บทที่ 13
ดินแดนมรณะของผู้วายชนม์
แต่ถึงจะรู้และเข้าใจแบบนั้น ทว่าการที่เอวาไม่ได้ตอบโต้ หรือ แก้แค้นแทนเอวาลีน และเหตุผลที่เธอยินยอมตกลงสู่กับดักของอีกฝ่าย ก็เพราะเอวากำลังหาเหตุผลเหมาะสมที่จะออกไปจากตระกูลโบมอน และไปจากเมืองวาล์ลแห่งนี้ ตามหาเบาะแสของเวทมนตร์และวิธีการกลับไปยังโลกเดิมอยู่พอดี โดยแผนร้ายของสองแม่ลูกนั้นเรียกได้ว่าเข้าทางความ้าของเธอ โดยที่เอวาไม่จำเป็ต้องหาวิธีให้เหนื่อยเลย
และก็เป็ไปตามที่เอวาคาดการณ์ เจ็ดวันหลังจากนั้น ผลการประชุมของตระกูล ก็ออกมา ทุกคนลงความเห็นให้ขับไล่เอวาลีนออกไปเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตระกูลโบมอนที่สะสมมานานหลายร้อยปี
‘ที่ฉันไม่จัดการปัญหาให้เธอ เพราะฉันไม่้าสร้างศัตรูในตอนนี้ ยิ่งไม่รู้ว่าโลกของเธอมีพวกน่ารำคาญเหมือนตำรวจที่บ้านฉันหรือไม่...เอาเป็ว่า เมื่อไหร่ที่ฉันรู้วิธีกลับโลกเดิมได้ จะกลับมาจัดการตระกูลโบมอนสางแค้นให้เธอก็แล้วกัน’
ในขณะที่เอวากำลังเก็บของออกจากตระกูล เธอได้พบเข้ากับหนังสือเก่าๆเล่มหนึ่งโดยบังเอิญ
เป็เื่น่าแปลก เอวาอยู่ในตระกูลโบมอนเกือบสามเดือน อาศัยอยู่ในห้องนี้ตลอดวันคืน แต่แล้วเหตุใดไม่เคยพบหนังสือเล่มนี้มาก่อนเลย หากไม่ใช่เพราะความบังเอิญก็คงเป็ชะตาที่ฟ้ากำหนดให้เธอได้รับรู้เื่ราวเหล่านี้
เอวาค่อยๆเปิดไดอารี่ของเอวาลีนอ่าน เอวาลีนได้จดบันทึกทุกข้อความ ทุกประโยคที่แฝงไว้ด้วยความเ็ป ขมขื่น โดดเดี่ยวและคับแค้น ทั้งหมดที่เธอต้องเผชิญ ซึ่งเื่ราวที่เขียนไว้ในหนังสือคล้ายกับบันทึกประจำวัน ทำให้ความทรงจำเลือนลางที่ใช้ร่วมกันของเอวาและเอวาลีนยิ่งเด่นชัดมากขึ้น
บางความทรงจำที่ลืมไป...บางความทรงจำที่ไม่สามารถปะติดปะต่อได้ ค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งบันทึกหน้าสุดท้าย เป็หน้าเดียวที่แตกต่างจากหน้าหนังสืออื่นๆ เพราะมันไม่ได้ระบุถึงความอัดอั้นตันใจ แต่เขียนไว้ด้วยตัวอักษรสองตัว นั้นก็คือคำว่า “ขอโทษ”
หน้ากระดาษสุดท้ายของบันทึกเล่มนี้เสมือนกุญแจที่ปลดล๊อคทุกความทรงจำของเอวาให้ปะติดปะต่อเป็เื่เดียว เธอเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด...เวลานี้เอวารู้แล้วว่าเหตุใด เธอถึงได้มาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แล้วเหตุใดเสียงของอีกฝ่ายถึงดังก้องอยู่ในหัวของเธอมาตลอด
เื่ราวทั้งหมดเริ่มต้นเมื่อ2ปีก่อน ในตอนนั้น เอวาลีน อายุได้10ปี เธอต้องทนต่อความทุกข์และทรมานที่ได้รับจากสองแม่ลูก ลีน่าและเยนิก้า ตลอดคืนวัน มันเป็ความทรงจำที่เศร้าและโหดร้าย เด็กหญิงตัวเล็กๆสูญเสียมารดาอันเป็ที่รัก สูญเสียความรักความเอ็นดูจากพ่อแท้ๆ โดนกลั่นแกล้งสารพัดอย่างจากแม่เลี้ยงและน้องสาว สิ่งเดียวที่เอวาลีนหวังพึ่งพาคือปาฏิหาริย์ ตอนที่ยังเล็ก เอวาลีนเคยได้ยินเื่ราวของแกรนมาสเตอร์จากปากของมารดา เป็เื่เล่านิทานปรัมปราในทวีปเวอร์เทมแบร์ก ถึงตัวตนการมีอยู่ของ อัศวินนักล่าั
เอวาลีนในวัย10ปีใช้ความกล้าทั้งหมดที่มีออกเดินทางไปทางเหนือ อันเป็สถานที่ที่ตนเองเคยได้ยินในนิทาน เธอใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อที่จะตามหาสิ่งที่เป็เพียงเื่เล่าในวัยเด็ก และในความโชคร้ายของเอวาลีน ยังพอมีความโชคดีอยู่บ้าง
สถานที่ที่อันตรายที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไปอย่าง ‘ดินแดนแห่งผู้วายชนม์’ สำหรับคนอื่นคงเป็สถานที่น่าหวาดกลัว แต่สำหรับเอวาลีนแล้วเทียบไม่ได้เลยกับความขมขื่น ที่นางต้องเผชิญในตระกูลโบมอน อาจพูดได้เต็มปากว่าไม่มีสถานที่ใดน่ากลัวกว่าในตระกูลที่นางเกิดและเติบโตมา
เอวาลีนที่ไร้ซึ่งความกลัว ก้าวเดินเข้าไปและพบกับชายชราลึกลับ ความปรารถนาเดียวของเอวาลีน คือ้ายืนหยัดให้ได้ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ไม่รู้ว่าด้วยความสงสารหรือเพราะเหตุผลใดชายชราลึกลับตอบสนองต่อความปรารถนาของเด็กสาว เขาได้มอบแผ่นไม้จารึกด้วยอักขระเวทย์โบราณให้กับเอวาลีน เมื่อสามารถวาดอักขระนั้นลงบนร่างของตัวเอง ก็จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของคนๆนั้น ราวกับเปลี่ยนเป็คนละคน
หลังจากที่เอวาลีนได้รับแผ่นไม้มา เธอตั้งใจขีดเขียนทีละเส้นอย่างลับๆด้วยความ้าที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเอง เธอใช้เวลาถึง2ปีเต็มในการฝึกฝน และความทรงจำสุดท้ายของเอวาลีนคือ่เวลาที่เธอถูกชายฉกรรจ์สี่คนลักพาตัวไป อักขระเวทย์ที่สลักไว้ในร่างกายของเธอได้เปล่งแสง
เอวาถกแขนเสื้อด้านขวา มองไปยังรอบแผลเป็ ที่เป็รอยขีดเป็เส้นเล็กๆ
‘เธอวาดวงแหวนเวทย์บนร่างกายของตัวเองสินะ และเวลาในการฝึกฝนของเอวาลีน ก็เป็่เวลาเดียวกับที่ฉันเริ่มได้ยินเสียงแปลกๆในหัว เอวาลีนหรือว่าเธอเป็ตัวการที่นำพาฉันข้ามมายังโลกใบนี้ ถ้าแบบนั้นวิธีกลับไปยังโลกเดิมคงต้องเกี่ยวข้องกับชายชราที่มอบแผ่นจารึกให้เธออย่างแน่นอน!!!’
เมื่อเอวาคิดได้เช่นนั้น เธอเองก็มีจุดหมายปลายทางที่จะไปต่อแล้ว หลังจากถูกขับไล่ออกจากตระกูลโบมอน เอวาได้ออกเดินทางโดยมีจุดหมายคือดินแดนทางตอนเหนือของจักรวรรดิฮาบิเอล
เส้นทางจากเมืองวาล์ลถึงอาณาเขตของเมืองโลแกนที่อยู่ตอนเหนือ จะต้องผ่านเทือกเขาสูงที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าดุร้าย และส่วนที่ลึกที่สุดถูกเรียกขานเป็ดินแดนมรณะของผู้วายชนม์ ถึงความทรงจำของเอวาลีนจะเคยไปสถานที่แห่งนี้ แต่หากต้องไปอีกครั้ง ด้วยความทรงจำของคนอื่น อาจไม่เพียงพอที่จะส่งเอวาไปยังจุดหมายได้อย่างราบรื่น เธอจึงตัดสินใจเดินทาง โดยใช้เส้นทางของขบวนขนส่งสินค้าแทนที่จะออกเดินเท้าด้วยตัวเองเหมือนครั้งที่เอวาลีนเคยทำ...