น้ำใสสะดุ้งตื่นเมื่อรู้สึกว่ามีน้ำเย็นมาโดนหน้าและตามตัวน้ำใสเหลียวหน้าไปมองสุดาทิพย์ มองตามสายตาสุดาทิพย์เห็นเด็กผู้ชายสองคนยืนทำหน้าสำนึกผิดอยู่ไม่ไกล สองสาวมองหน้ากันจะโกรธก็โกรธไม่ลง น้ำใสจึงยิ้มให้เด็กทั้งสอง ส่วนสุดาทิพย์เป็คนบอกว่า
“ไม่เป็ไร” หนูน้อยทั้งสองยิ้มหน้าบานเมื่อได้ยินก่อนหันหลังวิ่งแจ้นห่างออกไป
น้ำใสไม่รู้ตัวเลยว่าหลับไปนานเท่าไหร่ รู้แต่ว่ามันแสนสบายอากาศเย็นสดชื่นต่างจากแอร์ในห้องนอนของหล่อน แม้จะมีติดขัดตรงเปลวแดดอ่อนใต้ร่มระเรี่ยผิวบ้างก็ไม่ทำให้ความรู้สึกเสียไปสักเท่าไหร่ เสียงผู้คนทั้งชายหญิงเด็ก ผู้ใหญ่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกชวนให้เพลิดเพลินเสียยิ่งกว่าเพลงจากวิทยุซะอีกหล่อนชอบบรรยากาศแบบนี้จริง ๆ
นึกถึงสมัยยังเด็กภาพอดีตผุดขึ้นราวกับเื่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานทั้งพ่อและแม่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า พ่อหล่อนรูปหล่อสูงใหญ่ผิวคล้ำแม่ก็สวยสมวัยสาว เด็กหญิงน้ำใสขี่คอพ่อวิ่งไปรอบตัวแม่ทุกคนหัวเราะอย่างมีความสุข
อีกภาพเด็กหญิงน้ำใสก่อกองทรายมีแม่ช่วยก่อสักพักพ่อก็เดินยิ้มเข้ามาหาในมือถือมะพร้าวอ่อนมายื่นให้สองแม่ลูกภาพที่พ่อยิ้มยังติดตาติดใจน้ำใสจนถึงบัดนี้ นึกถึงทีไร น้ำอุ่น ๆรื้อขอบตาทุกที
สุดาทิพย์เห็นเพื่อนสาวเงียบไปผิดสังเกตจึงหันหน้าถามด้วยความเป็ห่วง
“น้ำเป็อะไรไปน่ะ ไม่สบายเหรอ”
“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก” น้ำใสปฏิเสธเสียงเครือ
“แล้วทำไมเงียบไป” สุดาทิพย์ถามด้วยสุ้มเสียงห่วงใย
“ทิพย์ เราคิดถึงพ่อจัง” เสียงพูดปนเสียงเครือของน้ำใสทำให้สุดาทิพย์สงสารเพื่อนสาวจับใจความรู้สึกขาดพ่อคงจะทรมานใจเพื่อนมาก
“อย่าคิดมากเลยนะน้ำ” เพื่อนสาวพยายามปลอบ
“แต่เราก็อดคิดไม่ได้พอเห็นทะเลทีไรนึกถึงตอนเด็กที่พ่อพาเรามาเที่ยวทุกทีตอนนั้นเรามีความสุขมากนะทิพย์ ถ้าตอนนี้พ่อเรายังอยู่ เราคงมีความสุขมากกว่านี้แน่เราอิจฉาทิพย์จังที่ทิพย์ยังมีพ่ออยู่”
สุดาทิพย์อึ้ง พูดไม่ออก อิจฉาที่พ่อเรายังอยู่เหรอถ้าน้ำใสรู้ว่าพ่อของสุดาทิพย์เป็อย่างไร น้ำใสคงไม่พูดคำนี้ออกมาแน่สุดาทิพย์ได้แต่เก็บกลืนความรู้สึกไว้ในอก ปลอบใจเพื่อนสาวไปว่า
