“จะไปเก็บไอ้ขาเป๋นี้มาทำไม...เป็ภาระของบ้านละสิไม่ว่า!!” เสียงกระแทกกระทั้นของชายหนุ่มวัยกลางคน ได้ดังขึ้นที่หน้าปากประตู
ชายวัยกลางคน รูปร่างท้วม ดูจากลักษณะแล้วน่าจะมีอายุประมาณ 40-45 ปี ได้ตวาดหญิงชราที่ชายวัยกลางคนเรียกอีกฝ่ายว่า ‘แม่!!’ ด้วยน้ำเสียงที่ดูโมโหอีกทั้งยังเรียกไลท์ ว่าเป็คนขาเป๋ อีกด้วย!!
ไลท์ที่ได้ยินดังนี้ก็เกิดความรู้สึกไม่ถูกชะตากับชายวัยกลางคนนี้ขึ้นมาทันที แต่ถึงกระนั้นเขาที่ยังคงได้รับาเ็เช่นนี้ การจะให้ออกไปตายเอาดาบหน้าก็คงไม่ใช่เื่ ชายหนุ่มจึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับในโชคชะตาของตัวเอง
ที่ครั้งหนึ่งได้มีโอกาสพบพานรู้จักกับคนดีๆ อย่างหญิงชรา และก็ต้องพบเจอกับคนร้ายๆ อย่างชายวัยกลางคนนี้เป็ต้น
“เขาตกทุกข์ได้ยาก แม่ทนเห็นคนเจ็บ ตายไปต่อหน้าต่อตาได้หรอกนะ!!” หญิงชราพยายามอธิบายให้กับลูกชายของเธอได้รับฟัง
“ใครจะตายก็ปล่อยไปสิ ไปช่วยเหลือพวกมันทำไม อีกอย่างไอ้ขาเป๋นั้นก็เป็ใครมาจากไหนก็ไม่รู้ แถมเสื้อผ้าของมันก็แตกต่างจากพวกเรา ดีไม่ดีหากมันเป็คนนอกรีตแล้วศาสนจักรแห่งแสงมารู้เื่นี้เข้าละก็ เราจะผล็อยซวยกันไปหมดทั้งบ้าน!!” ชายวัยกลางยังคงใช้น้ำเสียงตวาดใส่หญิงชราอย่างไม่ลดละ
ส่วนทางด้านของหญิงชราก็ได้จำยอมให้ลูกบังเกิดเกลาของตัวเอง ดุด่าตัวเองซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น ไม่รู้จบ!!
‘ช่างเป็แม่ที่ตามใจลูกมากเกินไปจริงๆ’
ไลท์แม้จะให้ความเคารพหญิงชราด้วยความสำนึกขอบคุณที่อีกฝ่ายช่วยเหลือตัวเองเอาไว้ แต่การที่เห็นหญิงชรานั้นยอมให้ลูกด่าว่าตัวเองที่เป็แม่เช่นนี้
มันหมายถึงความบกพร่องในการเลี้ยงดู อย่างไรก็ตามไลท์ที่ไม่ได้รู้ลึกตื้นหนาบางของครอบครัวนี้มาั้แ่ต้น ฉะนั้นถึงแม้เขาจะรู้สึกว่าครอบครัวนี้บกพร่องในการอบรมสั่งสอน แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็นตรงหน้าแค่ไม่กี่นาทีนี้ได้
“เอาไว้พ่อหนุ่มคนนั้นหายดีเสียก่อนแล้วค่อยมาพูดกันทีหลังเถอะนะ ตอนนี้ลูกกลับไปช่วยพ่อทำครัวที่ด้านล่างก่อนเถอะนะ!!”
“หึหึ ในเมื่อพ่อกับแม่รับไอ้ขาเป๋นี้มาที่บ้าน ก็จัดการกันเอาเองละกัน แล้วทีหลังก็ไม่ต้องเรียกใช้งานผมด้วย” ชายวัยกลางคนเดินกลับลงไปชั้นล่าง พลางกระแทกฝ่าเท้าจนบ้านไม้ส่งเสียงดังตึงตัง!
หญิงชราส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับพฤติกรรมที่ไม่น่าอภิรมย์ของตัวลูกชาย ก่อนจะทอดถอนหายใจออกมาด้วยความผิดหวัง แต่ทันทีที่หญิงชราเปิดประตูห้องเข้ามา ใบหน้าที่เคยมัวหมองของเธอ ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ราวกับไม่มีเื่อะไรเกิดขึ้น
“รอนานไหมพ่อหนุ่ม...กินข้าวต้มนี้สิ กินตอนที่มันยังร้อนๆ จะได้อร่อย!” หญิงชราตักข้าวต้มในชามขึ้นมา เพื่อที่จะป้อนให้กับไลท์
ชายหนุ่มที่ไม่มีเรี่ยวแรง ผนวกกับอาการาเ็ตามลำตัวที่น่าจะฟกช้ำดำเขียว แม้จะรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้างที่มีคนไม่รู้จักมาป้อนข้าวให้กับตนเอง แต่เพราะความหิวที่ไม่อาจทนได้อีกแล้ว เขาจึงยอมให้อีกฝ่ายป้อนข้าวให้กับเขาแต่โดยดี
ข้าวต้มในช้อนถูกส่งเข้าปาก...อ่ำ ชายหนุ่มปิดปากลงเพื่อรับรสของอาหาร ก่อนจะพบว่า...รสชาติของข้าวต้มในชามนี้ ไม่มีส่วนไหนเลยที่จะพูดได้ว่าอร่อย
ข้าวต้มที่จืดชืด เนื้อสัตว์ที่น่าจะทำมาจากเนื้อหมูก็ดูเหม็นสาบ ผักที่ใช้แต่งแต้มรสชาติก็ยิ่งแล้วใหญ่ การหั่นที่เล็กใหญ่ไม่เท่ากัน บางชิ้นก็มีส่วนที่ใกล้จะเน่าเสีย ทั้งหมดนี้มันทำให้ต่อมรับรสของไลท์ที่เป็เชฟ ถึงกับผงะ!!
