"ปะป๊าฮ้าฟ หนูขอพรให้ว่าถูกทับโดยสาวสวยที่หนัก 45 กิโลกรัม ไม่เอาๆ ผอมไป หนูขอพรให้ว่าถูกทับโดยสาวสวยที่หนัก 55 กิโลกรัมฮ้าฟฟู่ววว!" มิคกี้ตั้งจิตอธิษฐานกล่าวคำปรารถนาในใจ
【ป๊าจัดให้ตามที่ขอฮ้าฟลูกรัก!】
ขณะที่มิคกี้กำลังของ ใบเฟิร์นยิ้มเล็กน้อยแล้วพูดว่า "พี่ขอไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ น้องมิคกี้!"
"เชิญครับ"
ใบเฟิร์นได้ลุกขึ้นเดินไปห้อง แต่หลังจากที่เธอเดินไปได้เพียงสองก้าว ส้นที่อยู่ใต้รองเท้าส้นสูงของเธอก็ได้หักลง ทำให้ร่างกายที่เพรียวบางของเธอเอนล้มไปทางมิคกี้ดูเป็ธรรมชาติ
"ระวังครับพี่เฟิร์น!!!"
แม้ว่ามิคกี้จะตอบสนองอย่างรวดเร็วคว้ารับเอาร่างของใบเฟิร์นไว้ได้ แต่เหมือนนักเขียนจงใจ
พื้นที่มิคกี้ยืนอยู่ราวกับขาดแรงเสียดทานไปชั่วขณะ มิคกี้ที่รองรับร่างของใบเฟิร์นเอาไว้ทรงตัวไม่อยู่ลื่นล้มลงไปนั่งแหมะบนพื้น โดยที่มีร่างของใบเฟิร์นนั่งทับอยู่
มิคกี้รู้สึกถึงก้อนนุ่มๆ บนมือ เขามองไปที่ใบหน้าของสาวงามที่อยู่ในอ้อมกอด และพูดขึ้นมาด้วยความสงสัยว่า "พี่เฟิร์นหนักประมาณ 55 กิโลกรัมใช่ไหมครับ?"
ใบเฟิร์นที่ได้ยิน ถึงกับใบหน้าแดงเป็ผลตำลึงสุก "มาพูดเื่น้ำหนักของผู้หญิงแบบนี้มันหยาบคายนะคะ!"
มิคกี้ที่เห็นใบเฟิร์นเขินอาย จึงรีบกล่าวปลอบใจว่า "พี่เฟิร์นสูง 172 เิเ และหนัก 55 กิโลกรัม ออกจะหุ่นดี ไปเป็นางแบบได้เลยนะครับเนี่ย!"
"น้องมิคกี้ค่ะ!!!!!" ใบเฟิร์นยิ้มแยกเขี้ยวขู่ใส่มิคกี้ไปทีหนึ่ง
"ค้าบๆ อิ_อิ"
อยู่ถัดจากโต๊ะของมิคกี้ไปไม่ไกลนัก ป้อมที่เป็พระเอกได้เห็นฉากจู๋จี๋กันของสองคนตรงหน้า เขาได้กำหมัดแน่น ตาแดงก่ำ พร้อมที่จะเห่าใส่คู่ชายหญิงตรงหน้าเต็มเสียง
แผนชั่วของเขายังไม่ทันเริ่ม ในจังหวะที่ป้อมกำลังเริ่มดำเนินแผนชั่วที่วางไว้ คู่หมั้นของเขาก็ถูกชายแปลกหน้าแทะโลมไปก่อนแล้ว!
เวลานี้ป้อมราวกับเป็หมูป่าบ้าคลั่ง!
ป้อมจึงได้เร่งดำเนินแผนชั่วของเขาให้เร็วขึ้น ทว่าเพราะความรีบร้อนของป้อมนี่แหละ ทำให้เขาเดินสะดุดเท้าของแขกที่สัญจรไปมาในร้านจนป้อมหน้าคะมำลงไปนอนคว่ำพื้น
และคนที่ป้อมเดินไปสะดุดนั้นก็คือสาวสวยที่มีสะโพกดินะเิพร้อมน้ำหนัก 110 กิโลกรัม แม้ว่าเธอจะมีน้ำหนักมาก แต่ก็ยังมีรูปร่างที่ดูดี หุ่นเรียวเป็รูปตัว S โดยเฉพาะบั้นท้ายที่ใหญ่และแง่งอนของเธอ
แม่สาวสะโพกดินะเิที่กำลังเดินอยู่ ทันใดนั้นเธอก็ถูกป้อมที่กำลังเป็หมูป่าคลั่งวิ่งมาชนอย่างกะทันหันจนทำให้เธอสูญเสียการทรงตัว
"อุ๊ย! ตาเถร!!!" หลังสิ้นเสียงของเธอเท่านั้นแหละ
เสียงของบางอย่างที่ล้มตึงดังไปทั่วทั้งภัตตาคาร และแค่นั้นยังไม่พอ นอกจากเสียงล้มตึงแล้ว ยังมีเสียงกร๊อบที่เหมือนอะไรแตกดังขึ้นมาด้วย!?
