“ท่านแม่ต้องช่วยคืนความเป็ธรรมให้ข้านะเ้าคะ เพราะข้าสืบรู้มาแล้วว่าใครเป็คนปล่อยข่าวลือนั้นออกไป” สิ้นเสียงของเจียงเยว่เวย ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ
เจียงเยว่เวยใช้โอกาสนี้สังเกตปฏิกิริยาของทุกคน ดังนั้นการกระทำของเสิ่นเจากับแม่นมฉุยจึงไม่อาจรอดพ้นไปจากสายตาของนางได้
“เ้า...เ้าสืบรู้แล้วหรือว่าผู้ที่ปล่อยข่าวลือเสียหายของเ้าเป็ผู้ใด” ฮูหยินผู้เฒ่าถามหยั่งเชิง “แล้ว...แล้วคนผู้นั้นอยู่ที่ใด”
“คนผู้นั้นจะอยู่ที่ใดท่านแม่ยังไม่ต้องรู้หรอกเ้าค่ะ แต่ท่านแม่ฟังข้าให้จบก่อนดีหรือไม่ว่าวิธีการที่ข้าจะใช้จัดการกับคนผู้นั้นเหมาะสมแล้วหรือยัง หากท่านแม่เห็นว่าวิธีการของข้าไม่เหมาะสมตรงจุดไหน ท่านสามารถทักท้วงข้าได้ทันทีเ้าค่ะ” เจียงเยว่เวยบอก
“เช่น...เช่นนั้นเ้าก็ลองพูดมา” ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกัดฟันพูดออกไป นางยังมีความหวังอยู่น้อยนิดว่าเจียงเยว่เวยคงไม่รู้ความจริงทั้งหมด แต่ต่อให้เจียงเยว่เวยจะรู้ แต่นางก็คิดแผนการรับมือไว้แล้ว สายตาฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นมองไปที่แม่นมฉุยอย่างรู้สึกผิด ‘เ้าอย่าได้โทษข้าเลย เห็นแก่ที่เ้ารับใช้ข้ามาหลายปี หากเกิดเื่ขึ้นกับเ้า ข้าจะมอบเงินให้ลูกกับหลานของเ้าไว้ใช้ตั้งตัวสักก้อนก็แล้วกัน’
แม่นมฉุยสบตาเข้ากับฮูหยินผู้เฒ่าพอดี รวมถึงคำพูดของเสิ่นเจาเมื่อครู่ แม่นมฉุยจึงมองนายหญิงของตนด้วยสายตาสิ้นหวังและเคียดแค้น ความซื่อสัตย์ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา นางเชื่อมั่นกับคำพูดของนายหญิงเหลือเกินว่านางและนายหญิงมีความผูกพันกันเหมือนพี่น้อง แต่แล้วอย่างไร เมื่อนางทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อทำทุกอย่างให้นายหญิง แต่เมื่อมีปัญหา นางหญิงกลับเลือกที่จะสละชีวิตของนาง ‘ถานปี้ชิง! หากข้ารู้แต่แรกว่าเ้าจะเป็คนใจดำเช่นนี้ วันนั้นข้าคงไม่วางยานายท่านผู้เฒ่าเสิ่นแล้วปล่อยให้คณิกาอย่างเ้าได้ดิบได้ดีจนได้มาเป็ฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลเสิ่นเช่นทุกวันนี้หรอก’
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นไม่กล้าสบตาแม่นมฉุย นางหันมาพูดกับเจียงเยว่เวย “เ้ารีบพูดสิ่งที่เ้าคิดออกมาเถอะ”
