เมืองแห่งชายป่า เซลเรนเป็เมืองที่เหมือนขนาดเล็กที่มีอาคารบ้านเรือนอยู่ไม่มากนักเทียบกับเมืองท่าเรือเทซิสแล้ว ถือว่าเป็เมืองที่เล็กมากไปถนัดตา
ภายในเมืองแห่งนี้มีผู้เล่นอยู่ไม่น้อยมาก ร้านค้าเองก็มีเพียงร้านค้าของระบบเท่านั้น ไม่มีผู้เล่นมาตั้งร้านค้าขายของ ดูแล้วไม่ค่อยต่างจากเมืองเริ่มต้นเลย อากิระจึงเลิกล้มความคิดที่จะหาซื้อไอเทมในเมืองนี้ทันที
“อา หิวฟ่ะไปหาอะไรกินกันเหอะ” เทมเพสต์บ่นออกมา
“แกกินอาหารไปมากกว่าพวกเราตั้งเยอะ ยังจะหิวอีกเหรอ” อากิระกล่าวด้วยใบหน้าหน่ายๆ
ในขณะที่ลูน่า เพียงแค่ทำหน้าเหนื่อยใจ ส่วนลิซ่าเพียงยิ้มแห้งๆเท่านั้น ส่วนเทมเพสต์ก็ยืนยันว่าจะไปทานอาหารให้ได้ สุดท้ายด้วยความรำคาญทั้งสี่คนจึงมาอยู่ที่ร้านอาหารในเมืองจนได้
“แล้วจะทำอะไรกันต่อดี” เทมเพสต์ถามออกมา “กินเสร็จแล้วเดินทางกันต่อเลยดีมั้ย”
“ฉันว่าจะไปขึ้นเงินค่าหัวก่อนน่ะ” อากิระกล่าวออกมา
“หืมเ้าพวกั์สีครามมันมีค่าหัวด้วยเรอะ” เทมเพสต์ขมวดคิ้วถามออกมา
“มีค่ะ” เป็ลิซ่าที่ตอบออกมา “โดยเฉพาะคุณโอเกอร์ที่ถูกนายท่านฆ่าไปน่ะ มีค่าหัวถึง 4 ล้านคริสตัลเลยนะคะ”
“หวา ถ้าจะโดนคนเกลียดเยอะนะเนี่ย” เทมเพสต์พูดออกมาแบบแหยงๆ
“ก็คงงั้นแหละนะ” อากิระพูดออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ก็ เล่นหาเื่ชาวบ้านเขาไปทั่วนี่นะ”
ลูน่าที่ได้ฟังก็หัวเราะคิกคักออกมาเล็กน้อย “แต่คราวนี้พวกั์สีครามจะหาเื่ผิดคนนะคะ”
“ฮ่าๆๆๆ ว่าแต่ว่าคุณอากิระกำลังจะรวยแล้วสินะครับ หมายความว่ามื้อนี้คุณอากิระคงจะเป็คนเลี้ยงสินะครับ” เทมเพสต์ยิ้มกวนกล่าวออกมา
“อา ก็ได้นะ…” อากิระกล่าวออกมาแล้วเหลือบมองเทมเพสต์เล็กน้อย “ฉันเลี้ยงก็ได้แต่ยกเว้นค่าอาหารของแกนะ”
“เห้ย ทำไมสองมาตรฐานแบบนี้ว้า” เทมเพสต์แหวใส่ทันที
“เหอะ” อากิระแค่นเสียงออกมาแล้วก็ทานอาหารต่อไปแบบเงียบๆ
“ว่าแต่นายท่านคะ” ลิซ่ากล่าวออกมา “หลังจากขึ้นเงินเสร็จแล้วจะทำอะไรต่อดีคะ”
“อืม เมืองนี้ไม่น่าจะมีอะไรให้เราทำเพราะงั้นถ้าขึ้นเงินเสร็จแล้วก็คงจะไปจากที่นี่ทันที”อากิระกล่าวตอบอย่างไม่ใส่ใจมากนัก
แล้วพวกเขาก็ทานอาหารกันต่อพลางคุยกันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปได้สักพักพวกเขาก็ออกจากร้านอาหารโดยที่อากิระนั้นจ่ายค่าอาหารให้ลูน่า และลิซ่าจริงอย่างที่พูด แต่ทว่าเทมเพสต์ก็ต้องจ่ายค่าอาหารเองจริงๆเช่นกัน