“ไม่เอาน่าน้ำ อย่าคิดมากเลยเรามาเที่ยวเปิดสมองกันนะ คิดเื่สนุก ๆ สิ เราไปเดินดูอะไรเล่นแถวนี้กันดีมั๊ยหรือจะไปขี่จักรยานเล่น เอาไงดี” สุดาทิพย์เปลี่ยนเื่สนทนาหวังเบี่ยงเบนความสนใจของเพื่อนสาว
“นั่นซินะ” น้ำใสเห็นด้วย
“เราไปเดินเล่น หาของฝากนายกรกันดีกว่าเอามั๊ย” สุดาทิพย์เสนอ ยิ้มตาหยีพยักหน้าหงึก ๆหวังให้เพื่อนสาวคล้อยตาม
“ดีเหมือนกัน” ความพยายามของสุดาทิพย์ได้ผลเมื่อน้ำใสฝืนยิ้มออกมา
สองสาวลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋าผ้าลวดลายสวยสดใสขึ้นสะพายไหล่เอาหมวกสวมศีรษะกันความร้อนของแสงแดดโดยไม่ลืมนำอาหารที่เหลือไปทิ้งถังขยะเรียบร้อยแล้วเดินจูงมือกันไปตามทางปูนเลียบชายทะเล ที่มีร้านขายของตั้งเรียงรายเต็มพรืดทั้งสองข้างทาง มีทั้งที่เป็ปลูกสร้างเป็ร้านแบบแ่าถาวรหรือบางคนก็หาบวางในกระจาด
ที่นี่มีของขายแทบจะทุกอย่างเหมือนในกรุงเทพฯ ข้าวก๋วยเตี๋ยว อาหารทะเล เสื้อผ้า โดยเฉพาะร้านขายส้มตำอาหารสุดฮิตและโด่งดังของประเทศไทยที่มีขายกันเยอะมากข้าวของน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มทั้งเล็กทั้งใหญ่ถูกประดิดประดอยวางเรียงไว้อย่างน่าดู ราคาก็ลดลั่นกันไปตามความยากง่ายและแบบที่แตกต่างส่วนใหญ่ทำจากวัสดุที่มีมากในพื้นที่ เช่น เปลือกหอย หินสีแต่ละร้านมักจะมีของที่เหมือนกันและราคาใกล้เคียงกัน
น้ำใสถูกใจปลาปักเป้าตัวเขื่องที่แขวนอยู่ที่ร้านหนึ่งตัวมันกลมพองน่ารักปากเล็กจู๋ อีกทั้งมีหนามแหลมรอบตัว ดูแล้วเหมือนภคกรเลย คือดูเหมือนจะร้ายแต่ไม่ร้าย เข้าทำนองประเภทปากร้ายใจดีนั่นแหละ น้ำใสชี้มือไปที่ปลาตัวน้อย ขอความเห็นกับเพื่อน
“ทิพย์ ปลาปักเป้าตัวนี้น่ารักมั๊ยเราว่าเราจะซื้อไปฝากนายกรปากมาก”
“ดีน้ำดี น่ารักดี” สุดาทิพย์เห็นดีด้วย
สองสาวต่อรองราคากับคนขาย และเลือกดูสินค้าอื่นเพื่อเป็ของฝากให้ญาติกับเพื่อนน้ำใสเลือกเสื้อให้มารดาหนึ่งตัว เป็เสื้อทำจากผ้าที่คล้ายผ้าดิบแต่นิ่มดีประดับไปด้วยเปลือกหอยหลากสีทำเป็ลวดลายตรงตัวเสื้อ ดูแล้วน่ารัก น้ำใสยังเลือกกระโปรงยาวชายบานนิดหน่อยให้เข้าคู่กับเสื้ออีกด้วยเลือกสีและแบบผ้าที่ไปด้วยกันได้ แล้วยังซื้อของกินพวกของกินเล่นขนม ไปฝากเพื่อน ๆอีกด้วย
