ท่ามกลางแสงสลัวรางของค่ำคืนที่แฝงไปด้วยความหรูหราอลังการ เสียงดนตรีแจ๊สบรรเลงแ่เบาเคล้าคลอไปกับเสียงแก้วคริสตัลกระทบกันเบาๆ ภายใน 'Solitaire VIP Club' คลับระดับไฮเอนด์ที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวง ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่สถานบันเทิงทั่วไป ทว่ามันคือสรวง์บนดินของเหล่ามหาเศรษฐี นักธุรกิจระดับแนวหน้า และทายาทตระกูลดังที่ยินดีจ่ายเงินหลักแสนเพียงเพื่อแลกกับการได้ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวที่จำกัดเฉพาะสมาชิก VIP เท่านั้น
กลิ่นอายของซิงเกิลมอลต์ราคาแพง กลิ่นซิการ์พรีเมียมจากคิวบา และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูโชยอบอวลในอากาศ ผสมผสานกันจนกลายเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัวของสถานที่แห่งนี้ ผนังห้องบุด้วยหินอ่อนสีดำเงาราวกับกระจกสะท้อนแสงไฟคริสตัลระย้าสีทองอร่ามที่ห้อยระย้าลงมาจากเพดานสูง โซฟาหนังแท้สั่งตัดพิเศษสีเข้มตั้งวางอยู่ในมุมต่างๆ อย่างเป็ส่วนตัว โดยมีม่านกำมะหยี่หนาหนักคอยกั้นสายตาจากผู้คนภายนอก
ในห้องแต่งตัวส่วนตัว ของเหล่าเลดี้วีไอพี หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ กรอบกระจกฉลุลายทองเหลืองหรูหราสะท้อนภาพเรือนร่างบอบบางทว่ามีส่วนโค้งเว้าเย้ายวนใจของ 'มิเกล' หรือ 'มลัญชรา อัครไพศาลสกุล' หญิงสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่โลกสีเทาใบนี้เป็ครั้งแรกในชีวิต
มิเกลอยู่ในชุดเดรสผ้าซิลค์ซาตินสายเดี่ยวสีครีมแชมเปญ ตัวเสื้อเข้ารูปเน้นเอวคอดกิ่วและสะโพกผายมน ปล่อยชายกระโปรงทิ้งตัวยาวระพื้นไปกับพื้นห้อง เนื้อผ้าไหมเนื้อละเอียดลื่นไหลไปตามการเคลื่อนไหว ทุกครั้งที่เธอขยับกาย ผิวขาวนวลเนียนละเอียดดุจน้ำนมจะทอประกายล้อแสงไฟสีวอร์มไลท์อย่างน่ามอง ผมยาวดัดลอนสีน้ำตาลคาราเมลถูกปล่อยสยายเต็มแผ่นหลังบาง ลาดไหล่กลมกลึงและกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นขอบเดรสดูบอบบางน่าทะนุถนอม ทว่าดวงตากลมโตคู่สวยที่แต่งแต้มด้วยอายแชโดว์โทนสีน้ำตาลประกายทองกลับฉายแวววิตกกังวลอย่างปิดไม่มิด
มือเรียวบางของเธอเอื้อมไปลูบไล้ข้อมือตัวเองเบาๆ เพื่อระงับอาการสั่นเทาที่เกิดขึ้นจากความประหม่า ลมหายใจอุ่นร้อนถูกผ่อนออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
'นี่เธอมาทำอะไรที่นี่จริงหรือ...' คำถามนี้ดังซ้ำๆ อยู่ในหัวของมิเกล
ในความคิดของมลัญชรา เธอคือเด็กมหาวิทยาลัยชั้นปีสุดท้าย คณะบริหารธุรกิจ ผู้มีอนาคตสดใสรออยู่เบื้องหน้า เธอเคยฝันว่าจะเรียนจบ หางานทำในบริษัทมั่นคง และใช้ชีวิตเรียบง่ายสบายๆ กับครอบครัว ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกร้ายอย่างป่าเถื่อน พ่อของเธอหนีหนี้สินนอกระบบก้อนโตไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งหนี้สินหลายล้านบาทไว้ให้แม่และเธอเผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง มิหนำซ้ำ 'นภา' ผู้เป็แม่ยังมาล้มป่วยหนักด้วยโรคไตวายเรื้อรัง ต้องเข้ารับการฟอกไตสัปดาห์ละหลายครั้ง ค่ายาและค่ารักษาพยาบาลที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเงินเก็บก้อนสุดท้ายของครอบครัวหมดไปในพริบตา ขณะที่ 'มิกกี้' น้องชายวัยสิบเจ็ดปีก็กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยในคณะแพทยศาสตร์ตามความฝันที่อยากรักษาแม่
ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งทั้งหมดบีบคั้นให้ไหล่บางๆ ของมิเกลต้องแบกรับสะสาง หนี้สินที่รุมเร้าและดอกเบี้ยที่งอกเงยรายวันบวกกับค่ารักษาพยาบาลทำให้เธอไม่มีทางเลือก งานพาร์ทไทม์ทั่วไปจ่ายเงินเดือนไม่กี่หมื่นบาทไม่มีทางเพียงพอต่อการต่อลมหายใจของแม่และอนาคตของน้องชาย ยิ่งคิดหยาดน้ำตาก็แทบจะรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาคู่สวย แต่เธอก็ต้องสูดหายใจลึกๆ เพื่อบังคับตัวเองให้เข้มแข็ง
"เกล... ยืนเหม่ออะไรอยู่จ๊ะคนสวย?"
เสียงใสทรงพลังดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ลินดา' เพื่อนสาวคนสนิทในวงการเอ็นวีไอพี ลินดาก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวด้วยท่าทางมั่นใจเฉิดฉาย เธออยู่ในชุดเดรสรัดรูปสั้นสีแดงเพลิงที่ขับเน้นความเซ็กซี่เย้ายวนสะกดทุกสายตา ใบหน้าสวยคมถูกแต่งแต้มอย่างประณีตสะดุดตา ลินดายิ้มกว้างพลางเดินเข้ามาจับไหล่ของมิเกลผ่านกระจกเงา
"ดา... เกลรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องเลย" มิเกลหันไปสบตาเพื่อนสนิทพลางยอมรับตรงๆ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "มันหรูหราเกินไป... เกลกลัวว่าจะทำพัง"
ลินดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือที่เย็นเฉียบของมิเกลบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ "โธ่ ยัยเกลเอ๊ย เธอน่ะสวยขนาดนี้ จะกลัวอะไร? ดูตัวเองในกระจกสิ สวยสง่าราวกับเ้าหญิง สูงส่ง เลอค่ากว่าพวกผู้หญิงที่พยายามทำตัวเด่นข้างนอกนั่นตั้งเยอะ กลิ่นกายเธอก็หอมมาก กลิ่นวานิลลาผสมกุหลาบป่านี่มันชวนให้คนอยากเข้ามาซุกไซ้จริงๆ เชื่อฉันเถอะ ผู้ชายพวกนั้นเห็นเธอต้องน้ำลายสอแน่"
มิเกลยิ้มแห้งๆ ความกังวลยังไม่จางหายไปง่ายๆ "แต่เกลไม่เคยรับงานแบบนี้... เกลกลัวว่าถ้าเจอคนใจร้าย เจอคนแบบ..."
"ฟังฉันนะเกล" ลินดาปรับสีหน้าจริงจังขึ้น น้ำเสียงน้ำคำเต็มไปด้วยความหวังดีและประสบการณ์ที่ผ่านมาโชกโชน "ที่นี่คือ Solitaire VIP Club ลูกค้าที่ก้าวเท้าเข้ามาในโซนนี้ได้ต้องกระเป๋าหนักระดับมหาเศรษฐีร้อยล้านพันล้านเท่านั้น พวกเขาไม่ใช่พวกก๊องแก๊งข้างถนนที่คิดจะทำอะไรก็ทำได้ ที่สำคัญคืองานของเราคืนนี้เป็งานเอ็นวีไอพี (VIP Entertainment) หน้าที่ของเธอคือแค่ดูแล ชงเหล้า คุยสนุก หัวเราะเออออตามน้ำไป และคอยเป็เพื่อนคุยที่ทำให้พวกเขารู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดเื่งาน ไม่มีข้อผูกมัดเื่บนเตียง เว้นแต่เธอจะสมยอมและตกลงกันส่วนตัว ซึ่งนั่นเป็สิทธิ์ของเธอเต็มร้อยไม่มีใครบังคับได้"
ลินดายื่นมือไปจัดปอยผมลอนสีน้ำตาลของมิเกลให้เข้าที่อย่างเบามือ "จำคำฉันไว้ วางตัวให้ดี วางตัวให้แพงเหมือนดอกไม้ต้องห้ามที่มองดูได้อย่างเดียวแต่จับต้องไม่ได้ง่ายๆ ยิ่งเธอดูยาก ราคาเธอยิ่งสูง ผู้ชายพวกนี้ชอบความท้าทาย ยิ่งเขาเห็นผู้หญิงฉลาด วางตัวดี พูดจาไพเราะ มีกาลเทศะ เขายิ่งอยากได้ และเขาก็ยิ่งจ่ายหนัก เงินหมื่นเงินแสนที่เธออยากได้ไปช่วยแม่กับจ่ายค่าเทอมมิกกี้... มันกองอยู่ตรงหน้าเธอแล้วนะเกล"
คำพูดของเพื่อนสนิทเหมือนกระแสน้ำเย็นที่ดึงสติของมิเกลกลับคืนมา ความรักที่มีต่อครอบครัวและภาระหน้าที่พัดพาความกลัวให้จมดิ่งลงไปลึกสุดใจ ใบหน้าสวยพยักหน้ารับอย่างเด็ดเดี่ยว ดวงตากลมโตกลับมาส่องประกายมุ่งมั่นอีกครั้ง
"ขอบใจนะดา เกลจะพยายามทำให้ดีที่สุด"
"ดีมากจ้ะ! ป่ะ ออกไปเผชิญหน้ากับความจริงกันเถอะ คืนนี้มีแขกคนสำคัญมาร่วมงานเพียบเลยล่ะ" ลินดาคล้องแขนมิเกลพาก้าวเดินออกจากห้องแต่งตัว มุ่งหน้าสู่โถงกลางของโซน VIP
