พอจางเจิ้นอันเยื้องย่างเข้ามาในห้องฮูหยินผู้เฒ่าก็ทอดสายตามองเขาด้วยความรู้สึกซับซ้อน ก่อนจะแสร้งกระแอมเบาๆแล้วเอ่ยเนิบๆ ว่า "ลุกขึ้นเถอะอย่างน้อยเจ้าก็ยังไม่ลืมแม่คนนี้"
"ท่านแม่กล่าวเช่นนี้ได้อย่างไร"จางเจิ้นอันลุกขึ้นยืน แม้จะเป็นคำถาม น้ำเสียงกลับแฝงความเย็นชา
"ช่างเถอะ เจ้าเป็นลูกข้าข้าย่อมรู้ดี แม้เจ้าจะมาคารวะข้าก่อน แต่ใจคงลอยไปถึงไหนต่อไหนแล้วกระมัง"อูซื่อกล่าวแผ่วเบา
จางเจิ้นอันไม่ได้ปฏิเสธ เพียงกล่าวว่า"ท่านแม่อย่าคิดมากเลย"
เมื่อก่อน อูซื่อมักจะถามเพียงว่า"เสร็จสิ้นภารกิจแล้วหรือ" เขาก็จะตอบกลับไปว่า"เสร็จสิ้นแล้วขอรับ" แล้วสองแม่ลูกก็ตกอยู่ในความเงียบอันที่จริง ตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนไปเท่านั้น
เมื่อไม่มีอะไรจะกล่าวต่ออูซื่อมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมืออย่างเหนื่อยหน่าย เป็นเชิงให้เขาออกไปก่อน
จางเจิ้นอันคารวะนางอย่างนอบน้อมก่อนจะถอยออกไป พอพ้นลานบ้าน เขาก็เร่งฝีเท้าทันที ก้าวยาวๆ อย่างองอาจกลับไปยังเรือนของตนเองอย่างรวดเร็ว
บ่าวไพร่ในเรือนเห็นเขาต่างจะเข้ามาทำความเคารพ แต่เขากลับโบกมือเป็นสัญญาณให้เงียบเสียง พอถึงหน้าประตูเขาก็ย่องเท้าให้เบายิ่งขึ้น ค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป ค่อยๆ แง้มม่านมุกหวังจะทำให้นางประหลาดใจ
ทว่า ในห้องกลับว่างเปล่าเขาอดรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยไม่ได้ จึงเดินออกจากห้องไปสอบถามบ่าวรับใช้คนหนึ่งบ่าวผู้นั้นตอบตะกุกตะกักด้วยความหวาดกลัวว่า "บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะเพียงแต่เห็นฮูหยินกับป่านเซี่ย แม่นม และชายที่ดูเหมือนองครักษ์ ออกไปแล้วเจ้าค่ะ"
"ได้บอกอะไรไว้บ้างหรือไม่?"จางเจิ้นอันขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าคมสันพลันดูดุดันขึ้นหลายส่วน
"ไม่ทราบเจ้าค่ะ" บ่าวผู้นั้นส่ายหน้า "ตอนนั้นมีเพียงป่านเซี่ยกับแม่นมอยู่กับฮูหยิน"
"ไปตามทหารยามหน้าประตูมา"จางเจิ้นอันบัญชาเสียงเย็น คนทั้งคน ไฉนเลยจะหายตัวไปเฉยๆ ได้
ทหารยามได้ยินว่าจางเจิ้นอันเรียกหาก็ไม่กล้าชักช้า รีบรุดมาทันที จางเจิ้นอันจึงถามว่า"ข้าถามเจ้า เจ้าเห็นฮูหยินออกไปหรือไม่?"
