บทที่ 29 ความคลั่งของต้าเหวินโหร่ว (รีไรท์)
ขณะที่ต้าเหวินโหร่วจะหันรีหันขวาง สายตาสอดส่องเพื่อหาอาวุธมาใช้ในการป้องกันตัวและปกป้องคนที่นอนอยู่บนเตียงกว้าง แม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงชายแก่เฒ่าหัวงูก็ตาม ต้าเหวินโหร่วมองชายตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่คาดคิด บุคคลที่เป็นถึงเลขาธิการหมู่บ้าน กระทำการที่มันชั่วร้ายเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
เพียงแค่คิดก็ยิ่งสร้างความขุ่นเคือง เป็นถึงเลขาธิการพรรคแต่กลับทำตัวต่ำช้าเช่นนี้ ช่างเสียแรงที่ชาวบ้านให้ความนับถือยิ่งนัก
สิ่งแรกที่ชายหนุ่มเห็นและอยู่ใกล้มือที่สุด เป็นสิ่งเดียวที่เขาเลือกจะคว้ามันขึ้นมาคือไม้หน้าสามที่ทั้งแข็งและหนา ด้วยท่าทีเกรี้ยวกราดและขึงขัง จางไฉ่หงที่เริ่มหายจากอาการจุกเสียดเห็นท่าทีเช่นนั้นของต้าเหวินโหร่ว แต่นั่นกลับไม่ได้ทำให้เลขาธิการพรรคหวั่นเกรงเลยแม้แต่อย่างใด เพราะถือว่าเขานั้นมีอำนาจในหมู่บ้าน และเป็นที่เคารพของชาวบ้าน หากต้าเหวินโหร่วคิดจะทำร้ายเขาเช่นนี้ คงมีชาวบ้านบางส่วนไม่พอใจเป็นแน่
จางไฉ่หงที่คิดได้เช่นนั้นก็หยักยิ้ม เดินเข้าไปประจันหน้าอีกฝ่ายอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว อีกทั้งยังมองต้าเหวินโหร่วด้วยสายตาหยามเหยียด พร้อมพ่นวาจาและใช้ถ้อยคำต่อว่าอย่างดูถูกดูแคลน ทั้งที่ตนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเสียเท่าไหร่ ในขณะที่ด้านหลังของเลขาธิการพรรคหมู่บ้านนั้นมีหลิวไป๋ฮวาที่นอนมองเหตุการณ์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสั่นไหวมากมายนัก
“ต้าเหวินโหร่ว แกคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงได้เข้ามาขัดขวางแบบนี้”
“แล้วคุณล่ะ เป็นถึงเลขาธิการพรรคหมู่บ้านคิดจะกระทำชั่วเช่นใดกัน!” ชายหนุ่มตวาดออกไปเสียงดัง ด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธที่มันสุมอยู่เต็มอก ยิ่งเห็นร่างกายหลิวไป๋ฮวาที่ดูอ่อนแรงและแทบขยับเขยื้อนร่างกายไม่ได้นั้นก็ยิ่งเพิ่มความเกรี้ยวกราดขึ้นไปอีกเท่าตัว
“มีตาไม่ใช่เหรอ? ทำไมไม่หัดใช้ให้เป็นประโยชน์เสียบ้าง? เอาแต่เฝ้ามองหญิงสาวที่หน้าตางดงามเช่นนี้ อีกทั้งผิวพรรณที่บ่งบอกว่าเป็นลูกหลานของคนที่มีชาติตระกูล มีฐานะสูงกว่าทั้งที่ตัวแกต่ำต้อยเรี่ยดินเช่นนี้ มันจะไปมีประโยชน์อะไรกันเหวินโหร่ว”
“หยุดใช้ปากสกปรกของแกเรียกชื่อฉันสักที” ต้าเหวินโหร่วตะคอกด้วยความโกรธ
“ฮ่า ๆ อยากหัวเราะให้ฟันร่วงเสียจริง พูดจาอะไรตลกเช่นนี้กันเหวินโหร่ว สกปรกอย่างนั้นเหรอ แกคิดว่าตัวแกสูงส่งมากนักหรืออย่างไร” แม้สีหน้าของจางไฉ่หงจะยิ้มแย้ม ทว่าดวงตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“...”
“หากอยากจะอยู่เคียงข้างหญิงสาวผู้นี้ ก็คงจะต้องอยู่ในสถานะขี้ข้าเท่านั้นแหละเหวินโหร่ว อย่าหวังอะไรที่มันเกินตัวแกนักเลย” จางไฉ่หงเอ่ยต่อว่าด้วยน้ำเสียงขบขัน ซ้ำยังใช้สายตาลากต่ำลงมองด้วยท่าทีที่ดูแคลนคนที่มักใหญ่ใฝ่สูงเช่นเขา
“เต็มที่ก็คงเป็นได้แค่ฝันเท่านั้นแหละ แกคิดหรือไงว่าผู้หญิงคนจะยอมลดตัวลงไปอยู่เคียงข้างแกในฐานะภรรยา”
“ใฝ่สูงเสียจริง เหวินโหร่ว เป็นเพียงคนใช้แรงงานหาเช้ากินค่ำไปวัน ๆ เช่นนี้จะมีผู้ใดลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับคนอย่างแกงั้นเหรอ”
“ดูฉันสิ ทั้งมีฐานะ หน้าตาในสังคม อีกทั้งชื่อเสียงลาภยศ และเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในหมู่บ้าน หญิงใดก็พร้อมใจจะมาถวายตัวให้ทั้งนั้น”
ต้าเหวินโหร่วกำหมัดแน่น ถ้อยคำด่าทอและดูแคลนที่คนต่ำช้าพวกนั้นเอ่ยออกมาล้วนแต่เป็นความจริงทั้งสิ้น เหมือนโดนอีกฝ่ายจี้ใจดำจนไม่อาจทานทน มือแกร่งหยาบกร้านกำไม้หน้าสามแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่นูนเด่น ร่างกายหนาสั่นสะท้านด้วยความโกรธเคือง เมื่อคนตรงหน้ากำลังเหยียดหยามกันต่อหน้า
“หรือเพราะแม่แกอยากจะร่ำรวยทางลัดหรืออย่างไร ถึงได้ส่งลูกชายมาจับหญิงสาวที่ดูมีฐานะเช่นนี้” ริมฝีปากหนาทว่าแตกระแหงของจางไฉ่หงเอื้อนเอ่ยถ้อยคำเหยียดหยาม พลางมองไปยังต้าเหวินโหร่วที่มีสีหน้าถมึงทึง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกรีดยิ้มมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้สึกหวั่นกลัว เพราะหลงคิดว่าตัวเขาถือไพ่เหนือกว่า
“แค่นี้ก็โกรธแล้วเหรอเหวินโหร่ว อย่าคิดมากเลยเพราะสิ่งที่พวกฉันพูดไปไม่ได้ใส่สีตีไข่เลยแม้…”
ผลัวะ!
“อั่ก อึก!”
ไม่ทันที่เลขาธิการพรรคหมู่บ้านจะได้เอ่ยออกไปจนจบประโยค ใบหน้าที่มีความสุข และริมฝีปากที่กำลังส่งยิ้มเย้ยหยันอยู่ในตอนนี้นั้น พลันหันไปตามแรงกระแทกในทันควันโดยที่จางไฉ่หงคนนั้นไม่ทันได้ตั้งตัวเลยแม้แต่น้อย
ผลัวะ! ผลัวะ! ผลัวะ!
เสียงของแข็งกระแทกเข้าใส่บางสิ่งบางอย่างดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ติดกันหลายต่อหลายครั้ง เป็นผลให้หลิวไป๋ฮวามองภาพตรงหน้าด้วยสายตาสั่นไหว เพราะภาพที่เธอเห็นในตอนนี้คือต้าเหวินโหร่วที่กำลังฟาดฟัดไม้หน้าสามเข้าใส่จางไฉ่หงไปหลายต่อหลายครั้งด้วยความบ้าคลั่ง คล้ายกับหมาป่าร้ายที่กำลังจัดการเหยื่อก็ไม่ปาน
“อั่ก คะ ใครอยู่ข้างนอกรีบเข้ามาสิวะ รีบเข้ามาจัดการเสียที” จางไฉ่หงตวาดกร้าว ก่อนหน้านี้เขาได้บอกให้ลูกน้องของตนออกไปรอด้านนอกเพราะต้องการที่จะอยู่ที่นี่ตามลำพังกับหญิงสาวผู้งดงามคนนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าลูกน้องชั้นต่ำพวกนั้น จะไม่ได้เรื่องเช่นนี้ เสียงต่อสู้ และเสียงร้องของเขาดังขนาดนี้กลับไม่มีใครโผล่หัวเข้ามา
ช่างไร้ประโยชน์เสียจริง หากมีชีวิตรอดออกไปได้เขาจะไม่ไว้ชีวิตพวกมันสักคน
ปึง!
