เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่6 ตอนที่ 175 : เริ่มต้นที่ตอนจบ

        ผู้จัดการร้านเมื่อทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น ก็รีบรุดเข้าไปในที่เกิดเหตุทันทีเมื่อเขาเห็นหยางเฉินกำลังใช้เท้าบดขยี้หน้าอกฉีไค่จนกระอักเลือด เขาก็แทบจะเป็นลมล้มพับไปในทันที!

        "คุณครับ! ได้โปรดอย่าทำเขาอีกเลย!"ผู้จัดการรีบวิ่งเข้าไปห้ามหยางเฉินทันทีตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเกลียดตัวเองอย่างมากที่อยากจะประหยัดเงิน และไม่ได้จ้างผู้รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากเมื่อเกิดเรื่องชกต่อยขึ้น!

        หยางเฉินถอนเท้าออกจากร่างสะบักสะบอมของฉีไค่

        ฉีไค่แทบจะลุกขึ้นไม่ไหว ทั้งที่เขาเคยเป็นถึงกองกำลังพิเศษแต่ฝ่าเท้าของหยางเฉินกลับทำให้ร่างของเขาลอยละลิ่ว และเลือดกบปากในเวลาเดียวกันแน่นอนว่าอาการบาดเจ็บเช่นนี้ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์กว่าจะกลับมาเป็นปกติ

        หวังเยว่หวาดกลัวเป็นอย่างมากเธอรีบวิ่งเข้าไปหาฉีไค่ในทันทีพร้อมเรียกร้องให้ผู้จัดการร้านช่วยพยุงตัวฉีไค่ขึ้นมา และร้องไห้กล่าวว่า

        "เลือดคุณเต็มไปหมดคุณโอเคมั้ย?"

        ปากของฉีไค่เต็มไปด้วยเลือดพร้อมไออย่างรุนแรง นั่นทำให้หวังเยว่แผดเสียงกรีดร้องออกมา

        หยางเฉินหันหลังไปถามหลิวหมิงอวี้ว่า

        "จะกินข้าวต่อมั้ย"

        หลิวหมิงอวี้คล้ายถูกหยางเฉินดึงกลับมาจากภวังค์อย่างฉับพลันเธอจ้องมองไปที่เขาและส่ายหัวเล็กน้อย "ไม่กินแล้ว... เขา..."

        "หยุดทำตัวน่ารำคาญ และไปได้แล้ว" หยางเฉินกล่าวจบก็ก้าวเท้าเดินออกไปนอกร้านอาหารทันที

        ฉีไค่เองก็ไม่ใช่เล่นๆ เขากล้ำกลืนฝืนความเจ็บปวดเงยหน้าตะโกนขึ้นว่า

        "แก... อย่าเพิ่งไป"

        หยางเฉินยิ้มและหันมาถามด้วยสีหน้าแปลกๆ ว่า

        "หืม อยากแก้แค้นหรือไง?"

        เมื่อสบตากับสายตาอันเย็นชาของหยางเฉิน ฉีไค่ก็รู้สึกเย็บวาบไปทั่วร่างกายแต่ก็ยังฝืนกัดฟันกล่าวว่า

        "ข้าจะแจ้งตำรวจ!"

        "ก็แล้วแต่นายก็แล้วกัน"

        หยางเฉินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจไม่ต้องพูดถึงเขาเพียงทำฉีไค่เลือดกบปากเท่านั้น แม้ว่าเขาจะแจ้งตำรวจจริงๆ แต่เนื่องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา  สะพานเหล็กอัคคีเหลืองจึงยังไม่มีทีท่าว่าจะเคลื่อนไหวใดๆ ซึ่งนั่นทำให้หยางเฉินสบายใจเป็นอย่างมาก

        หลิวหมิงอวี้มองหยางเฉินเดินออกจากร้านโดยไม่ยี่หระต่อสิ่งใดเธอไม่อาจทำอย่างไรได้ ทำได้เพียงดึงธนบัตร 100 หยวนออกมาสองใบ ส่งให้ผู้จัดการร้านแล้วเดินตามหยางเฉินออกจากร้านไป

