' พ่อ พ่อจ๋า ตื่นได้แล้ว อิ อิ อิ นี่หนูเอง หนูเป็ลูกของพ่อนะจ๊ะ รู้มั้ยว่าหนูรักพ่อคนเดียว แล้ว...พ่อเคยรักหนูบ้างไหม ทำไม ทำไมถึงไม่รักหนู ฮือ ฮือ ฮือ ' เสียงหัวเราะสดใสดั่งเ้าหญิงตัวน้อยผสมผสานปนเปกับเสียงคร่ำครวญสะอื้นร่ำไห้ราวกับผีร้ายลืมหลุม สองเสียงสุดขั่วที่เเตกต่างดั่ง์กับเหวนรกลอยล่องคละเคล้าดังขึ้นในห้วงอากาศ
" หืม เสียงใคร? " เขายกมือขยี้ตาทั้งสองข้างด้วยความงัวเงียหลับไม่เต็มอิ่ม พลางบีบดั้งจมูกโด่งปลุกสติให้เตรียมตัวตื่น
" ใครมาเรียกวะ นี่ยังเช้าอยู่เลย " เขาเอื้อมมือคลำหาเเว่นสายตาที่วางคู่กับพระเครื่องคู่กายอยู่บนโต๊ะไม้ข้างเตียง เดินช้า ๆ ไม่รีบเร่งไปยังต้นเสียงที่เหมือนร้องเรียกอยู่หน้าบ้าน
เเดดยามสายสาดเเสงสดสว่าง เขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นนกกางเขนบ้านตัวน้อยเกาะกิ่งกระท้อนหวานส่งเสียงเจื้อยเเจ้ว
" เอ๊ะ แปลก...ไม่มี? " เขาสอดส่ายสายตาสำรวจอีกครั้งเพื่อความเเน่ใจว่าถี่ถ้วนดูทั่วดีเเล้ว
" แก่ไปอีกวันเเล้วเรา เล่นเอาหูเเว่วเลย สงสัยเมื่อคืนคงหนักไปหน่อย หึ หึ " เขาเดินวกกลับมาทิ้งตัวนอนบนเตียง ในสมองหวนนึกถึงเื่ราวเมื่อคืนที่ผ่านมาจนเผลอเลียริมฝีปากแห้งผาก นอนอมยิ้มด้วยความสุขสม
' พ่อจ๋า พ่อจ๋า ' สุ้มเสียงน้อย ๆ นั้นวิ่งวกกลับมาอีกครั้ง คราวนี้เหมือนดังกังวาลวนเวียนอยู่ภายในห้อง
" ใคร! " เขานอนสะดุ้งจนลืมตาโพลง กระเด้งตัวขึ้นตั้งฉากกับเตียงที่ยับยู่ยี่ด้วยความไม่เชื่อหู ก้มตัวลงมองสำรวจใต้เตียงเเต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
' พ่อจ๋า หนูเอง ลูกของพ่อไงจ๊ะ อิ อิ อิ หรือว่า ไม่นะ พ่อลืมเเล้ว ลืมหนูไปเเล้ว ฮือ ฮือ ฮือ '
" แพร ผะ...ผ้าเเพร ลูก...ลูกของพ่อ ไม่จริง เป็ไปไม่ได้ " เขาหันรีหันขวางไปรอบ ๆ พยายามหาต้นตอที่มาของสองเสียงสุดขั่วนั้นอีกครั้ง
' อิ อิ อิ ใช่นะสิ หนูเอง อิ อิ อิ '
" ไม่! เเกเป็ใคร ลูกแพรของชั้นตายไปแล้ว! " เขายกมือปิดหูเเน่น พร่ำเพ้อปากสั่นทบทวนเรียกชื่อนั้นด้วยริมฝีปากที่สั่นเครือ ชื่อ...ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าตัวเองลบกลบขุดรากที่ฝังจำออกไปจากชีวิตไปหมดแล้ว
' ฮือ ฮือ ฮือ พ่อไม่รักหนู ไม่คอยรักหนูเลย ฮือ ฮือ ฮือ '
" ลูกแพร พะ...พ่อรัก ไม่ ไอ้ผีนรก!!! บอกมามึงเป็ใคร เเน่จริงออกมา อย่ามาเเต่เสียงซิวะ!!! " เขาขบกัดกรามเเน่นจนมันนูนขึ้นเป็สัน ดวงตาเเดงก่ำราวกับคนเสียสติ สายตาสอดส่องควานหาไปรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่งด้วยความโมโหสุดขีด
' พ่อไม่รักหนู พ่อไม่รักหนู ถ้ารักหนู...ทำไมถึงปล่อยให้หนูตาย ทำไมถึงปล่อยให้หนูต้องตาย ฮือ ฮือ '
