┏━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┓
เื่นี้หยกจะลงให้ทุกคนอ่านฟรีจนจบเลยน้า
หากลงครบ 50% แล้วหยกจะทำการติดเหรียญในครึ่งแรก
ส่วนครึ่งหลังหยกก็จะลงให้อ่านฟรีต่อจนจบไปเลยจ้า
และเมื่อลงจนจบแล้วหยกจะทำการติดเหรียญทั้งหมดในทันที
เพราะงั้นทุกคนอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้กันด้วยน้า
┗━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┛
“เมื่อกี้คุณพูดว่า...มีเื่อยากให้ผมทำใช่ไหม?” เขาทวนคำถามก่อนหน้านี้อีกครั้งอย่างเชื่องช้า และเว้นจังหวะตามการขยับตัว เพราะระหว่างที่พูดเขาก็พ่นควันบุหรี่ออกมาพร้อมกับเขี่ยขี้บุหรี่ลงตรงหน้าของฉัน
“ใช่ ฉันมีเื่อยากให้คุณทำ”
“เราสองคนพึ่งเคยเจอกัน ผมว่าคุณควรใช้คำว่า ‘ขอให้ช่วย’ มากกว่าคำว่า ‘อยากให้ทำ’ นะครับ” ขณะที่พูดเขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองนอกจากเอาแต่จ้องไฟปลายบุหรี่ที่กำลังใกล้ดับลงด้วยฝีมือของเขา และเมื่อบุหรี่มวนนี้ใช้งานต่อไม่ได้แล้ว เขาก็ทิ้งมันลงอย่างไม่แยแสก่อนถึงจะค่อยเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยสายตาเชิงตำนิ
“ก็เพราะฉันไม่ได้มาเพื่อ ‘ขอร้อง’ นี่คะ” ต่อให้คนตรงหน้าจะดูน่ากลัวน่าเกรงขามยังไง แต่มันไม่ได้สำคัญมากพอที่จะมากระตุ้นให้ต่อมความกลัวทำงานได้ เพราะมันมีเื่ที่น่ากลัวมากกว่านี้รออยู่ จึงทำให้ฉันกล้าจากความรู้สึกที่แท้จริงไม่เหมือนอย่างที่ผ่านมาเวลาที่พูดขู่ใครฉันมักจะกลัวเองอยู่ตลอดเวลาว่าอีกฝ่ายจะต่อกรกลับมา ทว่าด้วยอำนาจที่ฉันมี มันจึงผ่านพ้นมาด้วยดีเสมอ และรวมถึงตอนนี้ด้วยเช่นกัน
“…” เขามองฉันเหมือนเดิมและไม่พูดอะไร นอกจากเอาแต่มองและมองด้วยสายตาที่ฉันอ่านออกว่าเขากำลังสนใจท่าทางของฉันในตอนนี้มากแค่ไหน ดูจากแววตาและการขยับร่างกายของเขาที่มักจะเคาะปลายนิ้วลงบนที่รองแขนของเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่บ่อยครั้ง ไหนจะมุมปากที่กระตุกเป็จังหวะนั่นก็ด้วย
“ตอนนี้คุณมีแฟนอยู่หรือเปล่า?” ไม่รอช้าให้เสียเวลาเล่นฉันก็เปิดประเด็นด้วยคำถามเด็ดออกไปอีกรอบจนคนตรงหน้าเกิดอาการที่ดูเหมือนจะใ แต่ก็เพียงแค่แป๊บเดียวเท่านั้นที่ฉันทันได้เห็นอาการนั้นของเขา
“อย่าบอกนะว่า...คุณจะมาจีบผม?” เขาถามคำถามพร้อมด้วยรอยยิ้มขี้เล่นปรากฏบนใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่คิดจะเก๊กขรึมเหมือนอย่างที่เ้าของบริษัทควรจะทำ หรือผู้ชายที่ถือตัวหลงตัวเองควรจะเป็สักนิด
“มีหรือไม่มี?” ฉันถามย้ำอีกครั้ง
“ไม่มี” เขาตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบนิ่งผิดกับเมื่อตะกี้ที่เขาเป็ แต่เอาเถอะอย่างน้อยฉันก็โล่งใจแล้วว่าแผนที่เตรียมมามันกำลังพอเป็ไปได้แล้วบ้าง
“ฉันขอจ้างให้คุณมาแกล้งเป็แฟนของฉันสามเดือน คุณอยากเรียกเท่าไรว่ามาได้เลย” ว่าจบฉันก็หยิบมือถือขึ้นมาเพื่อจะรอโอนเงินให้อีกฝ่ายหากเขาตกลงตัวเลขได้
‘เงิน’ ใคร ๆ ก็อยากได้ ต่อให้รวยล้นฟ้ามากแค่ไหน เงินก็ยังมีความสำคัญอยู่ดี คงมีแต่คนโง่ที่จะไม่รับข้อเสนอนี้ แค่ได้มาเป็แฟนของฉันที่เป็ถึงลูกสาวของคนมีอิทธิพลมันก็คุ้มสองเด้งเลย ถ้าจะพูดให้ถูกได้ทั้งเงิน...ได้ทั้งคอนเน็กชันและความน่าเชื่อถือ ไม่รับข้อเสนอก็คงจะถูกมองว่าบ้าบิ่นน่าดู
“แล้วถ้าผมขอเปลี่ยนจากเงินเป็อย่างอื่นแทน?” คำถามของเขาเล่นเอาฉันถึงกับต้องละใบหน้าออกจากหน้าจอสมาร์ตโฟนเพื่อที่จะเงยขึ้นมามองเขาอย่างสงสัยว่าสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่คืออะไร ดูเหมือนเขากำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าที่ฉันยื่นข้อเสนอให้ เพื่อให้เขาตอบจำนวนตัวเลขกลับมาไม่ได้อยากให้เขามาต่อรองแบบนี้
“กำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ? ฉันว่าคุณไม่มีสิทธิ์มาต่อรองกับฉันได้นะ” ฉันพูดพร้อมกับยกยิ้มเหมือนคนที่อยู่เหนือกว่า จากนั้นก็ยื่นมือถือของตัวเองให้ไปอยู่ตรงหน้าของเขาโดยที่หน้าจอกำลังค้างอยู่ในแอปธุรกรรมทางการเงิน
“ถ้าอย่างนั้นผมคงรับข้อเสนอที่คุณว่ามาไม่ได้หรอกครับ” เขาใช้มือของตัวเองดันมือถือของฉันให้กลับมาอยู่ที่เดิมและเป็จังหวะที่มือของเราสองคนััโดนกัน ประโยคที่เคยได้ยินว่าคนเรามีไฟฟ้าสถิตในตัวเองคงจะเป็เื่จริงสินะ เพราะทันทีที่มือของเขามันมาััโดนมือของฉันก็รู้สึกแปล๊บขึ้นมาเลย แอบใอยู่เหมือนกัน ดีที่ฉันยังคุมตัวเองได้อยู่
“คิดดีแล้วเหรอคะ? ถึงเราจะไม่ได้เป็แฟนกันจริง ๆ แต่ระหว่างที่เล่นละครอยู่ ฉันว่าคุณน่าจะทำกำไรและพบปะผู้คนเพื่อดีลงานได้ง่ายมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวเลยนะ” แม้จะรู้สึกใไม่น้อยกับการโดนเขาปฏิเสธ แต่ฉันก็ต้องตั้งสติพูดต่อไปให้คนตรงหน้ารู้สึกว่าเขากำลังคิดผิด และสุดท้ายถ้าเขาคิดได้เขาก็จะต้องมาขอร้องอ้อนวอนฉันกลับอย่างแน่นอน