แน่นอนว่าเทมเพสต์เองก็ถึงขั้นมีน้ำโหขึ้นมาทันที แต่อากิระกลับไม่สนใจที่จะทะเลาะด้วยซะงั้น เล่นเอา เทมเพสต์คิ้วกระตุกทันที
แล้วทั้งสี่ก็มาถึงอาคารค่าหัว พอมาถึงลูน่า ก็พาลิซ่าแยกออกไปเดินเที่ยวในเมือง ส่วนเทมเพสต์เองก็บอกว่าจะไปหาอะไรสนุกๆทำ อากิระจึงต้องเข้าไปในอาคารคนเดียวโดยที่ทำการนัดกันเอาไว้ว่าจะนัดพบกันที่หน้าประตูเมืองในอีก 2 ชั่วโมง
“ขนาดในเมืองเล็กๆแบบนี้ยังไปเที่ยวกันได้อีกนะพวกนี้”อากิระบ่นออกมา
ภายในอาคารค่าหัวนั้นเป็อาคารที่การจัดการเป็ระเบียบโดยมีเคาน์เตอร์สำหรับบริการและเก้าอี้สำหรับนั่งรอโดยที่เคาน์เตอร์แบ่งเป็ 2 ส่วนได้แก่ส่วนแรกเป็ส่วนสำหรับตั้งค่าหัว และอีกส่วนเป็ส่วนสำหรับรับเงินค่าหัว ในอาคารนี้มีคนอยู่เพียงน้อยนิดอากิระก็ไม่รอช้าเดินไปกดบัตรคิวแล้วนั่งรอ
ระบบค่าหัวนั้นเป็ระบบที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสนุก และมีไว้เพื่อเป็ตัวช่วยในการลงโทษผู้เล่นอาชญากร โดยการที่ผู้เล่นจะมีค่าหัวนั้นจะมาจากการประเมินของระบบหากผู้เล่นถูกประเมินว่าเป็อาชญากรที่อันตรายแล้วล่ะก็ ระบบจะทำการตั้งค่าหัวให้กับผู้เล่นนั้นตามระดับความผิดทันที นอกจากนี้ผู้เล่นยังสามารถตั้งค่าหัวให้กับผู้เล่นอื่นๆได้อีกด้วย
ในกรณีของผู้เล่นที่มีค่าหัวหากถูกผู้เล่นอื่นฆ่าแล้วหากสามารถสังหารผู้เล่นคนนั้นได้ก่อนที่จะถูกขึ้นค่าหัวแล้วล่ะก็ ผู้เล่นคนนั้นจะไม่สามารถไปขึ้นค่าหัวได้จนกว่าจะฆ่าผู้เล่นที่ค่าหัวได้อีกครั้ง และหากผู้เล่นที่มีค่าหัวถูกสังหารและถูกขึ้นค่าหัวก็จะถูกลงโทษตามระดับของความผิดอีกด้วย
อากิระนั่งรอเพียงไม่นานคิวของเขาก็ถูกเรียก เขาจึงเดินไปยังเคาน์เตอร์รับเงินค่าหัวที่เคาน์เตอร์รับเงินค่าหัว ที่เคาน์เตอร์รับเงินค่าหัวมีพนักงานของทางระบบอยู่ 3 คน เป็ผู้ชาย 2 คนและเป็ผู้หญิงที่มีน่าตาน่ารัก 1 คน ซึ่งเก้าอี้ด้านหน้าของทั้ง 3 คนก็ว่างเปล่าทั้งหมดเช่นกัน
พนักงานที่เป็ผู้หญิงนั้นอยู่ห่างจากจุดที่อากิระอยู่ที่สุดแต่ว่าอากิระกลับเดินผ่านพนักงานชาย 2 คนไป และนั่งลงตรงหน้าพนักงานสาว ทำให้พนักงานชายทั้งสองคนแอบทำหน้าหมั่นไส้ออกมาทันที
