(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร

    ตอนที่ 79 คณบดี หวูเหยียนจี

            เหตุการณ์ที่โลกภายนอกยังคงดำเนินไป แสงแดดยามบ่ายทอดตัวผ่านช่องหน้าต่าง กระทบลงบนพื้นห้องเป็นเงาที่ไหวระริก ภายในความเงียบงันนั้น ร่างของหวงเยี่ยที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงพลันขยับเล็กน้อย เปลือกตาที่ปิดสนิทค่อยๆสั่นไหว ก่อนจะเปิดออกอย่างเชื่องช้า


            ภาพแรกที่สะท้อนเข้ามาในนัยน์ตาคือแสงสว่างที่อบอุ่น ต่อให้มันจะเจิดจ้าเล็กน้อย แต่กลับให้ความรู้สึกสบายอย่างประหลาด


            สติที่พร่าเลือนเริ่มกลับคืนทีละน้อย ความง่วงงุนยังคงเกาะกุมอยู่ภายในจิตใจ ทำให้การรับรู้ทุกสิ่งเป็นไปอย่างช้าๆ


            หวงเยี่ยกะพริบตาสองสามครั้ง ก่อนจะสูดลมหายใจลึก


            และในวินาทีนั้นเอง สิ่งแรกที่ชายหนุ่มสัมผัสได้ไม่ใช่ภาพหรือเสียง หากเป็นความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย


            ความหนักอึ้งที่เคยกดทับหายไปจนสิ้น กล้ามเนื้อที่เคยปวดระบมกลับเต็มไปด้วยพลัง เส้นเอ็นที่เคยตึงเครียดบัดนี้กลับผ่อนคลายอย่างสมบูรณ์ ทุกอณูของร่างกายราวกับได้รับการหล่อหลอมใหม่จนแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม


            ชายหนุ่มลุกพรวดขึ้นจากเตียงในทันที การเคลื่อนไหวรวดเร็วและมั่นคง ราวกับไม่เคยมีอาการอ่อนล้าใดหลงเหลืออยู่ ก้าวลงจากเตียงอย่างฉับไว ก่อนจะขยับแขน ขา และหมุนตัวไปมาในห้องด้วยความคล่องแคล่ว


            ฝีเท้ากระทบพื้นดังเป็นจังหวะ การเคลื่อนไหวแต่ละครั้งเต็มไปด้วยพลังและความยืดหยุ่น


            “หึหึ.. ร่างกายฟื้นคืนสภาพอย่างสมบูรณ์แล้ว!”


            “คงใช้เวลาประมาณหนึ่งวันเต็มๆเลยใช่ไหมนะ?”


            คำพูดนั้นหลุดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ


            แต่ทันทีที่เอ่ยจบ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นผ่านเข้ามาในจิตใจในทันที


            เพราะบางสิ่งดูเหมือนจะไม่ตรงกับความทรงจำ หวงเยี่ยหยุดการเคลื่อนไหวลงทันที สายตาก้มมองลงมายังร่างของตนเอง เสื้อผ้าที่สวมใส่อยู่ในขณะนี้ไม่ใช่ชุดเดิมที่เปียกชื้นและเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลับกลายเป็นชุดนอนที่สะอาดเรียบร้อย เนื้อผ้านุ่มสบายแนบผิวอย่างพอดี


            “เอ๊ะ..?”


            เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ไม่เพียงแค่เสื้อผ้า แม้แต่สถานที่ก็ยังเปลี่ยนไป


            ตัวของเขากวาดสายตามองไปรอบห้องอีกครั้ง และนี่คือห้องนอน ตนเองก็กำลังยืนอยู่ข้างเตียง ทว่าในความทรงจำสุดท้าย ภาพที่ชายหนุ่มจดจำได้ชัดเจนคือ ร่างของตนเองที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาด้านนอกห้องนอนโดยไม่แม้แต่จะขยับอีก


            แล้วเหตุใดตนเองถึงได้มาอยู่บนเตียงในสภาพเช่นนี้


            ความเงียบภายในห้องดำเนินไปเพียงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงคุ้นเคยจะดังขึ้นภายในจิตสำนึก


            【เป็นฝีมือของเฟิงหลงอินค่ะโฮสต์】


            【นางแวะมาหาโฮสต์แล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า รวมถึงอาบน้ำให้กับโฮสต์ในสภาพที่เปลือยเปล่าอีกด้วย】


            ประโยคดังกล่าวทำให้ร่างของหวงเยี่ยแข็งค้างในทันที การเคลื่อนไหวทั้งหมดหยุดลงอย่างฉับพลัน


            สีหน้าที่เพิ่งจะผ่อนคลายกลับตึงเครียดขึ้นโดยไม่รู้ตัว


            “อะไรนะ?!”