เมื่อก้าวพ้นประตูออกมา บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป แสงไฟสีเหลืองทองตัดสลับกับเงาสลัวสร้างมิติที่ดูลึกลับและเย้ายวน กลิ่นน้ำหอมราคาราชวงศ์โชยมาปะทะจมูก ลมหายใจของมิเกลสะดุดไปชั่วขณะเมื่อมองเห็นกลุ่มแขกผู้ทรงเกียรติในชุดหรูหรากำลังสนทนากันอย่างออกรส
ณ บริเวณเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนสีดำขลิบทอง ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังนั่งหมุนแก้วบรั่นดีในมืออย่างสบายอารมณ์ ชายหนุ่มคนนั้นคือ 'ภัทร' หรือ 'ภัทรดนัย อัศวเมธินทร์' เ้าของคลับแห่งนี้ ชายหนุ่มวัยยี่สิบแปดปีผู้มีภาพลักษณ์เพลย์บอยสุดแบดบอย ผิวของเขาขาวจัดตัดกับเส้นผมสีดำสนิท ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววขี้เล่น เ้าเล่ห์ และพราวระยับอยู่ตลอดเวลา เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีดำพรีเมียมสั่งตัด ปลดกระดุมสามเม็ดบนเผยให้เห็นแผงอกแกร่งและสร้อยคอทองคำขาวดีไซน์เรียบหรู
แม้ภายนอกภัทรจะดูเหมือนทายาทเศรษฐีรักสนุกที่วันๆ เอาแต่บริหารเสน่ห์และดูแลธุรกิจบันเทิง ทว่าเื้ัหน้ากากอันเย้ายวนนี้ ภัทรคือจอมวางแผนผู้เฉลียวฉลาดเป็กรด คลับหรูแห่งนี้เปรียบเสมือนรวงรังข้อมูลข่าวสารชั้นดีที่เขาใช้เพื่อสืบหาข้อมูลลับและทำหน้าที่เป็หน่วยข่าวกรองลับให้แก่ตระกูล เพื่อล้างมลทินให้พ่อที่ถูกใส่ร้ายในอดีต
สายตาคมดุจเหยี่ยวของภัทรกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะสะดุดนิ่งอยู่ที่ร่างบางของมิเกลที่เพิ่งเดินเข้ามาในโถงหรู ั์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเขาประกายวับด้วยความสนใจทันที
ในฐานะที่เขาคลุกคลีอยู่กับผู้หญิงสวยงามในโลกกลางคืนมานับไม่ถ้วน ภัทรสามารถบอกได้ทันทีว่าผู้หญิงคนไหนเป็ของแท้หรือของเลียนแบบ และสำหรับมิเกล... เธอแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวไม่ได้พยายามโพสท่าเย้ายวนหรือส่งสายตาเรียกร้องความสนใจเหมือนคนอื่นๆ ร่างบางยืนตรง วางตัวสง่างาม ทว่าประกายตาของเธอกลับมีความประหม่าปนความเศร้าสร้อยจางๆ ที่ซ่อนอยู่ ความขัดแย้งในตัวตนของเธอ—ความสวยหวานดั่งนางพญาบวกกับความเปราะบางน่ารังแก—มันช่างดึงดูดใจของเขายิ่งนัก
ยิ่งเมื่อลมแอร์พัดพาเอากลิ่นอายหอมหวานของวานิลลาผสมกลิ่นกุหลาบป่าที่โชยมาจากผิวเนื้อนุ่มของเธอมาถึงตัวเขา ภัทรก็เผลอยิ้มมุมปากอย่างคาดเดาความคิดไม่ได้
"เด็กใหม่ของเธองั้นเหรอลินดา?" ภัทรเอ่ยทักทายขึ้นทันทีเมื่อสองสาวเดินเข้ามาใกล้เคียง น้ำเสียงทุ้มต่ำน่าฟังแฝงไปด้วยความขี้เล่น
ลินดายกยิ้มอย่างรู้ทันพลางนอบน้อมชิดใกล้ "ใช่ค่ะคุณภัทร นี่ 'มิเกล' เพื่อนสนิทของดาเองค่ะ เพิ่งมารับงานวันแรก ยังไม่ค่อยรู้ประสาลูกค้าเท่าไหร่ ดาเลยพามาฝากฝังกับคุณภัทรช่วยเอ็นดูด้วยนะคะ"
มิเกลยกมือไหว้ทักทายอย่างมีมารยาท "สวัสดีค่ะคุณภัทร"
ภัทรรับไหว้พลางมองสำรวจดวงหน้าหวานช้าๆ ไล่ั้แ่มงกุฎผมลอนสวย ดวงตากลมโต จมูกรั้นนิดๆ ที่แสดงถึงความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ และริมฝีปากอวบอิ่มทาสีพีชแวววาว หัวใจของชายหนุ่มกระตุกไหวอย่างแปลกประหลาด เขาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว กลิ่นวานิลลาจากตัวเธอยิ่งเด่นชัดจนเขาต้องลอบสูดหายใจเข้าลึก
