"นายคิดว่าแผนการประชุมครั้งนี้จะผ่านมั้ย?" โชกุนเอ่ยขึ้น
"ยกแม่น้ำทั้ง 5 รวมทั้งยอดรวมรายได้ใน่ 3 เดือนที่ผ่านมา นำเสนอไปเยอะขนาดนั้น จะปฏิเสธงั้นรึ นายคิดว่าฉันเคยพลาดหรือไง" ไซม่อนพูดอย่างมั่นใจ ขณะที่ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในประตูของคอนโด
"ไม่เลย เพื่อนม่อน ฉันรู้ว่ายังไงนายก็ผ่านอยู่แล้ว"
"นายก็รู้ว่า ประธานเซี่ยงแห่งบริษัทซือพีกรุ๊ปเป็คนแบบไหน เขาไม่มีทางที่จะเห็นเม็ดเงินที่เราเสนอไปแล้วรีบตัดสินใจทันทีเหมือนคนอื่นๆแน่นอน แต่ก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆเช่นกัน" ไซม่อนกล่าวอย่างคนรู้ทัน
"นายคาดเดาถูกเลยเพื่อน เขาฉลาดมากที่ยื้อข้อเสนอของเราไว้ แล้วกลับมาขอปรับเพิ่มผลประโยชน์จาก 20% เป็ 30% ไม่อยากจะเชื่อเลย นายจะยอมหรือ?"
"หึ ยอมงั้นรึ? ถ้างานนี้ฉันไม่ได้เงินทุนจากเขาจริงๆ ก็ไม่ใช่เื่ใหญ่ที่ต้องกังวล เพราะฉันบอกเขาไปก่อนแล้วว่ายังมีอีกหลายบริษัทที่สนใจจะลงทุนกับเรา เขาก็รู้ดี ยิ่งถ้าเรายื้อหรือแสดงความกังวลออกมา มันจะกลายเป็พิรุธให้เขาจับไต๋ได้"ไซม่อนพูดอย่างคนมั่นใจ
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น "นายไม่ต้องกังวลหรอก คนที่ร้อนรนตอนนี้ไม่ใช่เรา แต่เป็เขาต่างหาก"
"โอเค เข้าใจแล้วครับ เพื่อนม่อนของเรา ฉลาดสุดๆ เออ! ตอนนี้นายถึงคอนโดแล้วใช่ไหม"
"อืมม์ กำลังจะเข้าห้องแล้วละ เหนื่อยวะ แค่นี้นะ" ไซม่อนวางสายจากโชกุนเมื่อลิฟต์ถูกเปิดออก
“ฮันเตอร์!” ไซม่อนอุทานออกมาด้วยความใ เมื่อเขาเดินลากกระเป๋าเดินทางมาถึงห้อง เขาเห็นฮันเตอร์นั่งรออยู่หน้าห้อง มองขึ้นมาที่เขาด้วยสีหน้าจริงจัง
“พี่! ทำไมไม่รับโทรศัพท์ผมเลย อ่านไลน์ผมแล้วก็ไม่ตอบ พี่ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?” ฮันเตอร์รีบลุกขึ้น จับมือไซม่อนแน่น แต่ไซม่อนสะบัดมือออกอย่างรวดเร็ว แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าของฮันเตอร์ดูตื่นตะลึง ราวกับไม่คาดคิดว่าไซม่อนจะทำเช่นนี้
“พะพี่...ทำไมถึงทำแบบนี้?” ฮันเตอร์ถามน้ำเสียงสั่น ความเสียใจเริ่มแทรกซึมในน้ำเสียง “เราต้องคุยกันนะ พี่ไม่ควรทำแบบนี้กับผม”
“พูดมาสิ นายอยากพูดอะไรก็พูดมา ฉันก็ยืนฟังนายอยู่นี่ไง” ไซม่อนตอบเสียงเรียบ
“เราเข้าไปคุยในห้องได้ไหม?” ฮันเตอร์ถามขึ้นเพราะจะได้คุยกันอย่าง เป็การส่วนตัวยังจะดีกว่ายืนอยู่ตรงนี้