            แต่ระบบกลับยังคงกล่าวต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ


            【แถมที่สำคัญ.. โฮสต์ไม่ได้หลับไปเพียงแค่หนึ่งวันเต็มเสียหน่อย?】


            【แต่หลับไปถึงสามวันสามคืน เรียกง่ายๆว่าโฮสต์นอนเป็นตายเลย!】


            คำตอบดังกล่าวราวกับค้อนหนักที่ทุบลงกลางความคิด


            หวงเยี่ยนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เวลาที่คิดว่าเป็นเพียงหนึ่งวัน กลับยาวนานกว่านั้นถึงสามเท่า


            สีหน้าและแววตาของเขาแปรเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากความพึงพอใจกลายเป็นความตกใจปนประหลาดใจ ก่อนจะค่อยๆคลี่คลายกลับเป็นความเข้าใจ มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบศีรษะ ราวกับกำลังเรียบเรียงความคิดของตนเอง


            “งั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าหลังจากนี้ข้าจะคิดถูกจริงๆสินะ?”


            “การไปฝึกฝนยังห้องแรงโน้มถ่วงย่อมทำให้ร่างกายรับภาระหนักมาก!”


            “สู้เอาเวลาที่ใช้ในการฟื้นฟูสภาพ ออกไปล่าสัตว์อสูรมังกร.. มันคงเป็นความคิดที่ดีกว่าจริงๆนั่นแหละ!”


            หลังจากที่ความคิดภายในจิตใจของหวงเยี่ยได้ตกผลึกอย่างชัดเจนแล้ว


            ร่างของชายหนุ่มเคลื่อนไปยังห้องอาบน้ำอย่างรวดเร็ว สายน้ำเย็นไหลผ่านร่างกาย ชำระล้างคราบเหงื่อและความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานให้หลุดหายไปทีละน้อย ความรู้สึกสดชื่นค่อยๆแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย


            หยาดน้ำที่ไหลผ่านเส้นผมและไหลหยดลงตามปลายคางสะท้อนแสง ก่อนจะหยดลงสู่พื้นอย่างเงียบงัน


            เขายืนนิ่งอยู่เช่นนั้นชั่วครู่ ปล่อยให้ความสงบเข้าครอบงำ จากนั้นจึงปิดสายน้ำและก้าวออกมา


            ไม่นานนัก เสื้อผ้าชุดใหม่ก็ถูกสวมใส่ ชุดโค้ทสีดำที่คุ้นเคยแนบสนิทกับร่างกาย เสริมให้รูปลักษณ์ของเขาดูเย็นชาและหนักแน่นยิ่งขึ้น ปลายชายโค้ทพลิ้วไหวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหว ดวงตาสีฟ้าครามเปล่งประกายอย่างมั่นคง โดยที่มีเป้าหมายชัดเจนอยู่ในใจ


            คณบดีหวูเหยียนจี


            หนึ่งในนักล่ามังกรที่แข็งแกร่งที่สุดของมหาวิทยาลัยเทพอสูร ผู้ครอบครองเจตจำนงธาตุพฤกษาระดับราชา อาณาเขตป่าอมตะ


            พลังที่สามารถแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่และควบคุมสรรพสิ่งในธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ


            ชื่อเสียงของเขาไม่ได้เป็นเพียงคำเล่าลือ หากเป็นสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์ผ่านการต่อสู้กับเผ่าพันธุ์มังกรนับไม่ถ้วน แม้จะไม่อาจเทียบกับราชันย์พงไพรพิฆาตดาราที่หวงเยี่ยครอบครองอยู่ แต่การได้เรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์แท้จริง ย่อมเป็นก้าวสำคัญในการเติบโต


            “ศิษย์ของผู้แข็งแกร่ง!”