เสียงที่ดังขัดขึ้นมาในภัตตาคารที่เงียบสงบ เป็ผลทำให้ทุกคนภายในภัตตาคารต้องหันไปดู
แม่สาวสะโพกดินะเิมองไปรอบๆ แล้วพูดอย่างสับสน "อาร่าๆ ดูเหมือนว่าจะฉันไม่เป็อะไร"
ทว่าได้มีเสียงร้องอันโหยหวนดังมาจากข้างใต้ตัวเธอ "ใช่! ค...คุณสบายดี!"
แม่สาวสะโพกดินะเิที่ได้ยินเสียงโหยหวน เธอรีบกลิ้งตัวออกจากร่างของป้อมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วงว่า "ฉันขอโทษด้วยนะคะ คุณเป็ยังไงบ้างคะ? ลุกไหวไหมคะ?"
"ยะ...อย่าขยับ!” เวลานี้ ใบหน้าของป้อมซีดเผือดเต็มไปด้วยความเ็ป "ซะ...ซี่โครงผมหัก!"
"อุ๊ย ตายแล้ว! ให้ฉันเรียกรถพยาบาลให้ไหมคะ?" แม่สาวสะโพกดินะเิรู้สึกใรีบลุกขึ้นยืนอย่างเร่งรีบ
การที่เธอลุกลี้ลุกลนรีบลุกขึ้นแบบนี้ เป็ผลให้จุดศูนย์ถ่วงยังคงไม่เสถียรและทรงตัวไม่อยู่ ทำให้ล้มแหมะลงไปนับทับป้อมที่นอนอยู่ซ้ำอีกครั้ง
"กร๊อบ!"
"..."
แม่สาวสะโพกดินะเิเอามือปิดหน้า "อาร่าๆ ขอโทษด้วยนะคะ! ฉันไม่ได้ตั้งใจ!"
"หยุดแหกปากโวยวาย แล้วโทรเรียกรถพยาบาล!!!"
ถัดไปไกลนัก มิคกี้ถึงกับรู้สึกใเมื่อเห็นฉากตรงหน้านี้
ถูกแม่สาวสะโพกดินะเิที่มีน้ำหนัก 110 กิโลกรัมล้มทับสองรอบจนกระดูกซี่โครงหัก
มิคกี้เห็นแล้วรู้สึกเจ็บแทน!
ดูเหมือนว่าการพบกันครั้งแรกของพวกเขาตามเนื้อเื่เดิม ก็ไม่ได้สยดสยองถึงขั้นนี้!
หลังจากที่ทุกคนได้สติก็เริ่มเข้าไปช่วยเหลือ และในหมู่ผู้คนที่ใจดีเ่าั้ มิคกี้เป็คนที่มีความกระตือรือร้นดูแอคทีพมากที่สุด
มิคกี้ได้เดินเข้ามาหาป้อม มองดูป้อมที่กำลังนอนทรมานด้วยความเ็ป และพูดขึ้นมาด้วยความเป็ห่วงว่า "ยังไหวไหมครับ? พี่ชายเล็กกลางใหญ่"
ดวงตาของป้อมที่เห็นมิคกี้ปานจ้องจะกินเืกินเนื้อ เมื่อเห็นว่าศัตรูคู่อริอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมมือ แต่ในตอนนี้ป้อมยังทำอะไรไม่ได้ เขาทำได้แค่กัดฟันแล้วพูดว่า "ฉัน...ไม่เป็ไร!!!"
มิคกี้ไม่สนใจท่าทางที่โกรธแค้นของป้อม พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เป็ห่วงเป็ใยว่า "ไอ้หยา! พี่ต้องใจเย็นๆ ก่อนนะครับพี่ชายเล็กกลางใหญ่ กระดูกซี่โครงหักจนจะแทงทะลุปอดอยู่แล้ว พี่ยังบอกว่าไม่เป็อะไรอีกเหรอครับ? มาๆ เดี๋ยวผมช่วยเรียกรถพยาบาลให้นะครับ!”