สุดาทิพย์ชำเลืองมองเพื่อนเห็นน้ำใสสนุกกับการเลือกซื้อโน่นนี่ฝากคนโน้นคนนี้ สุดาทิพย์หน้าสลดนึกถึงเม็ดเงินในกระเป๋าแล้วต้องหักห้ามใจเมื่อเห็นของหลายอย่างน่าซื้อน่ากินหาทางเลี่ยงดีกว่า สุดาทิพย์เดินหลบถอยหลังออกมาจากร้านปล่อยให้น้ำใสเลือกของไปคนเดียว ไม่มองไม่เห็นจะได้ไม่เกิดกิเลสอยากได้
น้ำใสละลานตา ไอ้โน่นก็น่ารัก ไอ้นี่ก็น่าซื้อหญิงสาวหันไปจะขอความเห็นเพื่อน อ้าว สุดาทิพย์ยืนเงียบอยู่ด้านหลังน้ำใสเข้าใจสุดาทิพย์รู้ว่าเพื่อนมีเงินจำกัด หญิงสาวจึงซื้อของเพิ่มอีกหลายอย่างก่อนจะเดินมาข้างหลังไม่ให้เพื่อนรู้ตัว
“อ๊ะ นี่” น้ำใสยื่นถุงใส่ขนมและของกระจุกกระจิกหลายอย่างให้สุดาทิพย์สุดาทิพย์ทำหน้างงก่อนถามไปว่า
“อะไรนะน้ำ”
“ของฝากไงเราให้ทิพย์เอาไปให้ที่บ้านทิพย์ด้วย อะ เอาไป” น้ำใสดึงมือเพื่อนจับหูถุงยัดใส่มือ
“ไม่เป็ไรน้ำเดี๋ยวเราว่าเราจะซื้อไปฝากคนที่บ้านเหมือนกัน” สุดาทิพย์โกหก
น้ำใสจับพิรุธในน้ำเสียงเพื่อนได้ จึงยิ้มให้แล้วคะยั้นคะยออีกว่า
“เอาไปเถอะถือว่าน้ำซื้อของฝากไปให้พ่อแม่กับน้องชายของทิพย์แล้วกัน นะ ไม่ต้องคิดมากรับไปเถอะ” น้ำใสยัดใส่มือเพื่อนสาวจนสำเร็จ
“ขอบใจมาก” สุดาทิพย์อึ้งรู้สึกดีที่เพื่อนมีน้ำใจ แต่ก็ตะขิดตะขวงใจอย่างไรพิกล นี่ไม่ใช่ครั้งแรกน้ำใสเป็แบบนี้มาหลายครั้ง ทุกครั้งหล่อนก็จะรู้สึกแบบนี้รู้สึกดีผสมปนเปกับไม่ดี ที่ไม่ดีก็เพราะเหมือนตัวเองต้องคอยรับประโยชน์จากน้ำใสอยู่เรื่อย
น้ำใสดูออกว่าสุดาทิพย์รู้สึกอย่างไรหญิงสาวโอบไหล่เพื่อนมาเบียดไหล่ตัวเอง แล้วพูดไปว่า
“ไม่เอาน่า บอกแล้วว่าอย่าคิดมากเราเป็เพื่อนกันนะทิพย์ มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกัน เราไปเดินดูของกันต่อดีกว่าดูคนเดียวไม่สนุกเลย นะ”
“ฮื่อ” สุดาทิพย์ยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้ารับน้ำใสยิ้มตอบ สองสาวเดินเคียงกันจมหายไปในฝูงชน
ขณะที่สองสาวกำลังสนุกกับการเลือกดูของฝาก หูก็แว่วเสียงน่าสนใจ
“คุณหนูครับสนใจเหมาเรือไปเที่ยวเกาะใกล้ ๆ แถวนี้มั๊ยครับ ราคาไม่แพงหรอกนะครับ” ชายแก่หน้าตาใจดี แต่กายด้วยชุดชาวเลสีซีด หากแต่สะอาดเรียบร้อยเดินเข้ามาเสนอ