่สวินไม่อยู่ พวกเขาก็พลันรู้สึกเบิกบานใจกันขึ้นมา

            เจ้าเด็กลู่สวินก็ช่างเหลือทนนัก เป็นแค่เด็กบ้านนอกคนหนึ่งแท้ๆ แต่รูปลักษณ์กลับไม่ธรรมดา กระทั่งท่านนายอำเภอก็ยังเอ่ยปากชมไม่หยุด

            ต่อให้หน้าตางดงามก็ว่าไปเถิด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความรู้ของเขา

            ก่อนลู่สวินจะปรากฏตัว พวกเขารู้สึกว่าความรู้ที่พวกตนมีก็ไม่ต่างกันมากมายนัก ยามแข่งขันกันก็เพียงแค่สลับตำแหน่งสูงต่ำเท่านั้น

            ทว่าหลังจากที่ลู่สวินโผล่มา เจ้าเด็กนั่นไม่จำเป็นต้องแข่งขันอันใดแม้แต่น้อย

            ยามคนอื่นเพิ่งจะเริ่มเรียนตำราซือจิง เจ้าเด็กนั่นกลับท่องจำคำอธิบายนับร้อยของซือจิงได้แล้ว ทั้งยังสามารถเขียนคำอธิบายของตัวเองได้อีกหลายรูปแบบ

            ยามที่ต้องเขียนบทความก็เป็นเช่นนั้นในขณะที่คนอื่นยังคงพิจารณาที่มาของตำนานที่ท่านอาจารย์ตั้งคำถาม เจ้าเด็กนี่กลับเริ่มลงมือเขียนแล้ว ทั้งยังเขียนเสียจนเต็มหน้ากระดาษ

            ยิ่งกว่านั้นยังหาข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่จุดเดียว

            เจ้าเด็กนี่ราวกับเห็นอะไรเพียงแค่ครั้งเดียวก็จำได้ไม่ลืมก็ไม่ปาน เหล่าบัณฑิตที่เอาตนเองไปเปรียบเทียบกับเขาต่างก็รู้สึกท้อแท้ขึ้นมา

            ทั้งท่านนายอำเภอชื่นชอบเขายิ่งนัก พบเจอแต่ละครั้งก็เอาแต่ชมไม่ขาดปาก

            มิคาดคิดว่าวันที่ยิ่งใหญ่อย่างวันชมหิมะ ท่านนายอำเภอกลับไม่ได้เรียกเจ้าเด็กนั่นมา พลอยทำให้ทุกคนนั้นรู้สึกว่าหิมะในวันนี้นั้นช่างงดงามกว่าวันไหนๆ

            ทุกคนจึงพาคุยสัพเพเหระอย่างคึกคัก

            “ในเมื่อทุกคนมากันครบแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางกันเถิด” วันนี้ท่านนายอำเภอสวมชุดยาวที่ทอจากผ้าขนสัตว์สีน้ำเงินเข้ม ทั้งยังสวมหมวกผ้าขนสัตว์หูยาวใบงามอีกใบหนึ่ง เรือนผมยาวปล่อยให้สยายลงมา ท่าทางของชายชราในวันนี้ดูผ่อนคลายกว่ายามสวมชุดขุนนางมาก

            บัณฑิตคนที่ปากมากหน่อยก็อดใจไม่ไหวที่จะเอ่ยชมออกมา

            “ยามปกติที่เห็นท่านนายอำเภอสวมชุดขุนนางก็คิดอยู่เสมอว่าช่างน่าเกรงขามเกินใคร ไม่คาดคิดเลยว่ายามท่านนายอำเภอสวมชุดธรรมดาก็ดูสง่างามเหนือใคร”

            “ท่านนายอำเภอช่างดูสมเป็นชายชาตรีมากความสามารถ ชนรุ่นหลังอย่างเช่นผู้น้อยขอยึดท่านเป็นแบบอย่าง”

            “ท่านนายอำเภอช่างรูปงามนัก”

            ท่านนายอำเภอเมื่อถูกชมอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้ก็เบิกบานใจไม่น้อย ใบหน้าพราวไปด้วยรอยยิ้ม แก้มอิ่มก็ยกขึ้นเพราะรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา

            วันนี้ก่อนเขาจะออกมา อนุภรรยาของเขาก็ชมเขาอยู่พักใหญ่

            นางกล่าวว่าเขาช่างดูรูปงามมีพลัง

            ได้ยินเช่นนั้นเขาก็รู้สึกพึงพอใจนัก

            ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากวันปกติ สิ่งที่เปลี่ยนไปก็มีเพียงเสื้อผ้าและหมวกเท่านั้น

            ชายชรากล่าวขึ้นอย่างถ่อมตนว่า “เจ้าเด็กลู่สวินนั้นช่างใส่ใจยิ่ง กล่าวว่าเหมันต์มาถึงแล้วจึงได้สั่งทำชุดนี้ให้ข้าเป็นพิเศษ”

            ตั้งแต่หมวกจรดรองเท้า รวมทั้งเสื้อตัวในจนถึงเสื้อตัวนอก เขาล้วนแต่เตรียมไว้ให้ เจ้าเด็กคนนั้นนับว่าช่างใส่ใจผู้อื่นจริงๆ

            ประโยคหลังจากนี้ นายอำเภอเฉินสงวนไว้ไม่ได้กล่าวออกไป

            ทว่าเหล่าคนที่เพิ่งจะเอ่ยปากชมท่านนายอำเภอเมื่อครู่ใบหน้าก็พลันแดงก่ำขึ้นมา เพียงพริบตาก็รู้สึกราวกับว่าตนได้กินแมลงวันตัวใหญ่ก็ไม่ปาน การที่กล่าวชื่นชมท่านนายอำเภออยู่ตั้งนานสองนานทำให้รู้สึกราวกับว่าตนกำลังเย็บชุดแต่งงานให้อาสวินอยู่ก็ไม่ปาน

            ที่แท้พวกเขาก็กำลังสรรเสริญอาสวินทางอ้อมอยู่หรือนี่

            เจ้าเด็กบ้านนอกคนนั้นช่างเจ้าแผนการนัก ถึงขั้นใช้วิธีเช่นนี้มาเอาอกเอาใจท่านอาจารย์

            (ลู่สวิน ‘ใช่ความคิดของข้าเมื่อไรกันเล่า เป็นพี่ชายข้าอาลู่ต่างหากที่เตรียมไว้ให้ ข้าเพียงแค่มีหน้าที่ไปส่งให้เท่านั้น ทั้งตัวข้าเองก็เพิ่งจะได้ชุดใหม่เช่นกัน’)

            โดยเฉพาะลูกชายของใต้เท้าเฉินปาซืออย่างคุณชายเฉินก็รู้สึกหดหู่เป็นที่สุด ทุกปีครอบครัวของเขาจะส่งของขวัญมาให้ท่านนายอำเภอ ของขวัญเหล่านั้นเมื่อเทียบกันแล้วแพงกว่าชุดนี้มากโข ทว่าใต้เท้าเฉินกลับไม่เคยมีท่าทียินดีเช่นวันนี้

            ทว่าท่านนายอำเภอแม้จะนับว่าเบิกบานใจ แต่ไฉนวันนี้จึงไม่เรียกเจ้าเด็กนั่นมาเล่า เมื่อคิดได้เช่นนั้นอารมณ์ในใจก็พลันสงบลง

            เหล่าเด็กหนุ่มเคยชินกับการหาเหตุผลมาปลอบใจตัวเองเสมอเสียแล้ว สุดท้ายจึงมีคนเอ่ยถามขึ้นว่าท่านนายอำเภอจะพาพวกเขาไปที่ใด

            ชายชราจึงตอบขึ้นพร้อมรอยยิ้มพราวเต็มหน้า “วันนี้พวกเราจะไปหมู่บ้านไป๋กู่กัน ได้ยินมาว่าประเพณีพื้นบ้านของที่นี่ยังเข้มข้นนัก อีกทั้งทิวทัศน์ก็งดงาม นอกจากนี้สถานที่แห่งนี้ยังมีเด็กอย่างลู่สวิน จึงถือโอกาสหลังหิมะหยุดตกไปชมที่นั่นสักหน่อย”

            เพิ่งจะสิ้นคำของท่านนายอำเภอ จู่ปู้อู๋ก็พลันคุกเข่าลงทันใด

            “ใต้เท้า ใต้เท้า ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ถึงอย่างไรก็ไม่ได้!”

