ตอนที่ 10 : ได้เป็ศิษย์เอกแห่งตำหนักโอสถ
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วท้องฟ้าเช้าวันนั้นปลอดโปร่ง ลมเย็นพัดเอื่อย กลิ่นไอสนบนเขาไท่ซานอบอวลทั่วลานทดสอบ
เหล่าศิษย์จากตำหนักต่าง ๆ มารวมตัวกันแน่นขนัด — ไม่ใช่เพราะการทดสอบฤดูใบไม้ผลิที่จัดขึ้นเป็ประจำ แต่เพราะ “ข่าวลือของหวังเมิ่งหลง” ที่กำลังจะพิสูจน์ตัวจริงในวันนี้
“นั่นใช่เขาไหม ศิษย์โรงรับใช้นั่น?”
“จริงสิ ดูสิ! ยังแต่งชุดสีเทาของโรงรับใช้อยู่เลย ฮ่า ๆ เขาคิดว่าจะสอบผ่านระดับห้าได้หรือย?”
“ข้าได้ยินว่าผู้าุโชางเทียนเป็คนเสนอให้เขาทดสอบเอง บางทีอาจมีของดีซ่อนอยู่จริงก็ได้…”
เสียงพูดคุยดังเซ็งแซ่ แต่เมิ่งหลงยังคงเดินเข้ามาอย่างสงบ
สายตาทุกคู่มองเขาเหมือนกำลังมองสิ่งแปลกประหลาด เขาไม่หลบเลี่ยง ไม่หลุบตา — เพียงเงยหน้ามองแท่นทดสอบพลังที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
เสียงซุบซิบดังระงมทั่วบริเวณ แต่ภายในวงทดสอบกลับเงียบงันเมื่อเงาร่างหนึ่งเดินเข้ามาช้า ๆ
หวังเมิ่งหลงในชุดผ้าฝ้ายเรียบง่าย ก้าวเท้าอย่างมั่นคง แววตานิ่งสงบแต่ซ่อนพลังมหาศาลไว้ภายใน ด้านหลังเขาคือถังหยินที่มองด้วยความภาคภูมิใจ
ศิษย์หลายร้อยคนยืนดูอยู่รอบลาน บนแท่นหิน้าคือ ผู้าุโชางเทียน และอาจารย์จากตำหนักต่าง ๆ
ผู้าุโชางเทียนเอ่ยเสียงดังชัด
“หวังเมิ่งหลง ศิษย์นอกสำนักแห่งโรงรับใช้ เ้าพร้อมแล้วหรือไม่ที่จะเข้าทดสอบพลัง?”
เมิ่งหลงคำนับ “ข้าพร้อมแล้ว ผู้าุโ”
ชางเทียนพยักหน้า “เริ่มได้"
“ศิษย์โรงรับใช้ หวังเมิ่งหลง เข้าทดสอบพลังขั้นต้น” เสียงศิษย์ผู้ควบคุมการทดสอบประกาศดังชัดถ้อยชัดคำ
ผู้าุโประจำตำหนักโอสถ “ไป๋เจี้ยนหรง” ยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “คนนี้เองรึ...ที่ทำให้ศิษย์ตำหนักกระบี่ต้องนอนคว่ำอยู่สามวันเต็ม?”
ผู้าุโอีกคนหัวเราะเบา “เด็กนั่นมีดวงพลังห้าธาตุ ข้าจำได้ แต่ตอนทดสอบเมื่อปีก่อน ควบคุมไม่ได้แม้แต่เศษฝุ่น ธาตุปั่นป่วนไร้ทิศทาง จะให้มีพลังได้ยังไง?”
ไป๋เจี้ยนหรงส่ายหัว “รอดูกันเถอะ”
เมิ่งหลงยืนประสานมือหน้าหินทดสอบพลังที่สลักลวดลายิญญาห้าธาตุไว้เต็มแผ่น เมื่อพลังถูกส่งเข้าไป หินจะเปล่งแสงตามธาตุที่ผู้ทดสอบมี
เขาหลับตา สูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายราวกับสั่นะเืจากภายใน — พลังทั้งห้าไหลรวมจากตันเถียนกลางกาย ลมรอบตัวพลันแปรเปลี่ยน
“เริ่มได้!”
เสียงศิษย์ผู้ควบคุมการทดสอบดังขึ้น
เมิ่งหลงวางฝ่ามือบนหิน สีทองของธาตุดินแวบขึ้นก่อน ตามด้วยสีน้ำเงินของธาตุน้ำ สีแดงของไฟ สีเขียวของไม้ และสุดท้ายสีขาวของโลหะ — ทั้งห้าแสงปรากฏพร้อมกัน!
ทันใดนั้น เสียงแตกเปรี๊ยะของพลังิญญาดังกึกก้อง!
แรงกดดันมหาศาลปะทะผนังลานทดสอบจนแผ่นหินสั่นะเื
“อะ...อะไรน่ะ! ห้าธาตุพร้อมกัน!?”
“เป็ไปไม่ได้! ตอนทดสอบแรกพลังทั้งห้าสายยังปนเปอยู่เลย เขายังไม่มีสมดุลพลังเลย!”