เจียงเยว่เวยมองเห็นความบาดหมางระหว่างฮูหยินผู้เฒ่ากับแม่นมฉุยได้อย่างชัดเจน รวมถึงก่อนหน้านี้ที่แม่นมฉุยก็ใช้สายตาแบบเดียวกันมองไปที่เสิ่นเจา และจากคำบอกเล่าขององครักษ์เสิ่นลิ่ว ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกับเสิ่นเจาเป็ผู้อยู่เื้ัเื่นี้อย่างไม่ต้องสงสัย ดั้งนั้นเื่นี้เจียงเยว่เวยจึงสรุปได้แล้วว่าแม่นมฉุยต้องเป็คนที่ได้รับคำสั่งให้ออกไปปล่อยข่าวลือ และดูเหมือนเวลานี้ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นกับเสิ่นเจาคงคิดที่จะสละแม่นมฉุยให้รับความผิดไปทั้งหมด
“เื่ที่คนข้างนอกรู้ว่าข้านิสัยไม่ดีก็แล้วไปเถอะ แต่ข่าวลือที่ว่าข้าสติไม่ดี ข้าเป็ลูกสะใภ้อกตัญญูที่ไม่เคยยกน้ำชามาคารวะแม่สามี หรือแม้แต่เื่ที่ข้ารังแกอนุและบุตรของอนุ เื่ภายในพวกนี้เป็ไปไม่ได้ที่คนภายนอกจะรู้ ดังนั้นข้าขอสรุปว่าคนปล่อยข่าวลือต้องเป็คนในจวน และคนผู้นั้นต้องอยู่ใกล้ตัวท่านแม่มากที่สุด ไม่เช่นนั้นเื่ที่ข้าไม่เคยยกน้ำชามาคารวะท่านจะหลุดรอดออกไปได้อย่างไรเ้าคะ” เจียงเยว่เวยมองฮูหยินผู้เฒ่าแล้วปรายตามองไปที่แม่นมฉุย “ปล่อยข่าวลือทำลายชื่อเสียงของเ้านาย ตามปกติแล้วสั่งโบยแล้วขายออกไปเป็ทาสก็นับว่าเหมาะสม แต่ข้าไม่อยากทำเช่นนั้น ข้าจะส่งเื่ร้องเรียนไปที่กรมอาญาเพื่อให้กรมอาญาช่วยตรวจสอบ เพราะนอกจากข่าวลือแล้ว ข้ายังสงสัยว่าที่สมบัติและของมีค่าในจวนหายไปบ่อยๆ อาจเป็ฝีมือเขาด้วยก็ได้”
“ยังมีเื่ขโมยของด้วยหรือ!” ฮูหยินผู้เฒ่าใ
“ไม่กี่วันก่อนข้าตรวจนับสมบัติในคลังพบว่าเครื่องประดับหลายชิ้นหายไป ข้ามั่นใจว่าต้องเป็ฝีมือของเขาคนนั้นด้วยเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่คิดว่าเจียงเยว่เวยจะสืบรู้เื่นี้ด้วย ถึงแม้นางจะหยิบสินเดิมของเจียงเยว่เวยมาหลายชิ้นเพื่อนำไปขายแลกเงินมาให้เสิ่นเจาไว้ใช้จ่ายล้วนเป็เื่จริง แต่เครื่องประดับมากมายขนาดนั้นทำไมของหายไปไม่กี่ชิ้นแต่เจียงเยว่เวยยังรู้ อีกทั้งโทษขโมยของอาจกระทบถึงอนาคตของลูกชาย
ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปที่แม่นมฉุยอีกครั้ง แต่คราวนี้สายตาของนางไม่หลงเหลือความรู้สึกผิดอีกต่อไป แต่สายตาของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในเมื่อแม่นมฉุยเป็บ่าวรับใช้ เสียสละชีวิตแทนเ้านายก็นับว่าเหมาะสมแล้ว
