ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
ooooooooooooooooooooo
เมื่อกลุ่มของหยางเจี้ยนเดินผ่านเข้าประตูเมือง จึงสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้อพยพที่รออยู่ด้านนอกเป็อย่างมาก แต่ทหารชายแดนแคว้นจงเจียนก็ไม่ได้สนใจอะไรกลุ่มผู้อพยพมากนัก เมื่อเห็นว่าทหารไม่สนใจทำให้ชาวบ้านอพยพล่าถอยไปเอง
หยางมี่ออกมานั่งกับพี่ใหญ่ด้านหน้า พร้อมกับมองไปรอบๆ ที่เมืองชายแดน แคว้นจงเจียนแห่งนี้มีแต่ความคึกคักร้านขายของตามข้างทางก็มีเยอะเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะมีหิมะที่เกาะอยู่ตามพื้นอย่างหนาแน่นก็ตาม
ซึ่งบรรยากาศแบบนี้แตกต่างไปจากแคว้นหนานเป็อย่างมาก ผู้คนมีสีหน้าเศร้าหมองที่ต้องละทิ้งบ้านเกิดและต้องทนต่อความหนาวเพื่ออพยพหนีภัยาในครั้งนี้
'ถ้าหากว่าเราไม่มีท่านพ่อและท่านอาเหวิน เราก็คงไปไม่ถึงบ้านของท่านแม่เป็แน่ '
เมื่อผ่านตัวเมืองมาได้สักพักหยางมี่สังเกตเห็นว่าเริ่มมีูเาลูกใหญ่หลายลูกที่ทับซ้อนกันเป็จำนวนมาก
"พี่ใหญ่...เมืองนี้มีูเาเยอะมากเ้าค่ะ"
"อืม..ท่านพ่อบอกว่า แคว้นจงเจียนูเายังไม่เยอะเท่ากับแคว้นตงเปียนนะ ที่แคว้นตงมองไปทางไหนก็เห็นแตู่เา พี่เองก็จำไม่ได้เหมือนกัน ตอนที่พี่อยู่ที่แคว้นตง พี่ยังเด็กมาก"
หยางมี่ฟังเื่ราวต่างๆ ที่พี่ใหญ่เล่าอย่างเพลิดเพลินรวมถึงหยางเฉินด้วยเช่นกันที่นั่งฟังอยู่ภายในรถม้า
"ประตูหน้าด่านแคว้นจงเจียนที่เราเข้ามา กับประตูหน้าด่านแคว้นตงมีระยะทางไม่ห่างกันมากนัก อีกไม่นานเราก็จะเห็นประตูเมืองแคว้นตงแล้วละ "
หยางเจี้ยนอธิบายให้เด็กๆ ได้รับรู้ รวมถึงสภาพพื้นที่บ้านท่านแม่ ท่านพ่ออธิบายให้ฟังว่าทางเดินเป็เนินเขาขึ้นลงคดเคี้ยวสลับกัน มีต้นไม้ที่สูงใหญ่กว่าที่อื่น ถึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่าต้าซู่ความหมายของมันคือต้นไม้ใหญ่
คณะเดินทางของหยางเจี้ยนกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ประตูชายแดนแคว้นตงเปียน มีกลุ่มคนและทหารจำนวนหนึ่งออกมารอรับคุณชายเสวี่ยอวี่เหวิน
"เหวินเอ๋อร์!!"