“ดูนั่นสิ แสงทั้งห้าสีผสานกัน...ราวกับเป็พลังหนึ่งเดียว!”
สีหน้าของผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงพลันเปลี่ยนเป็จริงจัง เขาลุกขึ้นจากที่นั่ง มองหินทดสอบด้วยดวงตาเป็ประกาย
“เด็กนี่...สามารถหลอมรวมพลังห้าธาตุเข้าสู่สมดุลได้ภายในเพียงปีเดียว?”
“ฟู่ววว—!”
แสงห้าสีปะทุขึ้น พลังไหลปะทะกับแท่นหินจนเกิดเสียงแตกดัง แครก!
แท่นศิลาซึ่งทนทานต่อพลังระดับสูงสุดกลับเกิดรอยร้าวลึกขึ้นทีละเส้น ก่อน “ปัง!” แตกกระจายออกเป็ผุยผง
ร่างของเมิ่งหลงยืนนิ่งกลางแสงสีทอง เส้นผมปลิวไหว ดวงตาส่องประกายแสงห้าสีแ่เบา
ศิษย์ทั้งลานตะลึงงัน บางคนถอยหลังไม่ทันจนถูกแรงพลังสะบัดปลิวไปสองสามก้าว
เมิ่งหลงยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าสงบ แววตาเปล่งประกายจากภายใน
“ข้า...ไม่ได้้าอวดเพียงเพื่อศักดิ์ศรี ข้าเพียงอยากพิสูจน์ว่า คนที่เริ่มจากศูนย์ ก็สามารถก้าวไปถึงจุดสูงสุดได้”
เสียงระฆังดังสามครั้งติดกัน — สัญญาณ “ผ่านชั้นสูงสุด”
ลานทดสอบเงียบสนิทราวกับไม่มีใครหายใจ จนกระทั่งเสียงของผู้าุโชางเทียนดังขึ้น
“หวังเมิ่งหลง ผ่านการทดสอบระดับห้าแห่งหอพลัง ด้วยผลที่สูงกว่ามาตรฐานถึงสามระดับ!”
เสียงอื้ออึงะเิขึ้นทั่วลาน
“เป็ไปได้ยังไง! เขาทำลายแท่นทดสอบได้ด้วย!”
“ข้าไม่เคยเห็นใครทำได้มาก่อน แม้แต่ศิษย์เอกตำหนักใหญ่ก็ยังไม่ถึงระดับนั้น!”
มู่ไห่ตงที่ยืนอยู่มุมหนึ่งมือกำดาบแน่น ใบหน้าซีดเผือด ความอับอายและโกรธแค้นแผ่ซ่านในใจ
ชางเทียนลุกขึ้นยืน มองลงมาจากแท่นสูง สีหน้าของเขาเคร่งขรึม แต่แววตาเต็มไปด้วยความยินดี
“จากนี้ไป หวังเมิ่งหลง จะได้รับสถานะเป็ ศิษย์ในสำนักไท่ซาน ให้อยู่ตำหนักโอสถกับผู้าุโไป๋เจี้ยนหรง”
ถังหยินหัวเราะเบา ๆ ด้วยความปลื้มในตัวหวังมู่หลง “เ้าเด็กนี่...”
ผู้าุโไป๋เจี้ยนหรงก้าวลงจากแท่น ค้อมศีรษะเล็กน้อย
“หวังเมิ่งหลง ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เ้าไม่ใช่ศิษย์โรงรับใช้อีกต่อไป สำนักไท่ซานแต่งตั้งให้เ้าเป็ ศิษย์เอกแห่งตำหนักโอสถแล้ว!”
"ขอบคุณ ผู้าุโ"
เสียงฮือฮาดังก้องไปทั่วลาน
ศิษย์หลายคนคุกเข่าลงด้วยความตกตะลึง บ้างอิจฉา บ้างยอมรับ
มู่ไห่ตงที่ยืนอยู่ไกล ๆ มองภาพตรงหน้าอย่างขมขื่น “มัน...ทำได้จริง ๆ งั้นหรือ...”
เมิ่งหลงหันมามองถังหยิน ยกมือประสานคารวะ “ศิษย์พี่ ข้าไม่ลืมบุญคุณท่านที่ไม่เคยทอดทิ้งข้า ข้าจะใช้ตำแหน่งนี้ พิสูจน์ว่าสำนักไท่ซานยังมีศิษย์ที่ไม่ยอมแพ้โชคชะตา!”
ไป๋เจี้ยนหรงหัวเราะเสียงดัง “ดี! ดีมาก! พลังสมดุลห้าธาตุของเ้า นับว่าหาได้ยากในรอบร้อยปี ข้าจะดูว่าเ้าจะไปได้ไกลแค่ไหน!”
ลมูเาโบกพัด
ผ่าน ใบไม้ปลิวว่อนกลางลานทดสอบ
ในดวงตาของทุกคน มีเพียงเงาร่างของชายหนุ่มผู้ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางพลังห้าธาตุ หวังเมิ่งหลง ศิษย์เอกคนใหม่แห่งตำหนักโอสถ สำนักไท่ซาน!