ผู้าุโไม่ได้พูดอะไรมาก เขามาหยุดที่แท่นหินและกล่าวเริ่มการทดสอบโดยไม่ช้า เขาประกาศรายชื่อแรกขึ้นมา ก็มีชายหนุ่มรุ่นเยาว์ขึ้นไปหยุดอยู่หน้าแท่น ตามที่หวังเฟยหลงเห็นชายหนุ่มคนนี้อายุ 16 ปี เหมือนเพิ่งจะทะลวงระดับได้ไม่นานเพราะเพิ่งจะ Lv.11 จากนั้นก็ตั้งท่าเตรียมเตรียมที่จะต่อยผ่านไปครู่หนึ่งชายหนุ่มออกหมัดอย่างสุดแรงพร้อมเปล่งเสียงดังออกมาเพื่อรีดแรงของเขาออกมาให้ได้มากที่สุด
หลังจากชายหนุ่มต่อยหมัดอันรุนแรงที่สุดของเขาไปที่หินแล้วนั้น แท่นหินก็เปล่งแสงสีขาวขุ่นออกมา มันเป็แสงอันริบหรี่ราวกับแสงเทียนออกมา ผู้าุโยืนดูด้วยสายตาเรียบเฉยก่อนจะประกาศว่าไม่ผ่าน ชายหนุ่มคนนั้นเสียใจอย่างมาก หวังเฟยหลงดูต่อไปเรื่อยๆ ผู้คนที่มาทดสอบนั้นมีทั้งชายและหญิงโดยส่วนมากแล้วจะไม่ผ่านการทดสอบ คนที่ผ่านคือคนที่สามารถทำให้แท่นหินเปล่งแสงออกมาได้มากพอ
หวังเฟยหลงเพ่งมองไปที่แท่นหินด้วยความสนใจ ตามข้อมูลมันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นจากผู้ใช้ิญญาโดยการสลักอาคมไว้เพื่อเป็เครื่องทดสอบโดยสามารถตรวจสอบอายุ พร์ และระดับพลัง สำหรับแสงสีขาวขุ่นนั่นคือระดับพลัง การเปล่งแสงคือพร์ ยิ่งเปล่งแสงออกมามากก็จะหมายถึงมีพร์มากเท่านนั้น ที่ผ่านมาหวังเฟยหลงยังไม่เห็นคนที่มีพร์มากนัก เพราะที่ผ่านก็เปล่งแสงออกมามากกว่าแสงเทียนเล็กน้อยเท่านั้น ขอแค่ไม่ริบหรี่ราวกับแสงเทียนก็ถือว่าผ่านอยู่แล้ว
เฝ้ารอต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงชายหนุ่มคนหนึ่ง หวังเฟยหลงขมวดคิ้ว ครุ่นคิดด้วยความสงสัย เพราะหวังเฟยหลงเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้อายุ 17 ปีแล้ว หมายความว่าอายุของเขาเกินแล้ว แต่เขาอยู่ระดับรวบรวมระยะต้น ชายหนุ่มต่อยไปอย่างสุดแรง ผ่านไปครู่หนึ่งแต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีแม้แต่แสงอันริบหรี่ด้วยซ้ำ ผู้าุโมองไปที่ชายหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาเ็าก่อนจะพูดว่าไม่ผ่าน ชายหนุ่มคนนั้นร้องไห้ขอร้องกับผู้าุโว่าปล่อยขเาไปเถอะ เขาเพิ่งจะอายุ 17 ได้ไม่กี่วัน ผู้าุโยังไม่ได้ประกาศรายชื่อต่อไป เขาหันมากวาดสายตามองไปที่รุ่นเยาว์ที่ยังไม่ได้รับการทดสอบ
“ กฏคืออายุต้องไม่เกิน 16 ปี ต่อให้เ้าเพิ่งจะอายุ 17 ได้หนึ่งวันเ้าก็ไม่สามารถเข้าร่วมได้ กฏมีไว้ให้รักษาอย่าได้พยายามท้าทายขีดความอดทนของข้า ”
