ฉันโทรไปเล่าเื่ทั้งหมดให้แม่ฟังซึ่งแม่ก็บอกว่าดีแล้ว และเพียงบอกสั้นๆ ว่าเดี๋ยวกลับมาแล้ว จะให้พ่อเป็คนจัดการเื่ทั้งหมดไม่ต้องกังวลอะไร
วันรุ่งขึ้นฉันกับแต๋วก็พากันไปเยี่ยมหนิงกับยายที่โรงพยาบาลอีกวันนี้ยายสุดฟื้นแล้วหน้าตาดูมีสีเืขึ้นแต่บนตัวยังมีเข็มฉีดยาปักอยู่ที่แขนรอบๆ เตียงก็แขวนขวดต่างๆ 2-3 ขวด หนิงหน้าตาดูมีความสุขขึ้นในห้องก็สะอาดสะอ้านมีกลิ่นหอมของน้ำหอมปรับอากาศโชยมาอ่อนๆ ตลอดเวลา
เมื่อวานนี้ก่อนกลับบ้านฉันให้แต๋วเอาเงินให้แม่บ้านที่ทำความสะอาดไป1,000 บาท เพื่อให้ช่วยดูแลห้องนี้เป็พิเศษ ซึ่งแต๋วก็ทำได้ค่อนข้างดีวันนี้ฉันก็ซื้อทั้งองุ่นและเชอรี อีกหลายกิโลมามอบให้พยาบาลประจำตึกทำให้พอรู้ว่า ยายสุดไม่ได้เป็อะไรมากแค่เป็โรคคนแก่และอดอยากตรากตรำมากไปเท่านั้น
ฉันพาหนิงออกไปหาอะไรกินข้างนอกดูเธอจะเชื่อใจฉันเต็มที่แล้ว จึงพูดคุยกันอย่างเป็กันเองมากขึ้นเธออายุน้อยกว่าฉันปีหนึ่งชื่อจริงคือ “ปัทมา”
“น้องหนิงเรียกว่าพี่นุช ก็ได้นะจ๊ะ” ฉันบอกเธอด้วยเสียงอ่อนโยน ก่อนจะพูดต่อว่า“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้วพี่จะพาไปซื้อเสื้อผ้าของใช้เพิ่มนะจ๊ะของเก่าที่บ้านเดิมไม่ต้องใช้แล้วอีกอย่างเสื้อผ้าที่พี่แต๋วซื้อมาก็ไม่พอใช้หรอก”
จริงๆฉันก็ไม่ค่อยรู้เื่พวกนี้เท่าไรนักหรอกเพียงแต่จำมาจากตอนที่แม่พาไปซื้อของนั่นแหละและส่วนใหญ่ก็มีแต๋วเป็ที่ปรึกษาชั้นดี แนะนำให้ซื้อกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบเอาไว้ใส่สิ่งของและเสื้อผ้าตอนอยู่โรงพยาบาลนอกจากนี้เธอยังพาหนิงไปแนะนำร้านซักผ้าหยอดเหรียญ และร้านต่างๆใกล้แถมยังฝากฝังแม่บ้านให้ช่วยดูแลด้วย
ส่วนเสื้อผ้านะเหรอแม้ไม่ได้ซื้อแบบแพงๆหรือเปิดเผยร่างกายมากนัก เหมือนกับที่แม่ซื้อให้ฉันแต่ก็ล้วนเลือกที่ดูดีเหมาะสมกับสาววัยรุ่น สำหรับชุดชั้นในนะเหรอฉันคงได้รับอิทธิพลจากแม่มาเต็มๆ จึงเลือกซื้อแบบเดียวกับของฉันทั้งหมด...และตั้งความหวังไว้ลึกในใจว่าอยากเห็นเธอสวมชุดชั้นในเ่าั้ให้ดูแบบใกล้ชิด
...
