บทที่ 10 มีคนวางยา
เฉี่ยวอวี้กับเฉี่ยวซินเป็สองสาวใช้ที่ติดตามเฮ่อจือหร่านมา พวกนางพักอยู่ในห้องเดียวกัน วันนี้เฉี่ยวอวี้เป็คนเฝ้าหน้าประตูห้องหอ ส่วนเฉี่ยวซินหลับไปนานแล้ว
เสียงเปิดประตูทำให้เฉี่ยวซินคิดว่าเป็เฉี่ยวอวี้กลับมา จึงเอ่ยถามเสียงงัวเงีย “เฉี่ยวอวี้ ทำไมเ้ากลับมาเร็วนัก”
“เป็ข้าเอง” เฮ่อจือหร่านเอ่ยขึ้น
เฉี่ยวซินรีบลุกนั่ง สวมรองเท้าลงจากเตียง
“คุณหนูใหญ่ มีอะไรเื่หรือเ้าคะ”
เฮ่อจือหร่านไม่อยากเสียเวลามากจึงวางสัญญาซื้อขายตัวทั้งสองฉบับลงบนโต๊ะ
“พวกเ้าถือสัญญาซื้อขายตัวนี้แล้วรีบออกไปจากจวนฮู่กั๋วกง ั้แ่นี้เป็ต้นไปพวกเ้าเป็อิสระแล้ว”
สาวใช้ทั้งสองไม่เข้าใจว่าคุณหนูของพวกนางคิดจะทำอะไร
“คุณหนูใหญ่ เฉี่ยวซินทำอะไรผิดหรือเ้าคะ ท่านจะลงโทษข้าก็ได้”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ เฉี่ยวอวี้อยากรับใช้ท่านไปตลอดชีวิต”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าสาวใช้ทั้งสองภักดีต่อนางมาก
นางกล่าวอย่างสิ้นหวังว่า “เมื่อครู่ท่านกั๋วกงกลับมาและเล่าว่าเขาทำให้องค์จักรพรรดิทรงพิโรธ ไม่นานนักคงต้องจะมีพระราชโองการลงโทษคนในจวนแน่”
“เมื่อถึงเวลานั้น พวกเราคงไม่อาจหนีพ้น แล้วต่อไปจะดูแลเ้าทั้งสองได้อย่างไร”
“แทนที่พวกเ้าจะถูกทางการขายออกไปอีกครั้ง ไม่สู้ข้าปล่อยพวกเ้าให้มีอิสระไม่ดีกว่าหรือ”
เฮ่อจือหร่านใช้แขนเสื้อปิดบัง พลางหยิบเงินสี่สิบตำลึงออกมา แล้วมอบให้พวกนางคนละครึ่ง
สาวใช้ทั้งสองไม่คาดคิดว่าคุณหนูใหญ่จะปล่อยพวกนางไปด้วยเหตุนี้ พักหนึ่งจึงยังไม่อาจยอมรับเื่นี้ได้
เป็เพราะความคิดที่ต้องรับใช้คุณหนูใหญ่ไปตลอดชีวิตฝังรากลึกในจิตใจ
“คุณหนูใหญ่ เฉี่ยวซินไม่ไปเ้าคะ”
“เฉี่ยวอวี้ก็จะไม่ไปเ้าค่ะ”
หากเป็เมื่อก่อน เฮ่อจือหร่านคงเลือกอธิบายกับพวกนางอย่างใจเย็น แต่ตอนนี้ นางไม่มีเวลามากพอจะทำเช่นนั้น
“เื่นี้พวกเ้าไม่อาจคัดค้านได้ รีบเก็บข้าวของเดี๋ยวนี้ อีกหนึ่งก้านธูป ข้าจะให้คนไปส่งพวกเ้าออกจากจวน”
“คุณหนูใหญ่…”
ครั้นเห็นว่าเฉี่ยวอวี้กำลังจะพูด เฮ่อจือหร่านก็ยกมือห้ามไว้ “พอได้แล้ว ไม่ต้องพูดอะไรอีก”
ด้านหนึ่งหญิงสาวกำลังปล่อยตัวสาวใช้ให้เป็อิสระ ส่วนอีกด้านโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย
ภายหลังเฮ่อจือหร่านออกไป เขาเรียกบ่าวรับใช้หนุ่มที่คอยรับใช้ใกล้ชิดเข้ามา และยกเลิกซื้อขายตัวพวกเขาให้เป็อิสระเช่นเดียวกัน
ส่วนบ่าวรับใช้ในจวนคนอื่น ๆ จะเป็อย่างไร ล้วนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฮูหยินผู้เฒ่าและเหล่าพี่สะใภ้