“ไม่จำเป็ ถ้าอยากพูดอะไรนายก็พูดตรงนี้ล่ะ”
"พี่ พี่แสดงสีหน้าเฉยชากับผมแบบนี้หมายความว่าไง ทำไมถึงไม่รับโทรศัพท์ผม แถมยังไม่ตอบไลน์ผมเพราะอะไร" ฮันเตอร์ถามเสียงดังขึ้น
“ฉันยุ่ง นายก็เห็นว่าฉันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม” ไซม่อนพยายามจะจบการสนทนา ขยับตัวเพื่อจะเข้าห้อง
“เดี๋ยวสิ เรายังคุยกันไม่จบนะ! ถ้าพี่ยุ่งจริง ๆ ก็แค่ส่งข้อความตอบผมสักนิดไม่ได้หรือไง? หรือพี่คิดว่าได้ฟันผมแล้วจะทิ้งกันแบบนี้เหรอ? พี่มันโคตรเฮงซวยและทุเรศที่สุด” ฮันเตอร์ะเิความโกรธออกมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโมโหสุดๆ
“นาย้าอะไร? ในเมื่อฉันก็บอกนายไปแล้วว่าฉันยุ่ง”
“ยุ่งเหรอ? ไหนพี่บอกว่าจะช่วยผมไง จนกว่าฮอร์โมนผมจะกลับมาปกติ แล้วที่พี่ทำแบบนี้มันหมายความว่าอะไร?” ฮันเตอร์ถามขณะที่กำมือแน่นด้วยความโกรธจนตัวสั่น
"พี่แม่ง! โคตรเหี้ย วะ! พี่มันเลวที่สุด!”
"ฮันเตอร์! หยุดพูดจาก้าวร้าวกับฉัน" ไซม่อนตอบเสียงเข้ม "ใช่!ฉันบอกจะช่วยนายก็จริง แต่ถึงอย่างนั้น..."
“แต่อะไรล่ะ! พูดมาให้ชัดเจน ทำไมถึงทำแบบนี้?” ฮันเตอร์จ้องหน้าไซม่อน น้ำตาคลอเบ้า
พรึบบบ!
ไซม่อนคว้าไหล่ของฮันเตอร์ทั้งสองข้างแล้วดันร่างของเขาเข้ากับกำแพงห้องอย่างรวดเร็ว ฮันเตอร์สะดุ้งด้วยความใ เมื่อเห็นไซม่อนจ้องเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความเดือดดาล ความนิ่งสงบที่เคยมีหายไปแทบจะในทันที
"ฟังฉันให้ดีนะ" ไซม่อนพูดเสียงเข้ม แรงกดดันในน้ำเสียงทำให้ฮันเตอร์แทบไม่สามารถขยับตัวได้ “ฉันบอกว่าจะช่วยนายก็จริง แต่ฉันไม่จำเป็ต้องตอบข้อความหรือรับโทรศัพท์นายทุกครั้ง เพราะสิ่งที่นาย้า...ก็แค่เซ็กซ์ใช่ไหม?”
ฮันเตอร์ยังยืนตัวแข็ง ขณะที่ไซม่อนกดเขาไว้กับกำแพง ดวงตาของฮันเตอร์สั่นระริก เมื่อมองไปยังไซม่อน
“ถ้านาย้าแค่นั้นก็เข้ามาสิ ถ้าจะทำก็ทำให้มันจบ ๆ ไปซะ เข้าใจไหม? ฉันช่วยนาย...แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะคบกับนาย! เข้าใจหรือยัง?” เสียงของไซม่อนหนักแน่นและแข็งกร้าว
ฮันเตอร์เริ่มจะเอ่ยปาก แต่ไซม่อนยังไม่หยุด
“แต่ถ้านายอยากจะทำตอนนี้เลยก็ทำ ถ้าไม่อยาก...ก็กลับไปซะ! อยากมีเซ็กซ์เมื่อไหร่ก็แค่มาหาฉัน ฉันจะช่วยนายเท่านั้น จำไว้!"
ฮันเตอร์กลืนน้ำลาย พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "พะ...พี่..."
พลึบบบ!