พ่อแม่กลับมาแล้ว...วันต่อมาหลังจากโรงเรียนเลิกพ่อกับแม่ก็ไปรับฉันแล้วพากันไปเยี่ยมยายสุดและหนิงที่โรงพยาบาล...ฉันสังเกตดูแล้วหนิงมีความสุขขึ้นมากหน้าตาสดใสขึ้นตอนที่ฉันกอดเธอเมื่อพบหน้าวันนั้นก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ โชยมาจากตัวเธอตลอดเวลาพลันให้ฉันนึกเห็นภาพวันแรกที่ได้พบ และััเธออย่างใกล้ชิดในโรงแรม
เพียงแค่คิดถึงภาพเนินเนื้อนุ่มของหนิงและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของตัวเธอทำให้ฉันรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาอย่างไม่เคยเป็มาก่อน...ทำยังไงถึงจะได้ใกล้ชิดเธออีกนะ
ขณะที่ฉันนั่งเหม่อมองออกไปนอกรถในใจกำลังครุ่นคิดเื่ของหนิงอยู่นั้น เสียงอ่อนโยนของแม่ก็ดังมาจากเบาะหลัง“นุชจ๊ะ อยากมีน้องไหมลูก”
“ฮะแม่ว่าอะไรนะคะ” ฉันสะดุ้งเอี้ยวตัวไปมองที่เบาะหลัง
พ่อยิ้มแล้วพูดด้วยเสียงทุ้มนุ่มว่า“แม่เขาถาม ว่าหนูอยากมีน้องไหมจ๊ะ”
ฉันหันไปมองหน้าแม่พลางทำตาโต“แม่ท้อง แล้วเหรอคะ”
แม่หัวเราะก่อนจะพูดต่ออย่างอารมณ์ดี“แม่ไม่ได้ท้องหรอกจ้ะ แต่ว่าหนูไม่อยากได้ หนิงเป็น้องสาวเหรอจ๊ะ”
ฉันมองหน้าแม่และพ่อที่กำลังยิ้มเบิกบานอยู่เบาะหลังก่อนละล่ำละลักถาม อย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน “หมายความว่า พ่อกับแม่จะรับหนิงเป็ลูกอีกคนเหรอคะ”
คราวนี้พ่อกับแม่ไม่ได้ตอบแต่พยักหน้าพร้อมกันด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า สำหรับฉันเื่นี้เป็ข่าวดีแบบสุดๆเพราะฉันเคยคิดไว้ว่าจะขอพ่อแม่ให้หนิงมาอยู่ด้วย แบบนี้ก็ไม่ต้องแล้วสิแต่ว่ายายของหนิงล่ะ...
...
สองอาทิตย์ต่อมาพ่อก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย...นางสาวปัทมา ก็เปลี่ยนมาใช้นามสกุลเดียวกับฉันยายสุดก็มาอยู่ในบ้านด้วย แต่แกยังเดินไม่ได้จึงให้พักอยู่เรือนเล็กด้านหลังพ่อจ้างคนมาดูแลอย่างใกล้ชิด
สำหรับหนิงก็ย้ายมาอยู่ห้องติดกับฉันและมีทุกอย่างแบบที่ฉันมี แต่เื่เรียนของเธอมีปัญหานิดหน่อยเพราะเธอไม่มีคุณวุฒิอะไรเลยแต่เธอบอกว่าเคยเรียนถึงประถมห้า และสามารถอ่านออกเขียนได้แม่จึงพาเธอไปเรียนสมัครเรียนระบบการศึกษานอกโรงเรียนให้ได้คุณวุฒิระดับประถมก่อนจากนั้นก็เรียนต่อจนจบมัธยมต้นก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที
จนถึงตอนนี้ครอบครัวของฉันก็มีกันสี่คนแล้วแต่คนที่มีความสุขที่สุดนอกจากหนิง แล้วก็คงฉันที่ล่ะ ่นี้แม่มัววุ่นวายกับเื่ของลูกสาวคนใหม่จึงไม่ค่อยมีเวลามาทำเื่วาบหวิวกับฉันเท่าไรแต่กระนั้นก็มีบ่อยครั้งที่แม่ดึงฉันไปกอด ก่อนจะประทับจูบอย่างดูดดื่มแล้วแลกลิ้นแลกน้ำลายกัน อย่างเร่งรีบ
...
