อุบัติการณ์ใหม่ มหันตภัยวันสิ้นโลก

    ขบวนรถเฟยหม่า

    วันที่สอง วันนี้เขาเขียนยันต์ต่อ ครั้งนี้อัตราความสำเร็จเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย เขียนลูกศรไปยี่สิบเอ็ดดอก สำเร็จไปสิบห้าดอก หลิวเวยอันเดินออกจากเมืองสือโถว แต่พอถึงที่หน้าประตูเมืองเขาก็เห็นเรือนร่างที่คุ้นเคยของคนสามคน เฮยหนิว หวงหนิวและสือหนิว
    “พวกนายออนเช้าขนาดนี้เลยหรอเนี้ย?”
    หลิวเวยอันทั้งตะลึงทั้งดีใจ บนใบหน้าเฮยหนิวและพวกสามคนยังคงดูซีดเซียวอยู่เล็กน้อย ระบบประสาทก็ค่อนข้างอ่อนล้า ได้เจอหลิวเวยอันพวกเขาก็ตื่นเต้นมากเหมือนกัน
    “ขอโทษด้วยนะพี่หลิว ไม่ได้ออนยี่สิบกว่าวัน เลยทำให้พี่เสียเวลาทำธุรกิจ”เฮยหนิวกล่าวพลางรู้สึกผิดในใจ
    หลิวเวยอันตอบกลับว่าไม่เป็นไร ถามดูถึงได้รู้ว่าพวกเขาสามคนโดนฆ่าตั้งแต่วันแรกแล้ว ถ้าลองนับกลับไปดูวันนี้ก็เป็นวันที่สิบเก้าพอดี พวกเขาไม่มีรายได้มาครึ่งเดือนแล้ว พวกเขาทนรอไม่ไหวจึงลองเข้าเกมดู พอเห็นว่าสามารถออนได้แล้วพวกเขาก็รีบเข้า “แดนสัตว์อสูร” มาเลย สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุดก็คือกลัวโดนหลิวเวยอันไล่ออก แต่ทว่า ในตอนที่ได้เจอหลิวเวยอัน พวกเขาก็รู้แล้วว่าการกังวลของตนเป็นเรื่องไร้สาระ
    เรื่องนี้ถ้าพูดขึ้นมาจริง ๆ ที่ทั้งสามคนถูกฆ่าก็เป็นเพราะหลิวเวยอันพวกเขาจึงพลางเดือดร้อนไปด้วย หลิวเวยอันอยากจะชดเชยพวกเขาสักหน่อย แต่พวกเฮยหนิวยืนยันที่จะไม่รับเอาไว้ เพราะในความเข้าใจของพวกเขาคนที่ฆ่าพวกเขาคือโจรป่า คนพวกนั้นไม่ใช้เหตุผล ไม่ว่าวันนั้นพวกเขาจะทำงานให้หลิวเวยอันหรือไม่ก็ตาม แค่พวกเขาออนเข้าเกมมาก็ต้องถูกฆ่าอยู่ดี ดังนั้นจะพลางเดือดร้อนด้วยไหมไม่สำคัญ เพราะถึงหลิวเวยอันไม่จ้างพวกเขาทำงานพวกเขาก็ต้องออนเข้าเกมมาอยู่ดี
    คนเราเมื่อพบเรื่องดี ๆ มักจะยิ้มแย้มแจ่มใส เช้าวันนี้หลิวเวยอันโชคดีจนเหลือเชื่อ เขาฆ่าซากดิบตายห้าสิบตัว ผีดิบสามร้อยตัว ผีดิบเจียงซือสิบห้าตัว ออกของมาสามชิ้นมีเครื่องทองแดงหนึ่งชิ้น เครื่องเหล็กดำหนึ่งชิ้นและสูตรลับวิชากับดักอีกหนึ่งแผ่น ตั้งแต่เขาเข้าสู่ “แดนสัตว์อสูร” มานี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ของสามอันรวดเช่นนี้
    เครื่องทองแดงที่ได้มาเป็นมีดสั้นหนึ่งเล่ม สามารถตัดเหล็กได้ดั่งตัดโคลน ที่คมมีดยังมีแสงประกายสะท้อนออกมาแวววาว มองเพียงแวบเดียวก็ทำให้รู้สึกเจ็บเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงเข้าที่ดวงตา มันมีรูปลักษณ์สวยงาม น้ำหนักเบาบาง แม้ให้สตรีพกก็ไม่รู้สึกหนักสักนิด