น้ำเสียงเ็าของผู้าุโฝังลึกไปกับทุกคน มันเป็ที่เข้าใจได้ เพราะหากปล่อยไปหนึ่งคนแล้วคนอื่นๆก็ต้องขอร้องให้ปล่อยไปด้วยเช่นกัน แล้วคนก่อนหน้าที่ไม่ผ่านก็จะรู้สึกไม่เป็ธรรมเพราะไม่รักษากฎเอาไว้ และด้วยคำพูดของผู้าุโ ทำให้หลายคนเดินออกไปด้วยความไม่เต็มใจ แต่ก็กลัวผู้าุโด้วยเช่นกัน ถึงอย่างไรก็ไม่อาจผ่านการทดสอบได้แล้วจะเสี่ยงทำให้ผู้าุโของสถาบันโกรธทำไม หากเขาโกรธก็ไม่รู้ว่าจะทำอันใดบ้าง
หลังจากนั้นผู้าุโคนนั้นก็เริ่มการทดสอบต่อ ผ่านไปเรื่อยๆ หวงเฟยกับหลงเชา แม้ตระกูลพวกเขาจะสูญเสียไปไม่น้อย แต่ดูเหมือนว่าจะยังมีมากพอที่จะมอบทรัพยากรให้กับทั้งสองคน ตอนนี้พวกเขามี Lv.14 อยู่ระดับรวบรวมระยะกลาง พวกเขาเปล่งแสงสีข่าวขุ่นเล็กน้อยออกมาพร้อมกับแสงที่มากกว่าคนอื่นๆที่ผ่านมา พวกเขาผ่าน
ต่อไปก็ถึงคราวของพี่น้องตระกูลฉู่ ฉู่หัวป้า กับฉู่ฟาน เนื่องจากทรัพยากรที่ได้รับมาหลังจากศึกาตระกูลบวกกับสิ่งที่หวังเฟยหลงได้มอบให้ด้วย ทำให้ทั้งสองคนถือว่าแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย ตอนนี้ฉู่หัวป้า Lv.15 ระดับรวบรวมระยะกลาง ส่วนคนน้อง ฉู่ฟาน Lv.12 ระดับรวบรวมระยะต้น ฉู่หัวป้านั้นมีพร์พอๆกับหวงเฟยและหลงเชา แต่ฉู่ฟานมีพร์มากกว่าทั้งสามคนนั้น แสงสาดส่องออกมาจากแท่นหินมากกว่าทำให้ผู้าุโพยักหน้าเล็กน้อยคล้ายกับพอใจผลของการทดสอบ
‘ ไม่แปลกเลยที่จะทะลวงระดับเร็วเช่นนี้ ต่อให้มีทรัพยากรก็เถอะ ’
ต้องถือว่ามีพร์มากที่สุดเท่าที่เห็นมาั้แ่เริ่มการทดสอบขึ้นมา หวังเฟยหลงนึกถึงน้องสาวของตัวเอง ตอนนี้ด้วยทรัพยากรของเขาคงทำให้น้องสาวของเขาทะลวงระดับหรือไม่ก็เกือบจะทะลวงและอย่างช้าสุดปีหน้านางคงได้สอบเข้าสถาบันไปแล้ว หวังเฟยหลงถอนหายใจด้วยความคิดถึง เขาคิดถึงความซน ความเอาแต่ใจขององค์หญิงน้อย และคิดถึงความอบอุ่นที่แม่เขามอบให้
“ หวังเฟยหลง!! ”
ตอนนี้เองก็ถึงคราวของหวังเฟยหลง สำหรับคนอื่นชื่อเสียงของหวังเฟยหลงอาจจะไม่ดี แต่ก็ยังมีคนที่รู้ความจริงเื่ความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ทำให้พวกเขาต่างก็อยากรู้ว่าหวังเฟยหลงจะแข็งแกร่งขนาดไหน มีพร์มากขนาดไหน
‘ ถึงตาเราแล้วสินะ แต่เอาจริงๆก็ไม่ได้จำเป็ต้องต่อยสุดแรงนี้น่า จริงๆแค่ััก็พอด้วยซ้ำ เอาเถอะ จะเล่นด้วยหน่อยแล้วกัน!! ’
เมื่อถูกเรียกชื่อหวังเฟยหลงก็เดินไปหยุดที่แท่นหินจากนั้น เขาเตรียมตัวแล้วต่อยไปที่แท่นหินอย่างจัง ถึงจะไม่ได้ใส่แรงทั้งหมดแต่ก็เกิดเสียงดังจากการต่อยของหัวงเฟยหลงที่ดังมากกว่าคนอื่นๆที่เคยทดสอบ ทุกๆคนต่างก็รู้สึกอึ้งกับพลังหมัดของหวังเฟยหลง พวกเขาเพ่งมองไปที่แท่นหินด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ทันใดนั้นแท่นหินปรากฏแสงสีขาวขุ่นสาดส่องไปทั่วพื้นที่ แม้จะเป็ต้องกลางวันอยู่แล้วก็ตาม ต่อให้เอาแสงของทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบมารวมกัน ก็ไม่สว่างเท่าของหวังเฟยหลง ด้วยเหตุนี้ทุกคนในการทดสอบต่างก็กำลังจะเป็สักขีพยานในการกำเนิดอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ ส่วนผู้าุโที่ทำหน้าที่ทดสอบเขาเบิกตากว้างมองไปที่แท่นหินด้วยความไม่อยากจะเชื่อ พร้อมกับจ้องมองไปที่หวังเฟยหลงก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ
เหตุการที่เกิดขึ้นทำให้ผู้คนต่างก็พูดกันไปต่างๆนาๆ และเมื่อข่าวการทดสอบของหวังเฟยหลงกระจายออกไปก็มีทั้งผู้คนที่เชื่อและไม่เชื่อ เซี่ยถิงถิงที่ได้รับข่าวก็ยิ้มอย่างพอใจนางคิดในใจว่ามันก็ต้องเป็เช่นนี้แหละ ส่วนคนตระกูลหวังต่างก็ตื่นเต้นดีใจ มันหมายความว่าตระกูลของพวกเขาจะรุ่งโรจน์ขึ้นไปอีก
หลังจากการทดสอบของหวังเฟยหลงสิ้นสุดก็มีเพียงอีกไม่กี่คนที่ผ่านการทดดสอบ โดยรวมแล้วเหลือผู้เข้าสอบประมาณ 50 คนเท่านั้น ตอนนี้เองผู้าุโก็เดินนำคนอื่นๆไปยังสถานที่แห่งหนึ่งภายในสถาบันชั้นนอก เดินไปได้พักหนึ่ง ก็มาถึงสถานที่แห่งหนึ่ง มันให้อารมณ์เหมือนโคลอสเซียม ที่จะเป็ลานกว้าง มีที่นั่งมากมายรายล้อมลานกว้างที่อยู่ตรงกลาง และมีเหล่าศิษย์นอกมานั่งรวมตัวกันอยู่รอบๆ นอกจากเหล่าศิษย์นอกแล้วยังมีเหล่าผู้าุโมากมายที่มาดูด้วยเช่นกัน
การทดสอบรอบที่สองเป็การประลองเพื่อคัดคนออกให้เหลือตามจำนวนที่้า ซึ่งในแต่ละปีสถาบันจะรับศิษย์แค่ 20 คนเท่านั้น และมันเป็ปกติอยู่แล้วที่ศิษย์นอกทั้งหมดจะมารวมตัวกันที่การทดของศิษย์ใหม่เพราะพวกเขาเกี่ยวข้องกับการทดสอบที่สาม แต่การทดสอบที่สามจะไม่มีการคัดคนออก ขอแค่ผ่านรอบของก็จะเท่ากับเป็ศิษย์นอกของสถาบันแล้ว
แต่โดยปกติแล้วเหล่าผู้าุโจะไม่ออกมาดูการทดสอบของศิษย์ใหม่ แต่ครั้งนี้ต่างออกไปเพราะปรากฏการณ์ที่หวังเฟยหลงทำเอาไว้ ทำให้เหล่าผู้าุโต่างก็มารอดูด้วยความสงสัย อยากรู้อยากเห็นและบางคน้าจะรับศิษย์นอกมาเป็ศิษย์ส่วนตัว
ผู้าุโที่เดินนำมาหยุดอยู่ที่ด้านข้างของลานกว้าง เขาแจกจ่ายแผ่นป้าที่มีตัวเลขตามจำนวนคน โดยที่ตัวเลขจะได้แบบสุ่ม หวังเฟยหลงได้เลข 47 หวงเฟยกับหลงเชาได้เลข 13 กับ 7 ส่วนพี่น้องตระกูลฉู่ ฉู่หัวป้าได้เลข 36 ฉู่ฟานได้ 20
หลังจากที่ได้รับหมายเลขแล้วผู้าุโก็อธิบายการทดสอบรอบที่สอง มันคือการทดสอบเพื่อจัดอันดับและคัดคนแข็งแกร่ง โดยหมายเลขที่ได้จะเป็หมายเลขอันดับ และคนที่จะผ่านเข้าสถาบันมาเป็ศิษย์นอกได้ต้องได้อันดับ 1-20 เท่านั้น ที่เหลือจะตกรอบ โดยการประลองคือจะให้ผู้ที่มีอันดับต่ำกว่าสามารถท้าประลองได้สามครั้ง โดยมีกฎว่าห้ามทำให้อีกฝ่ายถึงตายหรือพิการ