ทุกวันแม่จะจ้างครูมาสอนหนังสือให้หนิงที่บ้านส่วนฉันก็ไปโรงเรียนตามปกติ...หนิงก็มักจะขอติดรถแต๋วมารับฉันที่โรงเรียนกลับบ้านเกือบทุกวันเพราะอยู่แต่ในบ้านก็เบื่อเหมือนกัน ซึ่งแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร...วันนี้ก็เป็เช่นนั้น
“หนิงเดี๋ยววันนี้เราไปเดินเที่ยว แล้วหาอะไรกินกันก่อนกลับบ้าน นะ พี่โทรไปบอกแม่แล้ว”ฉันบอกน้องสาวคนใหม่เมื่อเปิดเข้ามานั่งเบาะหลังรถฮอนด้า เอชอาร์วีที่พี่แต๋วขับมารับส่งฉันทุกวัน
หนิงหันมามองหน้าฉันแล้วก็ยิ้มไม่ได้พูดอะไรแม้เธอจะย้ายมาอยู่กับเราได้เดือนกว่าแล้ว แต่เธอก็ยังเกร็งๆ เหมือนยังปรับสภาพจิตใจไม่ได้จากคนที่ยากจนขนาดไม่มีข้าวจะกินมาเป็ลูกคนรวยในพริบตาแบบนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาอยู่ต่อหน้า พ่อแม่ น้องสาวคนนี้ของฉันก็มักจะทำตัวไม่ถูกดูกลัวๆ และกังวลมาก อาจเป็เพราะว่าเธอต้องอยู่กับชีวิตที่เจอแต่คนรังเกียจและดูถูกเหยียดหยามมานานเกินไปก็ได้
ดูเหมือนพ่อแม่ก็เข้าใจจึงพยายามทำเป็มองข้ามไปแต่เปิดโอกาสให้ฉันได้ใกล้ชิดเธอมากกว่า และมักจะให้ฉันพาเธอไปโน่น นี่ เป็ประจำ
“นุชจ๊ะวันนี้ว่างไหมลูกเดี๋ยวไปเป็เพื่อนน้องหน่อยนะ น้องต้องไปพบกลุ่ม แล้วก็ครูที่ปรึกษา”
“นี่นุชหาเวลาว่าง พาน้องไปซื้อของ ซื้อเสื้อผ้าใหม่บ้างนะลูก แล้วมาเบิกคืนที่แม่นะจ๊ะ”
“เอ่อนุชวันเสาร์พาน้องไปดูหนังสิ หนังวัยรุ่น น้องน่าจะชอบ”
ฉันก็รับคำยิ้มอย่างยินดีพลางโถมเข้าไปกอดร่างงามของแม่ก่อนจะหอมซ้ายหอมขวาแล้วก็ดึงร่างผอมบางของหนิงเข้ามาด้วย พลางหอมแก้มเธอสลับไปมาด้วยวันนั้นเราสามคนแม่ลูกกอดกันอยู่นาน แม่ยิ้มน้ำตาคลออย่างมีความสุข“แม่รักหนูทั้งสองคนนะจ๊ะ ไม่ต้องกลัวอะไร มีปัญหาอะไรก็บอกแม่ได้”
...
ฉันหันไปมองร่างบางที่นั่งติดกันก่อนเอ่ยถามเบาๆ“วันนี้หนิงอยากกิน อะไร ไปที่ไหนบอกพี่เลยนะ พรุ่งนี้วันหยุดกลับบ้านช้าหน่อยได้” ฉันเอื้อมมือไปกุมมือขาวๆ ผอมๆ ของเธอไว้ก่อนตบลงไปเบาๆพลางยิ้มเต็มหน้าจ้องมองเธออย่างรอคำตอบ
“เอ่อพี่ หนู หนู...”เธอพูดได้แค่นั้นก็นิ่งไปเหมือนมีอะไรขึ้นมาจุกที่คอตาแดงเหมือนจะร้องไห้
ฉันรีบดึงร่างบอบบางนั้นเข้ามากอดทันทีพลางลูบผมยาวสลวยสีดำสนิทของเธอเบาๆ “ไม่เป็ไรนะจ๊ะ คนดี แม้เราจะเพิ่งเป็พี่เป็น้องกันได้ไม่นานแต่พี่ก็รัก หนิงนะจ๊ะ”
น้องสาวคนใหม่ยังคงนั่งนิ่งเงยหน้าขึ้นมามองฉันน้ำตาคลอสองแก้มเป็สีชมพูเรื่อๆ ภาพตรงหน้าทำเอาฉันใจสั่นอย่างประหลาดภาพวันแรกที่ได้ััตัวเธออย่างใกล้ชิด ก็ฉายแวบเข้ามาในหัว...ยอดอกสีแดงอมชมพูตั้งชูชันเนินเนื้อปกคลุมไปด้วยไรขนละเอียดหนานุ่มร่องกลีบแดงสดเบียดแนบชิด...เฮ้อ...ฉันกลืนน้ำลายฝืดคอ...ร้อนวูบวาบในอก..
