เทพกระบี่เงาสังหาร

    ทะลวงขั้นราชัน

    หลังจากพวกอู่หมิงปิดด่าน ภายในกลุ่มอู่หมิงก็มีเพียงแค่บางคนที่ออกไปข้างนอกเพื่อล่าอาหารเพียงเท่านั้น และไม่ไม่ใครกล้าที่จะออกไปหาทรัพยากรล้ำค่าเลยสักคนเพราะตอนนี้พวกเขารู้ดีว่าบนเกาะแห่งนี้นั้นอันตรายแค่ใหน ไม่ใช่แค่สัตว์อสูรแต่ยังมีพรรคอธรรมที่คอไล่สังหารพวกเขาอยู่เวลาผ่านไป 1 เดือน ในที่สุดเสี่ยวฮุ่ยก็ปรุงเม็ดยาสุริยันและเม็ดยาจันทราสำเร็จ และตอนนี้สภาพโดยรวมของอู่หมิงก็พร้อมแล้ที่จะทำการดูดซับเม็ดยาทั้งสอง"ฟังนะอู่หมิง เจ้าจะต้องกินเม็ดยาทั้งสองไปพร้อมกันจึงจะได้ผลออกมาสูงสุด ไม่เช่นนั้นมันจะเสียของและเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะทะลวงสู่ปราณราชัน แต่การกินไปพร้อมกันทั้งสองเม็ดนั้นมันก็เท่ากับว่าเจ้าจะต้องทนรับความรุนแรงของฤทธิ์ยาสองเท่าเช่นกัน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แน่นอนว่าข้าเตรียมใจไว้แล้ว และที่สำคัญเมื่อข้ากลายเป็นราชันข้าก็จะได้กลับไปแก้แค้นตระกูลหวงได้สักที" อู่หมิงกล่าว"ดีในเมื่อเจ้าพร้อมแล้วก็เริ่มได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับส่งเม็ดยาให้กับอู่หมิงอู่หมิงไม่ลังเลและรับเม็ดยาพร้อมกับหย่อนเข้าปากไปพร้อมกับทั้งสองเม็ดทันที แต่ในตอนนั้นเองใบหน้าของอู่หมิงก็กลายเป็นปิดเบี้ยวเพราะตอนนี้ภายในร่างกายของอู่หมิงกำลังทรมานกับสภาพที่ร้อนเหมือนอวัยวะกำลังจะถูกเผา และหนาวเย็นเหมือนกำลังจะถูกแช่แข็ง ทั้งร้อนทั้งเย็นต่างก็ปะทุออกมาจากเม็ดยาสุริยันและเม็ดยาจันทราตอนนี้อู่หมิงไม่สามารถอดทนได้อีกต่อไปแล้วกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดและเกลือกกลิ้งไปมากับพื้นอย่างน่าสังเวช เสี่ยวฮุ่ยได้วางค่ายกลเก็บเสียงไว้เพื่อไม่ให้คนข้างนอกได้ยินเสียงกรีดร้องของอู่หมิง ในตอนนี้เองที่ร่างกายของอู่หมิงมีควันออกพร้อมกับผิวที่กลายเป็นสีแดงและมีเกล็ดน้ำแข็งปรากฎออกมาตามลำตัวของอู่หมิง"อดทนไว้อู่หมิงอีกไม่นานความเจ็บปวดก็จะหายไป" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวและเป็นอย่างที่เสี่ยวฮุ่ยกล่าวไม่นานชั้นน้ำแข็งก็ปรากฎพร้อมกับแช่แข็งร่างของอู่หมิงไว้ข้างในก้อนน้ำแข็ง แต่ร่างกายของอู่หมิงกลับไม่ได้หนาวเหน็บแต่กลับร้อนและอบอุ่นทำให้อู่หมิงเริ่มรู้สึกสบาย