"ยินดีต้อนรับสู่ Solitaire ครับน้องมิเกล" ภัทรเอ่ยพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ทำให้ผู้หญิงค่อนเมืองละลายได้ง่ายๆ "ไม่ต้องเกร็งไปหรอกครับ อยู่ที่นี่คุ้มครองโดยผม ไม่มีใครกล้ารังแกคนสวยแน่ๆ... เว้นแต่ว่าคนสวยจะอยากรังแกตัวเอง" เขาแกล้งหยอดคำหวานพร้อมขยิบตาให้เบาๆ ทำเอาคุณแม่สื่ออย่างลินดาหัวเราะชอบใจ แต่มิเกลกลับรู้สึกหน้าเห่อร้อนขึ้นมาดื้อๆ กับสายตาคมคายที่ดูเหมือนจะอ่านเธอทะลุปรุโปร่ง
"เอาล่ะ... คืนนี้ฉันมีงานสำคัญอยากให้น้องมิเกลช่วยหน่อยพอดี" ภัทรเปลี่ยนน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง ใบหน้าเ้าเล่ห์เผยแววสนุกสนานมากขึ้น
"งานอะไรเหรอคะคุณภัทร?" มิเกลถามกลับด้วยความสงสัยระคนกังวล
ภัทรชี้มือไปยังห้องโซฟา VIP มุมด้านในสุด ซึ่งตั้งอยู่ในจุดที่เป็ส่วนตัวที่สุดของคลับ ที่โต๊ะหรูตัวนั้นมีร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ท่ามกลางเงามืดสลัว แสงไฟสีเหลืองทองส่องกระทบเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างอันหล่อเหลาราวกับรูปสลักหินอ่อน ชายหนุ่มคนนั้นสวมเสื้อสูทสั่งตัดเเนี้ยบหรูสีน้ำเงินเข้ม ร่างกายกำยำแผ่ซ่านไอความเ็าและน่าเกรงขามจนคนรอบข้างไม่กล้าสบตา
เขาคือ 'คชา นฤบดินทร์' วัยยี่สิบเก้าปี ทายาทอันดับหนึ่งของเครือนฤบดินทร์กรุ๊ป ั์ใหญ่แห่งวงการอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมหรูระดับประเทศ
คชานั่งถือแก้วบรั่นดีด้วยนิ้วเรียวยาวแข็งแรง ใบหน้าหล่อคมคายบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็ปม ดวงตาคมกริบดุจตาเสือสีดำสนิทฉายแววหงุดหงิดระคนรำคาญใจอย่างรุนแรง สาเหตุก็มาจากหญิงสาวแต่งกายหรูหราข้างกายเขาที่เป็ถึงดาราสาวและเซเลบริตี้ชื่อดังอย่าง 'แพรววา' ที่กำลังพยายามขยับเบียดเสียดเรือนร่างเย้ายวนเข้าหาเขา มือเรียวบางเคลือบยาทาเล็บสีแดงสดของแพรววาลูบไล้ไปตามท่อนแขนแกร่งของคชา พลางพูดจาออดอ้อนพยายามคะยั้นคะยอให้เขาดื่มเหล้าและชวนคุยเื่คอนโดโครงการใหม่
คชาไม่ได้ตอบรับนอกจากส่งเสียงเหอะในลำคอ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าสะสม สายตาเ็าคู่นั้นกวาดมองผู้หญิงข้างตัวด้วยความรังเกียจ เขาเกลียดการเข้าหาที่แฝงไปด้วยผลประโยชน์ เกลียดผู้หญิงที่พยายามใช้ร่างกายมาเกาะแกะหวังชื่อเสียงและเงินทอง ยิ่งไปกว่านั้น คชากำลังเผชิญกับอาการนอนไม่หลับเรื้อรังมานานหลายสัปดาห์เนื่องจากความเครียดสะสมจากคดีความขัดแย้งในบริษัทและการหักหลังของคนสนิทในอดีต อาการปวดขมับแปลบๆ ทำให้ความอดทนของเขาลดต่ำลงจนถึงขีดสุด
"ไอ้คชามันกำลังปวดหัวตึ้บ" ภัทรหันมาอธิบายให้มิเกลและลินดาฟังพลางอมยิ้ม "มีดาราดังมาตื๊อมันั้แ่หัวค่ำจนถึงตอนนี้ มันอยากจะจับยัยนั่นโยนออกนอกคลับเต็มแก่แล้ว ติดตรงที่ยัยนั่นเป็ลูกสาวผู้ถือหุ้นใหญ่รายหนึ่งของโครงการร่วมทุนใหม่ คืนนี้เลยต้องทน... มัน้า 'ไม้กันหมา' ชั้นดีที่จะเข้าไปดึงความสนใจและทำให้ดาราสาวคนนั้นยอมถอยออกไปเอง"