            เหล่าเด็กหนุ่มคนอื่นก็พากันคุกเข่าลงเช่นกัน

            คิ้วของท่านนายอำเภอพลันเลิกขึ้น เมื่อครู่ก็ท่องเที่ยวกันดีๆ อยู่ เกิดเหตุอันใดขึ้นไฉนจึงพากันคุกเข่าเช่นนี้

            ก่อนหน้านี้เขาได้ยินลู่สวินเล่าเรื่องทิวทัศน์ของหมู่บ้านให้ฟัง ทั้งกายทั้งใจเขาก็เอาแต่เฝ้าฝันอยากจะไปมาโดยตลอด

            ด้วยครอบครัวของเขานั้นเป็นคนทางใต้ ดังนั้นจึงได้สงสัยเรื่องทุ่งหญ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตานั่นนัก โดยเฉพาะยามที่มีหิมะปกคลุมเช่นนี้

            บ้านเดิมของเขานั้นหิมะตกน้อยยิ่ง

            รอให้เขาชมหิมะเสร็จก็คิดว่าจะเขียนกลอนดีๆ สักบท จากนั้นค่อยเขียนจดหมายไปเล่าให้เหล่าสหายฟังสักหน่อย เขาได้สอบถามเสมียนซูมาแล้ว เสมียนซูเองก็กล่าวแล้วว่าอำเภอหมิงเหอในตอนนี้ทั้งสงบทั้งปลอดภัย บริเวณข้างเคียงก็ไม่มีโจรอาละวาดอีกต่อไป อีกทั้งในปีนี้ภายใต้การดูแลของเขา ที่นี่มีโรงทอผ้าขึ้นมา ทั้งยังส่งภาษีมาให้ไม่น้อย จนถึงขั้นที่เขาได้รับการตกรางวัลจากทางราชสำนัก

            หากไม่มีอะไรผิดจากที่คาดการณ์ไว้ ปีนี้ยามที่เขาเข้าไปเมืองหลวงเพื่อรายงานการทำงาน เขาก็น่าจะได้เลื่อนขั้นเพิ่มอีกขั้นหนึ่ง

            เขาที่มารับตำแหน่งอยู่ที่นี่แล้วทำผลงานได้ดีถึงเพียงนี้ ยามกลับเมืองหลวงย่อมจะต้องได้รับหน้าที่สำคัญอย่างแน่นอน

            ดังนั้นก่อนที่เขาจะเดินทางจากไป เขาจึงได้อยากมาชมทิวทัศน์และผู้คนที่นี่นัก

            “ใต้เท้า หมู่บ้านไป๋กู่อดีตเคยเป็นรังโจรที่เลื่องชื่อที่สุด หากใต้เท้าเดินทางไปแล้วพบเจออันตรายเข้า ผู้น้อยย่อมไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อได้”

            “ขอใต้เท้าโปรดตรองดูก่อน” เหล่าบัณฑิตก็พากันร้องขึ้นสมทบ

            ชายชราได้แต่สะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์

            ภายใต้การดูแลของเขา บ้านเมืองมีแต่จะสงบสุขปลอดภัย แล้วรังโจรจะมาจากที่ใดได้

            “หากว่าจู่ปู้อู๋ไม่กล้าไป เช่นนั้นก็ให้ข้าไปกับเสมียนซูก็แล้วกัน ส่วนพวกเจ้าจะไปหรือไม่ก็ตามแต่สะดวก”

            ท่านนายอำเภอเฉินเป็นปัญญาชนคนหนึ่ง ทั้งยังเป็นปัญญาชนที่หัวรั้นนัก มิเช่นนั้นเขาคงจะไม่มาเป็นนายอำเภอในพื้นที่ห่างไกลเช่นนี้ตั้งแต่แรก

            เมื่อกล่าวจบเขาก็สะบัดชายชุดคลุมสีน้ำเงินของตนเดินจากไป

            เหล่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่จึงได้แต่มองซ้ายมองขวา แน่นอนว่าพวกเขามิอาจทำตามสะดวกตนเองได้ ตามหลักการแล้วท่านนายอำเภอก็นับเป็นอาจารย์ของพวกเขา เป็นอาจารย์เพียงวันเดียวนับเป็นบิดาจนวันตาย

