เหม่ยหลินแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง นี่นางได้ยินไม่ผิดใช่หรือไม่ ชายหนุ่มผู้มักถนอมน้ำใจคนอื่นผู้นั้นหายไปไหน ทำไมกลายเป็บุรุษที่ปากคอเราะร้ายพูดไม่ถนอมน้ำใจสตรีเยี่ยงนี้ได้ นางรู้สึกโกรธขึ้นมาแล้วจริง ๆ
“ท่านอ่องอย่าพึ่งกริ้วเพคะ หม่อมฉันอธิบายยังไม่ทันจบจึงทำให้ท่านอ่องมองเจตนาของหม่อมฉันผิดไป” เหม่ยหลินกล่าวพลางมองไปหาเขาอย่างนอบน้อมแลตำหนิในคราเดียว
‘นี่นางกำลังตำหนิข้ามิใช่รึ’ ลู่ชิงคิดในใจ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากโต้แย้ง เหม่ยหลินก็ชิงกล่าวก่อน
“การที่หม่อมฉันชงชาปี้หลัวชุนและชาผู่เอ๋อร์ นอกจากเพราะรสชาติที่พิเศษของชาแล้ว ชาทั้งสองยังมีสรรพคุณคลายกังวล บำรุงหัวใจ แลฟื้นฟูกำลัง ท่านอ๋องต้องออกศึกบ่อยครั้ง อาหารทุกอย่างจึงควรช่วยถนอมพระวรกายพระองค์ด้วย” นางกล่าวพลางชำเลืองไปยังบุรุษเบื้งหน้า
“ นอกจากนี้การชงชากานี้ย้ำเตือนให้เราปรับตัวให้เข้ากับทุกเหตุการณ์ อย่างได้ทำแต่สิ่งเดิมซ้ำ ๆ ไม่เช่นนั้นจะเป็จุดอ่อนให้ผู้อื่นจับได้ อย่าเป็จุดสนใจแต่จงอยู่ในกลมกลืน ดังเช่นชาปี้หลัวชุนและชาผู่เอ๋อร์” เหม่ยหลินกล่าวจนจบ ทุกคนนิ่งกับคำตอบอันชาญฉลาดของนาง แม้แต่ลู่ชิงเองก็เถียงไม่ออก
‘หึ! นางยังคงฉลาดเช่นเคย’ เขาพอใจไม่น้อยกับคำตอบของนาง เช่นเดียวกับองค์ฮองเฮา
‘ นั่นเขายิ้มใช่หรืไม่ หรือตาฝาดกันนะ?’ เหม่ยหลินคิดอย่างสับสน แม้เพียงเสี้ยวนาทีแต่นางมั่นใจว่าเห็นเขายิ้ม
“ ในเมื่อวันนี้อ่องลู่ก็อยู่ที่นี้ เช่นนั้นเ้าก็เลือกพระชายาด้วยตนเองเถอะ” แม้ตามกฎการเลือกพระชายาอ่อง วังหลังจะต้องเลือกให้ แต่พระนางมั่นใจในตัวของพระโอรสของตน ที่จะเลือกอย่างชาญฉลาดเพื่อความมั่นคงของราชวงค์
“พะยะค่ะ เสด็จแม่” ลู่ชิงรู้ดีว่าการที่พระมารดาให้ตนเลือกพระชายาเองนั้น เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาจะยึดถือผลประโยชน์ของราชสำนักเป็ใหญ่ เเละเพื่อให้ตนเลิกยึดหมั่นกับหญิงผู้นั้น รักเดียวที่เขาเคยมี……….