    เครื่องเหล็กดำเป็นปลอกข้อมือ ล้อมไปด้วยประกายสีดำ น้ำหนักเบาเช่นกัน ลวดลายสวยงาม ส่งกลิ่นอายความแข็งแกร่งไม่อาจทำลาย ที่จริงหลิวเวยอันอยากจะใช้มีดสั้นแทงปลอกข้อมือดูสักครั้ง ลองดูว่ามีดสั้นคมกว่าหรือปลอกข้อมือแข็งแรงกว่ากันแน่ แต่สุดท้ายเขาก็ล้มเลิกความคิดที่ล่อใจนี้ไป ของทั้งสองอย่างนี้มีราคาสูงทั้งคู่ หากเสียหายแม้แต่นิดเดียวก็เท่ากับการโยนเหรียญทองทิ้งไปหลายเหรียญเลย การค้าขายเช่นนี้ไม่ควรทำ
    ส่วนวิชากับดัก หลิวเวยอันลังเลอยู่นานแต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่ฝึกมัน เพราะการใช้กับดักฆ่ามอนสเตอร์ปลอดภัยก็จริง แต่ใช้เวลามากเกินไป ตอนนี้สิ่งที่เขาขาดมากที่สุดก็คือเวลา จึงทำได้แค่สู้ตายเท่านั้น การขุดหลุมแล้วแล้วหลบอยู่ด้านหลังรอให้ผีดิบเจียงซือเดินเข้ามาเองน่ะ เขาทำไม่ได้หรอก อีกอย่าง ตอนนี้เขาสู้กับผีดิบเจียงซือก็ยังไม่จำเป็นต้องใช้กับดักช่วย
    วิชากับดักสำหรับเขาตอนนี้ เป็นเรื่องที่ไร้ประโยชน์มาก ถ้าเจอจิ้งจอกไฟเข้ายังพอใช้ได้ แต่แค่คิดดูก็รู้ว่าโอกาสที่จะเจอต่ำกว่าโอกาสที่จะออกเครื่องทองแดงมาอีกชิ้นหนึ่งเสียอีก
    “พี่หลิว เกิดเรื่องแล้ว”หลิวเวยอันเพิ่งทำความสะอาดพื้นที่เสร็จ หวงหนิวก็พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าโมโห
    “ออกไปดูด้วยกัน”หลิวเวยอันได้ยินเสียงที่ดังมาจากหน้าสุสานแล้ว พอเขาเดินไปถึงด้านนอก ก็เห็นหลี่เหล่าโถวนำรถม้าห้าหกคันมากั้นปิดทางเข้าเอาไว้
    “นี่มันอะไรกัน”หลิวเวยอันจ้องมองหลี่เหล่าโถวด้วยสายตาไม่เป็นมิตร “บอกแล้วไม่ใช่หรอ ว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ไม่ใช้รถขนของของพวกนายแล้ว จะมาอีกทำไม”
    “เถ้าแก่หลิว วันนี้เราไม่ได้มาขนส่งของหรอกนะ”หลี่เหล่าโถวกล่าวเยาะยัน “วันนี้พวกเรามาหาสามคนนี้” พูดพลางใช้มือชี้เฮยหนิวและพวกสามคน
    หลิวเวยอันหันมามองเฮยหนิว เฮยหนิวโกรธจนใบหน้าแดงก่ำไปหมด เขากล่าวเสียงต่ำ “หลี่เหล่าโถวบอกว่า ทางเส้นนี้ถูกขบวนรถเฟยหม่าคุมแล้ว ไม่ให้พวกเราเดินทางเส้นนี้”
    “เมื่อก่อนมีกฏข้อนี้ไหม?”หลิวเวยอันขมวดคิ้วเล็กน้อย
    “ถนนกว้างใหญ่ใต้ท้องฟ้า ต่างคนต่างไป ทุกคนทำการค้าของตนไม่ยุ่งเกี่ยวกัน”เฮยหนิวพูดด้วยความโมโห
    “หากว่าข้าจะไปทางนี้ให้ได้ล่ะ เขาจะทำยังไง?” หลิวเวยอันครุ่นคิดครู่หนึ่งพลางกล่าว
    “ฆ่าคน ทุบรถ” ในตาเฮยหนิวมีความโกรธและความไม่สงบ
    “ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรอ?” หลิวเวยอันมองเฮยหนิวเอ่ยถาม
    “นอกจากจะเข้าร่วมขบวนรถเฟยหม่า” “แต่ถ้าเข้าร่วมขบวนรถเฟยหม่าแล้ว ก็ต้องเอาราคาตามที่พวกเขากำหนด พวกเราตัดสินใจเองไม่ได้”
    หลิวเวยอันไม่ได้ถามต่อ เพราะเขาพอจะเข้าใจแล้วว่าเป็นอย่างไรกันแน่ เขาเคลื่อนสายตาไปมองหลี่เหล่าโถวก่อนพูดออกมานิ่ง ๆ “ในนี้นายเป็นหัวหน้าหรือ?”
