นายเทิดขี้เมาเดินโซซัดโซเซกลับมาซุกหัวนอนที่บ้านเช่าโทรมๆ เสียงหมาเห่า"โฮก.โฮก."เจี๊ยวจ๊าวน่ารำคาญ แต่เ้าเดรัจฉานไม่กล้าเข้ามาใกล้ เนื่องจากพวกมันมักจะโดนหน้าแข้งของชายวัยกลางคน เข้าที่หน้าท้องอยู่เป็ประจำ เขาเดินลัดเลาะจนกระทั่งมาถึงริมรั้วไม้เก่าๆ มือหยาบกร้านยกขึ้นผลักประตูรั้วจะเข้าไปด้านใน
"ไอ้เทิด มึงไม่ต้องเข้ามาเลยนะ กูไล่มึงออกจากบ้านั้แ่เช้าแล้ว มึงจำไม่ได้หรือไง" เสียงป้าปานเ้าของบ้านเช่าตวาดแว้ด
นายเทิดปั้นหน้าเศร้าน้ำตาเล็ด "โธ่.ป้าปาน ช้านน่ะ.คนเก่าคนแก่.เอิ๊ก!! ช้านอยู่ที่นี่มาเกือบสิบปีแล้ว ทำไมป้าถึงใจดำ ทำกับช้าน.ด๊ายย!!" มันเริ่มโอดครวญ
"เออ.กูรู้แล้วว่ามึงเป็คนเก่าคนแก่ แต่เงินน่ะมีมั๊ย!! ไอ้หอกหัก ค่าเช่าบ้านน่ะ.สามเดือนแล้วนะมึง ที่คั่งค้างไม่ยอมจ่าย" ป้าปานสวดยับพลันแบมือยื่นมาตรงหน้า
ชายวัยกลางคนแอ่นหน้าแอ่นหลังล้วงกระเป๋ากางเกงมวยให้ควั่ก พลางชูมือขึ้นทั้งสองข้าง "ไม่มี.ติดไว้ก่อนพรุ่งนี้จ่าย" เสียงอ้อแอ้ตอบเสียงอ่อย
"ไม่มีก็ไม่ต้องเข้าบ้านกู" ป้าปานหยิบห่อผ้าเก่าๆปาอัดใส่หน้าอย่างแรง "มึง.ออกจากบ้านกูไปเดี๋ยวนี้เลย เงินแค่ 2,100 ไม่มีจ่าย แต่เสือกมีเงินซื้อเหล้าแดก.ได้ทุกวัน"
"โธ่ป้า เมตตาฉันเถิด เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเบิกตังเถ้าแก่มาจ่ายให้.โอ้เค๊ ขอนอนอีกคืนเดียวนะ.นะ" นายเทิดพยายามอ้อนวอน จะเปิดประตูรั้วเข้าไปนอนในห้องตัวเอง
ป้าปานตาแดงก่ำด้วยความโกรธผลักหน้าอกชายขี้เมา จนล้มคว่ำคะมำหงาย "ถ้ามึงสะแหลนยื่นหน้าเข้ามาในบ้านกูล่ะก็ กูจะแจ้งความข้อหาบุกรุก!! ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู."
ชายขี้เมาจนตรอกได้แต่หยิบห่อผ้าเก่าคร่ำคร่า ประคับประคองตัวเองลุกขึ้นยืน "โธ่เอ๊ย!!ไปก็ได้ ไม่เห็นจะง้อเลย" ว่าแล้วก็เดินแอ่นหน้าแอ่นหลังออกจากซอยไป
"ไปตายโหง.ตายห่าที่ไหนก็เื่ของมึง ไอ้นักมวยขี้ครอก" เสียงป้าปานะโด่าสาปแช่งไล่ตามหลังมา
นายเทิดน้ำตาคลอเบ้าเดินออกมาอย่างเจ็บช้ำ เสียงหมาเห่าดังเกรียวกราวไล่ตามตูดมาตลอดทาง ชายขี้เมาสุดทนหันหลังมาเตะขนาบข้างลำตัวอย่างแม่นยำ จนหมาหลังอานตัวใหญ่กระเด็นไปกระแทกกับรั้วปูนอย่างจัง มันร้อง"เอ๋ง.เอ๋ง." ครวญครางด้วยความเ็ป
"นี่แน่ะ.ไอ้สารเลว กล้าเห่าไล่กูเหรอ!" เขาด่าอย่างสะใจ
"ไอ้เทิดขี้เมา.มึงมันก็เก่งแต่กับหมาเท่านั้นล่ะ.ว๊าา ไอ้กระจอก" เสียงสวดชยันโตของคนในซอย ดังไล่หลังตามมาเป็ระยะๆ
เขาเดินอย่างเดียวดายอยู่ริมถนนใหญ่จนดึกสงัด คืนนี้ฟ้าฝนไม่เป็ใจเท่าใดนัก เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังสนั่นเป็่ๆ ดูเหมือนมันจะตกซ้ำเติมคนโชคร้าย ให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินยิ่งไปกว่านี้
"เอาเลยซิวะ!! แน่จริงตกลงมาเลย ไอ้ชิบหาย!! เทวดาฟ้าดินมึงจะเหยียบย่ำกูให้จมดิน ก็แล้วแต่มึง เอาซิวะ.แน่จริง.ผ่าลงมาเลย ถุ๊ย." เขาแหกปากะโลั่น พลันถ่มน้ำลายดูถูกโชคชะตา
