“นายเดินยังไงห๊ะ ไอ้ฝรั่งบ้า”
เสียงผู้หญิงเ้าของรถจักรยานที่ขี่มาชนเขาเข้าอย่างจัง ซึ่งก็ล้มระเนระนาดไปกองกับพื้นทั้งคนทั้งรถพอกันกับเขาโวยวายลั่น เธอคงคิดว่าเขาฟังภาษาไทยไม่ออก ขอโทษ เขาลูกครึ่งนะครับ แม่สอนภาษาไทยให้ั้แ่เด็ก แม้จะไม่ค่อยได้ใช้ แต่ก็ฟังออกพูดได้แบบดีมากพอสมควรเลยหละ
“ผมเดินบนทางเท้า คุณขี่รถขึ้นมาชนผม คุณนั้นแหละผิด”
แดเนี่ยลตอบกลับเป็ภาษาไทย แม้สำเนียงจะยังไม่ได้ แต่ประโยคนั้นชัดเจนทีเดียว
พิมพ์ชนกอึ้งๆ ไม่ได้โต้ตอบอะไรอีก เพราะรู้ว่าตัวเองก็ผิด แต่เพราะอารามรีบร้อนไง เธอพึ่งเลิกงานแล้วก็ต้องรีบออกมาซื้อของไปทำอาหารกล่องส่งให้กับลูกค้าประจำให้ทันก่อนหนึ่งทุ่ม ขากลับเธอจึงฉวยโอกาสขี่จักรยานขึ้นมาบนทางเท้าเพื่อความรวดเร็วเพราะเห็นว่าเป็ถนนในซอยและ่ระยะทางแค่สั้นๆเท่านั้น
“ฉันขอโทษ”
เธอกล่าวอย่างเสียไม่ได้ด้วยน้ำเสียงห้วนๆก่อนลุกขึ้นยกรถขึ้นตั้งแล้วรีบเก็บข้าวของที่ตกกระจายอยู่กับพื้นขึ้นมา
“คุณาเ็”
แดเนี่ยลกล่าวเมื่อมองเห็นแผลแตกจนมีเืซึมออกมาที่หัวเข่าของเธอ ซึ่งเธอสวมกางเกงขาสามส่วนอยู่
“ช่างเถอะ”
หญิงสาวตอบอย่างนั้นขณะรีบร้อนเก็บของ เธอมีเวลาไม่มากพอที่จะมาสนใจกับาแแค่นี้หรอก เพราะถ้าเธอล่าช้า ส่งอาหารไม่ทันตามเวลา ลูกค้าอาจไม่พอใจแล้วเลิกผูกอาหารกล่องกับเธอ นั้นแหละที่มันจะทำให้เธอแย่ยิ่งกว่า บอกแล้วไงว่าชีวิตของคุณแม่เลี้ยงเดียวอย่างเธอมันไม่ใช่ง่ายๆ
แดเนี่ยลยังไม่ลุกขึ้น เขานั่งมองผู้หญิงรูปร่างบอบบางแต่กลับมีท่าทางที่เข้มแข็งรีบร้อนเก็บของใส่ตะกร้าหน้ารถด้วยความรู้สึกประทับใจ และเมื่อเก็บของเสร็จแล้วเธอก็ปั่นรถจักรยานจากไปอย่างรวดเร็ว
หนุ่มน้อยลูกครึ่งไทยอิตาลีลุกขึ้นมองตามด้วยความเสียดาย
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
สะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกด้วยเสียงพูดคุยของผู้คนที่อยู่ด้านนอกห้อง และด้วยความสงสัยที่มีอยู่เต็มหัว แดเนี่ยลจึงลุกออกมาจากห้อง แล้วเดินไปที่ห้องทำงานของแม่ เมื่อเข้าไปใกล้ เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยของคนหลายคนดังออกมาจากในห้องนั้นอย่างชัดเจนขึ้น
อาจเพราะความหละหลวมไม่รอบคอบของคนพวกนั้นหรือพวกเขาอาจจะเห็นว่าดึกมากแล้วก็เป็ได้ พวกเขาจึงไม่ได้ปิดล๊อคประตูให้สนิท จึงทำให้แดเนี่ยลสามารถมองผ่านช่องประตูที่ปิดไม่สนิทนั้นเข้าไปข้างในได้ ในนั้นนอกจากผู้ชายที่ชื่อโชคชัยแล้วก็ยังมีผู้ชายอื่นอีกหลายคนอยู่ด้วยพวกเขานั่งล้อมวงพูดคุยกันแบบค่อนข้างเคร่งเครียด แต่แดเนี่ยลก็ยังดูไม่ออกอยู่ดีว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆก็คือทั้งกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่และกลิ่นกัญชาคลุ้งเต็มห้องทีเดียว
แต่ระหว่างที่กำลังแอบดูพวกนั้นอยู่ดีๆสายตาก็เหลือบไปเห็นแม่ที่พึ่งเดินขึ้นมาจากชั้นล่าง และแทนที่จะเป็เขาที่เป็ฝ่ายใ กลับเป็แม่ที่ใจนหน้าซีดเผือด ถาดวางแก้วเครื่องดื่มที่ถืออยู่แทบหลุดจากมือทีเดียว
แล้วแม่ก็รีบเข้ามาดึงเขาออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
“ทำไมแม่ต้องทำท่าแปลกๆด้วยละครับ”
เด็กหนุ่มถามขณะเดินตามแรงรั้งของผู้เป็แม่กลับมาที่ห้องของตน
“นี่แกอย่าทำนิสัยสอดรู้สอดเห็นแบบนี้ได้ไหม ถ้าไอ้พวกนั้นเห็นเข้า มีหวังมันฆ่าแกแน่”
“อะไรนะครับ เื่แค่นี้ถึงขั้นจะฆ่ากันเลยเหรอ เอ่ ผมชักแปลกใจแล้วสิ ว่าพวกนั้นกำลังทำอะไรกันแน่”
เด็กหนุ่มทำท่าสงสัย คนเป็แม่จึงรีบบอกปัด
“ก็ไอ้พวกนั้นมันเมาไง คนเมาไม่ค่อยจะมีสติกันหรอก แกอย่าเื่มากนักเลย”
“ไม่ใช่แค่เมาเหล้าใช่ไหมครับ ผมได้กลิ่นกัญชาด้วย”