"ท่านแม่!!...ท่านออกมาเช่นนี้แล้วท่านพ่อยอมหรือขอรับ"
"ไม่ยอมหรอก...แต่แม่ร้อนใจอยากเห็นเ้าว่าปลอดภัยหรือไม่"
"โถ่ท่านแม่!!...ข้าขออภัยที่ทำให้ท่านต้องเป็ห่วงขอรับ ท่านแม่ข้าจะแนะนำให้ท่านรู้จักไว้ก่อนขอรับ ท่านนี้คือลุงซ่งกับป้าซ่งขอรับ ส่วนท่านนี้คือพี่หยางเจี้ยน หยางจื่อ ส่วนเด็กตัวน้อยทั้งสองคนคือหยางมี่กับหยางเฉินขอรับ"
"แคว้นตงยินดีต้อนรับเ้าค่ะ ต้องขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือบุตรชายของข้า"
"ไม่เป็ไรขอรับ พวกเราต่างก็ช่วยเหลือกัน"
เสวี่ยหรูเอินมารดาของเสวี่ยอวี่เหวินเอ่ยขอบคุณหยางเจี้ยนและคนอื่นๆ ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยน
กลุ่มของหยางเจี้ยนต่างก็ก้มหัวคารวะมารดาของอวี่เหวินที่พวกเขาทราบกันแล้วว่าเป็อดีตองค์หญิงน้องสาวของฮองเต้องค์ปัจจุบัน
"พี่เจี้ยนหลังจากนี้พวกเราต้องแยกกันเดินทางขอรับ ข้าต้องไปรอท่านพ่อที่ค่ายทหาร
"ได้..เอาไว้พบกันใหม่นะอาเหวิน"
"ขอรับพี่เจี้ยนไว้พบกันใหม่ หวังว่าท่านจะเปลี่ยนใจมาร่วมงานกับข้า"
"หึหึหึ"
หยางเจี้ยนไม่พูดอะไรต่อ ได้แต่หัวเราะและเคลื่อนตัวจากไป จุดหมายต่อไปก็คือหมู่บ้านต้าซู่แห่งเมืองไห่เฟิงที่เป็เขตปกครองของพรรคภูผามายา
หยางมี่รู้สึกได้ว่าอากาศของที่แคว้นตงมันหนาวกว่าแคว้นหนานมากนัก อาจจะเป็เพราะว่าแคว้นตงเป็แคว้นที่มีต้นไม้เยอะกว่าทุกๆ แคว้น
มองไปทางไหนก็เจอแต่ป่าเขาและหมอกหนาที่มองเห็นได้แต่ในระยะใกล้ๆ
"หมอกสวยมากเ้าค่ะ แต่ก็หนาวมากเช่นกัน"
"พี่ก็ว่าเช่นนั้น "
"เมื่อไปถึงพ่อคิดว่าเราคงต้องทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่"
"เ้าค่ะท่านพ่อ..แต่อากาศเช่นนี้ข้าคงยังขายของไม่ได้ คงไม่มีใครออกมาซื้อ"
"เอาไว้หลังจากจัดการเื่บ้านเสร็จ เรามาขายของกันดีหรือไม่"
"ดีเ้าค่ะท่านพ่อ"
"ท่านป้าซ่งท่านลุงซ่งท่านมาอยู่ที่บ้านของข้าดีหรือไม่ขอรับ"
"ข้าจะไปหาซื้อที่บนเขาอยู่กัน แต่ว่า่นี้คงต้องอยู่บ้านเ้าชั่วคราวไปก่อน จนกว่าจะคลายหนาว"
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ...ข้าก็ลืมไปว่าท่านทั้งสองชอบความสงบ"
"ท่านพ่อนั้นอะไรหรือเ้าค่ะ" หยางมี่ชี้มือออกไปตรงกำแพงสีดำสูงใหญ่
"ตรงนั้นคือค่ายทหารน่ะ ซึ่งเมื่อก่อนนี้แคว้นตงมีทางเข้าออกทางเดียวนั้นก็คือตรงที่เราผ่านมา ค่ายทหารแห่งนี้ก็เลยยิ่งใหญ่มาก จากตรงนี้ยาวไปจนถึงทะเลทิศใต้ก็ยังคงเป็ค่ายทหาร แต่เป็ค่ายของกองทัพเรือ "
