อิ๋นชุนและชิวฮว่านั่งคุกเข่าข้างกันอยู่บนทางเดินก้อนกรวด ณ ลานนอกเรือน บ่าวรับใช้ประจำเรือนส่วนหน้าที่เติบใหญ่ได้เพียงนิดสองคน สะบัดฝ่ามือฟาดพวงแก้มพวกนางอยู่
ชิวฮว่าพูดไปก็ร้องไห้ไป “พวกข้าไม่ได้ขโมยเงิน!”
ส่วนอิ๋นชุนยังยึดมั่นความเป็ผู้สูงวัยกว่าอย่างถึงที่สุด นางกัดฟันกรอดมิยอมเปล่งวาจา
ต่งผอจื่อผู้เป็ลูกมือประจำห้องครัว กำลังค้อมตัวหัวเราะเยาะสะใจ
ส่วนโหยวผอจื่อยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น พูดไม่หยุดปากว่า “ตบให้มันแรงๆ หน่อย ดูซิว่าพวกมันยังจะเล่นลิ้นอยู่อีกหรือไม่!”
“หยุดเดี๋ยวนี้! พวกเ้าทำอะไรอยู่!” อวิ๋นจือเดินเข้าไปแผดเสียงตวาดแรงกล้า
บ่าวรับใช้สองคนที่สะบัดฝ่ามืออยู่ก็อดใมิได้ รู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ พลันชะงักมืออย่างมิรู้ตัว
โหยวผอจื่อแค่นเสียงเ็าราวกับมิได้เกรงกลัวอวิ๋นจือสักนิด “นางสองคนนี้ริกระทำความชั่ว แอบขโมยเงินเดือนของต่งผอจื่อ ฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินจึงมีคำสั่งให้ขับไล่พวกนางออกจากจวนเสีย ทว่าพวกนางยังดื้อด้าน ข้าจำต้องสั่งสอนสักหน่อย”
อวิ๋นจือรู้ชัดแจ้งในทันใด เพราะโต้วสือสยาเล่นงานนางมิได้ กอปรกับคิดว่าอิ๋นชุนและชิวฮว่าเป็คนยุแยง จึงคิดอยากจะขับไล่พวกนางออกไปเสีย
ทั้งเดาว่าฮูหยินผู้เฒ่ายังคิดแค้นเื่เมื่อคราวที่ร้านขายผ้าจิ่นหลัวมาทวงเงินจากห้องบัญชีมิวาย ฉะนั้นจึงร่วมประสมโรงกับโต้วสือสยาด้วยอีกแรง
“พวกเ้าชักช้าอันใดอยู่ รีบตบปากต่อเข้าสิ!” ในใจของโหยวผอจื่อไม่เหลียวแลธิดาอนุซึ่งถือกำเนิดจากบุตรสาวพ่อค้าแม้แต่น้อยนิด
“ช้าก่อน!” ั์ตาอวิ๋นจือเปล่งไอหนาวเหน็บจับจิต เดินเข้าใกล้โหยวผอจื่อทีละก้าวๆ “คนที่ขโมยเงินน่ะคือข้าเอง หากโหยวมามาจะลงโทษ ก็ลงโทษข้าเถิด”
ต่งผอจื่อถึงกับตกตะลึง
อิ๋นชุนและชิวฮว่าเองก็รู้สึกซาบซึ้งใจเหลือแสน กล่าวสาบานในใจ ว่าหากยังมีวาสนาได้อยู่ที่จวนอู่อันโหว พวกนางจะจงรักภักดีต่อคุณหนูอวิ๋นจือมิแปรเปลี่ยน
ครั้นโหยวผอจื่อเห็นท่วงท่าอันดุดันปานฉะนี้ของอวิ๋นจือก็พลันยำเกรงขึ้นเล็กน้อย “คุณหนูจือจะพูดจาอันใดจักต้องมีหลักฐาน เงินของต่งผอจื่อถูกพบอยู่ในห้องของอิ๋นชุนและชิวฮว่าแล้วนะเ้าคะ”
อวิ๋นจือแค่นเสียงที่จมูกเบาๆ เชิดหน้าอกผาย เปี่ยมด้วยความรู้สึกกล้าหาญ “ใช่ ข้าเป็คนเอาไปวางไว้ในห้องพวกนางเอง ข้ากลัวว่าท่านพ่อจะรู้จึงเอาไปซ่อนในนั้น พวกเ้าจักกล่าวหากันมั่วซั่วก็ย่อมได้ แต่หากท่านพ่อกลับมา ข้าจะสารภาพทุกอย่างกับท่านเอง”
โหยวผอจื่อกับต่งผอจื่อต่างสบตากันแวบหนึ่ง เผยให้เห็นความกระอักกระอ่วนใจ
อวิ๋นจือถูกโหยวผอจื่อขังไว้ในห้องดำมืดสนิท ส่วนอิ๋นชุนและชิวฮว่าก็ถูกตราหน้าว่ายุแยงให้เ้านายเสียคนจนเกือบจะเผชิญอันตรายถูกขับไล่ออกจากจวน
ครั้นลู่เฮ่อเหนียนกลับจากในวังฮูหยินผู้เฒ่าลู่ก็เล่าเื่ที่อวิ๋นจือแอบขโมยเงินให้เขาฟัง
