"เจ็บมากไหมลูกเดี๋ยวพ่อทายาให้นะน้อยไปเอากล่องยามาซิ” ทรงสิทธิ์เอ่ยถามลูกสาวพร้อมกับสั่งให้น้อยไปเอากล่องยามาให้อารีแปลกใจกับท่าทีของพ่อ คิดไม่ตกว่าพ่อจะมาไม้ไหนอีกแจ่มรีบวิ่งไปเอากล่องยาอย่างรวดเร็ว
"มาแล้วค่ะคุณผู้ชาย"แจ่มเอ่ยพร้อมกับส่งกล่องยาให้ทรงสิทธิ์
"อารีอย่าถือสาแม่มาลัยเลยนะเธออาจจะรุนแรงไปบ้าง แต่เธอก็หวังดีกับลูกเสมอ" พ่อเอ่ยโน้มน้าวอารี พร้อมกับทายาที่แผลมุมปากให้
"ค่ะ"อารีตอบสั้น ๆ พร้อมกับคิดในใจว่า เธอโดนกระทำขนาดนี้ พ่อยังจะแก้ตัวให้แม่เลี้ยงและที่แสร้งทำตัวเป็พ่อที่ดี ห่วงเธอนักหนาคงจะโน้มน้าวเธอเื่แต่งงานเป็แน่
"อารีพ่อไม่อยากจะพูดเื่นี้หรอกนะ แต่ว่างานเเต่งของลูกมันเป็เื่จำเป็การหมั้นหมายของ 2 ตระกูล ก็มีมานานโดยที่คุณตาเป็คนทำสัญญาหมั้นเราไม่สามารถปฏิเสธสัญญาแต่งงานนี้ได้จริง ๆ”
“ยังไงซะสักวันหนึ่งลูกก็ต้องแต่งงานกับใครสักคนอยู่แล้วลูกเลือกแต่งงานกับคุณชายรองที่มีฐานะทางสังคมดี การเงินดี มันจะไม่ดีกับตัวลูกกว่าหรอลูกอย่าปฏิเสธคำขอของพ่อเลยนะอย่างน้อยก็ทำเพื่อบริษัทของแม่ ถือว่าพ่อขอร้อง"
ทรงสิทธิ์เอ่ยขอร้องลูกสาวให้เธอยอมแต่งงานตามสัญญาเขาจะได้มีเงินทุนมาหมุนเวียนในบริษัทที่อยู่ใน่ขาลงและอาจจะล้มละลายได้
"ค่ะ"อารีตอบรับด้วยท่าทีว่าง่าย
อารีคิดในใจว่าตอนนี้ต้องยอมตามน้ำไปก่อนเพื่อบริษัทของแม่ค่อยหาวิธีแก้ไขหลังจากที่แต่งงานไปแล้วก็ได้
ถ้าหากความทรงจำของเธอไม่หายไปเธอคงจะมีหนทางอื่นในการหาเงินทุนมาพยุงบริษัทของแม่
"ดีจริงๆ ลูกช่างเป็เด็กดีกตัญญูต่อพ่อแม่จริง ๆ" ทรงสิทธิ์เอ่ย เขายิ้มดีใจที่อารีว่าง่ายทำตามคำสั่งของเขา
มาลัยที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ คิดในใจเป็เด็กกตัญญู เป็ลูกที่ดีของพ่อแม่งั้นหรอ แหมชมกันเข้าไปถ้าลูกสาวตัวดีของคุณรู้ความจริง ว่าหลังการแต่งงานไปแล้วต้องเจอกับอะไรเธอจะคิดยังไงกันนะ
...ย้อนเวลากลับไปเมื่อสองปีที่แล้ว
"คุณทรงสิทธิ์คะที่ฉันกับคุณเกียรติศักดิ์มาพบคุณในวันนี้ก็อยากจะมาคุยกันเื่สัญญาหมั้นหมายของสองตระกูลเรา ตอนนี้เ้าพีก็อายุได้ 27 ปี ถึงวัยที่จะต้องแต่งงานมีครอบครัว มีทายาทสืบสกุลแล้วคุณทรงสิทธิ์คิดว่ายังไงคะ" วดี เรียบ ๆ เคียง ๆ เอ่ยถามความคิดเห็นของทรงสิทธิ์
"ผมเห็นด้วยนะครับแต่ว่าผมยังไม่ได้ถามลูกสาวเลย" ทรงสิทธิ์เอ่ยที่เขาตอบไปเช่นนี้เพราะเขาคิดว่าตระกูลพิพัฒน์จะมาสู่ขออารี
"คือเ้าพีกับหนูดารินก็คบอยู่ก่อนแล้วดังนั้นพวกเราเป็ผู้ใหญ่ก็แค่สนับสนุนเด็ก ๆ ให้สมหวัง มันก็น่าจะเป็เื่ดีไม่ใช่หรอคะ"วดีเอ่ยโน้มน้าวใจทรงสิทธิ์