"เมื่อก่อนมีทางเข้าออกแค่ทางเดียวหรือ แล้วตอนนี้ล่ะขอรับ"
"หึหึ แคว้นตงมีปราการเป็ูเาล้อมรอบ จะได้เปรียบตรงที่มันสามารถป้องกันข้าศึกได้เป็อย่างดี แต่มันก็จะเสียเปรียบตรงที่มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว ถ้าหากแคว้นจงเจียนปิดประตูเมืองพวกเราก็ไปแคว้นอื่นไม่ได้ อดีตฮ่องเต้องค์ก่อนจึงให้ทหารช่วยกันบุกเบิกเส้นทางแม่น้ำหมอกมายาให้มันกว้างขึ้น และได้สร้างท่าเรือตรงแม่น้ำหมอกมายาขึ้นมาตลอดสายเพื่อความสะดวกในการเดินทาง ถ้าหากมีปัญหาเื่นี้เราก็ยังมีทางออกสู่ทะเลไปยังแคว้นเป่ยที่เป็แคว้นพันธมิตรได้"
หยางจื่อและหยางมี่พยักหน้ารับรู้ ทั้งยังตั้งใจฟังเื่ราวของแคว้นตงไปด้วย
'แคว้นตงเปียนก็คือแคว้นของเรา เกิดที่หนานเปียนตายที่ตงเปียน'
"ท่านพ่อข้ายังอ่านอักษรไม่ได้เลยเ้าค่ะ"
"พ่อจะสอนเ้าเอง"
"ข้าก็อยากลอยได้เช่นกัน"
"หึหึ..พ่อจะสอนเ้าทุกเื่ดีหรือไม่"
"ดีเ้าค่ะ"
ป้าซ่งที่ฟังพ่อลูกคุยกันก็อมยิ้มตามไปด้วย เสียดายที่นางไม่อาจมีลูกได้ ซ่งกงิจับมือภรรยาของตนพร้อมกับส่งสายตาราวกับจะบอกว่าข้ามีเพียงเ้าก็เพียงพอแล้ว ทำให้ลี่อิงอมยิ้มให้กับสามีแล้วพยักหน้ารับรู้
หยางเจี้ยนเดินทางเข้าสู่แคว้นตง จนตอนนี้ก็ผ่านไปถึง4ชั่วยาม มีเส้นทางหลักเพียงเส้นทางเดียวที่ต้องผ่านสองข้างทางเป็ูเาที่ทอดยาวไปตลอดทาง ผ่านหมู่บ้านและเมืองสำคัญๆมากมาย
การค้าขายของเมืองชายแดนคึกคักยิ่งกว่าแคว้นจงเจียนมากนัก จนกระทั่งหยางมี่มองเห็นทะเล
"เฉินเอ๋อร์ทะเล เ้าเห็นหรือไม่ ทะเลเป็น้ำแข็งด้วย"
"เห็นขอรับ งดงามมากเลย"
หยางมี่กับหยางเฉินะโคุยกันเจื้อยแจ้วกันไปตลอดทาง หยางมี่หมายมั่นอยู่ในใจว่าจะต้องหาทางกินอาหารทะเลให้ได้ บนรถม้าของนางก็มีแต่หมึกั์ญี่ปุ่นแช่แข็ง กับปูอัด เท่านั้น
"ท่านพ่อนั้นเมืองอะไรหรือเ้าค่ะ กำแพงเมืองใหญ่มากเลย ขนาดว่าเราอยู่ห่างไกล ยังสามารถมองเห็นได้"
"นั้นก็คือเมืองเหิน เราจะพักกันที่เมืองนี้ก่อน พรุ่งนี้เราถึงจะเดินทางต่อไปยังเมืองหลวง
"เ้าค่ะ"
หยางมี่ตอบรับท่านพ่อด้วยเสียงที่ดังสดใส หลังจากที่หิมะตกหนัก นางก็ไม่ได้เห็นบรรยากาศของตลาดอีกเลย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่นางอยากจะทำมากมาย สิ่งแรกที่ต้องทำให้ได้ก็คือ เก้าอี้รถเข็นให้น้องชาย นางสงสารน้องมากที่ไม่สามารถลุกออกไปไหนมาไหนได้เหมือนคนอื่น
เช้าวันต่อมา