" พ่อรักหนู ลูกแพรพ่อรักหนู ฮือ ฮือ ไม่...พ่อผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริง ๆ ไม่ ไม่ ไม่ อีผีห่า!!! มึง!!! เป็ใคร!!! กันวะ!!! "
' อิ อิ อิ หนูลูกพ่อไงจ๊ะ อิ อิ อิ ลูกเเพรของพ่อไงจ๊ะ '
" ไม่!!! ไอ้ผีนรก!!! ออกไป!!! ออกไปจากหัวชั้น!!! ออกไปจากหัวของชั้น!!! "
เขาทั้งทุบทั้งตบตีตรงหัวหงอกขาวของตัวเองไปมาหลายที พยายามทึ้งดึงผมจนหลุดร่วงเป็กระจุกราวกับมีบางสิ่งกำลังขุดเจาะชอนไชอยู่ในนั้น นั่งกอดเข่าเนื้อตัวสั่นเทาเหงื่อกาฬเเตกทะลักราวกับคนวิกลจริตอยู่มุมห้องตรงซอกเตียง เพ้อพร่ำพูดถึงชื่อที่คิดว่าลืมเลือนสิ้นไปแล้ว มือไม้ปัดป่ายพัลวันไปมาในอากาศเหมือนกำลังต่อสู้ฉุดยื้อเเย่งอยู่กับตนเองในความคิดจินตภาพ
ณ วัดหนองน้ำแห้งที่เเสนเงียบเหงาดั่งเงาจันทร์สะท้อนโดดเดี่ยว เย็นนี้ถูกตกเเต่งด้วยดวงไฟหลากหลายสีสันส่องเเสงระยิบระยับตระการตาเหมือนตั้งใจแข่งขันกับดวงดาว โต๊ะเก้าอี้เเขกเหรื่อท่านประธานวางจัดทรงตรงเป็ระเบียบเรียบร้อยงามตา เตรียมตัวพร้อมรับงานใหญ่ที่กำลังจะเริ่มในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า
วงดนตรีชื่อดังส่งตรงจากในตัวเมืองขึ้นไปเทสระบบเเสง สี เสียง เมื่อ่บ่าย เวลานี้กำลังซักซ้อมเบา ๆ อีกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อมเป็รอบสุดท้าย
โรงครัวด้านหลังแม้จะดูอลหม่านไปนิดสับสนไปหน่อย แต่หากสังเกตดูให้ดีจะพบว่ามันมีระบบระเบียบควบคุมดั่งหัวเรือใหญ่ เเม่งานจำเป็คอยรับผิดชอบขับเคลื่อนดูเเลอยู่ทุกตำเเหน่งต่างคุ้นหน้า รู้มือรู้งานกันดี วัยรุ่นชายหญิงทั้งหลายล้วนเป็ลูกหลานเครือญาติคนในหมู่บ้านนี้ทั้งนั้น ทุกสิ่งล้วนดำเนินไปโดยไม่ติดขัด ไม่มีอะไรต้องซักซ้อมบอกกล่าวให้กังวลว่าจะล่าช้าไม่ทันงาน
เเขกเหรื่อผู้หลักผู้ใหญ่ที่ให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานพิธี มีทั้งคนใหญ่คนโตที่มาจากทั่วทุกสารทิศทุกสายอาชีพ เช่น รมต. นักธุรกิจใหญ่ ผู้พิพากษา อัยการ พ่อค้าวานิช นายธนาคาร ยันเ้าพ่อผู้มีอิทธิพลต่างยกโขยงมากันคับคั่ง พูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่างานนี้ไม่มีเเบ่งสี มีเพียงสีเดียวที่อยู่ในใจเพียงเท่านั้น " สีเทาเป็ปึกๆ "
สำหรับชาวบ้านตาดำ ๆ ที่หาเช้ากินค่ำ บางคนคงคิดว่าการได้ทำงานทุ่มสุดตัวรับใช้ท่านสส. ทรงเกียรติผู้ทรงเกียรติ ไม่ว่าจะเป็งานเล็กน้อยหรืองานทั่วไป คงถือเป็เกียรติประวัติสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิตที่เกิดมา สามารถนำไปบอกกล่าวเล่าต่อได้ชั่วลูกชั่วหลาน จะโม้ให้ใครฟังกี่ครั้งก็ทนได้ไม่มีเบื่อ