และพลังปราณที่ปะทุออกมาจากเม็ดยาทั้งสองเริ่มถูกดูดซับโดยอู่หมิงอย่างรวดเร็ว ความสามารถของเส้นลมปราณหยินหยางศักดิ์สิทธิ์ก็ถูกปลดปล่อยออกมา พลังปรารที่รุนแรงของเม็ดยาก็ถูกเส้นลมปรารหยินหยางศักดิ์สิทธิ์ควบคุมและเริ่มกลั่นทันทีภายในก้อนน้ำแข็งพลังของอู่หมิงก็เพิ่มขึ้นด้วยอันตราที่รวดเร็วจากขั้นกลางของปราณนภาก็กลายมาเป็นขั้นสูงทันที และจากขั้นสูงช่าวงต้นก็กลายมาเป็นช่วงกลางและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนกระทั้งทะลวงสู่จุดสูงสุดของปราณนภาที่ด้านนอกถ้ำ ในตอนนี้ได้ปรากฎกลุ่มของสำนักสราญรมย์ พวกสำนักสราญรมย์จำนวน 40 คนที่เหลือรอดได้ออกค้นหากลุ่มอู่หมิงเป็นเวลา 1 เดือนและในที่สุดก็พบล่องลอยก่อนจะติดตามมาจนถึงที่พักของพวกอู่หมิง"แย่แล้วศัตรูบุก" ซวงอี้ที่นั่งบ่มเพาะอยู่ก็กล่าวขึ้นด้วยใบหน้าตื่นตะหนกพวกเจียงเฉินที่บ่มเพาะอยู่ก็ไม่รอช้ารีบลุกขึ้นและถืออาวุธออกไปข้างนอกถ้ำทันที พวกคนอื่นๆเองก็ไม่รอช้ารีบตามเจียงเฉินออกไปเช่นกัน เมื่อพวกกู่ไท่เห็นหญิงสาวของสำนักสราญรมย์ก็ถึงกับแสดงสีหน้าหวานฉ่ำเพลิงแห่งราคะก็ปะทุออกมา เพราะหญิงสาวจากสำนักสราญรมย์นั้นสวมชุดที่เปิดเผยสัดส่วนออกมาอย่างเห็นได้ชัดและส่วนใหญ่ก็มีเพียงแค่ผ้าที่ปิดหน้าอกอันอวบอิ่มไว้เพียงเล้กน้อยและกระโปงที่เส้นจนแทบจะเห็นถึงต้นขา"หืมนั่นมันคนของเรานี่" ไป๋เอี้ยวกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังหญิงสาวที่มีสภาพไม่ต่างจากคนตายทั้งเป็น"ใช่นั่นมันคนของพวกเรา นี่พวกเจ้าทำอะไรคนของเรากัน" ชายหนุ่มนิกายหมัดราชันชี้ไปทางคนของสำนักสราญรมย์พร้อมกับกล่าวด้วยความโกรธ"อะไรกันข้าก็แค่ เล่นกับพวกนางไปหน่อยเดียวเอง แต่ว่านะที่นี่มันเหมือนกับสรวงสวรรค์จริงๆ มีหญิงงามากมายรอให้ข้าผู้นี้ไปเด็ดดมเต็มไปหมด" ชายหนุ่มสำนักสราญรมย์กล่าวด้วยน้ำเสียงหื่นกามเพลิงแห่งราคะลุกใหม้อยู่ในดวงตาเมื่อมองไปยังพวกจิงเสวี่ยนและเสวี่ยอิน"งั้นเจ้าก็เป็นคนทำให้นางต้องมีสภาพแบบนั้นสินะ" กู่ไท่กล่าว"ใช่แล้ว " ตู่เฉิงหัวหน้าศิษย์ของสำนักสราญรมย์กล่าวด้วยรอยยิ้ม"ดี ถ้างั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้ว เพราะข้าจะฆ่าเจ้า" กู่ไท่คำรามพร้อมกับชกหมัดออกไปทันที เพลิงราคะในตัวของกู่ไท่มอดดับลงเมื่อเห็นสภาพที่น่าสงสารของสหายตนที่ถูกมัดอยู่ และไม่ใช่แค่กู่ไท่คนอื่นก็ก็แสดงความโกรธและเริ่มบุกโจมตีทันที"ฮ่า ฮ่า อาศัยพวกเจ้าคิดจะสู้กับพวกข้า งั้นหรือ " ตู่เฉิงกล่าวพร้อมกับยืนขวดหยกออกไปบนท้องฟ้าและเมื่อขวดหยกแตกออกมาควันสีม่วงก็ปะทุและเข้าปกคลุ่มกลุ่มกู่ไท่ทันที และตอนนั้นเองที่เพลิงราคะภายในตัวของพวกกู่ไท่ก็ปรากฎอีกครั้งแถมยังรุนแรงมากอีกด้วย"นี่มันยาปรุกกำหนัด" กู่ไท่กล่าวออกมาอย่างยากลำบาก"แย่แล้วย่าสูดควันเข้าไป" จ้าววั่นกรีดร้องออกมาและพาพวกหยูเฟยหลบเข้าไปยังค่ายกลป้องกันทันที"ฮ่า ฮ่า พวกเจ้าไม่มีทางหนีรอดไปหรอก วันนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้องตกเป็นของเล่นของพวกข้าสำนักสราญราย์" ตู่เฉิงกล่าวด้วยรอยยิ้่มชั่วร้ายใบหน้าของพวกจิงเสวี่ยนก็เริ่มแดงขึ้นมาทันที เพราะค่ายกลไม่สามารถปกป้องควันจากยาปลุกกำหนัดได้ แสงแห่งความวาดกลัวและสิ้นหวังเริ่มปกคลุมจิตใจของหญิงสาวจากหอหิมะโปรยทันที เมื่อพวกนางเห็นสภาพของหญิงสาวจากนิกายหมัดราชันและรอยยิ้มที่ชั่วร้ายของคนจากสำนักสราญรมย์แต่ในตอนนั้นเองที่พวกจ้าววั่นกำลังจะจนมุมและไม่สามารถต้านทานฤทธิ์ยาได้แรงสั่นสะเทือนก็ปรากฎออกมา พื้นที่ถ้ำเริ่มสั่นใหวและแรงกดดันที่หนักหน่วงก็ปรากฎ อู่เซียงที่พยายามสลายฤทธิ์ยาอยู่ก็เผยยิ้มออกมาทันทีเพราะนางรู้ว่าตอนนี้อู่หมิงกำลังทะลวงระดับราชันอยู่และแรงสั่นสะเทือนนี้แสดงให้เห็นว่าอู่หมิงกำลังกลายเป็นราชันแล้ว"นี่มันเกิดอะไรขึ้น" ตู่เฉิงกล่าวด้วยความตื่นตะหนก"แรงกดดันแบบนี้หรือว่าจะมีคนทะลวงสู่ราชันแล้ว" หญิงสาวสำนักสราญรมย์กล่าว"เป็นไปไม่ได้ ในกลุ่มคนพวกนี้ไม่มีใครที่จะกลายเป็นราชันได้ หืม รู้สึกว่าชายหนุ่มที่ชื่ออู่หมิงไม่อยู่" ตู่เฉิงกล่าวในตอนนี้เองพวกเจียงเฉินพลางยิ้มเย็นออกมา แรงกดดันเริ่มหนักหน่วงเรื่อยๆพร้อมกับพลังปราณรอบๆถ้ำเริ่มถูกดูดเข้าไปในห้องของอู่หมิงอย่างรวดเร็วและในตอนนี้เองน้ำแข็งที่แช่แข็งอู่หมิงก็แตกออกพร้อมกับอู่หมิงลืมตาขึ้นมา ภายดวงตาของอู่หมิงปรากฎสองสีข้างหนึ่งกลายเป็นสีแดงที่เต็มไปด้วยพลังหยางอีกข้างเป็นสีฟ้าที่เต็มไปด้วยพลังหยิน และถ้ามองดีๆจะเห็นว่าภายในดวงตาข้างสีแดงของอู่หมิงปรากฎดวงตะวันกำลังส่องประกายอยู่และอีกจ้างที่เป็นสีฟ้าก็ปรากฎวงจันทราที่ส่องว่างสวยงามอยู่-------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน