เสียงกรีดร้องของผู้คนยังคงดังแว่วมาเป็ระยะ แต่ความโกลาหลเมื่อคืนลดลง กลายเป็ความเงียบสงบที่น่าขนลุกยิ่งกว่า
กรีซพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน เขามองไปรอบๆ สิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบทรุดลงไปอีกครั้ง
ถนนสุขุมวิทที่เคยคุ้นตา บัดนี้ถูกฉีกขาดและบิดเบี้ยว ตึกระฟ้าบางส่วนล้มครืนลงมาเป็กองซากปรักหักพัง แต่ที่แปลกประหลาดคือ มีสิ่งก่อสร้างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนโผล่ขึ้นมาแทนที่ บางส่วนเป็ซากปรักหักพังของปราสาทหินขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยเถาวัลย์สีเงินยวง บางส่วนเป็โครงสร้างโลหะทรงแปลกตาที่ดูคล้ายเรือเหาะขนาดั์จมดินอยู่ ภาพของเทคโนโลยีล้ำยุคปะปนกับสถาปัตยกรรมโบราณที่ดูเหมือนหลุดมาจากเทพนิยาย มันคือการผสมผสานที่ไร้ระเบียบ ไร้เหตุผล และเหนือจินตนาการ
"นี่มัน...อะไรกันแน่" เสียงของเขาแหบพร่า
เขาเดินไปตามถนนที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง พยายามมองหาผู้คน หวังว่าจะเจอใครสักคนที่พอจะอธิบายสถานการณ์ได้ แต่ที่เขาพบส่วนใหญ่คือร่างไร้ิญญาของผู้คนที่ไม่อาจทนรับความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ไหว และสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้น...
เสียงครวญครางต่ำๆ ดังมาจากด้านหลังซากรถยนต์ที่พลิกคว่ำ กรีซชะงัก ร่างกายแข็งทื่อด้วยสัญชาตญาณความกลัวที่พุ่งพล่าน หัวใจเต้นรัวราวกลองศึก เขามองลอดช่องว่างระหว่างซากรถ และเห็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ควรมีอยู่จริง
มันคือ "มอนสเตอร์" ตัวแรกที่เขาเห็นด้วยตาตัวเอง
รูปร่างของมันคล้ายสุนัขตัวใหญ่ แต่ิัเป็เกล็ดหนาสีดำเข้ม ดวงตาเรืองแสงสีแดงก่ำ ฟันแหลมคมยื่นออกมาจากปากที่กว้างผิดปกติ มันกำลังแทะกินซากศพของใครบางคนอย่างตะกละตะกลาม เล็บแหลมยาวของมันขูดกับพื้นคอนกรีตเกิดเสียงน่าขนลุก
ความหวาดกลัวเข้าครอบงำกรีซอย่างสมบูรณ์ เขาถอยหลังอย่างช้าๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียง มอนสเตอร์ตัวนั้นเงยหน้าขึ้น จมูกของมันกระดิกไปมา ราวกับกำลังดมกลิ่น กรีซรู้ทันทีว่ามันจับกลิ่นเขาได้แล้ว
มันพุ่งเข้าใส่เขาด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ กรีซไม่มีเวลาแม้แต่จะกรีดร้อง ร่างกายของเขาตอบสนองไปเองอย่างรวดเร็ว เขายกแขนขึ้นมาบังหน้าด้วยสัญชาตญาณ
ฟึ่บ!
กรงเล็บของมันฟาดลงมา แต่แทนที่จะทะลุผ่านเนื้อ เขาได้ยินเสียงคล้ายโลหะขูดกันจางๆ และรู้สึกถึงแรงกระแทกมหาศาลที่แขน แต่ความเ็ปกลับน้อยกว่าที่คิด เขาเซถลาไปด้านหลัง แต่ยังยืนอยู่ได้
กรีซมองแขนตัวเองด้วยความตกตะลึง เสื้อของเขาขาดวิ่น เผยให้เห็นรอยขีดข่วนยาวลึกบนิั แต่...มันไม่มีเืไหลออกมา และที่สำคัญคือ ิับริเวณนั้นดูแข็งแกร่งกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับมีเกราะบางๆ ห่อหุ้มอยู่
มอนสเตอร์ตัวนั้นแปลกใจเล็กน้อย มันเงยหน้าคำรามใส่กรีซอีกครั้ง ก่อนจะกระโจนเข้ามาอีกรอบ คราวนี้กรีซตัดสินใจวิ่ง เขาวิ่งสุดฝีเท้า พลังที่เคยรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากกระแทกเมื่อคืนนี้กลับเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด เขาเร็วกว่าปกติ แข็งแรงกว่าปกติ ไม่รู้ว่ามาได้อย่างไร แต่สัญชาตญาณบอกให้เขาใช้มันเพื่อเอาชีวิตรอด
เขาวิ่งไปตามซอกซอยที่เต็มไปด้วยเศษซากปรักหักพัง มอนสเตอร์ยังคงไล่ตามมาติดๆ เสียงฝีเท้าของมันดังสะท้อนก้องในความเงียบ กรีซรู้สึกถึงพลังงานประหลาดที่หมุนวนอยู่ภายในร่างกายของเขาอีกครั้ง มันไม่ใช่แค่ความแข็งแกร่งทางกายภาพ แต่เป็ความรู้สึกเหมือนมี "บางสิ่ง" กำลังผลักดันเขาอยู่
เขาะโข้ามซากกำแพงที่พังครืน พุ่งตัวผ่านช่องว่างแคบๆ และในที่สุดก็หลุดพ้นจากการตามล่าของมอนสเตอร์ตัวนั้นมาได้ เขามองย้อนกลับไป มอนสเตอร์ตัวนั้นยืนอยู่กลางถนน มองมายังทิศทางที่กรีซหายไป ก่อนจะส่งเสียงคำรามอย่างหงุดหงิดและเดินจากไปในที่สุด
กรีซทรุดตัวลงพิงกำแพง หอบหายใจอย่างหนัก ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความเหนื่อยล้าและความกลัว แต่ในใจลึกๆ ก็มีความสงสัยประหลาด
เขาแตะลงบนแขนที่ถูกขีดข่วน รอยแผลยังคงอยู่ แต่เหมือนมันกำลังสมานตัวอย่างช้าๆ พลังงานลึกลับที่แทรกซึมเข้ามาเมื่อวาน...มันคืออะไรกันแน่? และมันกำลังทำอะไรกับร่างกายของเขา?
โลกที่เขาเคยรู้จักได้พังทลายลงแล้ว และโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์และความผิดปกติกำลังเผยโฉมออกมา กรีซรู้ดีว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของฝันร้าย และเขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้ได้อย่างไร ด้วยพลังประหลาดที่เขากำลังมีอยู่...หรือเปล่า?