เสียงประตูที่ถูกถีบเข้ามากระแทกเข้าใส่ผนังจนเกิดเสียง ทว่ากลับไม่ได้เป็นจุดสนใจของต้าเหวินโหร่วเลยแม้แต่น้อย เมื่อตอนนี้เขายังคงระบายความคับแค้นที่อีกฝ่ายกล้าดูถูกเหยียดหยาม อีกทั้งกระทำการที่แสนเลวทรามกับหญิงสาวที่เรารักปานดวงใจ
“เฮ้ย ๆ พวกแกจับตัวมันเอาไว้สิวะ! อั่ก!” เป็นอีกครั้งที่เลขาธิการพรรคหมู่บ้านโดนไม้หน้าสามเปื้อนเลือดฟาดเข้าใส่กลางศีรษะจนสลบเหมือดลงไปต่อหน้าต่อตาลูกน้องของตน จนชายฉกรรจ์ที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามานั้น ต่างเกิดความหวั่นเกรง แม้พวกเขาจะมีจำนวนคนมากกว่าหลายเท่าตัว แต่ก็คงไม่อาจต้านแรงต้าเหวินโหร่วที่กำลังอยู่ในสถานการณ์บ้าคลั่งเช่นนี้ได้
ผลัวะ! ผลัวะ! ผลัวะ!
แม้รูปร่างจะใหญ่โตและกำยำเทียบเท่ากับต้าเหวินโหร่วที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้าน แต่ทว่าพวกเขาก็ใจเสาะเกินกว่าจะเข้าไปช่วยจางไฉ่หงที่ถูกอีกฝ่ายกระหน่ำตีจนเข้าขั้นสาหัสได้
“เข้าไปช่วยเจ้านายสิวะ”
“แกนั่นแหละ ไอ้เหวินโหร่วมันบ้าไปแล้ว!” ต่างฝ่ายต่างผลักการให้ความช่วยเหลือกันไปมา แม้จะเคารพเลขาธิการพรรคหมู่บ้านที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำของตนมากเพียงใด แต่พวกเขาเองก็รักตัวกลัวตายเช่นเดียวกัน เรื่องแบบนี้พวกเขาเองก็ไม่กล้าเสี่ยง
ตุบ
คนทั้งสองที่เถียงกันไปมาพลันหยุดชะงัก ลากสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นหันไปมองร่างกายของจางไฉ่หงที่บัดนี้ถูกโยนลงบนพื้นต่อหน้าพวกเขาราวกับเป็นเพียงขยะชิ้นโตชิ้นหนึ่ง ด้วยสภาพที่แน่นิ่ง ทั้งตัวและใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดไหลริน รอยแตกตามใบหน้าและลำตัวที่เรียกได้ว่าเข้าขั้นสะบักสะบอมไปพอสมควร
ผลัวะ!
คล้ายจะยังไม่สาแก่ใจพอ เมื่อต้าเหวินโหร่วได้เตะเข้าใส่ใบหน้าของคนที่นอนแน่นิ่งไปอีกครั้งอย่างเต็มแรง จนชายที่เหลือที่นั่งกอดกันอยู่ตรงมุมห้องด้วยร่างกายสั่นกลัว ยิ่งเห็นฟันสีขาวปนดำกระเด็นออกมาจากปากที่แทบดูไม่ออกมาตกลงต่อหน้าแล้วนั้น
“นะ นั่นฟันเจ้านายนี่หว่า!”