คนที่จะโดนท้าประลอง คือคนที่ได้อันดับ 1-20 และเมื่อผู้าุโประกาศเริ่มการทดสอบ ่แรกผู้คนต่างก็เริ่มประกาศท้าประลอง หวงเฟยกับหลงเชานั้นไม่ค่อยถูกท้าประลองเนื่องจากพวกเขาอยู่ในระดับรวบรวมระยะกลาง เพราะคนส่วนมากที่าสอบก็อยู่ในระดับรวบรวมระยะต้นเป็ส่วนใหญ่ ส่วนฉู่ฟานนั้นถือว่าป้องกันตำแหน่งของตัวเองได้อย่างดี เขาสามารถเอาชนะศัตรูได้อย่างง่ายดาย ต้องบอกว่ามันคือความแตกต่างของวรยุทธ์ที่ฝึกฝน ความชำนาญในวรยุทธ์ คนส่วนใหญ่ที่มาทดสอบต่างก็ไม่ได้ลูกหลานตระกูลใหญ่อย่าง 4 ตระกูลใหญ่แห่งเมืองฮวา
“ ไม่คิดเลยว่าเ้าจะแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดนี้!! ”
“ เ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ? ”
“ ข้าจะไปเทียบกับเ้าได้อย่างไร…แต่ข้าอยากจะประลองกับเ้านะ!! ”
“ เช่นนั้นข้าจะไปท้าประลองเ้าเอง!! ”
การทดสอบเพิ่งจะเริ่ม หวังเฟยหลงกับฉู่หัวป้าจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะออกไปท้าประลอง ต้องไม่ลืมว่ามีโอกาสท้าประลองแค่สามครั้งเท่านั้น หวังเฟยหลงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เขาเข้าใจความคิดของฉู่หัวป้า เขา้าเพียงการประลองกับคนเก่งๆเพื่อขัดเกลาตัวเองไม่ได้มีนัยแฝงใดๆ
เมื่อผ่านไปสักพักใหญ่จนตอนนี้อันดับเริ่มไม่มีการเปลี่ยนแปลง ฉู่หัวป้าก็เริ่มเคลื่อนไหว เขาท้าประลองกับคนที่ได้อันดับ 1 และเขาก็สามารถเอาชนะมาได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะบรรดาเหล่าผู้เข้าร่วมการสอบ ฉู่หัวป้าถือว่าเป็คนที่มีระดับพลังสูงสุด ทำให้ไม่มีใครกล้าไปท้าประลองกับเขาต่อ แต่ไม่ใช่กับหวังเฟยหลง
“ ขอท้าประลองอันดับ 1 ”
เสียงประกาศกร้าวของหวังเฟยหลงทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างก็ประหลาดใจ แม้หวังเฟยหลงจะมีพร์มากแค่ไหน แต่ฉู่หัวป้าก็มีระดับพลังที่มากกว่าอยู่ดี ส่วนฉู่หัวป้ายิ้มอย่างชอบใจ ที่จะได้ประลองกับหวังเฟยหลง เหล่าผู้าุโที่มารอดูความแข็งแกร่งของหวังเฟยหลงต่างก็มองด้วยความสงสัย ใคร่รู้ ว่าหวังเฟยหลงจะแสดงฝีมือออกมามากขนาดไหน
สิ้นเสียงของหวังเฟยหลง ทั้งสองคนก็เดินขึ้นไปบนลานประลองอย่างพร้อมเพียง ทั้งสองยิ้มให้กันการจะทำความเคารพ ซึ่งเป็การแสดงความเคารพคู่ต่อสู้ เมื่อผู้าุโประกาศเริ่มการประลอง ทั้งสองก็พุ่งเข้าใส่กันอย่างรวดเร็ว หลังจากเป็ทักษะดาบแล้ว การออกดาบของหวังเฟยหลงเปลี่ยน จากหนักแน่น รุนแรง กลายเป็รวดเร็ว พริ้วไหว แม่นยำ ต่างจากของฉู่หัวป้าที่เน้นไปที่ความรุนแรงเท่านั้น
ดาบของทั้งสองคนปะทะกันไปมาไม่มีใครยอมแพ้ใคร เป็การปะดาบที่ดุเดือดอย่างมาก ถึงดาบของหวังเฟยหลงจะรวดเร็วแต่ฉู่หัวป้าก็ยังกันเอาไว้ได้ แถมเขายัง่วชิงจังหวะโจมตีสวนกลับได้ด้วยแค้หวังเฟยหลงนั้นรวดเร็วเป็ทุนเดิม เขาจึงหลบการโจมตีของฉู่หัวป้าและร่นถอยไปข้างหลัง ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างพอใจ