หลังจากส่งบ่าวรับใช้ที่ได้รับสัญญาซื้อขายตัวทั้งหมดออกไป ท้องฟ้าก็เริ่มสว่างแล้ว
เฮ่อจือหร่านเหลือบมองนาฬิกาในมิติลับ เห็นว่าเวลานี้ย่างเข้าสู่่ตีห้าแล้ว
ข้าวของในครัวของจวนฮู่กั๋วกงถูกเฮ่อจือหร่านขนเก็บจนหมด ซ้ำยังไปเก็บของจากท้องพระคลัง นางจึงกักตุนเสบียงอาหารไว้เต็มพื้นที่
โชคดีที่ในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่ายังมีห้องครัวเล็ก ๆ
แม้จะต้องถูกเนรเทศ แต่ก็ต้องกินให้อิ่มท้องก่อนจึงค่อยไป ฉะนั้นฮูหยินผู้เฒ่าจึงสั่งให้คนต้มโจ๊กในห้องครัวเล็กของตน
ยามนี้โจ๊กสุกได้ที่แล้ว หญิงชราผู้หนึ่งเดินออกมาเชื้อเชิญทุกคนให้ไปทานอาหารเช้า
ส่วนเื่การยกน้ำชาแก่แม่สามีของเฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ยหลังวันแรกของการแต่งงานนั้นย่อมถูกปล่อยผ่านไปอย่างสิ้นเชิง
เฮ่อจือหร่านเหลือบมองชายหนุ่มที่ยังคงนอนซมอยู่บนเตียง “ท่านจะไปหาท่านแม่เพื่อกินอาหารเช้าหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยส่ายหน้า “ข้าไม่ไป แสร้งเป็สลบต่อไปจะดีกว่า”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าการกระทำของโม่จิ่วเยี่ยนั้นถูกต้อง
เมื่อคืนองค์จักรพรรดิเรียกเขาให้เข้าวังเพื่อใส่ความ และลงโทษเขาจนได้รับาเ็สาหัสและตายระหว่างถูกเนรเทศไม่ใช่หรือ
หากเขาออกไปปรากฏตัวอย่างแข็งแรงดีอยู่ กระทั่งองค์จักรพรรดิทรงทราบในภายหลัง อีกฝ่ายอาจคิดวิธีอื่นมาจัดการสกุลโม่อีกก็เป็ได้
ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว หากยังแกล้งทำเป็สลบต่อไปยังคงมีทางรอดพ้นสายตาอีกฝ่ายไปได้
“เช่นนั้นข้าจะไปดูลาดเลาก่อน แล้วจะนำของกินกลับมาให้ท่าน”
เฮ่อจือหร่านเดินตามหญิงชราไปยังเรือนที่ฮูหยินผู้เฒ่าพักอาศัย
คนในสกุลโม่ต่างก็รู้จักกาลเทศะ ตอนนี้บรรดาพี่สะใภ้ทั้งหลายมาถึงเรือนฮูหยินผู้เฒ่าก่อนแล้ว
สตรีทั้งกลุ่มนั่งเรียบร้อยกันที่โต๊ะอาหารในห้องโถงใหญ่ ต่างรอให้ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้เริ่มลงมือทานก่อนจึงจะหยิบตะเกียบ
ฮูหยินผู้เฒ่ากำลังรอให้โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านมาถึง แล้วค่อยเริ่มทานข้าวพร้อมกัน
ถึงอย่างไรวันนี้ก็เป็วันแรกหลังวิวาห์ของบุตรชาย ย่อมต้องทำทุกอย่างให้ดูเป็ทางการสักหน่อย
เมื่อเห็นว่ามีเพียงเฮ่อจือหร่านเข้ามาเพียงคนเดียว โม่หานเยี่ยซึ่งยังไม่รู้ว่าสกุลโม่กำลังจะประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ จึงรีบเดินมาต้อนรับอย่างเป็มิตร
นางยิ้มแย้มแจ่มใส จับแขนเฮ่อจือหร่านพลางเอ่ยว่า “พี่สะใภ้เก้า พี่ชายข้าไปไหนเสียแล้วเล่า เหตุใดไม่เห็นเขามากับท่าน”