ฮันเตอร์ผลักไซม่อนออกไปด้วยแรงโมโหเต็มที่ ความโกรธแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาหอบหายใจถี่ ดวงตาแดงก่ำด้วยความเ็ป
“ไอ้พี่ไซม่อนบ้า!” ฮันเตอร์ะโลั่น “ผมมาหาพี่ไม่ได้หมายความว่าจะมาขอมีอะไรกับพี่แบบนั้นเลยสักนิด! พี่เป็คนบอกเองว่าจะอยู่ข้างๆ ผม!” น้ำเสียงของเขาสั่นด้วยความขุ่นเคือง
ไซม่อนมองฮันเตอร์ด้วยแววตาเ็า “ใช่ แต่สิ่งที่นาย้าก็คือให้ฉันใช้เซ็กส์บำบัดนายไม่ใช่เหรอ? แล้วนาย้าอะไรอีก ถ้าเื่มากนักก็ไปหาที่อื่นเถอะ! ถอยไป” ไซม่อนดันตัวฮันเตอร์ออกจากทาง พลักเขาออกอย่างแรง ก่อนจะหันหลังและเดินเข้าห้องโดยไม่สนใจความรู้สึกของคนน้องที่ปะทุอยู่ข้างหลังเลยสักนิด
ปัง! เสียงประตูปิดดังลั่น ทำให้ความเงียบแหลกเป็เสี่ยง ๆ
“พี่! มะ...ไม่นะ! ผมยังพูดไม่จบ อย่าหนีเข้าห้องแบบนี้!” ฮันเตอร์ะโพร้อมกับทุบประตูอย่างบ้าคลั่ง “ออกมาคุยกันให้รู้เื่เดี๋ยวนี้นะ! เปิดประตู!”
ปัง ปัง ปัง เสียงทุบประตูดังก้องทั่วโถงทางเดิน ฮันเตอร์พยายามหมุนลูกบิด แต่ประตูถูกล็อกแน่น เขายิ่งโกรธหนักกว่าเดิม ความโกรธทำให้มือทั้งสองสั่น เขาทุบประตูซ้ำอีกครั้ง
กึก กึก
ปัง ปัง ปัง
“ไอ้พี่ไซม่อน เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! ออกมาคุยกันให้รู้เื่ ไอ้บ้า! เปิดซิเว้ย!” เสียงของฮันเตอร์ก้องสะท้อน ราวกับเสียงโกรธที่ไม่มีวันได้คำตอบ
Rrrt Rrrrt Rrrrrt
ขณะที่ฮันเตอร์กำลังทุบประตูด้วยความโมโห เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นกะทันหัน
"โธ่เว้ย! ไอ้โทรศัพท์บ้านี่...ก็โทรมาทำไมตอนนี้วะ" ฮันเตอร์บ่นเสียงขุ่น ก่อนจะควักโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างรวดเร็ว เขามองหน้าจอแล้วสะดุ้งทันที
“เหวอออ...พะ...พ่อ” ฮันเตอร์อุทานด้วยความใ สีหน้าเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด เขารีบกดตัดสายทิ้งด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะหันกลับไปเตรียมทุบประตูใหม่อีกครั้ง แต่เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อพ่อของเขาโทรกลับมา
คำพูดของพ่อที่ดังก้องอยู่ในหัวทำให้ฮันเตอร์เริ่มรู้สึกกระวนกระวาย "ถ้าฉันจับได้ว่าแกโกหก ต่อไปฉันจะไม่แค่กักบริเวณแกแค่อาทิตย์เดียวแน่" ฮันเตอร์คิดทบทวน ถ้าเขาไม่รับสายแล้วพ่อจับได้ เขาจะต้องแย่แน่ ๆ ดังนั้นเขาตัดสินใจรับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“มีอะไรอีกล่ะพ่อ ผมยุ่งอยู่”
เสียงของพ่อดังขึ้นด้วยความโมโห “หน็อย! แกบังอาจตัดสายฉันงั้นเรอะ? ห๊ะ! แกอยู่ไหน? กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยนะ!”
“อะไรของพ่อนะ! ผมจะกลับได้ยังไง ผมก็บอกแล้วไงว่ามาทำรายงานที่บ้านเพื่อน ตอนนี้ผมก็กำลังยุ่งอยู่” ฮันเตอร์ตอบเสียงแข็ง ทว่าภายในใจกลับสั่นระริก
“เ้าบ้า! อย่ามาโกหกฉัน! ฉันโทรหาเพื่อนแกทุกคนแล้ว แกไม่ได้ไปหาพวกนั้นเลยแม้แต่คนเดียว! หน็อย! แกอยู่กับไอ้ไซม่อน...บริษัทคู่แข่งของเราใช่มั้ย? ห๊ะ!”