“สวัสดีค่ะ ้ามารับค่าหัวถูกมั้ยคะ” พนักงานสาวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ครับผม” อากิระเองก็ตอบด้วยรอยยิ้มและน้ำเสียงที่นุ่มนวลเช่นกัน ทำให้พนักงานสาวหน้าแดงไปเล็กน้อย
“อ…เอ่อ งั้นขอตรวจสอบหน่อยนะคะ” พูดแล้วพนักงานสาวก็ยื่นอุปกรณ์ที่คล้ายกับเครื่องสแกนลายนิ้วมือแต่มีขนาดใหญ่กว่าถึงขนาดที่วางได้ทั้งฝ่ามือขึ้นมา “รบกวนผู้เล่นวางมือบนนี้ได้เลยค่ะ”
แล้วอากิระก็วางมือลงบนเครื่องนั้น รอเพียงไม่กี่วินาทีอุปกรณ์ตรวจสอบก็ปรากฏแสงสีเขียวออกมา พร้อมปรากฏข้อความว่าการตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว อากิระจึงเอามือออกมา
“ผู้เล่นอากิระได้สังหารผู้เล่นที่มีค่าหัวไป 22 คน สามารถรับเงินค่าหัวได้เป็จำนวน 6,135,000 คริสตัลค่ะ” พนักงานสาวยิ้มกล่าวออกมา “้ายืนยันการรับเงินเลยมั้ยคะ”
“ยืนยันครับ” อากิระยิ้มตอบ
‘ผู้เล่นอากิระได้รับเงินจำนวน 6,135,000 คริสตัลค่ะ’
สิ้นเสียงรายงานอากิระก็กล่าวลาพนักงานสาวโดยที่ไม่ลืมที่จะส่งยิ้มให้ ทำให้พนักงานสาวเขินจนหน้าแดงอีกครั้ง ส่วนพนักงานชายอีกสองคนก็ทำหน้าหมั่นไส้ออกมาอย่างไม่ปิดบัง ส่วนอากิระที่กำลังเดินออกจากอาคารเขาก็ครุ่นคิดอยู่เขาฆ่าผู้เล่นไปประมาณร้อยกว่าคนและในนั้นกลับมีถึง 22 คนที่มีค่าหัว ถ้าอย่างงั้นก็หมายความว่า
“ไอ้กิลด์นี้ไม่ได้เลวแค่เฉพาะระดับพวกหัวหน้าสินะ”
อากิระกล่าวด้วยใบหน้าหน่ายๆ แล้วเดินตรงไปทางประตูเมืองเพื่อไปรอเพื่อนๆ และก่อนที่จะถึงประตูเขาก็พบกับคนที่ดูเหมือนแม่ชีจากโบสถ์คริสต์ที่มีท่าทีกระวนกระวาย และเมื่อเธอหันมาเห็นอากิระเธอก็รีบวิ่งมาหาเขาทันที
“ท่านเป็นักผจญภัยสินะคะ”แม่ชีสาวกล่าวถามออกมา ไม่ใช่เื่แปลกที่เธอจะเรียกอากิระว่านักผจญภัยเพราะสำหรับ NPC แล้วพวกผู้เล่นคือนักผจญภัยที่มาจากต่างโลกนั่นเอง
“ครับ แล้วคุณคือ…”อากิระกล่าวถามออกมา
“ดิฉันชื่อ ซาซ่า เป็แม่ชีของโบสถ์ประจำเมืองนี้น่ะค่ะ”แม่ชีผู้มีนามว่าซาซ่ากล่าวออกมา“ดิฉันมีเื่ที่อยากขอร้องท่านนักผจญภัยอยู่ค่ะ”
“เื่ขอร้องผมงั้นเหรอ” อากิระทวนคำของแม่ชีตรงหน้า และคิดขึ้นมาได้
‘คงเป็ภารกิจสินะ’
“อยากให้ผมช่วยอะไรเหรอครับ”