"เหมือนฮูหยินจะนั่งรถม้าออกไปขอรับ"ทหารยามผู้นั้นตอบอย่างนอบน้อม
"ไปที่ใด เจ้ารู้หรือไม่?"จางเจิ้นอันถามต่อ
"คนที่ขับรถม้าเป็นชายท่าทางคล้ายองครักษ์ขอรับส่วนไปที่ใดนั้น ข้าน้อยไม่ทราบ" ทหารยามตอบเสียงต่ำ
สีหน้าของจางเจิ้นอันเย็นชาดวงตาคมกริบจับจ้องทหารยามผู้นั้นจนร่างของเขาสั่นเทิ้มอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าต่ำลงกว่าเดิม แล้วกล่าวว่า "สิ่งที่ข้าน้อยกล่าวเป็นความจริงทุกประการขอรับ ฮูหยินจะไปที่ใดข้าน้อยมิกล้าสอบถาม"
"ไปเถอะ" จางเจิ้นอันโบกมืออย่างอ่อนแรงความกระวนกระวายในใจยิ่งทวีคูณ เขาเขียนจดหมายบอกนางแล้วว่าตนใกล้จะกลับมาแล้วตามหลักแล้ว นางไม่ควรจะออกไปข้างนอกตอนนี้
เขายิ่งกังวลเพราะปกติหากนางอยากออกไปเดินเล่นในตลาด ก็มักจะไม่นั่งรถม้า นางชอบที่จะเดินช้าๆมากกว่า ทว่าวันนี้กลับนั่งรถม้าจากไปกับใครก็ไม่รู้อย่างมีลับลมคมในเขาสังหรณ์ใจถึงความผิดปกติ จึงหันกายกลับไปยังเรือนของอูซื่ออีกครั้ง
"คุณชายใหญ่เจ้าคะฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งจะนอน ท่านเข้าไปไม่ได้นะเจ้าคะ!"
พอมาถึงหน้าประตูเรือนของอูซื่อบ่าวรับใช้ที่เปิดม่านก็รีบขวางทางจางเจิ้นอันไว้ เห็นเขายังดึงดันจะเข้าไปนางจึงกล่าวอีกว่า "ให้บ่าวเข้าไปเรียนฮูหยินผู้เฒ่าก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ?"
จางเจิ้นอันไม่สนใจนางเพียงใช้สายตาเย็นเยียบมองจนนางห่อไหล่ด้วยความกลัวแล้วจางเจิ้นอันก็ผลักนางพ้นทาง แล้วเดินเข้าไปในห้องของอูซื่อ
บ่าวรับใช้กระทืบเท้าอย่างร้อนรนรีบตามเขาไปติดๆ "แต่คุณชายใหญ่ท่านเข้าไปไม่ได้นะเจ้าคะ!"
เมื่อเขาบุกรุกเข้ามาแล้วก็ถือเป็นความผิดพลาดของนาง บ่าวรับใช้ผู้นี้รู้ว่าห้ามเขาไม่ได้แต่ก็ต้องทำทีเป็นห้ามปรามตามหน้าที่
"เอะอะโวยวายอะไรกันไม่รู้หรือว่าฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งจะหลับไป!" เสียงแหลมดังขึ้นเป็นเสียงของชุนหง บ่าวรับใช้คนสนิทของอูซื่อ
นางเปิดม่านออกมา พอเห็นว่าเป็นจางเจิ้นอันคำตำหนิก็ติดอยู่ที่ลำคอ ทำได้เพียงเหลือบมองบ่าวเปิดม่านด้วยสายตาตำหนิก่อนจะโค้งกายคารวะจางเจิ้นอันตามธรรมเนียม แล้วกล่าวว่า"บ่าวคารวะคุณชายใหญ่ไม่ทราบว่าคุณชายใหญ่มาที่นี่ด้วยธุระอันใดหรือเจ้าคะฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งหลับไปเมื่อครู่"
"มีเรื่องอะไรกัน?" เสียงงัวเงียดังมาจากบนเตียง เจือความไม่พอใจที่ถูกรบกวน
"ข้าเองขอรับ" จางเจิ้นอันกล่าว
อูซื่อได้ยินว่าเป็นเสียงเขาจึงยันกายลุกขึ้น บ่าวรับใช้ข้างกายรีบเข้ามาประคองนางลุกนั่งแล้วจัดแจงเก็บที่นอนอย่างคล่องแคล่ว วางโต๊ะเตี้ยลงบนเตียงรินชาให้อูซื่อถ้วยหนึ่ง
อูซื่อจิบชาในถ้วย แล้วจึงถามว่า"เหตุใดเจ้ากลับมาที่นี่อีก มีเรื่องอันใดรึ?"