"ขอบ-คุณ-น้อง-ชาย-มาก-เลย-นะ-ครับ!!!" ป้อมกัดฟันพูดเอ่ยออกมาแต่ละคำด้วยความยากลำบาก
"ยินดีที่ได้ช่วยเหลือครับพี่ชายเล็กกลางใหญ่ พวกเราต่างก็เป็เพื่อนมนุษย์ ควรจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน!"
ผ่านไปได้สักพักหนึ่ง รถพยาบาลก็มาถึง กลุ่มผู้เชี่ยวชาญได้เข้ามาอุ้มป้อมที่เป็ผู้ป่วยเข้าไปในรถ
บนรถพยาบาลที่กำลังมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด มิคกี้และใบเฟิร์นได้ติดรถมาด้วย
"ผมขอโทษด้วยนะครับพี่เฟิร์น ดินเนอร์ในคืนนี้คงต้องหยุดไว้ก่อน"
ใบเฟิร์นส่ายหัวแสดงว่าไม่เป็อะไร "การช่วยชีวิตผู้คนเป็สิ่งสำคัญ! พี่ได้พบแล้วว่าน้องมิคกี้เป็คนที่ดีมากๆ น้องมิคกี้มีความเมตตาและกล้าหาญ ได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้อื่นในยามที่ลำบาก ซึ่งมีน้อยคนมากที่จะทำอะไรแบบนี้!"
มิคกี้ลูบหัวพร้อมหัวเราะแฮะๆ "พี่เฟิร์นก็ยกยอผมเกินไป ผมก็แค่ชอบเข้าไปยุ่งเื่ชาวบ้านเท่านั้นเอง"
"ถ้าน้องมิคกี้ไม่เข้าไปยุ่งเื่ชาวบ้าน ก็คงไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือคนแปลกหน้าแล้ว"
"ในเมื่อพลาดดินเนอร์มื้อนี้แล้ว ไว้ผมจะเชิญพี่วันอื่นนะครับ รอบหน้าผมเป็เ้ามือเอง!"
"โอเคค่ะ น้องมิคกี้"
บุคคลที่สามอย่างป้อม ที่กำลังนอนฟังอยู่บนเตียงคนไข้ แทบจะกระอักเืออกมา เขม็งสายตามองคู่ชายหญิงตรงหน้าด้วยความอิจฉาริษยา
ชายโฉดหญิงชั่ว!
กูยังนอนอยู่นี้ แต่พวกมึงนั่งคุยอี๋อ๋อไม่เห็นหัวกูเลยสักนิด!
รถพยาบาลแล่นไปด้วยความเร็ว ขับผ่านหลุมเล็กๆ หลุมหนึ่งจนทำให้รถสั่นะเื
ป้อมที่กำลังนอนสาปแช่งมิคกี้อยู่ได้รับแรงสั่นะเืเข้าอย่างจัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเ็ปเหลือคณานับ!
หลังจากรถพยาบาลออกจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 นาที ก็ได้มาถึงโรงพยาบาลประจำจังหวัดในที่สุด
มิคกี้รีบช่วยป้อมให้ผ่านขั้นตอนต่างๆ เพื่อเข้ารับการรักษาอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังออกเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ล่วงหน้า
และฉากต่างๆ นี้ก็ได้ตกไปอยู่ในสายตาของนางเอกอย่างใบเฟิร์น เธอพยักหน้าเบาๆ มองมิคกี้ด้วยความชื่นชม
หลังจากป้อมเข้ารับการเอกซเรย์และฟังการวินิจฉัยของแพทย์ เขาได้พบว่าตัวเองมีซี่โครงหักสามซี่ อาการาเ็ของเขายังไม่ถึงขั้นที่อันตรายร้ายแรง
เวลานี้ ป้อมกำลังสวมสายรัดหน้าอกเพื่อดามกระดูกซี่โครงให้เข้าที่ ป้อมได้แต่นอนนิ่งอยู่บนเตียง เขาต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดเป็ระยะเวลาสองเดือน ก่อนที่จะสามารถกลับมาเป็ปกติได้
หลังจากการผ่าตัดทั้งหมดเสร็จสิ้น นายแพทย์ที่เป็คนรักษาป้อมถามด้วยความเป็ห่วงว่า "อาการเป็ยังบ้างครับ? มีอาการปวดเจ็บหรืออึดอัดตรงไหนบอกหมอได้เลยนะครับ"
ป้อมที่หน้าซีดเซียนและเหงื่อไหลไม่หยุด ได้พูดขึ้นมาว่า "ผมยังรู้สึกเจ็บอยู่ คุณหมอช่วยฉีดยาชาให้ผมหน่อยได้ไหมครับ?"