“แม่นมฉุย! ข่าวลือเสียหายของสะใภ้ใหญ่เป็ฝีมือเ้าใช่หรือไม่ ยังมีสมบัติในคลังพวกนั้นอีก ข้าไม่คิดเลยว่าข้าจะเลี้ยงคนเลวไว้ใกล้ตัว หากสะใภ้ใหญ่ไม่พูดออกมา ข้าคงคิดว่าเ้าเป็บ่าวรับใช้ที่ซื่อสัตย์และไว้ใจได้ที่สุด แต่เปล่าเลย ที่แท้เ้ามันก็แค่บ่าวรับใช้มือเท้าสกปรก ในเมื่อเ้าทำความผิด ข้าจะให้สะใภ้ใหญ่ส่งตัวเ้าไปรับโทษที่กรมอาญา” ฮูหยินผู้เฒ่าเหมือนจะเสียใจ แต่คำพูดของนางกลับเป็การผลักความผิดทั้งหมดไปให้แม่นมฉุย
เสิ่นเจาเข้าใจความคิดของมารดา เขารีบสนับสนุน “แม่นมฉุย ที่ผ่านมาข้าเห็นเ้ารับใช้ท่านแม่ด้วยความจริงใจมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าเ้าจะเป็คนโลภมากขนาดนี้ หากพี่สะใภ้ใหญ่ไม่สืบรู้ความจริงเข้าเสียก่อนก็ไม่รู้ว่าเ้าจะอาศัยความเป็คนสนิทของท่านแม่ไปทำความผิดไว้อีกมากเท่าใด โทษโบยแล้วขายออกไปเป็ทาสอย่างที่พี่สะใภ้บอกช่างไม่เหมาะสมจริงๆ ส่งตัวเ้าไปให้กรมอาญาตัดสินปะาชีวิตถึงจะเหมาะสม”
แม่นมฉุยหัวเราะออกมาอย่างสิ้นหวัง ลำพังแค่สร้างข่าวลือเสียหายให้เ้านายก็มีโทษหนักอยู่แล้ว ตอนนี้ยังมีเื่ขโมยทรัพย์สินเพิ่มเข้ามาอีก โทษปะาไม่ต้องพูดถึง แต่โทษที่นางอาจถูกส่งตัวไปใช้แรงงานย่อมมีความเป็ไปได้สูง แล้วร่างกายแก่ชราของนางจะทนทำงานหนักได้สักกี่วัน สุดท้ายแล้วชีวิตข้างหน้าของนางก็มีแต่ความตายที่รออยู่
เจียงเยว่เวยมองฮูหยินผู้เฒ่ากับเสิ่นเจาอย่างดูแคลน แม่นมฉุยดูแลพวกเขาสองคนแม่ลูกมาอย่างดีขนาดไหนมีใครมองไม่เห็นบ้าง แต่เพื่อปัดความผิดให้พ้นตัว สองแม่ลูกกลับเลือกที่จะสละชีวิตของบ่าวผู้ซื่อสัตย์ออกไปอย่างไร้เยื่อใย
ส่วนแม่นมฉุยนั้นเจียงเยว่เวยก็ไม่ได้มีความสงสารแต่อย่างใด ก่อนที่ดวงจิตของนางจะกลับเข้ามาในร่าง เจียงเยว่เวยคนเก่าถูกแม่นมฉุยกลั่นแกล้งมาสารพัด มิหนำซ้ำแม่นมฉุยยังคิดการใหญ่ถึงขนาดขอให้ฮูหยินผู้เฒ่าบังคับให้เจียงเยว่เวยคนเก่ามอบซิงเซียงให้แต่งไปเป็ภรรยาของลูกชายผีพนันของนางด้วยซ้ำ
จำได้ว่าตอนนั้นเจียงเยว่เวยคนเก่าอาละวาดจนจวนแทบพัง มีอย่างที่ไหนบังคับให้สาวใช้ขั้นหนึ่งของนางไปแต่งกับบุตรชายผีพนันของแม่นม เจียงเยว่เวยคนเก่ายังไม่มีโอกาสได้เอาคืนกับเื่นี้ แต่ตอนนี้เจียงเยว่เวยตัวจริงได้กลับมาแล้ว นางจะเป็คนสะสางบัญชีเก่านี้เอง อีกอย่างจัดการแม่นมฉุยไปได้ก็เท่ากับได้ตัดแขนขาของฮูหยินผู้เฒ่ากับเสิ่นเจาไปได้ข้างหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาเื่ไม่ดีของฮูหยินผู้เฒ่ากับเสิ่นเจาก็มีแม่นมฉุยที่เป็คนจัดการ
“ตกลงแล้วเื่ทั้งหมดเป็ฝีมือของแม่นมฉุยหรือเ้าคะ? แม่นมฉุย...เื่ทั้งหมดนี้เป็ฝีมือของเ้าหรือ ข้าคิดว่าเป็ฝีมือของคนงานเทสิ่งปฏิกูลที่เรือนของท่านแม่เสียอีก” เจียงเยว่ทำหน้าใ “ข้าเกือบทำความผิดมหันต์ด้วยการส่งคนบริสุทธิ์ไปรับโทษเสียแล้ว”
ซิงเซียงรีบรับลูกจากเ้านาย นางเอามือตบหน้าอกอย่างโล่งใจ “เกือบไปแล้วเ้าค่ะฮูหยิน ดีที่ท่านไม่ได้ส่งตัวคนงานเทสิ่งปฏิกูลไปให้กรมอาญาตัดสิน และโชคดีที่ฮูหยินผู้เฒ่ากับนายท่านรองพูดชื่อคนร้ายตัวจริงออกมา ไม่เช่นนั้นหากใต้เท้ากรมอาญาสืบรู้ว่าเราส่งคนไปผิดตัว มีหวังท่านคงถูกตั้งข้อหาใส่ร้ายผู้บริสุทธิ์ ส่วนนายท่านเสิ่นมู่ก็คงจะรักษาตำแหน่งรองเ้ากรมอาญาไว้ไม่ได้ ฮูหยิน! ข้าจะรีบให้คนไปปล่อยตัวคนงานเทสิ่งปฏิกูลผู้นั้นให้เป็อิสระเดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ”
“ไปเถอะ ไปเถอะ ป่านนี้บ่าวคนนั้นคงใแย่แล้ว” เจียงเยว่เวยทำหน้ารู้สึกผิด “เ้าให้เงินปลอบขวัญเขาไปสักสิบตำลึง เ้าบอกเขาด้วยว่าข้าอนุญาตให้เขาลาหยุดไปรักษาอาการใสักเดือน เมื่อสภาพจิตใจเขาดีขึ้นแล้วเ้าค่อยบอกให้เขากลับมาทำงาน”
“บ่าวจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้เลยเ้าค่ะ” ซิงเซียงกลั้นขำก่อนจะรีบเดินออกไปด้านนอก
คนงานเทสิ่งปฏิกูลที่พูดถึงเวลานี้รับเงินสิบตำลึงมาถือไว้อย่างไม่เข้าใจว่าตนเองไปทำความดีอะไรไว้ฮูหยินใหญ่ถึงได้ให้เงินมามากมายขนาดนี้ แต่เงินจำนวนนี้เพียงพอที่จะให้เขาใช้ไถ่ถอนตัวเองจากการเป็ทาสได้แล้ว เขาสัญญากับตัวเองไว้ว่าหากมีโอกาสเขาจะต้องตอบแทนบุญคุณฮูหยินใหญ่อย่างแน่นอน
“ว่าอย่างไรนะ! เ้าหมายความว่าคนปล่อยข่าวลือและคนที่ขโมยของในคลังสมบัติเป็คนงานเทสิ่งปฏิกูลในเรือนของข้าอย่างนั้นหรือ? เ้าไม่ได้หมายถึงแม่นมฉุยหรอกหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าได้ยินคำพูดของเจียงเยว่เวยก็ต้องใ จากนั้นนางก็หันไปมองแม่นมฉุยอย่างรู้สึกผิด “ฉุยซื่อ...ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่รู้ว่ามันจะเป็แบบนี้”
แม่นมฉุยมองฮูหยินผู้เฒ่ากับเสิ่นเจาด้วยสายตาว่างเปล่า “มาพูดตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร ท่านรับปากว่าจะดูแลครอบครัวข้าให้ดี ขอให้ท่านกับนายท่านรองรักษาคำพูดด้วย”
เสิ่นเจากลัวแม่นมฉุยจะโกรธแค้นจนเผลอพูดเื่อื่น “เ้าเตรียมตัวไปรับโทษให้ดีเถอะ ส่วนเื่ที่ข้ารับปากไว้ข้าทำได้แน่”