            “ข้าจะไปถึงจุดนั้นให้ได้!”


            สิ้นคำ ร่างของเขาก็เคลื่อนออกจากบ้านพักในทันที


            ฝีเท้าที่มั่นคงก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เส้นทางภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรถูกตัดผ่านอย่างต่อเนื่อง


            นักเรียนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงต่างหันมามองด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะจำได้ว่าเป็นใคร


            “นั่นมันหวงเยี่ยไม่ใช่เหรอ”


            “เขากลับมาแล้วจริงๆด้วย”


            เสียงกระซิบดังขึ้นเป็นระยะ ก่อนจะค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความคึกคัก


            ภายในเครือข่ายแพลตฟอร์ม ข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง


            《เจ้าชายน้อยหวงเยี่ยกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งแล้ว》


            ข้อความสั้นๆนั้นกลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย


            ผู้คนเริ่มให้ความสนใจอีกครั้ง บางคนติดตาม บางคนจับตาดู บางคนเพียงรอคอยว่าชายหนุ่มคนนี้จะสร้างหรือก่อเรื่องอะไรขึ้นมาอีก


            ในขณะที่หวงเยี่ยกำลังเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางนั้นเอง


            เงาร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากอีกด้าน หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่ง ก้าวเดินอย่างเอื่อยเฉื่อยราวกับไม่เร่งรีบ ใบหน้างดงามเปล่งเสน่ห์เฉพาะตัวที่ยากจะละสายตา แววตาเจือความลุ่มลึกและเย้ายวนในแบบของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมาไม่น้อย


            รูปร่างของนางอวบอิ่มสมบูรณ์แบบดั่งนาฬิกาทราย หน้าอกใหญ่โตจนเพียงแค่การเดินหนึ่งครั้งก็กระเพึ่อมขึ้นลงไปมา


            ยิ่งสวมใส่ชุดและกางเกงขาสั้นหนังสีดำที่แนบเนื้อด้วยแล้ว มันแทบจะสะกดเหล่าผู้ชายให้ตกอยู่ในภวังค์แห่งราคะ


            เพียงแค่การเดินผ่าน ก็ทำให้สายตาของผู้คนโดยรอบอดไม่ได้ที่จะมองตาม


            “นั่นมัน..”


            หวงเยี่ยเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน


            แต่เขาไม่ได้หยุด


            ทั้งสองต่างเดินตรงเข้าหากันโดยไม่มีใครหลีกเลี่ยง ระยะห่างค่อยๆลดลงทีละน้อย


            จนในที่สุด


            ทั้งสองก็เดินสวนผ่านกันไป


            เพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีฟ้าครามของหวงเยี่ยสบเข้ากับนัยน์ตาสีแดงลุ่มลึกของหญิงสาวในจังหวะที่พอดี


            ไม่มีคำพูด


            ไม่มีการหยุดชะงัก


            แต่สายตาที่ประสานกันกลับคล้ายส่งผ่านบางสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้        


            หญิงสาวหยุดฝีเท้าเล็กน้อย ก่อนจะหันศีรษะกลับมา


            มุมปากของนางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เย้ายวนใจ

            

            “สวัสดีเจ้าชายน้อย..”


            น้ำเสียงนั้นทำให้ตัวของหวงเยี่ยต้องหยุดเท้าของตนในที่สุด เขาเอียงศีรษะเล็กน้อย ดวงตายังคงสงบนิ่ง แต่ภายในกลับสั่นไหวขึ้น


            หญิงสาวก้าวเข้ามาอีกครึ่งก้าว ระยะห่างลดลงเล็กน้อย


            “นายน่ะเหรอ..”


            นางมองเขาตรงๆโดยไม่หลบสายตา


            “ชายหนุ่มที่ตอนนี้ได้สร้างกระแสไปทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเทพอสูรน่ะ?”


    คล้ายกับเรื่อง(จบ)พฤกษาวิญญาณกับสงครามมนุษย์พิฆาตเทพมังกร ที่คุณอ่าน