ภัทรหันกลับมามองสบตากลมโตของมิเกล ดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับกำลังหยั่งเชิง "และฉันคิดว่า... ความสวยสง่าดูดีระดับคุณหนูและท่าทางวางตัวนิ่งๆ ของน้องมิเกล น่าจะเป็ไม้กันหมาที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดสำหรับคชาในคืนนี้"
"เกล... เกลเหรอคะ?" มิเกลชี้ตัวเองอย่างใ "แต่เกลเพิ่งมาวันแรกนะคะ จะให้ไปอยู่กับคุณคชา... คนที่ดูน่ากลัวขนาดนั้น..." เธอมองไปยังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในความมืดสลัว แค่เห็นรัศมีความเ็าที่แผ่ออกมาเธอก็รู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกแล้ว
"ไม่ต้องกลัวหรอกเกล" ลินดากระซิบปลอบพลางสะกิดไหล่เพื่อน "คุณคชาน่ะปากร้ายแต่เปย์หนักมากนะ ถ้าคุณคชาถูกใจล่ะก็... เงินรักษาพยาบาลคุณป้านภาที่เธอขาดแคลนอยู่ อาจจะได้มาง่ายๆ ในคืนเดียวเลยนะ"
คำว่า 'เงินรักษาพยาบาลคุณแม่' สะกิดใจมิเกลอย่างจัง เธอกำมือแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อ ความกลัวและความหยิ่งในศักดิ์ศรีถูกฝังลงไปภายใต้ความกตัญญูที่เปี่ยมล้น หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี
"ตกลงค่ะคุณภัทร เกลจะทำ"
ภัทรหัวเราะในลำคออย่างพอใจ ั์ตาส่องประกายเ้าเล่ห์ประดุจสุนัขจิ้งจอกที่วางหมากไว้สำเร็จ "ดีมากครับ งั้นตามผมมาเลย"
ภัทรเดินนำหน้าพามิเกลตรงไปยังโต๊ะ VIP ของคชา โดยมีลินดาส่งสายตาเชียร์อัพอยู่ด้านหลัง ทุกก้าวที่มิเกลเดินตามแรงกดดันรอบข้างยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น กลิ่นวานิลลาหวานละมุนจากกายของเธอโชยนำหน้าไปแตะจมูกของคนที่นั่งจมอยู่ในความเงียบงัน
เมื่อเข้ามาถึงหน้าโต๊ะ ภัทรไม่รอช้ารีบเอ่ยทักทายเสียงดังกลบเสียงดนตรีแจ๊ส
"ไงครับคุณชายคชา... ดูท่าทางกำลังสนุกกับการต้อนรับของคนสวยอยู่เลยนะ" ภัทรเอ่ยแซวพลางส่งสายตาหยอกล้อไปทางแพรววาที่ขยับตัวนั่งตรงอย่างเสียไม่ได้
คชาปัดสายตาดุดันมามองภัทรทันที น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังราวกรามเสือคำรามข่มขู่เอ่ยขึ้น "ถ้ามึงมาเพื่อกวนประสาทกู... ก็ไสหัวไปซะภัทร กูไม่มีอารมณ์เล่นกับมึง"
"โถ่ๆ ใจเย็นสิเพื่อนรัก ฉันเห็นว่านายทำงานเหนื่อยๆ แถมวันนี้ยังต้องคอยต้อนรับแขกคนสำคัญ เลยพาน้อง 'มิเกล' เด็กพิเศษของคลับเรามาช่วยดูแลนายเป็ส่วนตัวน่ะ" ภัทรผายมือมาทางมิเกลที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่ข้างตัว
สายตาคมกริบดุจเสือร้ายของคชาตวัดมามองตามมือของเพื่อนทันที วินาทีนั้น... ดวงตาสองคู่สบประสานกันอย่างจัง