‘ มู่เจียอี เพื่ออำนาจทางทหารของตระกูลมู่ หลักประกันว่าตระกูลมู่จะไม่ก่อกบฎต่อราชสำนัก หลิวหลันฮวา เพื่อการค้าทางตอนเหนือที่ตระกูลหลิวเป็คหบดีที่มีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ ลั่วเหม่ยหลิน เพื่อความเท่าเทียมระหว่างขุนนางและชาวบ้าน ที่เสด็จพ่อของตนพยามยามแสดงเห็นราษฎรเห็น’
“ พระชายาที่ข้าเลือก มู่เจียอี หลิวหลันฮวา ลั่วเหม่ยหลิน” สิ้นเสียงท่านอ๋อง เหล่าหญิงงามที่ไม่ได้คัดเลือก ต่างร้องห่มร้องไห้ราวกับสูญสิ้นทุกสิ่งในชีวิตก็มิปาน ทำององค์ฮองเฮาต้องโบกมือให้มามานำคนกลุ่มนี้ออกไป ต่างจากมู่เจียอี และหลิวหลันฮวา ต่างดีใจจนเก็บกิริยาแทบไม่อยู่
มีเพียงแต่เหม่ยหลิน ที่ยังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ‘ข้ารึ! เข้าพูดชื่อข้ารึ? แล้วข้าจะบอกท่านแม่อย่างไร ข้าจะดูแลนางได้อย่างไร’ นางได้แต่ครุ่นคิดกับตัวเอง
‘เส้นทางต่อจากนี้ เ้าต้องระวังให้ดีแล้วลั่วเหม่ยหลิน’ ลู่ชิงได้แต่หวังว่านางจะสามารถอยู่รอดในราชวงศ์นี้ได้
“เ้าทั้ง 3 จงทำไว้ ฐานะของพวกเ้าคือพระชายาอ๋องลู่อย่างเท่าเทียม หากผู้ใดให้กำเนิดโอรสเชื้อสายัได้ก่อน จะถูกแต่งตั้งเป็พระชายาเอก จงทำหน้าที่ของตนให้ดี” ฮ่องเฮากล่าวอย่างเข่งขรึม ต่างจากการกล่าวทักทายพวกนางในตอนแรก
“ต่อจากนี้มามาจะพาพวกเ้าไปเตรียมตัว พรุ่งนี้แต่งเข้าจวนอ๋อง !” ฮ่องเฮากล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่มามาจะนำพวกพระชายาทั้งสามกลับเรือนรับรอง
“ลู่เอ๋อ พระชายาก็คัดเลือกแล้ว ต่อจากนี้ก็จงใช้ชีวิตให้ดีเถิด ความรักเมื่อครั้งเยาว์ก็ปล่อยวางเสีย” ฮ่องเฮากล่าวอย่างระวัง เมื่อทรงสักเกตเห็นแววตาที่สั่นไหวของโอรส ด้วยพระนางรู้ดีว่าบุตรชายตนรักมั่นเพียงใด
“หากเ้าพอมีเวลา….ไปเยี่ยมพี่ชายเ้าบ้าง รัชทายาทยังรอการอภัยจากเ้าอยู่นะ” แม้รู้ว่าจะทำร้ายจิตใจโอรสองค์เล็ก แต่พระนางจำเป็ต้องพูด ด้วยราชวงศ์นี้การแก่งแย่งชิงดีนั้นน่ากลัวยิ่งนัก หากโอรสทั้งสองของตนขัดแย้งกันนั่นไม่เป็จุดอ่อนให้ผู้ไม่หวังดีจ้องฉวยโอกาสหรอกหรือ
“พะยะคะ” แม้ตอบไม่อย่างนั้น แต่ภายในใจของลู่ชิงยังวางไม่ลง เขาไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาท
“เหม่ยหลิน! เอ้ย พระชายา ยินดีด้วยเพคะ ในที่สุดท่านกับข้าก็จะได้เข้าจวนท่านอ๋องลู่แล้ว” อินซูซูที่ยังไม่คุนชินกับตำแหน่งใหม่ของนางกล่าวอย่างร่าเริง แต่ในใจนางกลับไม่ยอมรับ ‘ทำไมไม่ใช่ข้า เหม่ยหลินมีดีตรงไหนกัน การศึกษา พิณหมาก กาพย์กลอน ก็ไม่เคยเรียน ฐานะก็ไม่มี เป็เพียงแม่ค้าขายหมี่ไปวันๆ ทำไม์ไม่เข้าข้างข้าบ้าง’
เหม่ยหลินได้แต่ยิ้มอย่างเหนื่อยล้าให้กับคำยินดีของซูซูเท่านั้น ในใจนางยังมีความกังวลอยู่ ‘ข้าจะต้องกลับไปอธิบายกับท่านแม่โดยเร็ว’
เป็ดังเช่นวันคัดเลือกพระชายา ในคืนนี้นางก็นอนไม่หลับเช่นเดิม มามาที่ได้รับหน้าที่นำพระชายาเข้าพิธีอภิเษกเข้ามาแต่งตัวให้นางั้แ่ฟ้ายังไม่สวาง ชุดหงส์สีแดงฉานบ่งบอกว่าการเป็พระชายาของนางไม่ใช่แค่ความฝัน
ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวไปตามถนนเส้นหลักของเมือง เสียงแตร ฆ้องดังสนั่น ขบวนยาวสุดลูกหูลูกตา สมฐานะอ๋องลู่ เทพา ชาวเมืองต่างออกมาชื่นชมขบวนแห่ เผื่อได้เห็นโฉมหน้าพระชายาท่านอ๋อง ที่บัดนี้ถูกลือทั่วเมืองผิงอันว่าเป็สาวหญิงงามล่มเมือง
เมื่อขบวนรถม้าหยุดที่หน้าจวนอ๋องที่ประดับไปด้วยสีแดง คำมงคลติดทั่วจวน แขงเรื่อมากหมาย สมฐานะท่านอ๋องยิ่งนัก มามานำเ้าสาวเข้าสู่โถงเรือน แเื่งต่างมองและวิพากษ์วิจารย์พระชายาอย่างเปิดเผย สิ่งเดียวที่ทำให้พระชายาทั้งสามดูเท่าเทียมกันก็มีเพียงแต่อาภรณ์และเครื่องประดับในงานแต่งเท่านั้น ถึงอย่างไรคำว่าหญิงงามล่มเมืองนั้นไม่เกินจริง
เมื่อผ่านพิธีไหว้ฟ้าดิน เ้าสาวถูกนำตัวเข้าเรือนของตน เหม่ยหลินได้พักเรือนทิศตะวันออกซึ่งเป็เรือนหลังเล็กของจวน แม้จะไม่แตกต่างกันมาก แต่เพียงมองก็รู้ว่าเป็เรือนหลังเล็กสุดในบรรดาเรือนของพระชายา แต่กระนั้นเื่นี้กลับไม่ได้ทำให้เหม่ยหลินไม่พอใจ กลับเป็อินซูซูที่รู้สึกไม่เป็ธรรม
“อะไรกัน ไหนว่าเท่าเทียม แล้วทำไมเรือนของเราถึงเล็กกว่าของพระชายาองค์อื่นๆเล่า”
“ซูซู อย่าเสียมารยาท เรือนแต่ละหลังย่อมมีขนาดต่างกัน ท่านอ๋องก็คงไม่ได้คาดหวังว่าจะมีชายาถึงสามคน ครั้งจะสร้างใหม่ก็สินเปลืองโดยใช่เหตุ อย่าได้คิดมากเลย” กลับเป็เหม่ยหลินที่มีความเข้าใจมากกว่า
“แต่ว่า….”
“พอแล้ว เราเหนื่อยแล้ว เ้าออกไปก่อนเถอะ” ยังไม่ทันให้ซูซูกล่าวจบ เหม่ยหลินก็กล่าวขัดเสียก่อน ด้วยนางเองรู้จักนิสัยไม่ยอมคนของซูซูดี หากปล่อยไว้คงก่อเื่แน่ เพียงเท่านี้นางก็มีเื่ให้คิดมากพอแล้ว ด้านของอ่องซูก็วุ่นวายไม่แพ้กัน เมื่อแขกเรื่อ้าร่วมแสดงความยินดีกับท่านอ่องอยู่ไม่ขาด
“ยินดีกับท่านอ่อง พระชายางามล่มเมืองโดยแท้ ข้าน้อยอิจฉาท่านยิ่งนัก” คำพูดเล่นปนจริงนั้นลู่ชิงไม่ได้ถือสา
“ไต้เท้ากล่าวเกินไปแล้ว ฮูหยินไต้เท้าซูก็งามล่มเมืองเช่นกัน แต่หากไต้เท้า้ามีฮูหยินเพิ่ม ข้าน้อยยินดีทูลกับฝ่าาให้” คำกล่าวนี้ของลู่ชิงทำให้ไต้เท้าซูหน้าไมีมีสีไปเลย ใครในราชสำนักย่อมรู้ดีฮูหยินซูเป็ฮูหยินพระราชทาน หากไต้เท้าซู้ามีฮูหยินรอง เื่นี้ลงเอยได้ไม่ดีแน่
“ลู่เอ๋อ…. ข้ากับพระชายามาอวยพรเ้า” คำกล่าวนี้ทำให้ลู่ชิงหยุดชะงัก
‘คนที่ควรมา ก็มาแล้วสินะ’ ลู่ชิงกำจอกสุราแน่นก่อนหันไปเผชิญหน้าเ้าของเสียง
“กระหม่อมลู่ชิง ขอบพระทัยองค์รัชทายาท ขอบพระทัยพระชายา” แม้จะกล่าวอย่างอ่อนน้อม แต่เขากลับไม่ประสงค์ที่จะสบตากับอีกฝ่าย
“ข้าขอให้เ้าและพระชายาครองรักหวานชื่น ถือไม้เท้ายอดทองกระบอกยอดเพชร….” รัชทายาทหลี่ชิง กล่าวเพียงเล็กน้อย ด้วยรู้ว่าพระอนุชาไม่ประสงค์จะรับฟังตนเหมือนกาลก่อน
“ขอบพระทัย” เช่นเดียวกับลู่ชิงที่ไม่ประสงค์กล่าวให้มากความ
“หม่อมฉันขอให้ท่านอ๋องลู่ และพระชายารักปองดอง ครองรักจนแก่เฒ่า” น้ำเสียงหวานปนเศร้าของพระชายารัชทายาททำให้ลู่ชิงกำมือแน่น ‘มันควรเป็เ้าหนิงเอ๋อ’
“กระหม่อม…. ขอบพระทัยพระชายา” คำพูดเพียงไม่กี่คำแต่ช่างเอ่ยได้ยากเย็นยิ่งนัก