เพียงท่าทีของโม่หานเยี่ยก็รู้ได้ทันทีว่านางคงยังไม่รู้เื่ที่เกิดขึ้นในบ้าน
เฮ่อจือหร่านตัดสินใจไม่บอกนางต่อไป “พี่ชายเ้าถูกเรียกเข้าวังหลวงกลับมาดึกดื่นแล้ว ทั้งตอนเช้ายังไม่สบายเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ เขาจึงยังนอนอยู่”
คำอธิบายนี้ สำหรับโม่หานเยี่ยแล้ว ไม่มีความน่าสงสัยแต่อย่างใด
“พี่เก้าคงเหนื่อย เช่นนั้นปล่อยให้เขานอนต่อไปเถอะ พี่สะใภ้เก้ารีบมากินข้าวเช้ากับข้าเร็ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าและเหล่าพี่สะใภ้ ล้วนรู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงไม่ได้พูดอะไรมากเหมือนกับโม่หานเยี่ย
เพียงแต่สีหน้าของทุกคนดูไม่ค่อยดีเท่าใดนัก
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นเฮ่อจือหร่านมาถึงโต๊ะอาหารแล้ว จึงเชื้อเชิญให้นั่ง
“สะใภ้เฮ่อ เ้าก็รู้ว่าบ้านเราเป็อย่างไร วันแรกหลังแต่งงานของเ้าแท้ ๆ กลับไม่ได้มีสิ่งใดเตรียมไว้ให้ เ้าอย่าถือสาของกินง่าย ๆ เช่นนี้เลยนะ”
“ท่านแม่ แบบนี้ก็ดีมากแล้วเ้าค่ะ”
เฮ่อจือหร่านนั่งลงข้าง ๆ โม่หานเยี่ย
เมื่อเหลือบเห็นโจ๊กตรงหน้า นางพลันขมวดคิ้ว
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ทุกท่าน โจ๊กนี้ใครเป็คนทำหรือ”
ฮูหยินผู้เฒ่าประคองถ้วยขึ้นมากำลังจะดื่มโจ๊ก แต่เมื่อได้ยินเฮ่อจือหร่านถามเช่นนี้กลับวางลงทันที
“เป็คนในเรือนข้าทำ มีอะไรหรือ”
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ โจ๊กนี้มีพิษเ้าค่ะ”
ทันทีที่กล่าวไป ทุกคนต่างวางถ้วยโจ๊กลงอย่างรวดเร็ว สายตาหลายคู่จ้องมองไปยังเฮ่อจือหร่าน
“สะใภ้เฮ่อ เ้าบอกว่าโจ๊กมีพิษหรือ” ฮูหยินผู้เฒ่าถามอย่างไม่อยากเชื่อ
เฮ่อจือหร่านพยักหน้ายืนยัน “ท่านแม่ หากข้าเข้าใจไม่ผิด มันคือยาพิษที่ไร้สีไร้กลิ่น ใครก็ตามที่ดื่มเข้าไปจะต้องตาย”
ตอนที่นางกำลังเอ่ย ก็มีสาวใช้วิ่งเข้ามารายงาน “ไม่ดีแล้วเ้าค่ะฮูหยินผู้เฒ่า ป้าเฉินกับสุ่ยหยาเป็อะไรไม่รู้ หลังจากดื่มน้ำเข้าไป พวกนางก็ล้มลงไปชักดิ้นชักงอ อาเจียนเป็ฟองออกปาก…”
“เ้าพูดอะไรนะ!” ฮูหยินผู้เฒ่าผุดลุกขึ้น รีบออกไปดู
“ทั้งสองคนอยู่ที่ใด”
“เรียนฮูหยินผู้เฒ่า พวกนางอยู่ที่ห้องเล็กข้างเรือนเ้าค่ะ!”
บรรดาสะใภ้ทุกคนรวมทั้งเฮ่อจือหร่านตามติดฮูหยินผู้เฒ่าไปยังห้องเล็กข้างเรือน
เป็อย่างที่สาวใช้คนนั้นบอกเอาไว้ ป้าเฉินและอีกคนนอนอยู่บนพื้น ร่างกายสั่นเกร็ง ดวงตาเหลือก หลังจากดื่มน้ำเข้าไป ท่าทีของพวกนางก็ราวกับกำลังจะสิ้นใจลงตรงนั้น
ฮูหยินผู้เฒ่าเข้าไปตรวจสอบ และเมื่อออกมา สายตานางก็มองไปที่เฮ่อจือหร่าน
“มีคนวางยาพิษจริง ๆ”