แต่อีกประเด็นที่ชาวบ้านบางคนบางกลุ่มที่พอมีกินเหลือใช้เต็มไปด้วยการศึกษาอ่านออกเขียนได้ ต่างมองค่อนเเคะขบคิดอยู่ภายในใจเกี่ยวกับท่านสส. ผู้นี้ มันมีอยู่ว่า...หากไม่ดีสุดขั้วหรือชาติชั่วสุด ๆ ก็คงไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็ท่านสส. ได้หลายยุคหลายสมัย สืบทอดจากปู่ยันพ่อตอนนี้มาเป็เขา เมื่อต้นปีที่ผ่านได้เริ่มปูทางไว้ให้ลูกชายพ่อนาคเด่น ท่านสส. น้อยบ้างเเล้ว จากที่เห็นการเปิดตัวติดตามอยู่ข้างกายท่านส.ส. ลงพื้นที่ไปพบปะหัวคะแนน มันเหมือนเป็การทำงานการเมืองอย่างหนึ่งด้วยเช่นกัน
รวมทั้งข้อสงสัยสังเกตต่าง ๆ เกี่ยวกับภรรยาวัยเอ๊าะ ๆ เเอ๊ะ ๆ ทั้งหลายที่อายุห่างกันเป็สิบปีหรือน้องสะใภ้นั้น ๆ ญาติเเถวนู้น หลานทางนี้ ผู้ติดตามคนสนิทข้างกายมากหน้าหลายตาที่รายล้อมรอบข้าง บุคคลสถานะพิเศษใส่ไข่2ฟองพวกนั้น ต่างได้รับตำเเหน่งสำคัญ ๆ เชิดหน้าชูตาอยู่ในสถานที่บริหารราชการ ธุรกิจสำคัญ ๆ ขนาดใหญ่ ไล่ลำดับขึ้นไป ทั้งตำบล อำเภอ จังหวัด กันถ้วนหน้า พูดได้เต็มที่ว่าครอบคลุมทุกวงการอาชีพเเทรกซึมทั่วทั้งจังหวัด พวกมันจำพวกนั้นจึงไม่เคยเห็นหัวใคร ประพฤติปฏิบัติราวกับจังหวัดนี้เป็ของพวกกู พวกกู เเละก็พวกกูพวกเดียวเท่านั้น
รวมถึงไอ้พวกตัวดีตัวเด่นที่เรียกตนเองได้หน้าตาเฉยว่าผู้สร้างสันติธำรงกฎหมาย กฎหมู่ กฎกู กฎหมา ๆ ที่ไม่รู้วัน ๆ ไปแอบจกเครื่องเซ่นจนอิ่มเเป้ลท้องป่องมาจากภพภูมิไหน จนต้องเเขม่วพุงทุกครั้งที่สวมใส่เครื่องเเบบอันแสนจะทรงเกียรติตามชื่อลูกพี่ตัวเลว
เเต่ละตัวขับรถคันใหม่คันใหญ่คันงามเงาวับเข้านอกออกในคฤหาสน์ท่านสส. เป็ว่าเล่น เหมือนที่นั่นเป็สำนักงานลับเฉพาะกิจเป็จุดรวมพลที่ต่างต้องไปรายงานชื่อกับผู้บังคับบัญชาตัวจริงในยามค่ำคืน พวกมันปฏิบัติตัวราวกับกำลังสวมใส่ชุดคอสเพล์สุนัขรับใช้พันธุ์ใหม่ในเครื่องแบบจีบคมก่อนเริ่มการเเสดง จงใจกระทำตนให้หลงลืมไปว่าเมื่อตอนจะมารับตำเเหน่งเเห่งที่นี้นั้น มันอ้ายอีทั้งหลายต่างกล่าวให้สัตย์สาบานเข้มเเข็งตั้งมั่นต่อหน้ารูปปั้นศักสิทธิ์วิเศษที่นับถือหรือสัญลักษณ์คดโค้งบางอย่างที่ยึดเหนี่ยว
" กูจะซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ เพื่อระงับทุกข์ บำรุงสุขให้เเก่ปวงชนประชาราช "
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตลกดีนะ เเต่ที่ตลกกว่านั้นจนน้ำตาไหลนอง คงเป็ไอ้พวกรุ่นน้องเข้าใหม่ตาดำ ๆ ตัวเหม็น ๆ ไฟเเรงใฝ่ดีที่พยายามไขว่คว้าโอกาสก้าวหน้ายกระดับดวงดาวดวงน้อย ด้วยการทำหน้าที่ซื่อสัตย์สุจริต ก้มหน้าตั้งใจทำงานรับใช้ประชาชนงก ๆ ที่ไหนได้พวกมันเ่าั้กลับต้องทนใช้ชีวิตด้วยความอดสูสังเวชน้อยเนื้อต่ำใจ คอยหลบหน้าเลี่ยงสบสายตาประชาชนที่มองสบประมาทอย่างไร้ความเชื่อมั่นไว้ใจ บางคนถึงกับโดนดูถูกเหยียดหยามสาปแช่งให้ตายตาไม่หลับลับหลังยามออกตรวจตราลงพื้นที่กันเลยทีเดียว