“อะ...หะหา พะ...พ่อรู้ได้ไง...” ฮันเตอร์สะดุ้ง ดวงตาเบิกโพลงทันทีด้วยความใ
“กลับบ้านเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ลูกบ้า! ถ้าแกไม่โผล่หัวมา ฉันจะเอาแกให้หนักแน่! กลับมาเดี๋ยวนี้!” เสียงคำรามของพ่อทำให้ฮันเตอร์หน้าซีด
ฮันเตอร์ยืนตัวแข็ง ความกดดันเพิ่มขึ้น เขาหันไปมองประตูของไซม่อนที่ยังปิดสนิท และหายใจลึก ๆ พึมพำกับตัวเองเบาๆ “ทำไงดี...พ่อรู้เื่ของเรากับพี่ไซม่อนได้ยังไงเนี่ย? หรือว่า...เลขาคิมเป็คนบอก? โอ๊ย จะบ้าตาย!”
ฮันเตอร์มองประตูของไซม่อนอีกครั้งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนจะยอมจำนนต่อชะตากรรม เดินคอตกกลับไปบ้าน
เมื่อฮันเตอร์กลับมาถึงบ้าน เขาก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า ใจลอยไปกับความคิดที่รุมเร้า เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมพี่ไซม่อนถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ พี่ไซม่อนดูเหมือนจะยอมคบกับเขา ยอมอยู่เคียงข้าง คอยปลอบโยน แต่จู่ ๆ กลับกลายเป็คนเ็าและไร้ความรู้สึก
“ทำไมต้องโกหกฉันเื่ไปติวกับเพื่อน?” เสียงของพ่อดังขึ้นทันที “นี่ถ้าฉันไม่แอบโทรไปถามเพื่อน ๆ ของแก ฉันก็คงไม่รู้ว่าแกโกหกฉัน”
ฮันเตอร์นั่งเหม่อลอยเหมือนจะไม่ได้ยินเสียงพ่อเลย เขายังครุ่นคิดถึงเื่ของพี่ไซม่อน คำถามวนเวียนอยู่ในหัว “ทำไมถึงเปลี่ยนไปแบบนั้น? ตอนนั้นเขาบอกว่าจะอยู่ข้าง ๆ เรา จะช่วยเราทุกอย่าง คอยปลอบใจ อุตส่าห์ยอมเสียตัว คิดว่าความสัมพันธ์ของเราจะสำเร็จ แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็คนเ็าแบบนี้...หรือว่าพี่ไซม่อนมองเราเป็แค่คู่นอนเท่านั้น?”
“ฮันเตอร์! ฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า?” เสียงของพ่อดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงทุบโต๊ะ ปัง! ทำให้ฮันเตอร์ถึงกับสะดุ้ง ตื่นจากความคิดของตัวเองทันที
“คะ...ครับ?”
“เหม่อลอยอยู่ได้ ไอ้ลูกคนนี้!” พ่อพูดด้วยความโมโห “ฉันถามว่าแกคบกับลูกชายบริษัทคู่แข่งของเราใช่ไหม! ไอ้ลูกชายของบริษัทบียองกรุ๊ปนั่นน่ะ!”
“มะ...ไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมไม่ได้คบกับเขา” ฮันเตอร์รีบตอบ แต่เสียงสั่นเล็กน้อย
“ไม่ได้คบแล้วไปหามันทำไม? ฉันรู้ว่าแกไปตื๊อมันถึงที่บริษัท เหมือนคนโรคจิต แกก็รู้นี่ว่ามันเป็คู่แข่งของเรา ทำไมไม่ฟังที่ฉันพูดบ้าง? หรือว่าแกไปนอนกับมันมาแล้ว?”
“ปะ...เปล่าครับ ผมไม่ได้เป็พวกโรคจิต” ฮันเตอร์ปฏิเสธอย่างร้อนรน “ที่ผมตามเขาก็เพราะอยากรู้ข้อมูลของบริษัทนั้น พ่อก็รู้ว่าตอนนี้บียองกรุ๊ปกำลังจะเปิดแหล่งลงทุนใหม่ที่จีน และพี่ไซม่อน เอ่อ หมอนั่นเพิ่งกลับมาจากจีน” เขาพยายามหาข้อแก้ตัวอย่างรวดเร็วเพื่อปกปิดความจริงที่พ่อของเขาอาจจะไม่เข้าใจ
“แกเริ่มสนใจธุรกิจั้แ่เมื่อไหร่ ห๊ะ?” พ่อของฮันเตอร์ถามเสียงแข็ง “ฉันให้แกไปช่วยงานกับพี่แกที่บริษัท ก็ไม่เห็นแกจะสนใจอะไรเลย”
ฮันเตอร์พยายามควบคุมอารมณ์ ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ “ทำไมผมจะไม่สนใจละครับ? ผมแค่ทำเหมือนว่าไม่ใส่ใจ แต่ที่จริงผมแอบตามหมอนั่นเพื่อสืบข้อมูลบางอย่าง ผมนะไม่ได้สนใจหมอนั่นจริงจังหรอกครับ มันก็แค่ความสนุก อยากรู้ความลับของบริษัทคู่แข่งเท่านั้น”
พ่อของเขาจ้องมองด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจ “แกแน่ใจนะ ว่ามันเป็แค่เื่สนุก ๆ? ไม่ได้คิดจริงจังหรือยึดติดกับหมอนั่นใช่ไหม?”
