แสงแดดยามสายลอดผ่านม่านมุกเข้ามาในห้องนอนที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของใบเตย (ตามที่พระเอกสั่ง) กงจื่อสี่ ขยับตัวตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ "หนัก" บริเวณขาทั้งสองข้าง เมื่อเขาลืมตาขึ้น ก็พบกับภาพที่ชวนให้ชายหนุ่มทั้งโลกต้องอิจฉา
หลิวหรูเยียน ยอดนารีพิฆาตในชุดรัดรูปสีม่วงกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่ปลายเตียง มือเรียวงามของนางกำลังบีบนวดน่องให้เขาอย่างตั้งใจ ส่วนอีกด้านหนึ่ง หานเสวี่ย ยืนกอดอกมองอยู่ด้วยสีหน้าเ็าที่ดูเหมือนจะชินชาไปเสียแล้ว
"ตื่นแล้วหรือเ้าคะ คุณชายผู้น่ารักของข้า?" หรูเยียนคลี่ยิ้มหวาน "ข้านวดให้ท่านมาสองชั่วโมงแล้วนะเ้าคะ สบายขึ้นบ้างไหม?"
"อืม... แรงดีใช้ได้" กงจื่อสี่หาวหนึ่งวอด "แล้วเื่ที่ข้าให้เ้าไปรายงานพี่รองล่ะ?"
หรูเยียนหัวเราะเบาๆ "ข้ารายงานไปตามที่ท่านบอกเป๊ะเลยเ้าค่ะ บอกว่าท่านหลงเสน่ห์ข้าจนโงหัวไม่ขึ้น วันๆ เอาแต่คลุกอยู่กับข้าในห้อง ไม่สนใจเหมืองเกลือ ไม่สนใจการฝึกวิชา ตอนนี้พี่รองของท่านกำลังฉลองอย่างมีความสุข คิดว่าท่านกลายเป็ 'ไอ้ขี้แพ้ที่ติดหญิง' ไปเรียบร้อยแล้วเ้าค่ะ"
"ดีมาก..." กงจื่อสี่ยิ้มเ้าเล่ห์ "ในเมื่อเขาอยากให้ข้าไร้สาระ ข้าก็จะไร้สาระให้ถึงที่สุด... เฉียนฟู่! เข้ามา!"
เฉียนฟู่ ยอดนักจัดการเดินเข้ามาพร้อมกับสมุดบัญชีและสีหน้าที่ดูตื่นเต้น "คุณชาย! สิ่งที่ท่านให้ข้าสร้าง... มันเสร็จแล้วครับ! แต่มันแปลกมาก ทำไมต้องใช้หม้อต้มซ้อนกันหลายชั้นแล้วมีท่อทองแดงยาวๆ แบบนั้นด้วย?"
"นั่นเขาเรียกว่า 'หอกลั่นสุรา' ฉบับเร่งด่วน" กงจื่อสี่ลุกขึ้นจากเตียง (ด้วยความลำบากเพราะไม่อยากขยับตัว) "เกลือทำให้เรามีเงิน... แต่ 'สุรา' จะทำให้เรามี 'อำนาจ' และ 'มิตรภาพ' ที่มั่นคงที่สุดในยุทธภพ"
[ติ๊ง! โฮสต์เริ่มโครงการ 'เมาเพื่อครองโลก'] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 500 แต้ม] [ปลดล็อกสูตร: สุรามารมึนงง (Distilled Spirits 60% ABV)]
ณ ลานหลังเรือนพักที่ถูกปิดเป็ความลับ
หม้อต้มทองแดงขนาดมหึมาส่งเสียงเดือดปุดๆ กลิ่นแอลกอฮอล์ที่เข้มข้นจนแทบจะจุดไฟติดลอยล่องไปทั่วบริเวณ โม่ขวางทำหน้าที่แบกฟืน (งานใช้แรงงานคืองานของเขา) ขณะที่กงจื่อสี่นั่งอยู่บนเก้าอี้โยก คอยชี้แนะด้วยความี้เี
"จำไว้... สุราในยุทธภพนี้ส่วนใหญ่เป็สุราหมัก ดีกรีอย่างมากก็แค่สิบส่วน (10-15%) ดื่มเหมือนน้ำเปล่า แต่ของที่ข้ากำลังทำนี่... มันคือ 'จิติญญาแห่งไฟ'" กงจื่อสี่หยิบถ้วยหยกขึ้นมารองของเหลวใสกระจ่างที่หยดออกมาจากปลายท่อทองแดง
มันใสเหมือนน้ำสะอาด ไร้สี ไร้ตะกอน แต่กลิ่นของมันกลับรุนแรงจนหานเสวี่ยที่ยืนห่างไปสามก้าวยังต้องขมวดคิ้ว "สิ่งนี้... ดื่มได้จริงๆ หรือท่าน?"
"ลองดูสิ" กงจื่อสี่ยื่นถ้วยให้โม่ขวาง
โม่ขวางผู้เงียบขรึมรับไปดื่มรวดเดียวตามสไตล์ชายชาตรี ทันทีที่ของเหลวผ่านลำคอ ตาของโม่ขวางก็เบิกกว้าง ร่างกายที่กำยำสั่นเทิ้ม ใบหน้าเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำภายในสามวินาที เขาพยายามจะพูด แต่สิ่งที่ออกมามีเพียง "อั่ก... ร้อน... ร้อนเหมือนมีัพ่นไฟในท้อง!"
จากนั้น... โม่ขวาง ยอดฝีมือผู้มั่นคงดุจูเา ก็ค่อยๆ เซไปด้านข้างแล้วทิ้งตัวลงนอนหงายหลังดัง ตึง! พร้อมกับเสียงกรนที่ดังสนั่น
"โม่ขวาง!!!" เสี่ยวเตี๋ยร้องลั่นด้วยความใ
"ใจเย็นๆ เขาแค่ 'พึ่งเคยเจอของจริง'" กงจื่อสี่หัวเราะ "นี่แหละคือสินค้าตัวใหม่ของเรา... สุรามารมึนงง"
เย็นวันนั้น กงจื่อสี่สั่งให้เฉียนฟู่จัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ขึ้นที่ใจกลางพรรคมารทมิฬ โดยเชิญทั้งผู้าุโ หัวหน้าหน่วย และแม้แต่พี่ๆ ของเขา (ยกเว้นพ่อที่ยังรักษาตัวอยู่) มาด้วยเหตุผลว่า "เพื่อฉลองความสำเร็จของเหมืองเกลือ"
พี่ใหญ่กงจื่ออี้และพี่รองกงจื่อเอ้อเดินเข้ามาในงานด้วยท่าทางหยิ่งยโส โดยเฉพาะพี่รองที่มองกงจื่อสี่ด้วยสายตาผู้ชนะ เพราะได้รับรายงานจากหรูเยียนว่าน้องสี่กำลัง "เสียคน" เพราะนาง
"น้องสี่... วันนี้จัดงานใหญ่โตเชียวนะ เห็นว่ามีสุราสูตรลับที่เ้าคุยว่ายอดเยี่ยมที่สุดในใต้หล้ามาให้ชิมด้วยรึ?" กงจื่อเอ้อเอ่ยเย้ยหยัน "ข้าเกรงว่ามันจะเป็แค่น้ำเชื่อมหวานๆ สำหรับเด็กน่ะสิ"
"ฮ่าๆ พี่รองพูดถูกแล้ว" กงจื่อสี่ถือไหสุราดินเผาขนาดเล็กเดินวนไปรอบๆ "สุราของข้ามันอ่อนนัก... ใครที่คิดว่าตัวเองคอแข็งที่สุดในพรรค ลองดื่มสักสามจอกดูสิ ถ้าใครยังยืนอยู่ได้ ข้าจะยกรายได้เหมืองเกลือเดือนนี้ให้ทั้งหมดเลย!"
คำท้านี้ทำให้พวกนักรบมารและผู้าุโที่บ้าพลังถึงกับหูผึ่ง "สามจอกรึ! คุณชายสี่ ท่านดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว! ข้า 'ขวานั์สยบฟ้า' ดื่มสุราได้เป็ไหๆ ยังไม่เคยเมา!"
กงจื่อสี่ยิ้มกว้าง "งั้นเชิญท่านผู้าุโก่อนเลยเ้าค่ะ"
สุราใสกระจ่างถูกรินลงในจอกหยก กลิ่นหอมแรงของมันดึงดูดทุกคน ผู้าุโขวานั์ดื่มจอกแรกเข้าไป... "โอ้! แรง! แรงสะใจนัก! ฮ่าๆๆ จอกที่สองมา!"
จอกที่สอง... "อืม... โลกเริ่มหมุนนิดๆ แต่ข้ายัง... ยังไหว... จอกที่สาม..."
พอสิ้นจอกที่สาม ผู้าุโผู้เกรียงไกรก็เริ่มร่ายรำวิชาขวานั์กลางอากาศ... ทว่าไม่มีขวานในมือ เขาใช้ขาตั้งโต๊ะแทน! "ข้าคือ... ั... ข้าคือับินได้!" ก่อนจะล้มหน้าทิ่มลงไปในถังน้ำแกงกลางโต๊ะเลี้ยง
เหตุการณ์เริ่มบานปลาย เมื่อทุกคนเห็นว่าสุรานี้ "ท้าทาย" ยิ่งนัก พวกนักรบมารที่รักศักดิ์ศรีต่างพากันดาหน้าเข้ามาลอง... ผลคือ ภายในหนึ่งชั่วโมง ลานประลองของพรรคที่เคยน่าเกรงขาม กลายเป็ "ทุ่งนอนพับ"
นักรบมารบางคนปีนขึ้นไปบนยอดเสาเพื่อะโบอกรักแม่ทัพฝั่งตรงข้าม บางคนนั่งกอดเสาหินร้องไห้คร่ำครวญถึงรักแรกที่ผิดหวัง แม้แต่พี่ใหญ่กงจื่ออี้ที่ปกติจะเคร่งขรึม บัดนี้กลับนั่งกอดไหล่กับพี่รองกงจื่อเอ้อ
"พี่ใหญ่... ข้า... ข้าขอโทษที่แอบขโมยขนมท่านตอนเด็กๆ" กงจื่อเอ้อร้องไห้ขี้มูกโป่ง "ท่านเป็พี่ที่... ที่น่ากลัวที่สุด แต่ข้าก็รักท่านนะ!"