            พวกเขาจึงได้แต่ลุกขึ้นอย่างเก้อๆ แล้วเดินตามไป

            จู่ปู้อู๋รู้นิสัยของท่านนายอำเภอตั้งแต่แรกแล้ว เขาเพียงแค่อยากจะทำทีว่าตนนั้นกำลังช่วยเหล่าบัณฑิตออกหน้าเพียงเท่านั้น ครู่ต่อมาจึงได้แต่ทำหน้าจนใจแล้วรีบเดินตามไป ทว่าในใจแทบจะระงับความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้

            ท่านนายอำเภอเฉินไม่นานก็จะย้ายไปประจำที่อื่นแล้ว อำเภอหมิงเหอแห่งนี้นับวันก็มีแต่จะเจริญขึ้น ยามที่ใต้เท้าเฉินย้ายไปแล้ว ย่อมจะต้องหานายอำเภอคนใหม่ อีกทั้งอำเภอหมิงเหอแห่งนี้ก็นับว่าเป็นอำเภอที่มีผลงานดี นายอำเภอคนใหม่ที่ย้ายมาย่อมจะไม่ใช่คนไม่เอาถ่านเช่นคนก่อนๆ เมื่อถึงยามนั้นเขาเกรงว่าคงจะไม่เหลือที่ให้เขายืนอีกต่อไป

            หากท่านนายอำเภอเกิดเรื่องขึ้น ว่ากันตามกฎราชสำนักแล้ว ในช่วงเวลาพิเศษเช่นนี้ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเขาก็ได้ที่จะได้รับตำแหน่งต่อ เบื้องบนเขาก็จัดการเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังสามารถผลักความผิดเรื่องที่ท่านนายอำเภอเกิดเรื่องให้พวกคนในหมู่บ้านไป๋กู่ได้อีกด้วย ตัวเขาอิจฉาตาร้อนเรื่องการเก็บภาษีโรงทอผ้าของหมู่บ้านไป๋กู่นานแล้ว

            ขอเพียงเรื่องนี้สำเร็จ นั่นก็เท่ากับว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสามตัว

            กำจัดท่านนายอำเภอได้ กำจัดหมู่บ้านไป๋กู่ได้ ทั้งยังได้ภาษีจากโรงทอผ้าอีก ถึงยามนั้นเสมียนซูก็เป็นเพียงพยัคฆ์ไร้เขี้ยวเล็บตัวหนึ่ง คิดจะกำจัดอย่างไรก็ย่อมได้

            จู่ปู้อู๋บัดนี้ในใจทั้งตื่นเต้น ทั้งกังวล ทว่าใบหน้าก็ยังพยายามรักษาท่าทีจนใจ สีหน้าดูเศร้าโศกราวกับถูกบังคับให้ออกมาชมหิมะ

            บนภูเขาราชครูที่กำลังกินข้าวเช้าอยู่ดีๆ ก็พลันได้ยินเสียงฟันตนกระแทกกับของแข็งดังขึ้น เหมือนว่าเขาจะเคี้ยวโดนหินก้อนเล็กเข้า

            คิ้วของเขาพลันขมวดเข้าหากัน

            เฉินโย่วน้อยจึงได้แต่ถามขึ้นด้วยความสงสัย “ท่านอาจารย์เป็นอะไรหรือเจ้าคะ ฟันของท่านจะงอกใหม่หรือ”

            ราชครูมองเด็กหญิงและฟันซี่น้อยเต็มปากตรงหน้าตนก็ทั้งโกรธทั้งขัน

            แน่นอนว่าต้องไม่ใช่อยู่แล้ว เขาอายุปูนนี้ หากเกิดฟันหักขึ้นมาย่อมหมายความว่าไม่มีทางจะงอกกลับมาอีก...

            “วันนี้ข้ารู้สึกจิตใจไม่ค่อยสงบเท่าใดนัก อาลู่ เสี่ยวอู่ พวกเจ้านำคนพร้อมม้าสักจำนวนหนึ่งลงไปดูด้านล่างเถิด”

            “ข้าไปด้วย ข้าไปด้วย” เฉินโย่วรีบยกมือเสนอตัว

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841