"ซิ่วเอ๋อร์ไปไหนขอรับ?"จางเจิ้นอันถามตรงๆ
"หา?" เสียงของอูซื่อแฝงความประหลาดใจนางถามกลับด้วยความสงสัยว่า "นางไปไหนข้าจะรู้ได้อย่างไร? นางไม่ได้อยู่ที่เรือนหรอกรึ?"
"ท่านแม่อย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้เลยซิ่วเอ๋อร์ถูกคนพาตัวไปวันนี้ ท่านให้คนพานางไปไว้ที่ไหน?" จางเจิ้นอันถามเสียงเย็น
"นางถูกคนพาตัวไปรึ? เป็นเรื่องเมื่อใดกัน? ทหารยามของตระกูลจางเราไร้น้ำยาหรืออย่างไรถึงปล่อยให้คนถูกพาตัวไปง่ายๆ เช่นนี้!" ในคำพูดของอูซื่อแฝงความโกรธ
"ท่านอย่าแสร้งทำเป็นไม่รู้!เป็นท่านที่หลอกนางออกไป นางอยู่ที่ไหน!?" จางเจิ้นอันถามเสียงเย็นเยียบ
"เจ้าเด็กนี่! ข้าจะหลอกนางไปทำไม?นางอยากจะไปไหนก็เรื่องของนาง ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า!" อูซื่อขมวดคิ้ว "อีกอย่าง นางกำลังตั้งท้องอยู่ข้าไม่ทำเรื่องเหลวไหลเช่นนั้นหรอก!"
"ท่านก็รู้ว่านางตั้งครรภ์ท่านนั่นแหละที่กำลังทำเรื่องเหลวไหล!" จางเจิ้นอันจ้องนางดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ อูซื่อใจสั่น กำลังจะเปิดเผยความจริงออกมา ทว่าตอนนั้นเองบ่าวรับใช้กลับเดินเข้ามาแจ้งว่า "คุณหนูเย่มาแล้วเจ้าค่ะ"
"ให้นางเข้ามา!" อูซื่อกล่าวอย่างรีบร้อน พอมีคนมาขัดจังหวะคำที่เกือบจะหลุดปากเมื่อครู่ก็กลืนกลับลงไปนางไม่อาจเผชิญหน้ากับสายตาคู่นั้นของบุตรชายตามลำพังได้ แต่เมื่อเย่จิ้งซูมาแล้วนางก็ไม่กลัวแล้ว
จางเจิ้นอันยังคงจ้องมองตาอูซื่ออย่างไม่ลดละอูซื่อจึงเบนสายตาไปยังประตู ไม่กล้าสบตาเขา
"คารวะฮูหยินผู้เฒ่า คารวะคุณชายใหญ่"เย่จิ้งซูเดินเข้ามาอย่างสง่างาม คารวะคนทั้งสองอูซื่อตบที่ข้างตัวบนเตียง เป็นสัญญาณให้นางนั่งลง เย่จิ้งซูนั่งลงอย่างเรียบร้อยแล้วจึงสังเกตเห็นสีหน้าของจางเจิ้นอัน พลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า"ฮูหยินผู้เฒ่า เจิ้นอัน พวกท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ?"