"น้องรอง... เ้า... เ้ามันไอ้ลูกหมา" กงจื่ออี้พึมพำขณะพยายามจะกินลูกชิ้นแต่กลับทิ่มเข้าจมูกตัวเอง "แต่สุรานี่... มันดีจริงๆ... ข้ารู้สึกเหมือน... เหมือนกำลังขี่เมฆไปแดนเซียน..."
กงจื่อสี่นั่งมองภาพความหายนะระดับพรรคจากที่นั่งประธาน พลางจิบน้ำชา (เขารู้ดีว่าไม่ควรดื่มของตัวเองในที่สาธารณะ) หานเสวี่ยและหรูเยียนยืนอยู่ข้างๆ ด้วยความอึ้ง
"คุณชาย... ท่านวางยาพิษพวกเขาหรือเปล่าเ้าคะ?" หรูเยียนถามพลางมองภาพกงจื่อเอ้อที่กำลังพยายามจะจูบหัวสุนัขเฝ้าประตู
"เปล่าเลย... นี่คือความจริงใจล้วนๆ" กงจื่อสี่ยักไหล่ "เมื่อคนเราเมา ความลับและสันดานที่แท้จริงจะโผล่ออกมา... ดูสิ ผู้าุโสามที่ว่ากันว่ารับสินบน บัดนี้กำลังะโบอกจำนวนเงินที่ซ่อนอยู่ใต้เตียงให้ทุกคนฟังอยู่นั่นไง"
เฉียนฟู่รีบจดบันทึกความลับที่หลุดออกมาจากปากคนเมาอย่างรวดเร็ว "คุณชาย... นี่คือข้อมูลที่ล้ำค่ายิ่งกว่าทองคำเสียอีก!"
[ติ๊ง! ภารกิจ 'เมาพับทั้งพรรค' สำเร็จอย่างล้นหลาม!] [ได้รับแต้มเกียจคร้าน: 6,000 แต้ม] [ได้รับ 'ความลับของผู้าุโ' x 15 รายการ] [สถานะปัจจุบัน: พรรคมารทมิฬอยู่ในสภาวะ 'ไร้การป้องกัน' 99% เนื่องจากทุกคนเมาค้าง]
ในขณะที่ทุกคนกำลังเมามาย หานเสวี่ยที่ปกติจะสงบสติอารมณ์ได้ดี กลับเผลอหยิบจอกที่เหลือค้างไว้มาลองจิบดู... เพียงอึกเดียว ใบหน้าที่เ็าของนางก็เปลี่ยนเป็สีชมพูระเรื่อ นางหันไปหากงจื่อสี่ แววตาที่เคยแข็งกร้าวดูเชื่อมปรอยอย่างประหลาด
"คุณชาย..." นางเดินเข้ามาใกล้จนกงจื่อสี่ได้กลิ่นลมหายใจที่หอมกลิ่นสุรา "ท่าน... ท่านี้เีจริงๆ... หรือท่านแค่... ไม่อยากให้ใครมาแย่งที่นอนของท่านกันแน่?"
นางโน้มตัวลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน กงจื่อสี่ชะงักไป 'ชิบหายละ... ยัยน้ำแข็งนี่เมาแล้วกลายเป็สิงห์สาวรึ?'
"หานเสวี่ย... เ้าเมาแล้ว ไปพักเถอะ"
"ข้าไม่ไป..." นางพึมพำพลางทิ้งตัวลงซบที่อกของเขา "ที่ตรงนี้... อุ่นกว่าเตียงของข้าอีก..."
กงจื่อสี่ถอนหายใจยาวพลางมองไปรอบๆ ลานที่เต็มไปด้วยคนเมาพับ 'เฮ้อ... งานเลี้ยงเลิกข้าก็ต้องมาแบกคนพวกนี้รึไง? ไม่สิ... ข้าี้เี ข้าจะนอนตรงนี้แหละ'
คืนนั้น กงจื่อสี่สั่งให้ทาสคนพิการและคนงานเหมืองเกลือที่ไม่ได้ดื่ม มาแบกบรรดาผู้าุโและพี่ๆ กลับห้อง โดยคิดค่าบริการ "แบกกลับ" คนละ 10 ตำลึงเงิน!
เช้าวันต่อมา... ทั้งพรรคมารทมิฬเงียบเหงาราวกับเมืองร้าง เพราะทุกคนต้องเผชิญกับอาการ "เมาค้างระดับิญญาสลาย" และกงจื่อสี่ก็ได้กลายเป็บุคคลที่น่าเกรงขามที่สุดในพรรคไปโดยปริยาย ไม่ใช่เพราะวิชาการต่อสู้... แต่เพราะเขามี 'น้ำ์' ที่สามารถสยบยอดฝีมือได้เพียงสามจอก!
Wisan-Mars