    “ตกลงกันเสร็จแล้วหรอ?”หลี่เหล่าโถวไม่เกรงกลัว ยิ้มอย่างได้ใจกล่าว “เถ้าแก่หลิว ตอนเช้าข้าก็บอกไปแล้ว ว่าในเมืองสือโถวของของท่านมีแค่พวกเราขบวนรถเฟยหม่าที่ขนส่งให้ได้”
    “เอ็งเป็นคนทำจริง ๆ ด้วย” หลิวเวยอันพยักหน้าก่อนพูดด้วยน้ำเสียงไม่เกรงใจ “ให้เวลาเอ็งสิบวินาที รีบหายไปจากสายตาข้าเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นก็รับผลกระทบที่ตามมาเองละกัน”
    “พี่หลิว” เฮยหนิวตกตะลึงเป็นอย่างมาก ขบวนรถเฟยหม่าไม่ใช่ขบวนรถทั่วไป ถ้าเกิดปะทะกับขบวนรถเฟยหม่าเข้าล่ะก็ ต้องไม่มีจุดจบที่ดีแน่นอน
    “เถ้าแก่หลิว ท่านกำลังล้อเล่นอยู่หรอ?” หลี่เหล่าโถวเปลี่ยนจากการระมัดระวังอย่างเดิม ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความดูถูกกล่าว “ข้าเห็นแก่ว่าเอ็งเป็นนายจ้างเลยเรียกเอ็งว่าเถ้าแก่ ทำไม? เอ็งนึกว่าตัวเองเป็นคนใหญ่คนโตจริง ๆ ไปแล้วหรือ เอ็งคงไม่รู้สินะว่าเจ้านายของขบวนรถเฟยหม่าคือใคร แหงสิ คนธรรมดาอย่างเอ็งน่ะ มีสิทธิ์ที่จะรู้จักกับขบวนรถเฟยหม่าซะที่ไหน พูดกับเอ็งไปก็เปล่าประโยชน์”
    “...สาม สี่ ห้า...” หลิวเวยอันยังคงมองหลี่เหล่าโถวเหมือนเดิมพลางค่อย ๆ นับเลขต่อไปอย่างไม่รีบร้อน
    “พูดดี ๆ ไม่ฟังใช่ไหม ได้ข้าจะยืนอยู่ตรงนี้รอเอ็งเนี่ยแหละ ข้าก็อยากจะลองดูเหมือนกัน ว่าจะมีผลกระทบอะไรที่ข้ารับมันไว้ไม่ได้” หลี่เหล่าโถวหัวเสีย ใบหน้าของเขาแดงก่ำเพราะความโกรธ
    “...แปด เก้า สิบ”
    พอนับเลขสุดท้ายจบ ก็ได้ยินเสียงสั่นของสายธนูดังขึ้นในอากาศ วินาทีต่อมา หัวของหลี่เหล่าโถวก็ระเบิดแตกออก สายเลือดสาดกระเด็นไปทั่ว กระโหลกกระเด็นพลิกตกลงมา
    มันเร็วมาก
    ไม่มีใครเห็นสักคนว่าหลิวเวยอันยิงธนูออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พอเห็นอีกที ศพของหลี่เหล่าโถวที่ไม่มีหัวก็เอียงล้มลงบนพื้นแล้ว ห่างจากศพเขาไปประมาณยี่สิบกว่าเมตร มีลูกศรติดเลือดปักอยู่บนพื้น ปักลึกจนมิดขนลูกศร
    ฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบ ฟึบ
    ตอนที่เสียงลูกศรทะลุผ่านอากาศดังขึ้น หลิวเวยอันก็วางคันธูลงแล้ว เขานำคันธนูมาแบกไว้บนหลังให้เรียบร้อย ส่วนคนบังคับรถม้าทั้งห้าคนที่ยืนอยู่ข้างรถม้าล้วนโดนลูกศรยิงเข้ากลางหน้าผากล้มตายไปบนพื้นทั้งหมดแล้ว บนใบหน้าพวกเขายังคงสีหน้าที่ตกตะลึงไว้อยู่ ผนึกค้างไว้อย่างนั้น
    “พี่หลิว พี่ฆ่า… ฆ่า… ฆ่า” คนที่ตกตะลึงไม่ได้มีแต่คนบังคับรถม้าที่กลายเป็นศพไปแล้ว แต่ยังมีพวกเฮยหนิวสามคนอีกด้วย ฆ่าคนของขบวนรถเฟยหม่า เราก่อปัญหาใหญ่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว
    “พวกนายว่า ร่างกายอย่างหลี่เหล่าโถว สามสิบวันจะฟื้นไหม?”จู่ ๆ หลิวเวยอันก็ถามขึ้น
    “ตาเฒ่านี้น่ะหรอ ถึงภายนอกเขาจะดูแข็งแรง แต่จริง ๆ แล้วร่างกายเขาอ่อนแอจะตาย อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาสามสิบห้าวัน” เฮยหนิวตอบด้วยความมั่นใจ แต่เขาก็รู้สึกได้ในทันทีว่าหลิวเวยอันกำลังพูดเปลี่ยนเรื่องอยู่ สีหน้าของเขาแย่ลงในพริบตา บนใบหน้ามีแต่ความขมขื่น
    “ฆ่าคน เราสร้างปัญหาใหญ่แล้ว”
    “ถ้าไม่ฆ่าคน นายอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนรถเฟยหม่าไหม? ถ้าไม่เข้าร่วม วันนี้เราจะเดินออกจากที่นี่ได้ไหม?” หลิวเวยอันถามกลับอย่างต่อเนื่อง
    “ไม่ได้” พอคิดดูดี ๆ แล้ว เฮยหนิวตอบออกไปตามความจริง
    “จำเอาไว้ ที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์ ที่นี่คือ “แดนสัตว์อสูร” มันคือเกม” หลิวเวยอันตีไหล่เฮยหนิวพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราไม่หาเรื่อง แต่ก็อย่าไปกลัวการมีเรื่อง ถ้าคนอื่นยื่นหมัดต่อยเข้ามา นายก็อย่าคิดแต่ว่าจะยื่นหน้าเข้าไป สิ่งที่ควรทำคือหาทางตัดหมัดนั้นทิ้ง แบบนี้ ครั้งหน้าเวลาคนอื่นอยากจะต่อยนายอีก ก็ต้องคิดดูให้ดีก่อน อยากมีเงินไหม”
    “อยาก” เฮยหนิวพยักหน้าแรง ๆ
    “ตอนนี้ก็มีโอกาสดี ๆ อย่างนี้อยู่ตรงหน้า ค้นตัวหกคนนี้ให้ทั่ว ส่วนวัวและรถม้าก็ยึดเอาไว้ให้หมด” หลิวเวยอันยิ้มตาหรี่พลางกล่าว
    “จะดีหรอ” เฮยหนิวชะงัก
    “ก็แล้วแต่นะ” หลิวเวยอันยักไหล่เล็กน้อย “โอกาสจะมีเงินวางอยู่ตรงหน้าแล้ว หากนายไม่เอา ก็ช่างเถอะ ถึงแม้ที่นี่จะเปลี่ยวไปหน่อย แต่ก็อาจมีคนผ่านแถวนี้ ถึงเวลานั้นก็ยกประโบชน์ให้คนอื่นไปละกัน”
    “คนตายทรัพย์หมดสิ้น จะคิดมากไปทำไมพี่เฮยหนิว” สือหนิวสองตาเปล่งประกายมาตั้งนานแล้ว เดินก้าวไปหยุดตรงหน้าศพหลี่เหล่าโถวก่อนจะยื่นมือไปคลำหาบริเวณอก เขาคลำเจอถุงเงินถุงหนึ่ง พอเปิดดูถึงกับสะดุ้งเลยทีเดียว สองร้อยสามสิบสี่เหรียญทองแดง
    อีกฝั่งหวงหนิวยื่นมือเข้าไปล้วงหยิบเงินจากคนบังคับรถอย่างเงียบ ๆ มีไม่มาก น่าจะมีประมาณสิบห้าเหรียญทองแดง
    “รอข้าด้วย”เฮยหนิวทนไม่ไหวอีกต่อไป รีบวิ่งพุ่งเข้าไปทันที
    หลิวเวยอันยิ้มเจ้าเล่ห์ แบบนี้ต่อไปเฮยหนิวและพวกทั้งสามคนก็ต้องเดินทางเส้นนี้ตามเขาไปจนสุดทางแล้ว พอจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว เริ่มเดินทางเข้าเมืองไป ถึงตอนไปคลำเงินพวกเฮยหนิวจะตื่นเต้น แต่พอสงบสติลง ก็เริ่มกลับมากังวลขึ้นอีกครั้ง “ตอนพวกนายลงรถมา เอารถวัวจอดไว้ตรงไหน?” หลิวเวยอันกำลังคิดวิธีเก็บกวาดเรื่องนี้อยู่
