【Perfect Life】

    16 - โบราณสถาน

    16 - โบราณสถาน
    นับวันความสงสัยไม่เคยลดลง โดยเฉพาะสมุดบันทึกภาษาอังกฤษกลายเป็นภาษาโบราณที่ไม่มีใครอ่านออก มีสิ่งที่เรียกว่าปฏิทินทั้งที่ในเกมแฟนตาซีย้อนยุคทั่วไปที่ตนเคยเล่นนั้นไม่เคยมี เนื่องจากมันทำให้รู้สึกว่าไม่เหมาะสมกับยุคสมัยในตัวเกม ยิ่งคิด มันยิ่งไม่สมเหตุสมผลแม้แต่น้อยสำคัญยิ่งกว่าคือตนอายุจะเหยียบ 90 แล้ว แต่นับวันกลับไม่รู้สึกว่าเป็นผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อย ดีใจกับอะไรง่ายๆเหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป ยิ่งนานวันยิ่งรู้สึกว่าไม่เหมือนตนในอดีตแม้แต่น้อยถึงลึกๆจะดีใจกับชีวิตใหม่ความทรงจำใหม่ก็ตามทีหนำซ้ำช่วงนี้ยังฝันประหลาด มีใครบางคนเรียกให้ไปหาในสถานที่แปลกประหลาดคล้ายห้องทดลองวิทยาศาสตร์ในภาพยนตร์เด็กสาวพลิกหน้าสมุดบันทึกที่เปลี่ยนจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ตนอ่านออก สมุดบันทึกที่ควรอ่านวันละเล่มไม่เช่นนั้นจะทำให้สภาพจิตเธอย่ำแย่ เพราะมันมีแต่ความเศร้าและความเจ็บปวด...ต้องขอบคุณการ์เน็ตที่ช่วยรวบรวมบันทึกพวกนี้ให้ในราคาสามารถจ่ายได้ บันทึกส่วนใหญ่หาได้ง่ายเนื่องจากไม่มีใครสามารถอ่านมันออก แต่บางเล่มอยู่ในมือของราชวงศ์หรือพวกกองทหารระดับสูงประจำอาณาจักรต่างๆเพื่อเก็บไว้สำหรับการค้นคว้าหาข้อมูลโชคดีที่เล่มล่าสุดไม่ได้มีเรื่องเศร้ามากนักจึงหยิบเล่มใหม่มาอ่านต่อ เมื่อเปิดหน้าแรกกลับมีแผ่นกระดาษพับหลุดร่วงตกพื้น “อะไรน่ะ?” ก้มลงไปหยิบขึ้นมา เมื่อลองตรวจทานดูเป็นอันต้องชะงักมันคือแบบแปลนดันเจี้ยน โดยระบุไว้ว่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ในอาณาเขตต้องห้าม!!ตอนเธอใช้ทักษะ [สำรวจ] นั้นเจาะจงแค่บนพื้นดินไม่ได้สำรวจใต้ดินเพราะไม่คิดว่าจะมีอะไรอย่างนี้ จากลายมือคาดว่าเจ้าของบันทึกเล่มนี้เป็นคนละคนกับอดีตเจ้าของบ้านคนแรก ตัวบันทึกดูเก่ากว่ามากนัก ดูเหมือนเจ้าของบันทึกนี้พบแบบแปลนโดยบังเอิญจากในตลาด ทราบว่าขุดพบจากซากโบราณสถานเก่าแก่และมีใครต่อหลายคนต้องการไปค้นคว้าเกี่ยวกับสถานที่แห่งนั้นทว่าพวกเขาไม่สามารถไปสำรวจได้แม้จะอยากไป ทั้งในอดีตก่อนมีเรื่องของเทพธิดาหรือแม้แต่จะหลังก็ตาม ก็ไม่สามารถก้าวข้าวไปยังอาณาเขตต้องห้ามได้“ดูท่า... ฉันต้องลองไปสำรวจแล้วล่ะ”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านพริสทีน หากท่านต้องการไปยังโบราณสถานแห่งนั้น ท่านต้องเตรียมทำใจกับหลายๆสิ่ง“อื๋อ? ทำไมล่ะ? แค่ไปสำรวจเองนี่นา”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ......เพราะว่าไปสำรวจ ถึงได้ต้องเตรียมใจ ขอเตือนท่านด้วยความหวังดี“ขะ...เข้าใจแล้วล่ะ”แอบงงไม่น้อยกับคำเตือนนั่น ถึงอย่างนั้นก็ตัดสินใจที่จะไปสำรวจให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะต้องใช้เวลาในการเดินทางนานพอควร ไม่รู้ว่าเป็นวันหรือเป็นเดือน หรือบางทีอาจจะเร็วกว่าที่คาดไว้แต่ก็ไม่ควรจะชะล่าใจ จำเตรียมอุปกรณ์สำหรับเอาตัวรอดไว้ให้พร้อม ปัจจัยสำคัญอย่างอาหารและน้ำห้ามขาด นำแบบแปลนไปด้วยผมยาวอาจจะเกิดปัญหาได้จำต้องถักเปียรวบให้เรียบร้อยใส่กางเกงฟักทองป้องกันเผื่อกระโปรงเปิด“เอาล่ะ พร้อมสำหรับเดินทางเรียบร้อย!” ก้าวออกจากบ้าน ใช้เวทย์ล็อกประตูป้องกันขโมย พอไปยังประตูทางออกกลับพบชิอินะเดินมาจากอีกทางเข้าพอดี“ชิอินะ?” รีบวิ่งไปหา “กลิ่นหอมจัง นายพึ่งไปอาบน้ำมาเหรอ?”“อืม สบู่ของเจ้าหอมมากเลยล่ะ แล้ว....เจ้าจะไปไหนรึ...?”“ไปสำรวจโบราณสถานน่ะ พอดีฉันพึ่งค้นพบความลับของอาณาเขตต้องห้ามเข้าโดยบังเอิญ” หัวเราะแก้เก้อไปนิด“มันดูอันตรายนะ ถ้ายังไง....ให้ข้าไปด้วยสิ”“ไม่ๆ ไม่เป็นไรหรอก นายข้ามไปที่เขตนั้นไม่ได้นี่นา ฉันจะรีบไปรีบกลับไม่ต้องห่วงนะ ยังไงก็ฝากบอกคนอื่นด้วยละกัน”เงียบไปสักพักก่อนถอนหายใจ “......ก็ได้ รีบกลับมาล่ะ”“อื้ม!”รีบมุ่งหน้าตรงไปยังอาณาเขตต้องห้ามที่ตนคุ้นเคย การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้ข้ามไปอีกฝั่งเพื่อเก็บของหรือนำวัตถุดิบกลับไปแต่อย่างใด มาเพื่อค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ไว้ใต้สถานที่แห่งนี้ “เริ่ม [สำรวจ] และทำการบันทึกลง [แผนที่] ได้...” เจาะจงค้นหาชั้นใต้ดินให้ครบทุกซอกทุกมุมจนพบทางลงอยู่ใต้น้ำซ่อนอยู่หลังก้อนหินยักษ์ ลึกเข้าไปจนเจอซากโบราณสถานเก่าแก่ ทางเดินวกวนเชื่อมต่อลงไปยังชั้นอื่นนับสิบ มอนสเตอร์ระดับสูงที่เฝ้าระวังสมบัติในแต่ละชั้นทว่า...ยิ่งสำรวจละเอียดขึ้นกลับต้องเจอเรื่องน่าตกใจจนหน้าซีด เมื่อชั้นสุดท้ายนั้นมีห้องที่คล้ายคลึงกับในฝันของตนมากที่สุด...พร้อมคำถามที่ว่า...“ทำไม...ถึงมีห้องแบบนั้นอยู่ในโลกนี้ได้....” ห้องทดลองวิทยาศาสตร์... > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ท่านพริสทีน ได้โปรดตั้งสติให้ดี“ไนกี.. นี่ใช่ไหมเรื่องที่เธอบอกให้ฉันตั้งสติน่ะ”> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ...ถูกแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด“เข้าใจแล้วล่ะ...” หายใจเข้าออกนั่งลงเอาขาจุ่มน้ำ ตั้งสมาธิให้มั่น “Trans” ร่างกายเรืองแสง คอมีเหงือกสำหรับหายใจในน้ำ บนแก้ม แขน และต้นขามีเกล็ดปลา มือและเท้ามีพังผืดงอกออกมา กลายเป็นมนุษย์วารีพร้อมสำหรับการดำน้ำ จ๋อม... ทิ้งตัวลงน้ำ ว่ายดิ่งลึกมุ่งหน้าไปยังก้อนหินยักษ์ก้นแอ่งน้ำ ขนาดใหญ่เกินกว่าที่คาดเอาไว้“นี่มันหินเวทย์นี่นา...” แค่แตะก็สามารถรู้ได้ในทันที ลอยออกมาเล็กน้อย รวมเวทย์วารีไว้ที่มือทั้งสองข้าง “Aqua•Wave (คลื่นวารี)!”