“น่าเสียดายนะครับที่ผมไม่ใช่คนหวังสูงอะไรขนาดนั้น ไม่แน่ว่าถ้าคุณไปขอร้องคนอื่นดู คนพวกนั้นเขาน่าจะยินดีเต็มใจช่วยมากกว่าผม” อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย และไม่ได้มีท่าทีของความขี้เล่นหรือพูดเพื่อปั่นประสาทฉันสักนิด มันเหมือนกับสิ่งที่เขากำลังพูดอยู่คือเื่จริงว่าเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่ฉันเสนอแถมยังมีการมาบอกให้ฉันไปหาคนอื่นดู แม้คำพูดจะฟังแล้วดูสุภาพ แต่ไม่แน่ว่าแท้จริงแล้วอีกฝ่ายอาจจะกำลังไล่ให้ฉันไปหาคนอื่นก็เป็ได้
เหอะ! ถ้าในโลกมีคนอื่นที่ดูแล้วสามารถต่อกรกับแม่ฉันได้ ฉันก็คงไปนานแล้ว ไม่ถ่อสังขารและโบกปูนซีเมนต์ที่หน้าเพื่อมาหาเขาถึงถิ่นแบบนี้หรอก แค่นี้ก็อับอายขายขี้หน้ามากแค่ไหนแล้ว มีอย่างที่ไหนผู้หญิงมาหาผู้ชายที่เจอกันแค่ครั้งเดียวถึงที่แล้วสั่งให้เขามาสวมบทเล่นละครเป็แฟนปลอม ๆ แบบนี้ แถมตอนเจอกันครั้งแรกก็เป็การเจอกันที่ไม่น่าประทับใจสักเท่าไรด้วยอีก
เอาไงดีสายป่าน...ถ้าแกยังอีโก้อยู่แบบนี้ดูท่าทางแล้วผู้ชายตรงหน้าคงจะไม่ยอมช่วยเธอจริง ๆ แน่ แสดงว่าไม้นี้ใช้กับคนอย่างเขาไม่ได้ผลแล้ว ทำไงดี...ทำไงดีนะ
ติ๊ก~
ขณะที่ฉันกำลังเป็กังวลและเถียงกับตัวเองภายในใจอยู่ก็เกิดเสียงเหมือนอะไรกระทบกันขึ้นมาจนฉันต้องหันมาสนใจคนตรงหน้า และพบว่าเขากำลังยกโทรศัพท์บ้านที่เอาไว้ใช้ในบริษัทขึ้นมา และทำท่าทางเหมือนกำลังจะต่อสายหาใคร
ไม่ต้องเดาก็คงเป็เลขาของเขาที่คงจะให้มาส่งแขกอย่างฉันกลับอย่างแน่นอน ไม่ได้สิ! แบบนี้แผนที่เตรียมมาก็ต้องจบลงพร้อมกับคำดูถูกที่แม่เคยพูดไว้ ฉันต้องกลับไปยอมรับความจริงแบบนั้นเหรอ...ไม่เอาด้วยหรอกนะ!
ติ๊ด!
“ถ้าไม่เอาเงินแล้วจะเอาอะไร!” การกระทำของฉันในตอนนี้อาจทำให้เขามองไม่ดี เพราะการที่ฉันถือวิสาสะเอื้อมมือกดปุ่มวางสายไปดื้อ ๆ แบบนี้ แต่ฉันไม่สนใจ แค่ให้เขาบอกมาว่า้าอะไรเดี๋ยวฉันยอมทำให้ก็ได้
แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นแหละนะที่ฉันจะยอมลดอีโก้ตัวเองลง ถ้าไม่ใช่เพราะร้านดอกไม้และคำพูดของแม่ ฉันไม่มีทางทำอะไรแบบนี้แน่!
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛
ฝากกดติดตามกันด้วยน๊า : เพจ Sunisayok
(https://www.facebook.com/sunisayok310540/)
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