        ทิ้งฉีไค่และหวังเยว่อยู่ในร้านให้เป็นจุดสนใจของผู้คนต่อไป บางคนถึงกับกระซิบถึงความโชคร้ายของฉีไค่

        หวังเยว่นั้นไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาเมื่อเธอเห็นสีหน้าซีดเผือดของฉีไค่เธอก็เอ่ยขึ้นอย่างโกรธเคืองว่า

        "ที่รักดูคนพวกนี้ใช้สายตาดูถูกมองมายังคุณสิ คุณเคยบอกฉันไม่ใช่หรือว่ารองสารวัตรลู่เป็นเพื่อนของพ่อคุณ!อย่าปล่อยให้คู่หญิงชู้ชายโฉดนั่นลอยนวลไปได้เชียวนะคะ!"

        ฉีไค่ได้หวังเยว่เตือนสติก็รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรทันที

        ไม่นานนักก็มีเสียงชายวัยกลางคนดังขึ้นจากปลายสายด้วยน้ำเสียงเริงร่า

        "ฮ่าๆๆ ฉีไค่ได้ยินว่าเอ็งมาที่เมืองจงไห่ ไม่นึกว่าจะยังคิดถึงอาคนนี้อยู่"

        "ลุงลู่ครับผมเพิ่งจะมาที่นี่ได้ไม่นาน แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นซะแล้ว!"

        "เรื่องอะไร!? ใครกล้ามีเรื่องกับเอ็ง! เดี๋ยวข้าจะจัดการให้เอง"

        ฉีไค่เผยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ

        "ลุงลู่ผมกินข้าวในร้านอาหารกวางตุ้งใกล้ๆ กับสถานีตำรวจของลุงอยู่ดีๆ ก็มีชายคนหนึ่งเดินมาเตะผมจนกระเด็นลุงช่วยผมหน่อยได้มั้ยครับ"

        "มันช่างกล้านัก! ถึงกับกล้าหาเรื่องแกในเขตของข้าเชียวรึบอกชื่อมันมา ฉันจะไปจัดการมันทันที"

        ฉีไค่มองไปที่หวังเยว่ หวังเยว่จำได้ว่าเธอเคยจับมือกับชายคนนั้นและรีบบอกชื่อหยางเฉินให้ฉีไค่อย่างรวดเร็ว

        ฉีไค่กล่าวว่า

        "มันชื่อหยางเฉินครับลุงเป็นพนักงานบริษัทอวี้เหล่ย คนเช่นนี้ควรจะถูกจับขังคุกสิบปียิ่งนัก"

        รองสารวัตรลู่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาด้วยความขบขัน

        ฉีไค่ขมวดทันทีเขารู้สึกว่าสถานการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่เขาคิด

        "ลุงลู่ ลุงลู่ครับ?"

        "ฉีไค่... อา..." หลังจากที่หัวเราะออกมาเป็นเวลานานก่อนที่จะเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนล้าว่า

        "เพิ่งมาที่จงไห่ก็อย่าสร้างปัญหาสิคนหนุ่มสาวก็อย่างแบบนี้แหละ ลืมๆ มันไปเถอะ"

        "ลุงลู่ครับ! ทำไมลุงพูดอย่างนั้นผมจะลืมได้ยังไง!?"

        "ฉีไค่ลุงก็เคยเป็นแบบเอ็งมาก่อน ฝากบอกสวัสดีพ่อของเอ็งด้วยก็แล้วกัน... ลาก่อน" รองสารวัตรพูดจบก็รีบวางสายไปในทันที

        ฉีไค่ในตอนนี้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เขาขว้างโทรศัพท์ทิ้งบนพื้นอย่างไม่ไยดี!