ทันใดนั้นฟ้าผ่าดัง"เปรี้ยง"เข้าให้ ตรงหน้าเขาพอดี เกิดรอยแยกของกาลอวกาศยาวเป็เส้นตรงขนาด 1 เมตร ช่องว่างนั้นมีสีดำสนิทมืดมิดยิ่งกว่าคืนเดือนดับนับสิบเท่า นายเทิดผู้ตกอับไม่ใส่ใจกับชีวิตตนเองอีกแล้ว เขาเดินเข้าไปในรอยแยกทะลุมิติไปอีกโลกหนึ่ง จนกระทั่งหลุดมาอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ถูกเผาจนเหี้ยนเตียน มีผู้คนมากมายนอนล้มตายอยู่เกลื่อนกลาด กลิ่นเหม็นไหม้และกลิ่นคาวของโลหิต โชยเข้ามากระทบนาสิกจนเวียนหัวคลื่นไส้ เขาทรุดเข่าลงกับพื้นอ๊วกออกมาจนหมดไส้หมดพุง
"เอ๊ย.นี่มันที่ไหนกันแน่วะ!! ทำไมบนพื้นถึงมีแต่คนตาย แล้วนี่อะไรวะ แหยะๆเหนียวๆ" ครั้นเอานิ้วมือบี้ไปมาแล้วนำมาส่องดูใกล้ๆ จึงรู้ว่าเป็เืที่ยังคงสดใหม่ "นี่มันเืนี่หว่า.กลิ่นคาวๆแบบนี้" ซึ่งเขารู้จักมันดีว่ามันเป็ของแท้ เพราะเกือบครึ่งชีวิตของเขาผ่านผืนผ้าใบมานับไม่ถ้วน เื่เืและความเ็ปเป็ของคู่กันอยู่แล้วสำหรับนักมวย
แต่เพื่อความแน่ใจเขาจึงพลิกศพที่อยู่ข้างกาย พอมือแตะต้องร่างของคนตาย ทันใดนั้นเกิดแสงเรืองรองสว่างวาป ร่างของเขาดันฟีทเจอริ่งเข้ากับศพเฉยเลย จากชายวัยกลางคนผสมผสานกับร่างของชายหนุ่มอายุราว 20 ปี ทำให้นายเทิดเกิดใหม่อีกครั้งด้วยโฉมหน้าของคนจีนโบราณ
"นี่มันเกิดอะไรขึ้น หะ.ฮ๊าา.ปวดหัวเหลือเกิน" นายเทิดล้มกลิ้งไปกับพื้น บิดตัวเร่าๆนอนดิ้นทุรนทุราย เมื่อความทรงจำของชายหนุ่มโบราณพุ่งเข้ามาในหัวราวกับสายน้ำหลาก จนกระทั่งสงบลงในเวลาไม่นานนัก
จู่ๆน้ำตาของเขาก็ไหลพรากอาบสองแก้ม เมื่อเกิดภาพติดตาเข้ามาในหัว เขาเห็นกลุ่มโจรม้าโพกผ้าเหลืองนับร้อยเข้ามาในหมู่บ้าน พวกมันไม่พูดพร่ำทำเพลง ตวัดดาบแทงทวนเข่นฆ่าชาวบ้านไม่เลือกหน้า คนแก่ทารกดับดิ้นนอนตายเกลื่อนกลาด ส่วนผู้หญิงก็ถูกพวกมันกระทำชำเราอย่างป่าเถื่อน พลัดกันข่มขืนจนขาดใจตาย แม้แต่เมียรักของมันก็ถูกข่มเหงจนตายต่อหน้า
ที่แท้ชายหนุ่มคนนี้ชื่อหม่าเหลียงเป็นายพรานอยู่ที่นอกเมืองกว่างหยาง เขาเป็ลูกโทนอาศัยอยู่กับบิดาและมารดา ครั้นอายุได้ 16 ปีจึงแต่งงานกับคนในหมู่บ้านเดียวกัน มีบุตรสาววัย 4 ขวบเป็แก้วตาดวงใจ ขณะกำลังล่าสัตว์อยู่บนเขาพอได้ข่าวว่ามีโจรบุกปล้นหมู่บ้าน เขากับเพื่อน 3 คนจึงรีบลงจากเขาทันที
แต่เมื่อมาถึงเห็นกลุ่มควันดำปี๋ เพลิงไหม้ลุกลามใหญ่โตไปทั้งหมู่บ้าน เสียงร้องโหยหวนของคนเจ็บและหญิงสาวดังระงม เขาวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านไม่คิดชีวิต ลูกศรถูกยิงออกไปอย่างแม่นยำ จนฆ่าพวกโจรล้มตายไปหลายคน ถึงแม้ตนเองจะพอมีฝีมืออยู่บ้างแต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ในที่สุดก็ถูกพวกมันล้อมจับได้ทั้งสามคน หัวหน้ากลุ่มของมันชื่อหวังเป้าเป็ลูกน้องของแม่ทัพเตงเมา ที่กำลังก่อกวนไปทั่วมณฑลอิ่วจิ๋ว
หวังเป้าเคียดแค้นพรานทั้งสามเป็อันมาก ที่สังหารลูกน้องของมันไปหลายคน จึงลากเมียของพวกเขาทั้งสามมากระทำย่ำยีต่อหน้าจนขาดใจตาย จากนั้นจึงใช้เชือกรัดคอพวกเขาให้ตายอย่างทรมาน
นายเทิดถอนใจยาวอย่างโศกเศร้า "หม่าเหลียง ชะตาชีวิตของเ้าโหดร้ายยิ่งกว่าข้าเสียอีก เมื่อเ้าสิ้นลมไปแล้ว ข้าจะเป็ตัวแทนของเ้าเอง นับจากวันนี้เป็ต้นไปข้าคือหม่าเหลียง ข้าจะตามฆ่าหวังเป้าและพวกพ้องของมัน ล้างแค้นให้กับครอบครัวของเ้าเอง" นี่คือปณิธานและความมุ่งมั่นของอดีตนักมวยไทย