"โอเคครับ เดี๋ยวหมอจะฉีดยาชาให้นะครับ"
มิคกี้ได้มองดูนาฬิกา เขาพบว่าตอนนี้ได้เลยผ่านเที่ยงคืนไปแล้วโดยไม่รู้ตัว
หมายความว่าวันนี้เป็วันใหม่แล้ว เขาสามารถขอพรได้อีกครั้ง!
มิคกี้เหลือบมองป้อมที่นอนต่อสายน้ำเกลืออยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียวจากความเ็ป และเริ่มขอพรในใจ
"ปะป๊าฮ้าฟ หนูขอพรให้ร่างกายของหนูคงกระพันชายชาตรี ตีรันฟันแทงไม่เข้าฮ้าฟฟู่ววว!"
【ป๊าจัดให้ตามที่ขอฮ้าฟลูกรัก!】
ทันใดนั้น มิคกี้รู้สึกได้ว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้น เขารู้สึกได้ว่าสามารถเอาตัวไปรับดาบรับะุได้สบายๆ ซิกแพคจากเดิมที่มีหกลูกได้เพิ่มกลายเป็สิบลูก เส้นลวดลายกายวิภาคส่วนต่างๆ บนร่างกายเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เวลานี้รูปร่างหุ่นของมิคกี้ดูสวยงามประณีตราวกับถูกแกะสลักมา อีกทั้งร่างกายของเขายังฟิตปั๋งดึ๋งดั๋งเหมือนเป็คนเหล็กในเทอร์มิเนเตอร์
ส่วนอีกทางด้านหนึ่ง คุณหมอได้ไปเตรียมยาชามาให้ป้อมแล้ว
"หมอจะฉีดยาชาให้แล้วนะ!"
หลังจากที่หมอลองพยายามฉีดยาชาเข้าไปหลายครั้ง เขาก็พบว่าเข็มไม่สามารถแทงทะลุเข้าไปในร่างกายของป้อมได้
ป้อมที่ในตอนนี้กำลังจะเป็ลมหมดสติจากความเ็ป ได้ร้องโอดโอยออกมาว่า "หมอๆ เป็ยังไงบ้างครับ คุณฉีดยาชาให้ผมยัง ตอนนี้ผมกำลังจะตายจากความเ็ปแล้ว!"
หมอที่กำลังฉีดยาชาได้แต่ยิ้มด้วยความขมขื่น "ขอโทษด้วยนะครับ เกรงว่าเข็มจะไม่สามารถเจาะิัของเธอได้ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่หมอเคยเห็นิัที่เหนียวและแข็งแบบนี้ในวงการแพทย์เลยนะเนี่ย!"
"หมอมียาชาแบบอื่นไหม..."
“ยาชาเป็ยาประเภทระงับประสาท ใช้วิธีกินไปก็ไม่มีประโยชน์ เพราะมีกรดอยู่ในกระเพาะตัวยาจะถูกทำละลาย จำเป็ต้องฉีดเข้าไปเท่านั้น!”
"ผมมีใบสั่งยา หมอแค่ต้มสมุนไพรพวกนี้แล้วเทลงในชามมาให้ผม!"
"โน้โนโน เป็ใบสั่งยาของพวกหมอเถื่อน หมอบนโซลเชี่ยวน่ะสิ! โรงพยาบาลมีกฎข้อบังคับเธอไม่สามารถสั่งยามั่วๆ ถ้าเกิดว่าคนไข้เป็อะไรไป ใครจะเป็คนรับผิดชอบ?"
"ไอ้เxี้ยหมอ" ป้อมสบถด่าหมอในใจก่อนที่จะเป็ลมหมดสติไปด้วยความเ็ป
เมื่อเห็นป้อมที่เป็ลมหมดสติไปด้วยความเ็ป ใบเฟิร์นก็พูดอย่างเห็นใจว่า "ชายหนุ่มคนนี้สงสารมากเลยค่ะ!"
มิคกี้พยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วย "ใช่ครับ เขาน่าสงสารมากๆ เลย"