        "นี่เห็นฉันเป็นเด็กน้อยหรือยังไงกัน!?"ฉีไค่กัดฟันกล่าวอย่างโกรธแค้น

        เมื่อหวังเยว่เห็นเรื่องกลับไม่เป็นไปดั่งหวังก็เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ารังเกียจว่า

        "สงสัยคนที่บ้านของคุณ ก็คงไม่มีน้ำยาแบบคุณนั่นแหละ..."

        "เพียะ"

        จู่ๆ ฉีไค่ก็ใช้ฝ่าหนาตบเข้าที่ใบหน้าของหวังเยว่จนทุกคนต่างตะลึงไปตามๆกัน

        "ออกไปให้พ้น! ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ!!"

        ฉีไค่ตะโกนเสร็จก็เดินออกไปจากร้านทันทีทิ้งหวังเยว่นั่งทรุดอยู่บนพื้นอย่างหมดรูป

        ในขณะเดียวกันตอนนี้หยางเฉินกับหลิวหมิงอวี้ก็เข้ามาอยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว

        หลิวหมิงอวี้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวลว่า

        "หยางเฉิน คุณวู่วามเกินไปแล้ว ที่บ้านของฉีไค่เป็นถึงข้าราชการ เขาอาจเรียกตำรวจมาจับกุมคุณจริงๆ ก็ได้"

        หยางเฉินจ้องมองหลิวหมิงอวี้ที่มีใบหน้าเคร่งขรึมด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

        "พี่หมิงอวี้ ผมมีความสุขมากจริงๆ"

        "อะไรนะ!" หลิวหมิงอวี้ไม่อาจเข้าใจในคำพูดของหยางเฉินในขณะนี้ได้เลย

        "ผมอัดแฟนของคุณจนเละ แต่คุณก็ยังคงเป็นห่วงผม" หยางเฉินกล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะ

        หลิวหมิงอวี้ก้มหน้าพลางกล่าวเสียงเศร้าว่า

        "เขาไม่ใช่เป็นแฟนของฉันฉันมันก็แค่ผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่งที่หลงเชื่อเขา ดังนั้นเขาก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอก"

        สาวงามจากมหาวิทยาลัยที่คิดว่าจะร่วมใช้ชีวิตกับแฟนหนุ่มไปตลอดชีวิตแม้ว่าหลังจบการศึกษาชายหนุ่มของเธอจะต้องไปเกณฑ์ทหารแต่เมื่อเขาให้คำมั่นสัญญาที่สถานีรถไฟไว้ให้เธอรอเขากลับมาทั้งที่ไม่มีลายลักษณ์อักษร หรือพยานใดๆ หญิงสาวก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตารอชายหนุ่มอย่างมีความหวัง

        แต่เมื่อชายคนนั้นปรากฏตัวอีกครั้งโดยบังเอิญเขากลับบอกว่าเขาไม่เคยสัญญาว่าจะกลับมาหาหญิงสาว มิหนำซ้ำยังใช้คำพูดทำร้ายจิตใจของเธออย่างรุนแรง...

        หยางเฉินรู้สึกว่าถ้าไม่ใช่เพราะฝูงชนที่คับคั่งด้วยธรรมชาติของหลิวหมิงอวี้ เขาคิดว่าเธออาจมีสิทธิฆ่าตัวตาย

        "พี่หมิงอวี้ คุณคนที่ผมรู้จักเข้มแข็งกว่านี้นะ"

        หลิวหมิงอวี้เผยรอยยิ้มเศร้าพลางกล่าวว่า

        "ไม่หรอกฉันยังคงร้องไห้ออกมาเพราะเขาคนนั้น... ฉันทนไม่ได้ที่เห็นเขาไปมีความสุขกับผู้หญิงอย่างหวังเยว่ มันหมายความว่าฉันเป็นคนเดียวที่รอคอยอย่างโง่ๆ อยู่ถึงเจ็ดแปดปี..."