"ใช่แล้วครับส่วนเื่ทุนสนับสนุนบริษัทของคุณพวกเราจะช่วยเหลือเต็มที่หลังจากที่เด็ก ๆ สองตระกูลเราแต่งงานกันแล้ว"เกียรติศักดิ์เอ่ยเสริม เพื่อดึงดูดความสนใจของทรงสิทธิ์
ระหว่างการสนทนาอยู่นั้นมาลัยที่นั่งเงียบมานาน เธอก็เอ่ยปากปฏิเสธทันทีทำให้ทรงสิทธิ์หันมามองเธอด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
"ฉันคิดว่าลูกสาวของฉันคงจะไม่เหมาะสมกับคุณชายรองเพราะว่าเธอเป็แค่ลูกติดของฉัน ไม่ได้มีฐานะเป็ลูกสาวของตระกูลวงศ์วัฒนาหากยอมให้เธอแต่งงานกลัวว่าเธอจะทำให้คุณชายรองอับอาย"
มาลัยเอ่ยปฏิเสธด้วยคำพูดสวยหรูเพราะเธอเพิ่งได้รับข้อความจากแชทลูกสาวว่าคุณชายรองประสบอุบัติเหตุพึ่งออกจากโรงพยาบาลแต่ว่าเขากลายเป็คนพิการเดินไม่ได้อีกแล้ว
"ถึงไม่ใช่ตระกูลวงศ์วัฒนาพวกเราก็ไม่เคยรังเกียจหนูดารินเลยนะคะ" วดีเอ่ย
"ใช่แล้วครับพวกเรารักและเอ็นดูหนูดารินมาั้แ่ยังเด็ก เื่แค่นี้เราไม่ถือสาหรอก"เกียรติศักดิ์เอ่ยเสริม
"มาลัยเธอเป็อะไร”
“คุณเกียรติศักดิ์กับคุณวดีไม่ได้รังเกียจหนูดารินเลยผมเองก็เห็นหนูดารินเป็เหมือนลูกสาวผมจริง ๆ เธอควรจะดีใจกับลูกไม่ใช่หรอ"ทรงสิทธิ์เอ่ยเสียงเข้มพลางหันหน้ามาจ้องมาลัยด้วยสายตาดุดัน
"คุณชายรองพิการแล้วฉันไม่ยอมให้ลูกสาวของฉันแต่งงานกับคนพิการหรอกนะถ้าคุณอยากได้เงินลงทุนคุณก็ให้ลูกสาวของคุณแต่งแทนสิ"
มาลัยกระซิบข้างหูทรงสิทธิ์ทำให้เขาอึ้งไปชั่วขณะที่คุณชายรองผู้สง่าคนนั้นกลายเป็ชายพิการไปแล้ว
"มีอะไรรึเปล่าคะสีหน้าของทั้งสองคนดูไม่ดีเลย" วดีเอ่ยถามหลังจากที่เห็นทรงสิทธิ์กับมาลัยกระซิบกระซาบกันแล้วมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี
"คือว่าให้อารีแต่งงานกับคุณชายรองน่าจะเหมาะสมกว่านะคะเพราะว่าเดิมทีสัญญาการหมั้นหมายนี้ก็เป็ของทายาทตระกูลพิพัฒน์กับทายาทตระกูลวงศ์วัฒนา"มาลัยเอ่ยเสนอชื่ออารีมาแทนที่ลูกสาวของเธอ
"เราไม่ยึดตามสัญญาตระกูลขนาดนั้นก็ได้ครับเ้าพีกับหนูดารินคบหากันมานานแล้ว ทั้งสองคนแต่งงานกันก็เป็เื่ที่เหมาะสมหากให้หนูอารีมาแต่งแทน เกรงว่าจะทำให้ทั้งสองคนผิดใจกันมากกว่าที่จะรักกันนะสิ"เกียรติศักดิ์เอ่ย
"เอาเป็ว่าให้คุณชายรองแต่งงานกับอารียึดถือตามสัญญาหมั้นหมายของสอง ตระกูลน่าจะเหมาะสมกว่านะครับ ผมขอเวลาสองปีให้อารีได้ทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์อยู่ที่ต่างประเทศก่อนหลังจากนั้นผมจะให้เธอกลับมาแต่งงานกับคุณชายรอง" ทรงสิทธิ์เอยยืนยันด้วยความมั่นใจ
"ได้ค่ะงั้นตกลงตามที่คุณทรงสิทธิ์บอกนะคะ" วดีเอ่ย
มาลัยยิ้มเยาะสะใจนางอารีแกจะได้รู้ซึ้งในงานแต่งงานครั้งนี้แน่นอน