ตูม!!! ก้อนหินแตกเป็นเสี่ยงๆลอยกระจายไปทั่วน้ำก่อนตกลงสู่พื้น เมื่อหินยักษ์หายไปปรากฏเส้นทางให้ เด็กสาวไม่รอช้ารีบว่ายพุ่งตรงเข้าไปภายใน ยิ่งลึกเท่าไหร่แสงสว่างก็เริ่มหายไปรอบข้างเต็มไปด้วยความมืดมิด ถือว่าโชคดีที่ตอนนี้เธอสามารถใช้เวทย์แสงได้ ทำให้สร้างบอลแสงส่องสว่างไปทั่วเลยไม่ต้องหวาดกลัวความมืดเหมือนเช่นทุกครั้ง ว่ายดิ่งลึกลงไปจนเจอกับทางขึ้นเหนือผืนน้ำ ซ่า!! “ที่นี่คงจะเป็นห้องชั้นแรกสินะ” ว่ายไปขึ้นฝั่งพร้อมกลับคืนร่างเดิม ตัวเปียกๆก็ใช้เวทย์เป่าแห้งจนเหมือนปกติ ห้องกว้างขนาดใหญ่ดูเก่าแก่เหมาะสมที่จะถูกเรียกว่าโบราณสถาน“....มาถึงที่นี่คงถอยไม่ได้แล้วล่ะ”
    [ชั้นที่ 1]ห้องชั้นที่ 1 กว้างขวางไม่มีมอนสเตอร์อยู่ในชั้นนี้จากการใช้ [ตาทิพย์] แต่ก็อดระแวงไม่ได้ในทุกก้าวที่เดินว่าจะเจอกัปดักอะไรหรือไม่“....ไม่หรอกมั๊ง คงไม่เหมือนในหนังหรือในนิยายขนาดนั้---“ แกร๊ก... ฟุ่บ! ฉึก!! ไม่ทันพูดจบเท้าดันไปเหยียบแผ่นหินบางอย่างเข้า จากที่ยิ้มอยู่เริ่มหน้าซีด เหงื่อตกกับบางสิ่งที่พุ่งตัดหน้าไปยังกำแพงด้านข้างพอมองดูดีๆกำแพงด้านขวาตนมีรูอยู่เต็มไปหมด เป็นครั้งแรกที่สมองสั่งการไวกว่าปกติเป็นสิบเท่าในการสั่งให้ตน...วิ่งออกจากตรงนั้น!!!“กรี๊ดดดดดด!!!!!!!!” วิ่งเร็วยิ่งครั้งไหนๆที่ผ่านมา ฝ่าดงลูกธนูบนกำแพงนับร้อยนับพัน ยังไม่พอเท้าเจ้ากรรมดันเหยียบกัปดักอีกหลายต่อหลายอย่าง!!มีดยักษ์ที่สับหว่างไปมาด้วยความเร็วสูงจนเกือบหลบไม่ทันพื้นบางส่วนหายไปเหลือแค่เสายืนที่สามารถกระโดดข้ามผ่านไปได้แมลงพิษอันตรายบินไล่กวดหลังจนมาโดนเปลวเพลิงที่พุ่งออกมาจากรูเผาเป็นจุลปิดท้ายด้วยหินยักษ์ไร้ที่มาวิ่งไล่เธอไปยังหลุมพรางที่มีแต่หนามแหลมคมหน้าประตูเชื่อมไปยังชั้นถัดไปโชคดีที่ใช้ทักษะกระโดดของกระต่ายได้ผลไม่เช่นนั้นร่างคงได้พรุนนอนกองอยู่ข้างล่างเหมือนโครงกระดูกอื่นๆ“โอย.... รอดซักที” ทรุดกองลงไปนั่งบนพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน มองพวกกัปดักพวกนั้นที่ยังคงทำงานอยู่ พอตั้งสติได้ทำให้พึ่งนึกได้อีกเรื่อง...“จะว่าไปทำไมเราไม่ใช้เวทย์ป้องกันตัวแทนจะวิ่งหนีล่ะเนี่ย? เฮ้ออออ...”> Skill • [ฝีเท้ากระต่าย] อัพเกรดเป็น [ระดับ D]
    [ชั้นที่ 2-5]บันไดลงมาสู่ชั้นต่อไปค่อนข้างลึกไม่น้อยและมีบางส่วนพังทลายเนื่องจากอายุของมัน แต่ไม่เป็นปัญหาเนื่องจากเธอลอยตัวได้ ครั้งนี้ต้องสำรวจมอนสเตอร์รวมถึงพวกกัปดักให้ดี ครั้งนี้ไม่มีกัปดักแต่มีมอนสเตอร์ทั่วไปแต่ไม่เป็นอันตรายมากนักอย่างพวกสไลม์หรือก็อบบลิน พริสทีนกล้าพูดได้เต็มปากว่าพวกมันไม่อันตรายมากนักหากเทียบกับมอนสเตอร์ตัวอื่นที่จะเจอในชั้นลึกขึ้นหรือพวกข้างบนแน่นอนชั้นที่ 3 ถึง ชั้นที่ 5 เองก็ไม่ต่างจากชั้นที่สองเลยสักนิดสำคัญยิ่งกว่าคือสถานที่แห่งนี้มีลิฟต์ แต่มันไม่สามารถใช้ได้จึงต้องใช้ประตูบานใหญ่แทน
    [ชั้นที่ 6]พริสทีนเดินวนรอบสิ่งที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้อีกอย่าง... มันคือ เครื่องจักร... ขนาดของมันใหญ่จนทำให้เธอรู้สึกระแวงไปหมด ยิ่งคล้ายกับในภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับการทดลองสร้างของอันตรายที่ต้องใช้ของพวกนี้ผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดมหาศาล เธอขอเดาสุ่มไว้ก่อนว่าสถานที่แห่งนี้ไว้ใช้สำหรับที่พักอาศัยชั้นบน หรืออาจจะเชื่อมต่อไปยังอีก 3 ชั้น ไม่เพียงแค่นั้นสภาพของเครื่องจักรดูทรุดโทรมมีสนิมเกาะเต็มไปหมด ดูจากสภาพของเครื่องจักรคงอยู่ที่นี่มาหลายสิบปี บางทีมันอาจจะถึงร้อยปีก็เป็นได้“คง...ต้องไปต่อ...”
    [ชั้นที่ 7]ห้องชั้นนี้กว้างขวางยิ่งกว่าสามห้องที่ผ่านมา ไม่มีมอนสเตอร์อาศัยอยู่ในชั้นนี้ แต่ห้องนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพังที่มีหญ้ามอสขึ้นเต็มไปหมดจนคล้ายกับป่า ซากพวกนั้นดูคล้ายกับที่พักอาศัยจนอดไม่ได้ต้องเข้าไปสำรวจ เพียงเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งก็ทำให้พริสทีนยืนนิ่งเงียบและสีหน้าดูแย่ลงคงเป็นเพราะสิ่งที่อยู่บนเพดานนั่นหรืออีกนัยหนึ่งสิ่งนั้นคือ หลอดไฟ ไม่เพียงแค่นั้นเมื่อสังเกตดูรอบข้าง มีทั้งซากโทรทัศน์ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ เครื่องเล่นซีดีหรือตู้เย็น พวกสิ่งของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกนี้ ข้างนอกบ้านมีทั้งพวกเสาไฟฟ้าที่วางกองซ้อนทับกัน จานดาวเทียมที่แตกหัก หรือซากรถยนตร์ที่ดูเก่าแก่จนฝุ่นและมอสขึ้น ในที่พักอาศัยมีทั้งโครงกระดูกของมนุษย์และสัตว์ เดินเข้าไปลึกขึ้น เจอร้านขายของ ร้านขายผัก โรงเรียน อีกทั้งชื่อร้านมีหลากหลายทั้งอังกฤษ ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ ยิ่งเห็นยิ่งไม่เข้าใจว่ามันหมายความว่ายังไงกันแน่จนเดินมาถึงประตูสู่ชั้นถัดไป ทว่าที่กว้างหน้าประตูกลับเต็มไปด้วยโลงศพและซากมัมมี่นอนพิงกำแพงอยู่ใกล้ๆกัน ทำให้รู้สึกแย่หนักกว่าเดิม....