ใบหน้าของฉันเคลื่อนไปใกล้หน้าหนิงอย่างลืมตัวพลางแตะริมฝีปากอุ่นร้อนที่มุมปากบางของเธออย่างช้าๆ ก่อนค่อยๆขยับริมฝีปาก คลอเคลีย ดูดเล็มเลีย ริมฝีปากของเธออย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังละเลียดชิมรสชาติขนมหวานดวงตาที่พองโตอย่างใของเธอในตอนแรกค่อยๆ หลับพริ้มลงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับััที่ฉันมอบให้ริมฝีปากของฉันนุ่มนวลและช่ำชองราวกับมีเวทมนต์สะกดให้เธอเคลิบเคลิ้ม
วงแขนเรียวของฉันโอบกระชับกอดร่างผอมบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดลอยหายไป ริมฝีปากของเราสองคนประกบกันแแ่ลิ้นเรียวของฉันไล้เลียไปตามรอยริมฝีปากนุ่มของเธออย่างช้าๆพลางสอดแทรกเข้าไปััไรฟันขาวสะอาด ก่อนจะค่อยๆสอดผ่านไปััปลายลิ้นของเธอที่ขยับออกมารอต้อนรับอยู่ภายในโพรงปากหวานฉ่ำนั้น
“เอ่อคุณนุชถึงแล้วคะจะลงข้างหน้านี้ก่อนไหม เดี๋ยวพี่จะวนรถไปหาที่จอดเอง...อุ๊ย...เอ่อ ขอโทษค่ะ...”เสียงคนขับทอมสาวถามมาอย่างเร่งรีบ...เมื่อไม่เสียงตอบรับเธอจึงเงยหน้ามองไปยังเบาะด้านหลังผ่านกระจกมองหลังก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อย...พลางเอ่ยขอโทษเบาๆ
หนิงสะดุ้งตัวสั่นรีบดันร่างของฉันออกไปอย่างรวดเร็วมือน้อยๆ กำกันแน่น ก้มหน้าที่แดงก่ำนิ่ง กายบิดไปมาเบาๆ อย่างเขินอายใจฉันมองภาพนั้นแล้วยิ้มอย่างมีความสุข อือ...เธอน่ารักกว่าที่คิดแฮะ...ไม่รู้ว่าแม่จะคิดแบบนี้ด้วยไหมนะ...
“โอ๋ไม่ต้องใ นะจ๊ะน้องสาวคนดี พี่แต๋ว เธอไม่ไปบอกใครหรอกจ้ะ”ฉันยิ้มพลางดึงสองมือขาวซีดของเธอมากุมไว้
หนิงเงยหน้าที่แดงก่ำมองฉันพลางค้อนให้วงใหญ่ “ฮึ...”เธอส่งเสียงแค่นั้นแล้วเสเมินมองไปอีกทาง...ในใจก็คงคิดว่า ปากเรียกน้องสาวแต่การกระทำมันไม่ค่อยเหมือนพี่สาวกับน้องสาวสักเท่าไรเลย เจอกันวันแรกก็ล่วงเกินเธอไปไหนต่อไหนแล้ว วันนี้ยังจูบเธอต่อหน้าคนอื่นอีกยิ่งคิดใบหน้าสาวน้อยยิ่งแดงขึ้นจนลามไปถึงใบหูและลำคอ
“ไปเราลงตรงนี้เถอะ เดี๋ยวพี่แต๋วเอารถไปจอดก่อน”ฉันเอ่ยชวนพลางเปิดประตูรถออกไปอย่างว่องไวขณะที่อีกฝ่ายยังขยับตัวอยู่อีกฝังหนึ่งของประตู
พอลงมายืนเคียงข้างกันที่หน้าห้างสรรพสินค้าใหญ่ของจังหวัดฉันก็ดึงมือเธอมากำไว้อย่างถือวิสาสะ หน้าแดงที่เริ่มจางลงของเธอก็แดงขึ้นอีกแต่เธอก็ยอมให้ฉันจับจูงไว้แต่โดยดี หนิงหันมามองหน้าพลางยิ้มให้ฉันดวงตาของเราประสานกันประกายแห่งความสุขพาดอยู่ในดวงตากลมโตดำขลับของน้องสาวคนสวยชัดเจน
...
อ่านแล้วรบกวนทุกท่าน ติชม วิจารณ์ด้วยจ้าเพื่อจะได้นำไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
คำแนะนำติชมเป็สิ่งที่ไรต์้าสุดๆอ่านแล้วชอบอย่าลืมเก็บเข้าชั้นไว้อ่านตอนต่อไปด้วยนะ ขอบคุณนักอ่านทุกๆ ท่านจ้า