ทว่าสีหน้าลู่เฮ่อเหนียนกลับหน้าดำคล้ำลงเพียงน้อยนิด ฮูหยินผู้เฒ่าจึงกล่าวอย่างใส่สีตีไข่อยู่ด้านข้าง “อายุแค่นี้ก็รู้จักลักกินขโมยกินเสียแล้ว หากโตขึ้นจะเป็เยี่ยงไรกัน ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเสียจริงๆ”
ลู่เฮ่อเหนียนได้ยินเข้า ในใจก็รู้สึกผิดหวังมาก พูดตะกุกตะกักว่า “ท่านแม่อย่าโกรธไปเลย ลูกจักเรียกยายหนูจือมาถามความให้กระจ่างชัด” พูดจบก็สั่งให้โหยวผอจื่อไปพาตัวอวิ๋นจือออกมาจากห้องดำ
ในชาตินี้อวิ๋นจือเพิ่งเคยพบฮูหยินผู้เฒ่าลู่เป็ครั้งแรก ถุงใต้ตาที่หย่อนคล้อยเล็กน้อยยิ่งเสริมให้ั์ตาหงส์ที่เคยงดงามเหี่ยวชราอย่างเห็นได้ชัด ริ้วรอยร่องแก้มลึก มุมปากจมหาย สีผิวอันขาวซีดกลับปกคลุมด้วยริ้วรอยไม่น้อย เนื้อตัวสวมอาภรณ์อวิ๋นจิ่น[1]หรูหราที่ถักทอด้วยกรรมวิธีอันสลับซับซ้อน ท่วงท่าสง่าผ่าเผยเหมือนกับชาติที่แล้วมิมีผิด อวิ๋นจือปรายตามองนางอย่างมิแยแส แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าลู่เฮ่อเหนียน
ั์ตาฮูหยินผู้เฒ่าซ่อนความตกตะลึงเล็กน้อย พลันเผลอสังเกตอวิ๋นจือใหม่อีกครั้ง
ลู่เฮ่อเหนียนซ่อนความเ็ปไว้ เอ่ยถามบุตรสาวอย่างเคร่งขรึม “เ้าขโมยเงินของต่งผอจื่อไปใช่หรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะ” อวิ๋นจือทำปากจู๋คล้ายว่ารู้สึกผิด
“เหตุไฉนเ้าถึงขโมย ถ้าเ้าอยากกินอะไร อยากเล่นอะไร ก็แค่มาขอจากพ่อ ทำไมต้องขโมยด้วยเล่า?!” ลู่เฮ่อเหนียนเจ็บใจนักที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้[2] เสียงโมโหดังก้องไปทั่วทุกซอกมุมของโถง
อวิ๋นจือก้มหน้า ตอบว่า “เพราะในวันครบรอบหนึ่งเดือนของน้องๆ ลูกอยากจะตัดเสื้อผ้าตัวใหม่ให้พวกเขาคนละตัว แต่ไม่อยากให้พวกท่านรู้ ลูกเเค่อยากทำให้พวกน้องๆ ประหลาดใจสักหน่อยก็เท่านั้นเอง ท่านพ่อ ลูกผิดไปแล้วเ้าค่ะ” อวิ๋นจือพูดจบ หยาดน้ำตาก็ร่วงหล่นลงแหมะๆ
ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับนึกประหลาดใจ
ครั้นลู่เฮ่อเหนียนฟังจบก็คว้าบุตรสาวเข้ามากอดในอ้อมอก น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้งใจ “เ้าเด็กโง่เอ๋ย บอกพ่อก็ได้นี่นา ทำไมถึงต้องไปขโมยล่ะ วันหน้าวันหลังหากขาดเหลืออะไรก็มาขอพ่อได้เสมอ แต่ห้ามทำเื่เช่นนั้นอีกเป็อันขาด”
อวิ๋นจือลืมตาอันพร่ามัว พยักหน้าอย่างว่านอนสอนง่าย “ท่านพ่อเ้าคะ อิ๋นชุนกับชิวฮว่าบริสุทธิ์ อย่าไล่พวกนางออกจากจวนได้ไหม ถ้าพวกนางไปลูกก็หมดสนุกสิ”
“พ่อสัญญา” ลู่เฮ่อเหนียนลูบกระหม่อมอวิ๋นจือด้วยความรักใคร่เมตตา
ฮูหยินผู้เฒ่าหาได้ปริปากพูดอะไรอีกไม่ ั์ตาทอประกายเล็กน้อยพลันสบสายตาโหยวผอจื่อ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] อวิ๋นจิ่น หรือผ้าดิ้นเงินดิ้นทองที่วิจิตรเหมือนหมู่เมฆ
[2] เจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้าได้ อุปมาถึงการตั้งความหวังกับใครสักคนว่า คนผู้นั้นจะได้ดี แต่กลับไม่เป็ไปตามที่หวังไว้