“กรี๊ดดดดดดดดด!!!” เสียงกรีดร้องจนทำเอาเธอปวดหูไปหมด เมื่อมอนสเตอร์ที่เฝ้าประตูอยู่คือ เมดูซ่า ระดับ SS ไม่ใช่แค่ต้องหลบดวงตาจากงูนับร้อยบนหัวเจ้าหล่อนเพื่อไม่ให้กลายเป็นหินยังต้องหลบครึ่งร่างที่เป็นหางงูที่สะบัดทำลายโขดหินจนแหลกละเอียดทำให้พริสทีนหลบซ่อนตัวไม่ได้คงต้องขอบคุณตัวเองสมัยก่อนที่เคยอ่านตำนานมาบ้างถึงได้ทำให้รู้ว่าจะกำจัดเมดูซ่าอย่างไร ด้วยการสร้างกระจกน้ำแข็งตรงหน้าจังหวะที่เมดูซ่าจะทำให้เธอกลายเป็นหินและสะท้อนพลังกลับไปจนเจ้าหล่อนกลายเป็นหินแทนเสียเอง
    [ชั้นที่ 8]ในชั้นนี้มีทางเข้าหลายทาง ทั้งสระว่ายน้ำเก่าที่น้ำในสระมีแต่มอสส่งกลิ่นเน่า ห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาเก่า โต๊ะบิลเลียดและเครื่องเกมๆ หรือแม้กระทั่งห้องสมุดเต็มไปด้วยหลากหลายภาษา ถึงสภาพมันจะโทรมและจับนิดหน่อยก็จะสลายจนต้องใช้เวทย์พิเศษ [ฟื้นฟู] หนังสือพวกนั้นก่อนอ่าน จากที่สำรวจดูเหมือนว่าหนังสือเยอะสุดคือหนังสือเกี่ยวกับตำนานเทพนิยายปรัมปราทั่วโลกมั่นใจว่าเธอคงได้กลับมาชั้นนี้เพื่ออ่านหนังสือพวกนี้แน่ จนมาถึงห้องสุดท้ายซึ่งมีขนาดใหญ่สุดและมีประตูสู่ชั้นถัดไป ห้องนี้จัดและตกแต่งคล้ายกับโรงอาหารตูม!!!!! เสียงดังสนั่นจากการโจมตีของ ดูลาฮาน สัตว์ประหลาดในตำนานอีกหนึ่งซึ่งเป็นนักรบสวมเกราะไร้หัว ระดับ SS แต่ค่อนข้างกำจัดง่ายกว่าเมดูซ่าด้วยการแช่แข็งร่างกายมันก่อนทำลายมันทิ้ง
    [ชั้นที่ 9]เมื่อลงมาเจอทางเดินทอดยาวแต่มีเพียงประตูสองบาน ห้องด้านซ้ายเต็มไปด้วยหญ้ามอสปกคลุมข้าวของที่วางกองอยู่บนพื้นรวมถึงเครื่องประมวลผลคอมพิวเตอร์และเครื่องจักรต่างๆจนคล้ายเป็นป่ารกทึบ ส่วนด้านขวาเป็นเตาเผาจนแอบนิ่วหน้ากับกลิ่นเหม็นของขยะที่เหลือรอดอยู่รวมกับกลิ่นมอสจนต้องรีบวิ่งหนีออกจากตรงนั้นมาจนสุดทางหลังจากรอดปลอดภัยมาตลอด 8 ชั้น ดูท่าโชคจะไม่ช่วยเธอเสียแล้ว ตอนนี้เธอหลบอยู่หลังโขดหินขนาดใหญ่เมื่อเห็นบางสิ่งนอนขวางประตูทางลงไปชั้นต่อไป มอนสเตอร์ขนาดใหญ่ที่คล้ายกับสัตว์ในเทพปกรณัมกรีก ไคเมรา มันมีทั้งหมด 3 หัวด้วยกัน ส่วนหน้าเป็นสิงโต ส่วนกลางลำตัวเป็นแพะมีปีกขนาดใหญ่ และส่วนหลังเป็นมังกร ลมหายใจของมันเป็นเปลวเพลิง รอบข้างมันเต็มไปด้วยโครงกระดูกนับร้อยนับพันวางกองสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด...คือมันอยู่ในระดับ SSS อันตรายยิ่งกว่ามอนสเตอร์ที่พบก่อนหน้านี้เสียอีก!ถึงจะได้คำแนะนำจากไนกีว่าจุดอ่อนมันอยู่ตรงไหนก็อดกลัวไม่ได้> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: การเปิดประตูบานนี้ต้องกำจัดไคเมราตรงหน้าท่าน “แล้วจะผ่านไปยังไงเนี่ย...”