“ขอบคุณนายท่านรองที่รักษาสัญญาเ้าค่ะ” แม่นมฉุยหัวเราะ “อย่างไรข้าก็รับใช้ฮูหยินผู้เฒ่ากับท่านมานาน ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกผิดกับข้า ข้าก็จะให้พวกท่านรู้สึกผิดกับข้าไปตลอดชีวิต”
แม่นมฉุยลุกขึ้นก่อนจะวิ่งเอาศีรษะชนเข้ากับเสาต้นใหญ่ข้างที่นั่งของฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่น ก่อนนางจะสิ้นใจ นางยังหันไปยิ้มให้ฮูหยินผู้เฒ่าด้วยรอยยิ้มที่แสนเ็า
ฮูหยินผู้เฒ่าเสิ่นเห็นภาพสยดสยองนั้นก็หมดสติไป ส่วนเสิ่นเจาก็ไม่คิดว่าแม่นมฉุยจะทำการได้โเี้เช่นนี้ เขาหลับตาลงอย่างรู้สึกผิด ต่อจากนี้ทั้งมารดาและเขาคงไม่อาจลบภาพในวันนี้ออกไปได้แล้ว
เจียงเยว่เวยก็ใไม่แพ้กัน อย่างไรนางก็เติบโตมาในยุคที่มีอารยธรรม แม้ก่อนหน้านี้นางคิดจะส่งตัวแม่นมฉุยไปรับโทษ แต่นั่นก็เป็วิธีที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพียงแต่การที่ต้องมาเห็นคนตายต่อหน้าเช่นนี้นางก็อดที่จะรู้สึกผิดกับแม่นมฉุยไม่ได้
“พี่สะใภ้! ที่ท่านทำเื่ทั้งหมดให้วุ่นวายจนแม่นมฉุยต้องมาตายต่อหน้าพวกเรา ท่านพอใจแล้วหรือยัง!” เสิ่นเจาะโถามเจียงเยว่เวยอย่างไม่พอใจ
เสียงของเสิ่นเจาดึงสติของเจียงเยว่เวยให้กลับมา ในเมื่อนางได้กลับมาในยุคนี้ นางต้องปรับตัวและต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์เช่นวันนี้ให้ได้ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะมองเสิ่นเจาด้วยสายตาเ็า “แม่นมฉุยตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า คนที่ทำให้นางต้องมาจบชีวิตอย่างนี้ไม่ใช่เพราะเ้ากับท่านแม่ของเ้าเป็คนใส่ร้ายนางหรอกหรือ”
“ไม่ใช่...” เสิ่นเจาอยากปฏิเสธแต่ก็พูดไม่ออก
“เสิ่นเจา อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าข่าวลือข้างนอกเป็ฝีมือของใคร ครั้งนี้เ้าแค่สูญเสียแม่นมฉุยไป แต่ครั้งหน้าข้าไม่รับประกันว่าเ้าจะสูญเสียอะไรไปอีก” เจียงเยว่เวยยกยิ้มที่มุมปาก “กลับไปจัดงานศพให้แม่นมฉุยให้ดีเถอะ ข้ารู้มาว่าบุตรชายของแม่นมฉุยไม่ใช่คนที่เ้าจะใช้เงินปิดปากเขาได้ง่ายๆ อีกอย่างเขาเคยทำงานสกปรกให้เ้ามาไม่น้อยไม่ใช่หรือ”
เสิ่นเจามองตามหลังเจียงเยว่เวยอย่างโกรธแค้น ‘วันนี้ข้าพลาดท่าให้กับเ้าเพราะข้าประมาทเ้าเกินไป แต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่าข้าจะแพ้ให้เ้ากับเสิ่นมู่ไปตลอด อย่างไรข้าก็มีคนสกุลเจียงคอยหนุนหลัง สุดท้ายแล้วลูกสาวที่ไม่เคยได้รับความรักอย่างเ้าก็ต้องถูกเลขาธิการเจียงถังกับฮูหยินเจียงจัดการอยู่ดี’