“ หวังเฟยหลง!! พวกเรามาเอาจริงกันเถอะ ข้ารู้ว่าเ้ายังไม่ได้เอาจริง ”
“ ได้ตามที่เ้า้า!! ”
คำพูดของทั้งสองคนทำให้คนที่อยู่รอบๆต่างก็ประหลาดใจ พวกเขาต่อสู้กันอย่างดุเดือดขนาดนี้ ต่อให้ใครคนหนึ่งขึ้นไปก็ไม่อาจสู้ได้อย่างสูสีด้วยซ้ำ แต่มันกลายเป็ว่าทั้งสองยังไม่ได้เอาจริง แม้แต่เหล่าผู้าุโต่างก็อยากรู้อยากเห็นเช่นเดียวกัน เพราะตอนนี้ความแข็งแกร่งที่หวังเฟยหลงแสดงออกมาทำให้พวกเขาประหลาดใจมากแล้ว
ตอนนี้เองหวังเฟยหลงเปิดใช้สกิล ก้าวไร้เสียง ต่อด้วยสกิล ดาบขุนเขา พร้อมกับโคจรปราณที่อยู่ในร่างกายของเขาเพื่อรีดพลังให้สูงมากยิ่งขึ้น ฉู่หัวป้าเองก็เช่นกัน เมื่อเห็นหวังเฟยหลงโคจรปราณเขาก็โคจรปราณในร่างกายด้วยเช่นกันพร้อมกับออกกระบวนท่าของเขาด้วยเช่นกัน
ดาบแรกปะทะกัน ไม่มีฝ่ายไหนได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ต่อด้วยกาบที่สอง ครั้งนี้ฉู่หัวป้าััได้ถึงความชาที่มือเล็กน้อย เขามองหวังเฟยหลงด้วยความประหลาดใจ เพาะมันหมายความว่าดาบของหวังเฟยหลงรุนแรงมากกว่าดาบของเขา ถึงจะประหลาดใจแต่เขาก็ยังคงต้องจดจ่ออยู่กับการต่อสู้เพราะดาบที่สองของหวังเฟยหลงมาแล้ว ครั้งนี้ฉู่หัวป้าก็ใช้กระบวนท่าที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น
ถึงจะใช้กระบวนท่าที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นแล้ว แต่ผลก็ยังเหมือนเดิม ดาบของหวังเฟยหลงยังรุนแรงกว่าของเขา แถมครั้งนี้มือของเขายังสั่นชามากกว่าเดิมเสียอีก หวังเฟยหลงไม่ได้ปล่อยให้ฉู่หัวป้าได้พักหายใจ เขาฟันดาบสุดท้ายต่อเนื่องทันที ฉู่หัวป้าก็ไม่มีเวลาให้ประหลาดใจหรือเก็บความแข็งแกร่งเอาไว้อีก เขาเร่งโคจรปราณในร่างอย่างถึงที่สุดพร้อมกับปล่อยกระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุดของเขา
ตูม!! แต่ผลกับไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด เขาแพ้ในการประดาบ จากการปะทะกันครั้งนี้ฉู่หัวป้าถอยร่อนไปหลายก้าว เขามองไปที่หวังเฟยหลงด้วยความประหลาดใจ กระบวนท่าเมื่อครู่เขาทุ่มแรงออกไปทั้งหมด แต่ก็ยังแพ้ให้หวังเฟยหลงอยู่ดี เขายิ้มอย่างพอใจกับการประลอง เขามองไปที่หวังเฟยหลงที่ไม่มีท่าทีว่าจะเหนื่อยหรือาเ็เขาก็เข้าใจทันทีว่าหวังเฟยหลงแข็งแกร่งกว่าเขามาก
“ ไม่คิดเลยว่าเ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ข้าดีใจที่ได้สู้กับเ้า ถึงจะอยากสู้ต่อแต่นี้คือการทดสอบไม่ใช่การประลองจริงๆ ข้ายอมแพ้!! ”