“คือว่า เมื่อไม่นานมานี้มีพิษแพร่ระบาดในเมืองของเราน่ะค่ะ และบาทหลวงประจำโบสถ์ของเราก็โดนพิษมาตอนนี้อาการหนักมากน่ะค่ะ” ซาซ่ากล่าวชี้แจง “ยาทั้งหมดที่มีขายในเมืองก็ไม่สามารถรักษาได้ เพราะงั้นดิฉันจึงอยากรบกวนขอร้องให้ท่านนักผจญภัยช่วยไปนำดอกแอนเดรีย ดอกไม้ที่สามารถนำไปทำยารักษาพิษได้ทุกชนิด ที่อยู่ในทุ่งสีดำแห่งป่าทางตะวันออกของเมืองมาให้หน่อยน่ะค่ะ”
พออากิระได้ฟังก็ทำท่าครุ่นคิดออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน ซาซ่าที่เห็นท่าทางของอากิระก็รู้สึกกลัวว่าอากิระจะไม่รับภารกิจจึงรีบกล่าวต่อ
“ถ้าหากท่านสามารถนำดอกแอนเดรียมาได้ล่ะก็ ดิฉันจะมอบหนังสือทักษะให้ เป็ของรางวัลค่ะ เพราะอย่างนั้นช่วยหน่อยนะคะ เมืองนี้น่ะไม่ค่อยมีนักผจญภัยผ่านมาถ้าท่านไม่ช่วยดิฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีนักผจญภัยคนอื่นมาทันเวลาหรือเปล่า” ซาซ่ากล่าวจบก็มองหน้าของอากิระ
สักครู่อากิระก็ถอนหายใจแล้วกล่าวออกมา
“ตกลงครับ ผมจะทำภารกิจนี้ให้”อากิระตอบรับคำของของแม่ชีสาว
แม่ชีสาวที่ได้รับคำตอบก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ “ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ”
แล้วเธอก็ขอบคุณอากิระต่ออย่างจริงจังจากนั้นก็กล่าวลากับอากิระแล้วแยกจากไป ส่วนอากิระก็เดินต่อไปยังหน้าประตูเมือง เพื่อรอพวกเพื่อนๆ และไม่นานนักเทมเพสต์ ลูน่า และลิซ่าก็กลับมา
“ไงไปเดินเที่ยวได้อะไรมาบ้างล่ะ” อากิระเอ่ยถามเพื่อนๆของตน
“ไม่มีอะไรที่น่าสนุกเลยอะ” เทมเพสต์กล่าวออกมาเนือยๆ
“ส่วนหนูกับลิซ่าได้เสื้อผ้าใหม่มานิดหน่อยน่ะค่ะ” ลูน่าตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม ส่วนทางด้านลิซ่านั้นเธอเพียงยิ้มให้เท่านั้น
“อืม งั้นเหรอ งั้นก่อนไปเมืองเวนทัส ฉันมีเื่ที่ต้องทำเพิ่มมาแล้วล่ะนะ” อากิระกล่าว
“หา แกจะทำอะไรหว่า”เทมเพสต์ถามออกมาโดยที่ยังคงมีท่าทางเนือยๆ
“ภารกิจน่ะ บังเอิญได้มาเมื่อกี้นี้เอง” อากิระตอบแบบยิ้มๆ
“ภารกิจอะไรเหรอคะพี่” ลูน่ากล่าวถาม
“ภารกิจหาดอกแอนเดรียน่ะ เห็นว่าอยู่ที่ทุ่งสีดำ” อากิระกล่าว
“หา ทุ่งสีดำเรอะ” เทมเพสต์อุทานออกมา
“ทำไมมันมีปัญหาอะไรรึไง” อากิระมองหน้าเทมเพสต์แล้วพูดออกมา
“ได้ยินว่ามันมีสัตว์อสูรชุกชุมมากน่ะค่ะ แถมสัตว์อสูรก็อยู่ในระดับทหาร 80 แล้วยังชอบโจมตีเป็กลุ่มด้วยค่ะ” ลูน่ากล่าวออกมา