    “ในตัวเมืองมีที่จอดรถวัวโดยเฉพาะ คล้าย ๆ กับลานจอดรถ เก็บเงินคืนละหนึ่งเหรียญทองแดง” หวงหนิวกล่าว ในมือเขายังกำจับถุงเงินไว้แน่นไม่ปล่อย “ถ้าไม่อยากจ่ายเงิน เราหาคนรู้จักมาเฝ้าให้ก็ได้ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นก็มีคนต้องอดนอนแล้วล่ะ”
    “ครั้งหน้าก่อนออกจากเกม เอารถวัวไปจอดไว้ที่หลังร้านขายยา 'ซอมบี้เภสัช' ได้ อย่างนี้ไม่ว่าจะตอนออนหรือตอนไม่ออนก็ปลอดภัยทั้งคู่ ถ้าพวกนายทำงานให้ฉัน ฉันก็จะคุ้มครองให้พวกนายปลอดภัยแน่นอน แต่ก็นะถ้าพวกนายจะรับงานอื่นล่ะก็ ฉันก็ช่วยไม่ได้”
    “ไม่หรอก ทำงานกับพี่หลิววันนึงได้เยอะกว่าแต่ก่อนตั้งหลายเท่า พวกเราไม่คิดจะรับงานอื่นด้วยซ้ำ” สือโถวรีบพูดตอบ
    “ถ้าเป็นแบบนี้ล่ะก็ ในเมืองมีคนของตระกูลซุน ไม่ต้องกังวล ขบวนรถเฟยหม่ายังไม่กล้าฆ่าคนต่อหน้าตระกูลซุน ที่สุสานก็ไม่ต้องห่วง นั่นเป็นที่ของฉันโผล่มากี่คนฉันก็ฆ่าเรียบ สิ่งเดียวที่ต้องเป็นห่วงก็คือความปลอดภัยระหว่าทาง ขอฉันคิดดูก่อนแล้วกัน” หลิวเวยอันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เฮยหนิว นายเล่าเรื่องขบวนรถเฟยหม่าให้ฉันฟังหน่อย ฉันจะได้หาทางรับมือถูก”
    กล้ามเนื้อบนหน้าเฮยหนิวกระตุกเล็กน้อย สรุปคือพี่ยังไม่รู้จักขบวนรถเฟยหม่า ก็กล้าฆ่าคนแล้วหรอ นี่มันช่าง ไม่รู้จะพูดะไรดีจริง ๆ แต่ว่า ขึ้นเรือโจรมาแล้ว ก็ทำได้แค่พูดเรื่องทั้งหมดที่รู้เกี่ยวกับขบวนรถเฟยหม่าออกมาเท่านั้น
    เฮยหนิวและพวกสามคนมองดูหลิวเวยอันต่อไป ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้วแต่หลิวเวยอันยังคงมองท้องฟ้าอยู่เหมือนเดิม ไม่ขยับเขยื้อนเลยสักนิด ความหวังบนใบหน้าทั้งสามคน ค่อย ๆ เปลี่ยนไปเป็นผิดหวัง สุดท้ายหลิวเวยอันพูดออกมาประโยคหนึ่ง
    “ถึงเวลามีปัญหาอะไรมาเราก็แก้ปัญหานั้นไปละกัน”
    เฮยหนิวและพวกสามคนคนหมดคำจะพูด หลิวเวยอันเห็นอย่างนี้กำลังจะพูดปลอบใจพวกเขาสักหน่อย แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงดังมาจากด้านหน้า พอเขาลุกขึ้นยืนดู ก็เห็นขบวนรถจอดเรียงแถวยาวอยู่บนถนน มีรถวัวเกินยี่สิบคัน ด้านหน้ายังมีรถม้าอีกหลายคัน แต่ตอนนี้ขบวนรถได้หยุดลงแล้ว ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างหน้าด้านหน้าสุดของขบวนรถ มีกลุ่มคนยืนอยู่เต็มไปหมด นั่นเป็นต้นทางของเสียงที่ดังออกมา
    “นี่เป็นคนของขบวนรถเฟยหม่า”เฮยหนิวหรี่ตามอง
    -โปรดติดตามตอนต่อไป-