"ก็ซิ่วเอ๋อร์น่ะสิ ไม่รู้หายไปไหนเจิ้นอันกลับมาดึงดันว่าข้าเป็นคนซ่อนนางไว้" อูซื่อกล่าวพลางทำสีหน้าจนปัญญา
เย่จิ้งซูรีบกล่าวอย่างเข้าอกเข้าใจว่า"เจิ้นอัน ท่านกำลังใส่ร้ายฮูหยินผู้เฒ่านะเจ้าคะฮูหยินผู้เฒ่าช่วงนี้ออกจะดีกับซิ่วเอ๋อร์ ไฉนเลยจะซ่อนนางไว้ได้ ท่านคิดมากไปแล้ว"
"เจ้าเป็นใคร?"
จางเจิ้นอันมองใบหน้าที่เคยคุ้นเคยและเคยงดงามในสายตาเขาความรักใคร่ในอดีตมลายหายไปสิ้นแล้ว บัดนี้เหลือเพียงความรังเกียจ"ข้ากำลังคุยกับท่านแม่ ไม่เกี่ยวกับคุณหนูเย่"
เย่จิ้งซูเหมือนถูกคำพูดเย็นชาของจางเจิ้นอันทิ่มแทงรีบกุมผ้าเช็ดหน้า มองเขาด้วยแววตาเหลือเชื่อ ทำท่าราวกับจะร้องไห้
ทว่า กลอุบายนี้ใช้ไม่ได้ผลกับเขาแล้วเขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป ท่าทางยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตาเช่นนี้ อันซิ่วเอ๋อร์ก็เคยทำแต่ไม่ใช่การร้องไห้จริงๆ เพียงแกล้งทำให้เขายอมเท่านั้น
แต่การแสร้งร้องไห้ของคนที่รักนั้นช่างน่ารักน่าเอ็นดูส่วนท่าทีของเย่จิ้งซูในสายตาเขาตอนนี้กลับดูเสแสร้งน่ารำคาญ
"คุณหนูเย่อยู่ที่บ้านข้ามาหลายปีแล้วกระมังไม่ทราบว่าท่านอาศัยอยู่ในตระกูลจางในฐานะอะไร? เคยจ่ายค่าเช่าค่าอาหารบ้างหรือไม่?"จางเจิ้นอันกล่าวเสียงเย็นชาอีกครั้ง
"เจิ้นอันท่านจะใจร้ายกับข้าเช่นนี้จริงๆ หรือ?" เย่จิ้งซูก้มหน้าลงในใจทั้งอับอายทั้งเจ็บปวด ครานี้ นางอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ
ทว่าจางเจิ้นอันกลับไม่แม้แต่จะเหลียวมองนาง ยังคงจ้องมองอูซื่อเขม็ง กล่าวว่า"ท่านแม่ ท่านยืนกรานจะทำเช่นนี้จริงๆ หรือ?"
"ข้าไม่รู้จริงๆ ว่านางไปไหนข้าเพียงเคยได้ยินนางพูดเปรยๆ ว่าอยากกลับบ้านเดิมบางทีนางอาจจะกลับไปบ้านเดิมแล้ว หรือแค่ออกไปเดินเล่นกระมัง? เมื่อวานนางก็ยังอยู่ที่นี่" อูซื่อกล่าวเสียงอ่อน
"ข้าผิดหวังในตัวท่านแม่จริงๆ"จางเจิ้นอันทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านี้ แล้วหันหลังเดินจากไป
พอเขาจากไปแล้วอูซื่อก็หันไปมองเย่จิ้งซูที่อยู่ข้างๆ กล่าวอย่างไม่พอใจว่า"เจ้าคิดแผนการประสาอะไร ถึงทำให้เจิ้นอันสงสัยข้าทำให้เขายิ่งเกลียดข้าหนักขึ้น!"