มิเกลรู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบสีดำสนิทของคชามีแรงดึงดูดมหาศาลและเต็มไปด้วยความกดดันอันหนักหน่วงจนทำให้เธอแทบจะลืมวิธีหายใจ ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มอย่างไร้ที่ติ จมูกโด่งเป็สันตรง ริมฝีปากหยักลึกได้รูปที่บดสนิทแสดงถึงความเอาแต่ใจและเด็ดขาด ร่างกายแกร่งภายใต้เสื้อสูทสั่งตัดดูทรงพลังและอันตรายทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยเสน่ห์ทางเพศของผู้ชายวัยฉกรรจ์ที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ขณะเดียวกัน คชาก็จ้องมองหญิงสาวร่างบางตรงหน้าเขม็ง ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านในใจพลันสะดุดกึกเมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าหวานล้ำดุจเทพธิดา ดวงตากลมโตสุกใสทว่าแฝงความโศกเศร้าและหวาดหวั่นคู่นั้นดึงดูดสายตาเขาไว้แน่น ผิวขาวเนียนละเอียดล้อแสงไฟสีทองจนเกิดนวลสว่างรอบตัวเธอ และสิ่งที่ทำให้ประสาทรับรู้ของเขาตื่นตัวขึ้นมาทันทีคือ... กลิ่นกายของเธอ
กลิ่นหอมหวานละมุนของวานิลลาบริสุทธิ์ผสมผสานกับกลิ่นอายดิบธรรมชาติของกุหลาบป่า ลอยมากระทบจมูกของเขาทันทีที่เธอก้าวเข้ามาใกล้ มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเลี่ยนๆ แบบที่แพรววาใช้ ทว่ามันเป็กลิ่นกายที่หอมหวาน นุ่มนวล และละมุนละไมอย่างน่าประหลาด เพียงแค่สูดดมกลิ่นนี้เข้าไป อาการปวดหัวตึ้บๆ และความเครียดเกร็งในขมับของเขาก็พลันผ่อนคลายลงราวกับปาฏิหาริย์ หัวใจที่เต้นระรัวด้วยความหงุดหงิดเริ่มกลับมามีจังหวะที่นิ่งขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
"ใครสั่งให้เอาผู้หญิงคนนี้มา?" คชาเค้นเสียงต่ำพยายามซ่อนความหวั่นไหวลึกๆ ในใจไม่ให้ภัทรจับสังเกตได้
"ฉันเองไงเพื่อนรัก" ภัทรหัวเราะ ยิ้มอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นประกายตาของเพื่อนเปลี่ยนไป "เห็นนายทำงานเหนื่อยๆ เลยอยากให้ผ่อนคลายบ้าง น้องมิเกลวางตัวดีมากนะ คุยเก่งชงเหล้าเก่ง รับรองไม่กวนประสาทนายแน่นอน"
แพรววาที่นั่งเบียดคชาอยู่เห็นท่าไม่ดี รีบแผดเสียงแหลมขัดขึ้นทันที "คชาคะ! แพรวก็อยู่ตรงนี้ทั้งคนนะคะ จะเอาผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนมาร่วมนั่งด้วย แพรวไม่ยอมนะคะ!" ดาราสาวมองมิเกลด้วยสายตาเหยียดหยามและริษยาจงเกลียดจงชังอย่างเปิดเผย
มิเกลหน้าเสียเล็กน้อยกับคำพูดร้ายกาจนั้น ทว่าเธอก็ยังคงยืนนิ่งหลังตรง พยายามรักษาหน้ากากความสงบนิ่งไว้ให้ดีที่สุด แม้ภายในใจจะเ็ปและอยากจะวิ่งหนีไปจากจุดนี้เต็มที
คชาเหลือบมองดาราสาวข้างตัวด้วยสายตาเย็นเยือกจนคนมองถึงกับหนาวเยือกสะท้าน ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองมิเกลที่ยืนกำมือแน่นบอบบางอยู่เบื้องหน้า กลิ่นวานิลลาที่โชยมาจากตัวเธอยังคงสะกดลมหายใจของเขา ชายหนุ่มตัดสินใจอย่างเฉียบขาดในเสี้ยววินาที เขา้าความสงบเงียบ ้ากลิ่นกายนี้ช่วยบรรเทาอาการปวดหัว และ้ากำจัดผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้ออกไปเสียที
"ออกไป" คชาเอ่ยเสียงเรียบนิ่งทว่าเปี่ยมไปด้วยอำนาจ
"คชาคะ! ไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปเลยค่ะ แพรวเห็นด้วย..." แพรววายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ ทว่าคำพูดถัดมาของคชากลับทำให้ยิ้มนั้นแข็งค้าง
"ฉันหมายถึงเธอ... แพรววา ออกไปจากโต๊ะของฉันซะ"
"คะ... คชา!" ดาราสาวตาโตด้วยความตกตะลึงระคนไม่เชื่อหู "คุณไล่แพรวเหรอคะ? เพราะนังผู้หญิงเอ็นวีไอพีคนนี้น่ะเหรอ!"
คชาไม่ปัดสายตากลับไปมองแพรววาอีกแม้แต่หางตา ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงร้อยแปดสิบแปดเิเข่มให้บรรยากาศรอบข้างดูเล็กลงในทันตา เขาก้าวเข้าไปหาเป้าหมายตรงหน้าที่ยืนตัวสั่นน้อยๆ อยู่ มิเกลแหงนหน้ามองร่างสูงใหญ่ที่เดินเข้ามาใกล้ด้วยความตื่นตระหนก หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำจนเสียงกลองรัวดังอยู่ในหู
ฟุ่บ!
ก่อนที่มิเกลจะทันได้ตั้งตัว ฝ่ามือหนาใหญ่และแข็งแรงของคชาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือบางของเธอไว้แน่น ััจากฝ่ามือร้อนผ่าวของเขาที่ทาบทับลงบนผิวเนื้อนุ่มส่งกระแสไฟฟ้าแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจของมิเกลจนเธอสะดุ้งตัวโยน คชาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ขัดขืน ชายหนุ่มออกแรงดึงเพียงเบาๆ ร่างบางที่เบาหวิวก็ลอยละลิ่วเข้าสู่อ้อมอกกว้างของเขาทันที
"อุ๊ย!" มิเกลเผลอร้องอุทานเบาๆ เมื่อแผ่นหลังบางแนบชิดติดกับแผงอกแกร่งหนั่นแน่นของชายหนุ่ม กลิ่นอายความเป็ชายและกลิ่นน้ำหอมวู้ดดี้ผสมยาสูบพรีเมียมอันเป็เอกลักษณ์ของคชาล้อมรอบตัวเธอไว้จนหมดสิ้น
คชาใช้แขนแกร่งอีกข้างโอบกระชับรอบเอวคอดกิ่วของมิเกล รั้งร่างของเธอให้ขยับเข้ามาแนบชิดกับสีข้างของเขาอย่างแสดงความเป็เ้าของอย่างเบ็ดเสร็จ แรงกอดรัดที่เอวทำให้มิเกลตระหนักถึงพละกำลังมหาศาลของผู้ชายคนนี้ ความร้อนจากฝ่ามือของเขาซึมผ่านเนื้อผ้าซาตินบางเบาเข้าสู่ผิวเนื้อจนเธอรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว
"เธอกลายเป็คนของฉันแล้วในคืนนี้" คชาเอ่ยประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าเล็กน้อยข้างใบหูบาง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มเนียนของมิเกลจนเธอต้องหดคอหนีด้วยความขัดเขิน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ใบหน้าหวานแดงซ่านลามไปจนถึงใบหู
คชาเงยหน้าขึ้นสบตาแพรววาที่ยืนหน้าดำหน้าแดงด้วยความโกรธแค้นและอับอาย "ฉันไม่มีความจำเป็ต้องอธิบายอะไรให้เธอฟังอีก แพรววา... กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะสั่งให้การ์ดโยนเธอออกไป และสัญญาร่วมทุนของพ่อเธอจะถูกยกเลิกภายในวันพรุ่งนี้"
คำขู่เฉียบขาดและแววตาดุร้ายประดุจสัตว์ป่าที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อของคชา ทำให้ดาราสาวตัวสั่นด้วยความกลัว เธอรู้ดีว่าผู้ชายอย่าง คชา นฤบดินทร์ พูดจริงทำจริงและมีอำนาจล้นมือเกินกว่าที่ตระกูลของเธอจะต่อกรได้ แพรววากระทืบเท้าด้วยความขัดใจ ตวัดสายตาเกลียดชังใส่มิเกลเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินนวยนาดจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาเศษเสี้ยวหน้าของตัวเอง
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ภัทรที่ยืนเฝ้าสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ก็ะเิเสียงหัวเราะชอบใจออกมาทันที
"ฮ่าๆๆ สะใจชะมัด! มีแค่มึงคนเดียวจริงๆ ว่ะคชาที่กล้าไล่ดาราดังระดับประเทศเหมือนไล่หมูไล่หมาแบบนี้" ภัทรตบมือพลางส่ายหัวขำๆ ทว่าดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนของเขากลับเหลือบมองมือหนาของคชาที่ยังคงโอบเอวคอดของมิเกลไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ั์ตาของภัทรวับไหวฉายแววครุ่นคิดบางอย่างที่ยากจะอ่านออก
"กูได้ไม้กันหมาสมใจมึงแล้วภัทร... ตอนนี้มึงก็ไสหัวไปดูแลแขกคนอื่นได้แล้ว" คชาเอ่ยปากไล่เพื่อนสนิทเสียงเรียบ ทว่าสายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าหวานของหญิงสาวในอ้อมแขนไม่วางตา
"โอเคๆ กูไปก็ได้ ไม่กวนเวลาส่วนตัวของมึงกับคนสวยละ" ภัทรยกมือสองข้างยอมแพ้ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มอ่อนโยนปนเ้าเล่ห์ให้มิเกล "ฝากดูแลเพื่อนผมด้วยนะน้องมิเกล รายนี้บทจะใจดีก็ใจดีใจหาย แต่บทจะร้าย... ก็ระวังตัวไว้หน่อยแล้วกัน" คำเตือนทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้มมุมปากของภัทรทำให้อารมณ์กังวลของมิเกลพุ่งกลับขึ้นมาอีกครั้ง
ภัทรเดินแยกตัวจากไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบสลัวและการประจันหน้าระหว่างหนุ่มสาวสองคน
มิเกลขยับตัวเล็กน้อยพยายามจะขยับออกจากอ้อมแขนแกร่งที่โอบรัดเอวเธอไว้ ทว่ายิ่งเธอขยับ อ้อมแขนนั้นกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นจนร่างของเธอแทบจะหลอมรวมเข้าไปกับร่างสูงใหญ่ของเขา
"คุณคชาคะ..." มิเกลกระซิบเสียงแ่เบา ร่างกายเกร็งตัวขัดเขิน ดวงตากลมโตสบมองดวงตาคมดุคู่นั้นของเขาด้วยความอ้อนวอน "คุณแพรววาเธอไปแล้วค่ะ... ปล่อยเกลก่อนได้ไหมคะ?"
คชาจ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มที่ขยับเจรจาตรงหน้า สายตาคมเลื่อนขึ้นไปสบตากับดวงตาสุกใสที่เต็มไปด้วยความซื่อตรงปนหวั่นไหว กลิ่นหอมหวานของวานิลลาและกุหลาบป่ารอบตัวเธอโชยเข้าสู่ทุกอนูประสาทััของเขา ยิ่งได้ชิดใกล้ ความปวดตึงในสมองที่เคยสร้างความทรมานก็พลันหายเป็ปลิดทิ้ง ความรู้สึกอบอุ่นและสงบเงียบอย่างที่ไม่เคยพานพบมานานหลายปีแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของชายหนุ่มอย่างน่าประหลาด
คชาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะแตะผิวแก้มเนียนของเธอ มิเกลเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความใกับความใกล้ชิดที่มากเกินพอดี
"ใครบอกเธอว่าฉันจะปล่อย?" คชาถามเสียงทุ้มต่ำสะกดใจ ั์ตาสีดำสนิทฉายประกายดุดันปนเย้ายวนใจลึกซึ้ง "ฉันจ่ายเงินจ้างเธอผ่านภัทรมาแล้ว... และคืนนี้ หน้าที่ของเธอคืออยู่ตรงนี้ ข้างกายฉัน ห้ามไปไหนทั้งนั้น"
"แต่เกล..."
"เงียบ... แล้วนั่งลง" คชาออกแรงกดไหล่บางเบาๆ บังคับให้มิเกลนั่งลงบนโซฟาหนังตัวหนานุ่มข้างกายเขา โดยที่ท่อนแขนแกร่งของเขายังคงพาดโอบอยู่บนพนักพิงเื้ั ร่างกายใหญ่โตขยับเข้าเบียดชิดจนต้นขาของทั้งสองัักันผ่านเนื้อผ้าบางเบา
มิเกลนั่งเกร็งตัวตรง หัวใจเต้นแรงราวกับกลองรบ รสััร้อนแรงของไออุ่นกายจากชายหนุ่มข้างเคียงปลุกเร้าให้ความรู้สึกบางอย่างในใจปะทุขึ้นอย่างไม่เคยเป็มาก่อน นี่คือบททดสอบแรกและก้าวแรกในโลกสีเทาอันหรูหราใบนี้... โลกที่มีผู้ชายชื่อ คชา นฤบดินทร์ เป็ผู้ และเธอก็กำลังตกอยู่ภายใต้พันธนาการของเขาอย่างไม่มีทางเลี่ยง