        หลิวหมิงอวี้นำกระดาษทิชชู่ออกมาซับน้ำตาที่เริ่มไหลออกมาอีกครั้ง

        "เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองที่ฉันสามารถหลุดจากบ่วงที่ผูกมัดมานานและขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ นายไปดื่มกับฉันมั้ย หยางเฉิน"

        หยางเฉินยิ้มและพยักหน้าเวลานี้ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธคำขอเล็กๆ นี้จากผู้หญิงที่กำลังโศกเศร้า

        หลังจากหลายปีของการรอคอยหลิวหมิงอวี้แทบจะไม่มีเพื่อนเลย แต่ทว่าชายผู้หยาบโลนที่ปรากฏตัวต่อหน้าเธอคนนี้ กลับเป็นเพื่อนผู้ชายคนแรกของเธอ

        หยางเฉินขับรถมาที่บาร์แห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆและเลือกที่นั่งตรงมุมหนึ่ง

        หลิวหมิงอวี้สั่งชีวาสมาถึงสี่ขวดน้ำสีเหลืองอำพันของวิสกี้ไหลผ่านลำคอของเธอดั่งเช่นน้ำตกถันโค่วฉู้

        หยางเฉินไม่ได้เข้าไปร่วมวงด้วยหนึ่ง เพราะไม่กล้าปล่อยให้สติของตัวเองหลุดลอย สองเพราะเขารู้ว่าตอนนี้หลิวหมิงอวี้ต้องการคนที่จะทำให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยว

        ชีวาสสองขวดเข้าไปอยู่ในท้องของหลิวหมิงอวี้เรียบร้อยแล้วนัยน์ตาของเธอในตอนนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันยั่วยวน กอปรกับรูปร่างและหน้าตาทำให้ตอนนี้หลิวหมิงอวี้เป็นจุดสนใจของผู้ชายในบาร์ไปเรียบร้อยแล้ว

        หยางเฉินเห็นหลิวหมิงอวี้ดื่มวิสกี้เหมือนดื่มน้ำเปล่า แต่เขาก็ไม่ได้ห้ามปรามใดๆ เพราะเขาตั้งใจไว้แล้วว่าวันนี้เขาจะเปิดโอกาสให้เธอดื่มอย่างเต็มที่

        "หยางเฉิน..." น้ำเสียงของหลิวหมิงอวี้นั้น ขณะนี้ฟังดูเชื่องช้าขี้เกียจดูเย้ายวนอย่างยิ่ง

        "หืม?"

        "คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันมักจะพาคุณที่ร้านอาหารกวางตุ้งนั่น" หลิวหมิงอวี้กล่าวพลางเอียงศีรษะเล็กน้อย

        หยางเฉินส่ายหัวเขาไม่ทราบจริงๆ ว่าทำไม

        หลิวหมิงอวี้หัวเราะ "เพราะเมื่อตอนมหาวิทยาลัยเขามักจะพาฉันไปกินอาหารที่นั่น... และที่นั่นก็เป็นที่ที่เราพบกันเป็นครั้งแรก"

        สถานที่ที่สนุกที่สุด แต่ในขณะเดียวกันมันก็เป็นสถานที่ที่น่าเศร้าที่สุด

        หยางเฉินหยิบขวดแอลกอฮอล์เติมใส่แก้วของหลิวหมิงอวี้พลางกล่าวว่า

        "มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วก็จบด้วยดีเช่นเดียวกัน"

        "ใช่... ดีมาก..." มือหลิวหมิงอวี้หยิบแก้วของเธอขึ้นมาแต่ดูเหมือนเธอจะไม่มีแรงพอที่จะจับมันให้มั่น

        แก้วน้ำถูกยกขึ้นมากลางอากาศก่อนจะร่วงลงสู่พื้น!

        "เพล้ง..." เศษแก้วแตกกระจายไปทั่วพื้น

        หลิวหมิงอวี้เหลือบสายตาจ้องมองไปยังน้ำที่เจิ่งนองทิ้งตัวลงบนโต๊ะอาหารตัวน้อย พร้อมกับไหล่ที่สั่นสะท้าน ตามด้วยเสียงสะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน