ตอนที่ 1: บทนำ
แสงแดดยามเย็นส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกของร้านหนังสือเก่าแห่งหนึ่งในเมืองคามาคุระ ผ้าม่านบางเบาปลิวไสวตามแรงลมทะเล เสียงกระดิ่งเล็กๆ ตรงประตูดังขึ้นทุกครั้งที่มีลูกค้าเดินเข้าออก กลิ่นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นอ่อนๆ ของชาเขียวจากกาน้ำชาที่ตั้งอยู่ตรงมุมเคาน์เตอร์
ทำให้บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความอบอุ่น
อาซาฮิ โคเฮย์ เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปี นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ร้าน พลิกหน้าหนังสือที่เขาถืออยู่ด้วยท่าทางไม่รีบร้อน เสียงนาฬิกาเก่าแก่ที่แขวนอยู่บนผนังดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ
วันนี้เป็วันที่เงียบสงบเหมือนเช่นเคย ลูกค้าประจำของคุณปู่บางคนยังคงแวะเวียนมาซื้อหนังสือหรือเข้ามาพูดคุย
โคเฮย์เติบโตมากับร้านหนังสือเก่านี้ ั้แ่จำความได้ เขาก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการอ่านหนังสือและช่วยปู่จัดร้าน
กรุ๊งกริ๊ง เสียงกระดิ่งดังเบาๆให้พอได้ยินจากประตู้ไม้บานเก่าของร้าน
“โคเฮย์ ฉันมารับหนังสือที่สั่งไว้” เสียงของชายหนุ่มวัยกลางคนลูกค้าประจำของคุณปู่ที่คุ้นเคยกันดี
โคเฮย์ละสายตาจากหนังสือ ลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน และเดินไปหยิบหนังสือจากชั้นไม้เก่าที่เรียงรายไปด้วยหนังสือปกแข็งหลายร้อยเล่ม
ใน่เวลาแบบนี้ เขามักจะนึกถึงความสงบของชีวิตในคามาคุระ เมืองชายทะเลที่เต็มไปด้วยวัดเก่า ซอยแคบๆ ที่มีร้านค้าท้องถิ่น และเสียงคลื่นที่คอย
กระทบชายฝั่งตลอดเวลา
หลังจากที่ได้เวลาปิดร้านแล้ว โคเฮย์เดินออกจากร้าน ตรงไปยังชายหาดยูอิงาฮามะตามปกติของเขาที่ทำอยู่ทุกวัน
เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งเป็จังหวะ ท้องฟ้ายามเย็นไล่เฉดสีส้ม ชมพู และม่วงเข้าด้วยกัน ลมทะเลพัดแรงขึ้นเล็กน้อย พัดเอากลิ่นเกลือทะเลและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่เล่นอยู่ริมชายหาดมาด้วย
โคเฮย์ก้าวเดินไปตามแนวชายหาด เท้าของเขาัักับทรายเย็นๆ ร่างสูงของเขาดูเงียบขรึม ทว่าแววตากลับสะท้อนความสงบสุขที่มีอยู่ในใจ
ขณะที่เขากำลังเดินเล่นอยู่นั้น สายตาของเขาก็สะดุดเข้ากับเด็กสาวคนหนึ่งที่นั่งอยู่บนก้อนหินริมชายหาด
เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอกกับกระโปรงยาวคลุมเขาสีขาวสบายตา ผมยาวสีน้ำตาลเข้มปลิวตามแรงลม มือของเธอถือดินสอ และเธอกำลังวาดภาพพระอาทิตย์ตกในสมุดสเก็ตช์เล่มหนึ่ง
โคเฮย์ยืนมองเธออยู่ห่างๆ
เขาไม่แน่ใจว่าทำไมเธอถึงดึงดูดสายตาของเขา บางทีอาจเป็เพราะเธอดูเหมือนไม่ได้เป็คนท้องถิ่น หรืออาจเป็เพราะใบหน้าของเธอที่ดูเงียบเหงา ไม่เหมือนกับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มักจะมาชายหาดเพื่อพักผ่อนและสนุกสนาน
เธอไม่ได้ทันสังเกตว่าเขากำลังมองอยู่ เธอยังคงลากเส้นลงไปในสมุดสเก็ตช์ด้วยความตั้งใจ ราวกับพยายามเก็บภาพของ่เวลานี้ไว้
จากมุมมองของโคเฮย์ เธอดูเหมือนภาพวาดเคลื่อนไหวท่ามกลางแสงอาทิตย์ตก
และแล้วเธอก็พูดขึ้นมา โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้ามามอง
"นายชอบฟังเสียงคลื่นไหม?"