"ท่านแม่เจ้าขา แค่เขาสงสัยท่านยังถูกเกลียดถึงเพียงนี้ หากรู้ว่าเป็นท่านทำจริงๆเขาจะไม่ตัดขาดความเป็นแม่ลูกกับท่านหรือเจ้าคะ?" เย่จิ้งซูกล่าวแผ่วเบา
"เจ้า!" อูซื่อทั้งโกรธทั้งกลัวว่าสิ่งที่เย่จิ้งซูพูดจะเป็นความจริงจึงชี้หน้านางด้วยความโกรธแล้วกล่าวว่า "ข้าว่าแล้วว่าเจ้ามันไร้ประโยชน์!แม้แต่หญิงบ้านนอกคนเดียวยังจัดการไม่ได้ กลับมายุยงให้ข้าทำเรื่องบ้าๆ เช่นนี้ทำให้เจิ้นอันยิ่งรังเกียจข้า!"
"ฮูหยินผู้เฒ่าท่านจะมาตำหนิข้าตอนนี้ได้อย่างไร ตอนนั้นท่านก็เห็นด้วยไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"เย่จิ้งซูกล่าวอย่างน้อยใจ "ข้าอยู่ข้างฮูหยินผู้เฒ่ามาตลอดคิดอ่านทำเพื่อท่านทุกอย่าง เรื่องเมื่อปีนั้นท่านสั่งให้ข้าทำ ข้าก็ทำมิใช่หรือ?บัดนี้พอข้าถูกเจิ้นอันรังเกียจ ท่านกลับมาโทษข้าเสียอีก!"
พออูซื่อได้ยินเย่จิ้งซูกล่าวถึงเรื่องในอดีตความโกรธก็มลายหายไปทันที รีบกล่าวขัดว่า "ช่างเถอะ!เรื่องเก่าๆ อย่าพูดถึงมันอีกเลย!"
เรื่องราวในอดีต นางไม่อยากพูดถึงอีกขอให้มันผ่านไปทั้งหมดเถอะนางเพียงต้องการให้ความสัมพันธ์กับบุตรชายกลับไปเป็นเหมือนเดิมเท่านั้น
ทว่า หัวใจที่ถูกมารดาทำร้ายจนพรุนจะกลับมาไว้ใจให้ถูกใช้ประโยชน์และทำร้ายซ้ำได้อย่างไร?
จางเจิ้นอันนอนแผ่บนเตียง มองเพดานอันซิ่วเอ๋อร์ยังไม่กลับมา เขาไม่มีแก่ใจจะทำอะไร ในใจยังคงแอบหวังคิดว่านางคงแค่ออกไปเที่ยวเล่น ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงดังจากข้างนอกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมอง ทว่า ทุกครั้งที่คนเปิดประตูเข้ามากลับไม่ใช่นาง
"คุณชายขอรับ ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วจะให้จัดสำรับหรือไม่ขอรับ?" บ่าวรับใช้คนเดิมเปิดประตูเข้ามาถามเสียงต่ำ
จางเจิ้นอันเพียงโบกมือเขาไม่มีอารมณ์จะกินอะไร เอาแต่กังวลถึงความปลอดภัยของนางหากนางแค่ออกไปเที่ยวเล่นจริงๆ ก็คงจะดี แต่ก็กลัวว่านางจะเจอเรื่องร้ายเข้าจริงๆ
น่าเสียดายที่รอตั้งแต่เย็นย่ำจนดึกดื่นก็ยังไม่พบนาง นางหายตัวไปจริงๆ! เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้งจางเจิ้นอันหันไปมองอย่างมีความหวังอีกครั้งแต่ผู้ที่เข้ามากลับเป็นบ่าวรับใช้คนเดิม
เขายังคงคารวะอย่างนอบน้อมกล่าวคำเดิมเสียงต่ำเจือความหวาดกลัวว่า "จะให้จัดสำรับหรือไม่ขอรับ?"
จางเจิ้นอันกำลังจะโบกมือพลันราวกับได้ยินเสียงอันซิ่วเอ๋อร์หัวเราะพลางกล่าวว่า‘กินให้อิ่มท้อง ถึงจะมีแรงทำงาน!’
ใช่แล้ว ต้องกินให้อิ่ม ถึงจะมีแรงตามหานาง!
เขาจึงกล่าวว่า"ยกมาเถอะ"