อึก~! ไลท์พยายามฝืนกินข้าวต้ม คำนั้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะพบว่าข้าวต้มในช้อนต่อไป มันได้มาจ่ออยู่ที่ริมฝีปากของเขาแล้ว
ไลท์ ยังไม่ทันที่จะปฏิเสธ ช้อนไม้ดุ้นๆ ก็ถูกยัดเข้ามาในปากของเขา อีกคำและอีกคำ…จวบจนกระทั่งข้าวต้มในชามนั้นถูกกินจนหมดเกลี้ยง!!
“ยังอยากที่จะกินต่ออีกไหม ที่ร้านดูเหมือนจะยังเหลืออยู่อีกเยอะเลยนะ??!!” หญิงชราที่เกือบฆ่าพ่อครัวฝีมือดีด้วยอาหารของตัวเอง
ทำให้ไลท์รีบโบกมือปฏิเสธ ด้วยความร้อนรนในทันที “ไม่ครับ แค่นี้ก็พอแล้วครับ!” ในฐานะที่ไลท์มีอาชีพเป็พ่อครัว เขารู้การปฏิเสธอาหารของคนอื่น เป็เื่ที่เสียมารยาท ดังนั้น เขาจึงฉวยโอกาสนี้รีบเปลี่ยนเื่คุยกับหญิงชราอย่างรวดเร็ว
“ผมขอบคุณสำหรับอาหารนะครับ แต่ผมขอทราบได้ไหมว่าตอนนี้ผมอยู่ที่ไหน? แล้วผมสามารถเรียกคุณว่าอะไรได้บ้างครับ?!”
หลังจากที่ได้รับประทานอาหารจนอิ่มท้อง เออ...จะเรียกว่ากินก็คงไม่ถูกนัก เพราะชายหนุ่มแทบไม่ได้ลิ้มรสชาติอะไรจากข้าวต้มจานนั้นเลย นอกจากโดนจับยัดๆ โดยฝีมือของหญิงชราที่กำลังยิ้มอย่างร่าเริงตรงหน้าของเขา
“อืมจริงสิ เธอยังไม่รู้จักบ้านเราเลยสินะ...งั้นรอประเดี๋ยว ขอฉันไปตามตาแก่และลูกชายของฉันมาก่อน จะได้ทำความรู้จักและพูดคุยทีเดียวเลย” หญิงชราเมื่อพูดจบก็รีบลุกออกไปจากห้องทันที
ก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ยินเสียงะโของหญิงชรา ที่เรียกหาให้ชายชราและลูกชายของเธอที่อยู่ด้านหลัง ติดตามเธอขึ้นมา้า เพื่อพูดคุยกับเขา
“ตาแก่ , มาร์คัส ยุ่งอยู่หรือเปล่า...ขึ้นมา้านี้หน่อย พอดีพ่อหนุ่มคนนี้อยากพูดคุยกับเราสักหน่อย!!”
“ขึ้นไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
“บอกแล้วไง ว่าไม่ต้องยุ่งกับผม...เื่นี้ไปจัดการกันเอาเอง!!”
เสียงของชายชราและชายวัยกลาง สอดแทรกขึ้นดังลอดขึ้นมาถึงห้องของไลท์ และไม่นานนัก ประตูไม้หน้าห้องก็เปิดออก
โดยมีหญิงชราและชายชรา เดินติดตามกันเข้ามาเพียงแค่สองคน
“พอดีลูกชายของฉัน อาจจะยุ่งๆ สักหน่อย เอาไว้ค่อยพูดกันทีหลังละกันนะจ๊ะ” หญิงชรา พยายามพูดกลบเกลื่อนให้กับลูกชายของเธอ
“ฉันชื่อ เฮลีย์นะ เรียกว่ายายเฮลีย์ก็ได้!” หญิงชราแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
“ส่วนฉัน ชื่อเกล พ่อหนุ่มเรียกกว่าตาเกลเหมือนกับยายเฒ่านี้ก็ได้” ชายชรา เข้ามาโอบไหล่หญิงชราที่ชื่อคุณยายเฮลีย์ ด้วยความรักและทะนุถนอม
ไลท์ที่เห็นดังนั้นจึงได้แต่ยิ้มอย่างเขินๆ การที่ได้เห็นคนมีอายุสองคนที่อยู่กันฉันสามีแบบนี้ แสดงความรักให้แก่กัน มันดูเป็ความรู้สึกที่อบอุ่นมากจริงๆ
“คุณยายเฮลีย์ คุณตาเกล...ผมไลท์ครับ!!” ชายหนุ่มก้มศีรษะเพื่อคำนับให้กับคนทั้งสอง พลางแนะนำตัว
“เห็นคุณยายพูดถึงร้านอาหาร บ้านหลังนี้คือร้านอาหารอย่างนั้นเหรอครับ?!”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy
จำนวนเนื้อหาอาจจะยังสั้นไปหน่อย แต่ในช่วงตั้งแต่ตอนที่ 10 เป็นต้นไปจะยาวขึ้นครับ
วันนี้ยังมีตอนที่ 7 ให้อ่านอีกตอน 2 ทุ่มนะครับ