“อย่างงั้นเองเหรอ” อากิระกล่าวพลางทำท่าทางเหม่อลอย
และในตอนนั้นเองทั้งลูน่า และเทมเพสต์ก็รู้ตัวทันทีว่างานเข้าอย่างแน่นอนแล้ว และก็เป็จริงเพราะใบหน้า ของอากิระเริ่มปรากฏรอยยิ้มออกมา
“น่าสนุกดีนี่” อากิระกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูสนุกสนาน
‘นั่นไง ว่าแล้วไง’นี่คือความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวของทั้งคู่
แต่ถึงจะคิดแบบนั้นเทมเพสต์เองก็ปรากฏรอยยิ้มบนหน้าเช่นกัน ทางลูน่าก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆออกมา ส่วนทางด้านลิซ่าที่ยังไม่รู้จักพวกอากิระดีก็ได้แต่มองตาปริบๆ เธอพึ่งจะเคยเห็นผู้เล่นที่มองว่าการเจอสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากเป็เื่สนุกเป็ครั้งแรกในชีวิต
แต่แล้วสุดท้ายเธอก็ยิ้มออกมา พวกอากิระที่ได้เห็นก็หันมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะออกมา พอผ่านไปได้สักพักหลังจากที่ทุกคนหยุดหัวเราะแล้วอากิระก็หันมาปรึกษากับทุกคนเื่ภารกิจทันที
“แล้วสรุปว่าลูน่า กับเทมเพสต์….เอ่อ แกไม่ต้องก็ได้ ลูน่ารู้จักดอกแอนเดรียรึเปล่า”อากิระถามออกมา
“ขอโทษนะคะ หนูก็ไม่รู้จักน่ะค่ะถ้าเรามีผู้เล่นสายสร้างไอเทมอยู่ด้วยก็คงพอรู้แต่พวกหนูเป็สายต่อสู้น่ะค่ะ” ลูน่าตอบออกมา
“เห้ย อากิระ” เทมเพสต์เรียกอากิระด้วยเสียงที่เย็นเฉียบ
“อะไร”
“เมื่อกี้หมายความว่าไงวะ ไอ้ที่บอกว่าฉันไม่ต้องก็ได้น่ะ” เทมเพสต์ะโออกมา
“หนวกหูชะมัด แล้วแกรู้รึไงล่ะ” อากิระเพียงเหลือบตามองเทมเพสต์แล้วกล่าวออกมา
“อ…ก็ไม่รู้น่ะสิฟะ” เทมเพสต์ฝืนกล่าวออกมา
“ถึงได้บอกไงว่าแกน่ะไม่ต้อง”อากิระพูดออกมาเสียงเรียบ
“ก…แก…”เทมเพสต์นึกอยากจะด่าอากิระแต่ทว่าเขากลับไม่สามารถจะหาคำใดมาพูดได้ เพราะว่าเขาไม่รู้จริงๆ
“เอาล่ะ งั้นเราหาข้อมูลเกี่ยวกับดอกแอนเดรียกันเถอะ”อากิระกล่าวขึ้น
“อ..เอ่อ แต่ฉันรู้จักดอกอนเดรียนะคะ”ลิซ่ากล่าวขึ้นมาด้วยท่าทางเกรงใจ
แล้วทั้งสามคนก็หันมามองหน้ากันแล้วก็หันหน้าไปมองลิซ่าอย่างรวดเร็ว
““ว่าไงน้า!!!!!!””
เป็เสียงะโของเทมเพสต์และลูน่า ส่วนอากิระก็จ้องมองลิซ่าตาไม่กระพริบ ทำให้ลิซ่าสะดุ้งแล้วค่อยกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่เกรงใจมากกว่าเดิม
“ฉันรู้จักดอกแอนเดรียค่ะ”