กลุ่มของหยางเจี้ยนเดินทางกันต่อในตอนเช้า แต่ก็ไม่ได้เร่งรีบมากนัก จึงทำให้ทั้งหมดใช้เวลาไปเกือบทั้งวัน จนกระทั่งเริ่มเห็นกำแพงเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่
ผู้คนพลุกพล่านถึงแม้หิมะยังคงตกอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เป็อุปสรรคของคนในเมืองแต่อย่างใด เหล่าคุณชายคุณหนูต่างพากันสวมใส่ชุดคลุมขนสัตว์ออกมาเดินเฉิดฉายราวกับว่า้าอวดชุดคลุมกันโดยเฉพาะ
'อ่อ..เมืองแห่งแฟชั่นสินะ'
หลังจากที่ผ่านเข้ามาประตูเมืองหลวงมาแล้ว หยางเจี้ยนก็พาทุกคนไปพักที่โรงเตี๊ยมกลางเก่ากลางใหม่ ส่วนสี่ยอดองครักษ์ของนางก็เฝ้ารถม้าเช่นเคย
"เฉินเอ๋อร์ตรงนี้เห็นตลาดด้วย แต่ร้านค้าเริ่มเหลือน้อยแล้ว"
หยางมี่แบกน้องชายขึ้นหลังมานั่งตรงเก้าอี้ข้างๆ หน้าต่าง ตอนนี้นางรู้สึกว่านางแข็งแรงขึ้นมาก สามารถแบกน้องชายได้อย่างสบายๆ แล้ว
"ท่านพ่อเฉินเอ๋อร์ตัวโตมากเลย"
"เฉินเอ๋อร์ไม่ได้ตัวโตหรอก เป็ลูกต่างหากที่ตัวเล็ก"
หยางมี่มุ่ยหน้าทันที นางก็อุตส่าห์พยายามคิดว่าน้องของนางตัวใหญ่เหมือนบิดา เฮ้อ...เห็นอนาคตรำไรๆ แล้วว่านางจะต้องเตี้ยแน่นอน
'สงสัยต้องหานมกิน แต่โบราณแบบนี้จะมีนมให้กินหรือไม่นะ เฮ้อ..อยู่ยากจัง'
หยางเจี้ยนมองหน้าบุตรสาวที่ทำหน้ามุ่ยอย่างขำๆ ลูกสาวของเขาตัวเล็กเหมือนกับมารดาของนางไม่มีผิด หยางเจี้ยนลูบหัวลูกๆทั้งสามพร้อมกับเล่าเื่ต่างๆในเมืองหลวงให้ฟัง ลูกๆของเขาก็ฟังกันอย่างตั้งใจ
"ท่านพ่อรู้เื่เมืองนี้ได้อย่างไรหรือเ้าคะ"
"พ่อเคยติดตามนายท่านมาทำงานที่แคว้นตงหลายปี...และเคยพามารดาของพวกเ้ามาเที่ยวที่เมืองหลวงเช่นกัน ตรงที่เราอยู่เป็เพียงเมืองหลวงชั้นนอกเท่านั้น"
หยางเจี้ยนใจลอยออกไปเพราะกำลังคิดถึงเื่ราวในอดีตที่มีร่วมกันกับภรรยาของเขา
'ตอนนี้เ้าไปอยู่ที่ไหน จะคิดถึงข้าบ้างหรือไม่'
"ท่านพ่อเ้าค่ะ"
หยางมี่รู้ว่าท่านพ่อของกำลังใจลอยคิดถึงท่านแม่อยู่ นางจึงเข้าไปกอดแล้วก็ยิ้มแฉ่งให้ทั้งพ่อ
"หึหึ...หิวข้าวแล้วหรือ พ่อจะไปสั่งอาหารให้นะ"
"เ้าค่ะ/ขอรับ"
"จื่อเอ๋อร์ลูกลงไปซื้อขนมมาให้น้องได้หรือไม่"
"ได้ขอรับ"
"พี่ใหญ่ซื้อซาลาเปามาให้เยอะๆ เลยนะเ้าคะ เอามาเก็บไว้ในตู้รถม้ามันสามารถคงความสดได้เ้าค่ะ"
"ได้..พี่จะซื้อมาให้"
หลังจากนั้นหยางเจี้ยนและหยางจื่อก็ลงไปข้างล่างเพื่อไปสั่งอาหารและหยางจื่อเดินไปซื้อซาลาเปาตามที่น้องสาวบอก
ooooooooooooooooooooo
ขอบพระคุณทุกๆคนที่ติดตามนะคะ