กึก... ไคเมราขยับตัวทำให้คราบฝุ่นและมอสบนร่างกายของมันหลุดร่วงลงพื้น หัวสิงโตลืมตาตื่น ตามด้วยแพะและงู สายตานั่นมองมาทางก้อนหินที่เธอหลบอยู่ ยิ่งทำเอาเธอหน้าซีดกว่าเดิม“กรรรรร!!!!!!”“กรี๊ดดดดดดดดด!!!!” กระโดดหลบลมหายใจเพลิงร้อนระอุ หากไม่หลบคงมีสภาพคล้ายหินก้อนนั้นที่กำลังละลายถอยออกมาตั้งตัวสร้าง [บาเรีย] ผสม [เวทย์ป้องกัน] ในการป้องกันการโจมตีทางกายภาพและทางเวทมนตร์ เพิ่มความเร็วด้วย [เวทย์ลม] และ [ฝีเท้ากระต่าย] ทำให้เร็วขึ้นเป็นเท่าตัว “Iceil•Shot(กระสุนน้ำแข็ง)!!”กระสุนน้ำแข็งนับสิบขนาดใหญ่จากทุกทิศทางพุ่งใส่หมายตัดหัวของมันให้ตายภายในครั้งเดียว ทว่าหัวสิงโตพ่นไฟใส่ทำให้มันละลาย ในจุดที่มันไม่ถึงหัวงูของมันพ่นพิษใส่จนละลาย...น้ำแข็งใช้ไม่ได้ ไฟก็ไม่น่าจะใช้ได้เหมือนกัน ....คงต้องใช้ลมแทน! “Wind•net(ตาข่ายลม)!”เล็งไปที่ขาของไคเมราให้ติดกับพื้นขยับไม่ได้ ซึ่งเวทย์ลมที่มองไม่เห็นทำให้มันสับสนพ่นไฟและพิษใส่ขาตัวเองจนมันคำรามด้วยความเจ็บปวด จังหวะนั้นเองพริสทีนรีบอ้อมไปด้านหลังใช้เวทย์ลมอาบมือตนเองให้คมเหมือนกับมีด พุ่งไปตัดหัวงู!!ฉัวะ!!!! “กรรรรรรรรรร!!!!!”“ว้าย!!!”ผัวะ!!! โครม!!!! จังหวะที่มันดิ้นไปมาด้วยความเจ็บปวดหัวแพะพุ่งมาชนเธอจนกระเด็นไปกระแทกเข้ากับโขดหินแถวนั้น โชคดีที่บาเรียแข็งแรงพอทำให้ไม่บาดเจ็บ เด็กสาวรีบชันตัวลุกใช้เวทย์ลมอาบมือตนเองอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่คิดจะบุกไปสู้ระยะประชิด ง้างมือให้สุดแรงก่อนตวัดมือใส่ไคเมรา ฉัวะ!!!!!! คลื่นลมจากฝ่ามือกลายเป็นดาบคมกริบตัดหัวทั้งสองของมันจนขาด!ตึง!! มอนสเตอร์ขนาดยักษ์ล้มลงไปกองบนพื้น ไม่นานมันก็แน่นิ่งพร้อมบานประตูสู่ชั้นถัดไปเปิดออก...“แฮ่ก... ค่อยยังชั่ว”เดินมาสำรวจศพของไคเมรา ไม่มีอะไรดรอปจากมัน แต่อย่างน้อยก็ได้ [เวทย์พิษ] เพิ่มเข้ามาพร้อมกับข้อสงสัยอีกอย่างว่าตัวเลข T-999X ที่สลักบนต้นขาของมันคืออะไร เมื่อนึกดูดีๆทั้งเมดูซ่าและดูลาฮานเองก็มีเช่นกัน> Ability • [เวทย์ลม] อัพเกรดเป็น [ระดับ S]> Ability • [เวทย์ป้องกัน] อัพเกรดเป็น [ระดับ A]> Ability • ปลดล็อก [เวทย์พิษ]> Skill • [บาเรีย] [ต้านพิษ] [พิษร้ายแรง] อัพเกรดเป็น [ระดับ S]“โอย...” ทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน หาววอดๆ “ถึงพลังเวทย์เราจะไม่หมด... แต่ทำไมมันง่วงจัง ฮ้าววววว...”ดูเหมือนเธอต้องพักที่ชั้นนี้สักพักก่อนลงไปยังชั้นสุดท้าย ไปนั่งอยู่บนโขดหิน ปัดพวกหญ้ามอสออกและทำความสะอาดเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัย ระหว่างทานข้าวกล่องและนอนพักก็นึกถึงสิ่งที่พบมาตลอดทั้ง 9 ชั้นอีกไม่นานความจริงของทุกสิ่งกำลังจะเปิดเผยในอีกไม่ช้า...