ฮันเตอร์พยายามทำตัวให้ดูผ่อนคลายและไม่แสดงความรู้สึกออกมา “แน่นอนครับ ใครจะไปสนใจหมอนั่นล่ะ พ่อก็รู้นี่ว่าหมอนั่นเป็คาสโนว่าตัวพ่อ แถมยังมีรสนิยมชอบเบต้า ผมไม่คิดจะเอาตัวเองไปเสี่ยงกับคนแบบนั้นหรอกครับ”
พ่อของเขาหรี่ตาลง ก่อนจะถามอีกครั้ง “แล้วถ้าแกไม่จริงจัง...ถ้าฉันจะให้แกไปดูตัวกับคนอื่นที่เหมาะสมกว่าหมอนั่น แกจะยอมไหม?”
ฮันเตอร์แสร้งหัวเราะ “โธ่พ่อ! ใคร ๆ ผมก็ได้ทั้งนั้นล่ะ ถ้าเขาดีพอ”
“งั้นพรุ่งนี้แกก็ไปดูตัวได้ซินะ” พ่อพูดเสียงเรียบ
“ได้แน่นอน...” ฮันเตอร์ตอบกลับไปอย่างไม่คิด แต่แล้วก็ชะงัก “อะ...อะไรนะ! เดี๋ยวครับ เมื่อกี้พ่อพูดว่าอะไรนะ ผมยังไม่ทันได้ฟัง”
พ่อของเขายิ้มเยาะ “แกรับปากแล้ว ก็ต้องทำตามที่ฉันบอก พรุ่งนี้แต่งตัวให้ดี และเตรียมตัวไปดูตัว ไม่มีคำว่า ‘แต่’ ”
ฮันเตอร์กลืนน้ำลายลงคอเสียงดัง “หะ...ห๊า? พ่อ! ผมยังไม่ทันได้ฟังเลยนะ!”
“หรือว่าแกจะปฏิเสธเพราะหมอนั่น?”
ฮันเตอร์รีบส่ายหัว “มะไม่ครับ ผมไปก็ได้” เขากลืนน้ำลายอีกครั้ง รู้สึกถึงความหนักอึ้งในใจ แต่ก็ต้องยอมรับสถานการณ์ “ถ้ามันจำเป็จริง ๆ ก็ไปตามที่พ่อบอกละกัน เผื่อว่าถ้าผู้ชายคนนั้นดีพอ ผมจะได้เลิกยุ่งกับพี่ไซม่อนเสียที จะได้ให้มันจบ ๆ ไป”
ขณะที่ฮันเตอร์นั่งกดกำปั้นลงบนโซฟา ความคิดแค้นเริ่มก่อตัวในใจ “นี่เรากำลังจะถูกทิ้งงั้นรึ? บ้าชะมัด! ผมไม่ยอมถูกทิ้งหรอก! ผมเป็ใคร? เป็ลูกชายคนเล็กของท่านประธานเกริกวิทย์แห่งบริษัทไลอ้อนคิง บริษัทที่มีแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่และรวยกว่าบริษัทของหมอนั่นอีก! กล้าปฏิเสธแหล่งเงินทุนอย่างผมงั้นเหรอ? คอยดูนะ ผมจะพาคนใหม่ที่ดีกว่าไปเยาะเย้ยให้ดู! ว่าหล่อกว่า เก่งกว่า! ผมจะทำให้พี่เสียดายผมให้ได้!” ฮันเตอร์นั่งกำมือทั้งสองแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ขณะที่ความคิดแก้แค้นต่อไซม่อนเริ่มคุกรุ่นในใจ.