หึ หึ หึ เเค่สีเดียวกันเท่านั้น เเค่นั้นจริง ๆ กายเหนื่อย ทนได้ไม่เท่าไหร่ เเต่ในใจที่ต้องแบกรับความเ็ปหวาดระเเวงต่อคำติฉินนินทาจากประชาชนทุกหมู่เหล่ารุ่นอายุ มันทั้งเก็บกด ขมขื่น ปวดร้าว ยากที่จะข่มตาหลับราวกับพวกมันตัวเปล่าหนาวเหน็บนอนขดม้วนอยู่บนเตียงน้ำแข็ง ไร้ซึ่งเกราะกำบังสะท้อน ไว้คอยพิทักษ์รักษากายใจ
ลึก ๆ พวกมันต่างรู้ เเล้วก็รู้ รู้รู้รู้ โครตจะรู้อยู่เต็มอกว่าตัวมันบริสุทธิ์ไม่มีส่วนรู้เห็น ทุกคนดำรงตนตามครรลองคลองธรรมในวิชาชีพที่มันรักที่มันเต็มใจสมัครมาด้วยความอดทนไร้เสันสายดึงชักใด ๆ ทั้งสิ้นตอนนี้พวกมันอัดอั้นเต็มทน อยากป่าวประกาศให้โลกรู้ ให้ทุกคนรับรู้ ให้คนรอบข้างที่มองมันด้วยสายตาดูกถูกไม่เป็มิตรช่วยรู้ที ว่าพวกมันเป็มนุษย์เฉกเช่นเดียวกัน มันอยากมีเส้นทางเดินในสายอาชีพที่มันรักที่มันศรัทธา อย่างขาวสะอาดไร้รอยมลทิน อยากเเหงนมองฟ้ากว้างให้เห็นถึงความกระจ่างใสข้างในจิตใจเหมือนคนอื่น ๆ ทั่วไป
ทุกชีวิตล้วนยากดีมีจน ล้วนมีความสุขความเศร้า ตามอัตภาพของตนทั้งสิ้น โถ...พ่อคุณเเม่คุณเอ๋ย กูเพิ่งได้บรรจุเข้ามาใหม่แท้ ๆ เเต่ทำไมไอ้สติ๊กเกอร์เลวระยำมันลอยมาติดแปะหน้ากูเร็วเหลือเกิน ชีวิตหนอชีวิต ถุยส์!!! ไอ้เฮงซวย!!! ชีวิตติดจรวด!!!
ลึก ๆ ลงไปอีกนิดในใจของพวกมันแต่ละคนล้วนสำนึกซาบซึ้งสุดก้นบึ้งของหัวใจยันรูดาก ทุกวันคืนก่อนข่มตานอนฝัน เฝ้าภาวนาระลึกถึงการกระทำดีย์ ๆ ของรุ่นพี่ รุ่นน้า รุ่นพ่อ รุ่นพระเ้าเหาเก่าก่อน ที่ได้ออกเเรงจนเหน็ดเหนื่อยถากถางเส้นทางสายนรกห่าเหวเส้นนี้ไว้ให้ มีเพียงสิ่งเดียวในใจที่พวกมันเฝ้ารอเฝ้าฝันขอพรต่อสิ่งศักสิทธิ์หรือใดใดก็เเล้วแต่ อยากให้สำเร็จสัมฤทธิ์ผลทุกวันคืน
' พวกกูอยากขอขอบพระคุณพวกมึงทั้งหลาย รวมถึงไอ้รุ่นพี่เก่า ๆ ชอบทำตัวเก๋า ๆ อวดอ้างบารมีล้นเหลือเ่าั้ด้วยรองเท้าคอมแบทสั่งตัดพิเศษ เพิ่มแผ่นกระชับอุ้งเท้า ตรงกระโดงคางให้สุดเเรงเกิดซักคนละหลาย ๆ ที เพี้ยง!!! เพี้ยง!!! เพี้ยง!!! ถุยส์!!! ถุยส์!!! ถุยส์!!! '
" อีพรทางนี้ อยู่ตรงนี้ " สาวทัมในชุดสีฟ้ายืนชะเง้อคอรอคอยพลางกวักมือเรียกหาเเม่พรให้ไปนั่งร่วมโต๊ะ แต่รอบ ๆ ตัวกลับเเออัดจอเเจเต็มไปด้วยเเขกเหรื่อพลุกพล่าน หล่อนเลยตัดสินใจเดินเข้าไปหา แต่แทนที่จะยิ้มเยาะหัวเราะร่ากับเพื่อนสนิท กลับต้องงุนงงกับสิ่งที่มองเห็นราวกับตนตาฝาด
" พี่เทียบ พี่ไม่ค่อยสบายหรือจ๊ะ หน้าตาหมองคล้ำดำเขียวเชียว "