โคเฮย์ชะงักเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเธอจะเอ่ยปากถาม ทั้งที่เขายังไม่ได้พูดอะไร
“มันทำให้ใจสงบ” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
เด็กสาวยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองทะเลและพูดต่อ
"ฉันว่ามันเหงานิดหน่อย...เหมือนเสียงของมันไม่เคยหยุด ไม่ว่าเราจะอยู่หรือจากไปก็ตาม"
โคเฮย์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองเธอเต็มๆ ตา
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้พบกับเธอ แต่ทำไมถึงรู้สึกว่าคำพูดของเธอมีน้ำหนักมากกว่าที่ควรจะเป็?
---
"ฉันชื่อซาโอริ ย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน" ซาโอริพูดขึ้นหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง
เด็กสาวแนะนำตัว พร้อมกับพลิกหน้าสมุดสเก็ตช์ไปยังหน้าถัดไป และเริ่มลากดินสอลงไปอีกครั้ง
“ย้ายมาจากไหน?” โคเฮย์ถาม
“โตเกียว”
โคเฮย์พยักหน้าช้าๆ “เข้าใจล่ะ”
"ฉันชื่อโคเฮย์"
เขาตอบกลับสั้นๆ และนั่งลงบนก้อนหินอีกก้อนข้างๆ เธอ ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันต่อไปในทันที มีเพียงเสียงคลื่นและเสียงดินสอขูดลงบนกระดาษที่ดังขึ้นเบาๆ
ซาโอริดูตั้งใจวาดภาพมาก แม้กระทั่งลมที่พัดแรงขึ้น เธอก็ยังคงนิ่งอยู่
"เธอวาดอะไร?" โคเฮย์เอ่ยถาม
ซาโอริเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย มองไปที่เส้นขอบฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงเข้ม ก่อนจะพลิกสมุดสเก็ตช์ให้โคเฮย์ดู
ในภาพนั้นเป็ทิวทัศน์ของชายหาดยูอิงาฮามะ พร้อมกับเงาของคนสองคนที่กำลังนั่งอยู่บนก้อนหิน
"ฉันวาดภาพของตอนนี้" เธอพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ
โคเฮย์มองภาพนั้นเงียบๆ แล้วจึงถามขึ้น "ทำไมถึงเลือกวาดภาพนี้?"
ซาโอริหันไปมองทะเลอีกครั้ง ก่อนจะตอบเสียงเบา
"เพราะฉันอยากจำมันไว้"
---
โคเฮย์มองภาพในสมุดสเก็ตช์ของซาโอริอีกครั้ง เส้นดินสอที่เธอลากลงไปบนกระดาษดูเรียบง่าย แต่กลับมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้เขาจับจ้องอยู่นานกว่าที่ควรจะเป็
“เธอวาดเก่ง” เขาพูดเรียบๆ
ซาโอริหัวเราะเบาๆ “ก็แค่ชอบวาดเล่นน่ะ”
เธอปิดสมุดสเก็ตช์ และปล่อยให้สายลมพัดผมยาวของเธอพลิ้วไหวไปตามจังหวะของมัน
โคเฮย์เงยหน้ามองท้องฟ้า สีของมันเริ่มเปลี่ยนเป็ม่วงเข้ม เขาชอบ่เวลานี้ของวันมากที่สุด มันเป็่เวลาที่เมืองทั้งเมืองดูสงบลง หลังจากความวุ่นวายของนักท่องเที่ยวในตอนกลางวัน
สำหรับโคเฮย์ คามาคุระคือบ้านที่เขาไม่เคยคิดจะจากไป
แม้มันจะเป็เมืองเล็กๆ ที่ไม่ได้มีแสงสีแบบโตเกียว แต่เขากลับรักทุกอย่างที่นี่ ั้แ่ถนนเล็กๆ ที่มีร้านค้าเก่าแก่ ศาลเ้าเงียบสงบที่ซ่อนอยู่ตามตรอกแคบๆ ไปจนถึงร้านหนังสือของคุณปู่ที่เขาเติบโตมา
แต่บางครั้ง... เขาก็รู้สึกโดดเดี่ยวอยู่เหมือนกัน
คามาคุระเป็เมืองที่เงียบสงบก็จริง แต่มันก็เป็เมืองที่ทำให้ผู้คนผ่านเข้ามาและผ่านไปเสมอ ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่ที่นี่ตลอดไป
เขาเคยมีเพื่อนบางคนที่โตมาด้วยกัน แต่พอโตขึ้น หลายคนก็ย้ายไปเรียนต่อในเมืองใหญ่ บางคนเลือกเส้นทางที่ต่างออกไป และบางคน... ก็แค่หายไปจากชีวิตเขาโดยไม่มีคำลา
ซาโอริจะเป็แบบนั้นหรือเปล่า?
เธอเป็เพียงอีกคนหนึ่งที่เข้ามาในเมืองนี้ แล้วสุดท้ายก็จากไปเหมือนคนอื่นๆ ใช่ไหม?
โตเกียวกับคามาคุระเป็โลกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โตเกียวเต็มไปด้วยความเร่งรีบ ผู้คนเดินกันเร็วเหมือนมีอะไรต้องทำตลอดเวลา ในขณะที่คามาคุระกลับมีจังหวะชีวิตที่เนิบช้า ผู้คนยังคงหยุดทักทายกันตามข้างทาง และไม่มีใครรีบร้อนเกินไป
“ทำไมถึงย้ายมา?” โคเฮย์ถามต่อ
ซาโอริถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบ “เพราะครอบครัว”
โคเฮย์เงียบ ไม่ได้เร่งให้เธอพูดต่อ
เธอจ้องไปที่เส้นขอบฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูด "แม่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ฉันเลยต้องตามมา”
เสียงของเธอฟังดูราบเรียบ แต่มันกลับทำให้โคเฮย์รู้สึกถึงความหนักแน่นบางอย่างในนั้น
“ฉันไม่ค่อยมีเพื่อนที่นี่... จริงๆ ต้องบอกว่าไม่มีเลย” เธอหัวเราะแห้งๆ “มันค่อนข้างแปลกที่ต้องเริ่มต้นใหม่ในที่ที่เราไม่รู้จักใครเลย”
โคเฮย์เข้าใจความรู้สึกนั้นดี แม้ว่าเขาจะอยู่ที่นี่มาตลอดชีวิต แต่เขาก็เคยรู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนกัน
“ฉันเคยไปโตเกียวแค่สองสามครั้ง” เขาพูด “มันคงแตกต่างจากที่นี่มากใช่ไหม?”
ซาโอริพยักหน้า “มาก... บางครั้งฉันก็คิดถึงมัน แต่บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยกับความวุ่นวายที่นั่น”
เธอหันกลับมามองโคเฮย์ “นายเคยอยากไปอยู่ที่อื่นไหม?”
โคเฮย์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่เคยคิดจริงจัง”
เขาเคยสงสัยว่าโลกข้างนอกเป็ยังไง แต่ไม่เคยรู้สึกอยากจะจากคามาคุระไปจริงๆ
“แล้วเธอล่ะ?” เขาถามกลับ “อยากกลับไปโตเกียวไหม?”
ซาโอรินิ่งไป ก่อนจะตอบเสียงเบา
“บางครั้ง”
---
“พรุ่งนี้ฉันกะจะเข้าไปเที่ยวในเมือง” ซาโอริพูดขึ้น เปลี่ยนเื่กะทันหัน
“ไปเที่ยวที่ไหน?”
ม“ไม่รู้สิ” เธอหัวเราะ “ฉันแค่เบื่อนั่งอยู่บ้านเฉยๆ”
โคเฮย์นิ่งเงียบ ก่อนจะพูดขึ้น “งั้นเธอลองแวะมาที่ร้านหนังสือของฉันสิ”
ซาโอริเลิกคิ้ว “นายมีร้านหนังสือ?”
“ของคุณปู่ฉัน” เขาอธิบาย “เป็ร้านหนังสือเก่า อยู่ไม่ไกลจากที่นี่”
ซาโอริดูสนใจ “ฟังดูดีเลย ฉันจะไป”
โคเฮย์ไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะตอบรับง่ายขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้าอะไรมากนัก
“พรุ่งนี้ เจอกันที่ร้านแล้วกัน”
“อืม” ซาโอริพยักหน้า พร้อมรอยยิ้มบางๆ
---
ท้องฟ้าเริ่มมืดลง และอากาศเย็นขึ้น เสียงคลื่นยังคงดังเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ซาโอริเก็บสมุดสเก็ตช์ลงในกระเป๋า แล้วลุกขึ้นยืน “ฉันต้องกลับแล้ว”
โคเฮย์มองตามเธอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนบ้าง
“พรุ่งนี้เจอกันนะ โคเฮย์”
เธอเอ่ยลา ก่อนจะเดินหายไปตามแนวชายหาด ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าบนทรายที่ถูกคลื่นซัดลบไปทีละน้อย
โคเฮย์ยืนอยู่ตรงนั้น มองดูเงาของเธอจางหายไปพร้อมกับแสงสุดท้ายของวัน
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาได้เจอเธอ
แต่เขารู้สึกได้ว่า... นี่อาจไม่ใช่แค่การพบกันเพียงครั้งเดียว
จบบทที่ 1 -ประทับตรา-